| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เราคือใคร เรามาจากไหน
สลักธรรม 1
มีชาวพุทธอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญญาหรือบารมีเก่าที่เมื่อมีเวลาหรือชีวิตพบอุปสรรคหรือความผันแปรที่ไม่เข้าใจจะพยายามคิดตอบคำถามว่าทำไมจึงเกิดเรื่องนี้แก่เรา เราเป็นใคร คิดว่าทำไมเราต้องเกิดมา ทำไมเป็นผู้หญิง ทำไมเป็นผู้ชาย ทำไมจึงเกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ ทำไมเกิดมาหน้าตาน่าเกลียด ทำไมฉลาด ทำไมโง่ ทำไมยากจน ทำไมสวย ทำไมพิการ สุขภาพไม่ดี ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ตนเองคงหาคำตอบไม่ได้ มีแต่พระพุทธองค์เท่านั้นที่รู้คำตอบในวันเพ็ญที่ตรัสรู้ รวมถึงบรรดาอริยสงฆ์สาวกทั้งหลายที่มีคำตอบ รู้เหตุที่ทำให้เกิดผลเหล่านี้ และมีแต่ธรรมะของพุทธศาสนาเท่านั้นที่จะอธิบายคำถามเหล่านี้ได้
พุทธศาสนาสอนว่าทุกสิ่งมี เกิดดับ ต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ ซึ่งตรงกับความเป็นจริงที่อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์เช่นกระแสไฟฟ้าที่เราเห็นสว่างอยู่ตลอดเวลา ความจริงมีการติดดับๆสืบเนื่องกันอย่างเร็วจนตาเราจับไม่ได้ คนเราเช่นเดียวกันมีเกิดมีตายติดต่อกันไป
ถ้าตายแล้วจบในครั้งเดียวย่อมผิดธรรมชาติผิดหลักวิทยาศาสตร์เพราะวิทยาศาสตร์บอกว่าสสารย่อมไม่สูญหาย ดังนั้นเมื่อมีของเดิมอยู่ต้องไม่หายไปมีของใหม่เกิดขึ้น ชีวิตคนเราจึงมีการเกิด-ดับ เกิดดับต่อเนื่องไป การเกิดครั้งหนึ่งจะเป็นคนๆหนึ่งรูปร่างหน้าตาจิตใจเป็นอย่างหนึ่ง มีชื่อมีสกุลอย่างหนึ่ง เมื่อตายไปคนเดิมก็หายไป เช่นในธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมตายไปก็มีหน่อเกิดต้นใหม่ขึ้นเติบโตแทนต้นเดิม ถึงไม่ใช่ต้นเดิมแท้ๆแต่ความจริงสืบเนื่องมาจากส่วนหนึ่งของต้นเดิม คนก็เช่นกันจะต้องเกิดใหม่เพียงแต่ไม่เห็นชัดอย่างต้นไม้เพราะคนมีภพภูมิอีกมากมายที่จะต้องไปเกิดได้ แต่ถ้าบังเอิญเกิดเป็นคนใหม่ต่อเนื่องกันจะมีรูปร่างหน้าตามีเพศใหม่มีชื่อใหม่ เป็นคนใหม่ไม่รู้จักคนเก่า แต่ว่าในบางครั้งคนใหม่ระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนตนเป็นใครอยู่ที่ไหน ซึ่งมีหลักฐานพิสูจน์ไว้มากมาย โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [22 ต.ค. 2550 , 09:24:04 น.] ( IP = 58.9.146.9 : : )
สลักธรรม 2
ในคืนวันเพ็ญที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ในพระญานแรกทรงรู้แจ้งว่าพระองค์มีชาติภพย้อนหลังมายาวนานอย่างไรบ้างจนถึงชาติสุดท้าย
ต่อมาจึงทรงตรัสรู้ถึงเหตุและหนทางที่จะตัดภพชาติทั้งสิ้นได้ ไม่ให้มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป และได้นำสัจธรรมความรู้ในความจริงของชีวิตมนุษย์มาสั่งสอนมวลมนุษยชาติให้ปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ไม่ต้องมีภพมีชาติอีกต่อไป
ปัญญาชนในปัจจุบันบางคนที่ยึดวิทยาศาสตร์เป็นสรณะไม่เชื่อพระพุทธเจ้าโดยอ้างว่าพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีการเวียนว่ายตายเกิดของตัวเขาจริงๆ มีภพภูมิต่างๆจริง อ้างว่าการระลึกชาติได้เป็นเพียงเหตุบังเอิญ เพราะคนในโลกหลายพันล้านมีผู้ที่ระลึกชาติได้ที่มีการบันทึกหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงเป็นร้อยๆคนเท่านั้น ความจริงพุทธศาสนาเป็นสัจธรรมที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด และต้องไม่ลืมว่ามีเรื่องอีกหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้หรือยังค้นไม่พบ จะต้องมีการศึกษาลึกซึ้งมากขึ้นเช่นในอดีตย้อนหลังไปสักร้อยปีเราไม่มีความรู้ว่าอะไรเป็นตัวบงการให้มีความแตกต่างของคนของสัตว์ต่างๆ แต่ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ศึกษาลงลึกถึงระดับเซลล์ ระดับโปรตีนในเซลล์ รู้เรื่อง gene รู้เรื่อง Chromosome รู้ว่าเอกซ์หรือวายโครโมโซมเป็นตัวกำหนดเพศชายหญิง รู้ว่าตัวใดทำให้เกิดตาบอดสีหรือมีความพิการบางอย่างของร่างกาย จนถึงความสามารถที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตเลียนแบบเดิมได้ (cloning) ภายใน 2-3 ปีนี้เอง ดังนั้นถ้าย้อนหลังไปมีคนมาบอกว่าสามารถสร้างแกะเลียนแบบตัวเดิมได้คงไม่มีใครเชื่อ ฉันใดฉันนั้นพระพุทธองค์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 2500 กว่าปีที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต ทุกสิ่งที่พระองค์บอกเป็นสัจธรรมเป็นความจริง ซึ่งสูงเกินความสามารถของนักวิทยาศาสตร์หรือห้องปฏิบัติการในปัจจุบัน เพราะคำอธิบายของพระพุทธองค์ลงถึงระดับจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มีการพิสูจน์แล้วว่ามีพลังงานจริงที่ต้องการเครื่องมือพิเศษที่จะตรวจสอบรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถพิเศษที่จะมาพิสูจน์
เปรียบได้กับเราอยู่ในที่มืดมากจนตาเรามองไม่เห็นว่ามีวัตถุอะไรอยู่ในที่มืดบ้าง ถ้าเราบอกไม่มีอะไรแต่ถ้าใช้กล้องอินฟราเรดที่สามารถส่องดูหรือถ่ายรูปจะเห็นวัตถุในที่มืดได้แสดงว่าเราผิด หมายถึงว่าไม่ว่าเราจะมีปัญญาสูงเพียงใดจะยังมีสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เห็นพิสูจน์ยังไม่ได้อยู่เสมอ ต่างจากพระพุทธเจ้าที่ทรงรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริงที่เรียกว่า รู้แจ้ง และนำความรู้เพียงบางส่วนเปรียบเสมือนหยิบใบไม้ในป่ามากำมือเดียวจากใบไม้ทั้งป่ามาสอนมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ด้อย ปัญญา เปรียบได้กับบัวที่จมอยู่ในโคลนตมหรือใต้น้ำ มีเพียงส่วนน้อยที่ลอยเหนือน้ำเบ่งบานได้เมื่อได้รับแสงอาทิตย์หรือธรรมะของพระพุทธองค์ เราในฐานะปัญญาชนยุคปัจจุบันอย่างน้อยควรปฏิบัติตนให้เหมือนบัวที่จะโผล่พื้นน้ำ โดยเชื่อมั่นศรัทธาในสัจธรรมของพระพุทธองค์โดยไม่ต้องสงสัยเป็นเบื้องต้น แล้วศึกษาปฏิบัติต่อไปจนเป็นดอกบัวที่เบ่งบานอยู่เหนือน้ำประดับโลก
![]()
![]()
![]()
โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [22 ต.ค. 2550 , 09:28:06 น.] ( IP = 58.9.146.9 : : )
สลักธรรม 3ขออนุโมทนาด้วยคับ
โดย น้อง บู [22 ต.ค. 2550 , 09:45:17 น.] ( IP = 58.9.170.114 : : )
สลักธรรม 5
กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [23 ต.ค. 2550 , 09:47:16 น.] ( IP = 124.121.175.32 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |