มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เราคือใคร เรามาจากไหน




คนเราเมื่อเกิดมาแล้วเติบโตขึ้น รู้จักสิ่งต่างๆมากขึ้น รู้ว่าเรามีใครเป็นพ่อเป็นแม่ รู้ว่าเราชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน เรียนที่โรงเรียนใด รู้ไปตามลำดับจนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำงานประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลว มีสุขมีทุกข์อย่างใดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

ถ้ามีใครไปถามว่าเขาคือใคร? เขาจะตอบว่าเขาคือเขา เหมือนกับเราคือเรา ซึ่งหลักธรรมะในพุทธศาสนาหมายถึง อัตตา คือความยึดมั่นถือมั่นใน ตน ซึ่งเป็นตนเองในปัจจุบัน ซึ่งพุทธศาสนาชี้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้มีการเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ

คนไทยที่นับถือพุทธศาสนาจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่านอกจากชีวิตนี้ยังมีชีวิตหน้า เช่นเดียวกับคนในศาสนาอื่นๆที่ไม่เชื่อว่ามีการเวียนว่ายตายเกิด (Reincarnation) คือมีแต่ชีวิตปัจจุบันเท่านั้น ดังนั้นคนเหล่านี้จะทำทุกอย่างเพื่อตัวเองเท่านั้น ไม่ว่าจะดีหรือชั่วขอเพียงให้ตนเองได้ดีมีความสุข ถ้าเป็นคนดีจิตใจดีอาจจะแบ่งปันส่วนของความสุขเพื่อคนอื่นบ้าง ซึ่งทุกศาสนาสอนให้ทำเช่นนี้ ชาวพุทธบางคนอ้างว่าหลักธรรมสอนให้ดูแต่ “ปัจจุบัน” เท่านั้นไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่จะมาข้างหน้า เช่นเดียวกันบางคนบอกว่าพุทธศาสนาสอนเรื่องทุกสิ่งเป็น “อนิจจัง” คือความไม่แน่นอน ดังนั้นจะรีบกอบโกยทำทุกสิ่งที่ต้องการ บางคนอ้างว่าธรรมะสอนว่าทุกอย่างเป็น อนัตตา แปลว่าไม่ใช่ตัวตนเราไม่ใช่เรา ตายแล้วจบกันไป ซึ่งเป็นการนำหลักพุทธธรรมที่สำคัญมาใช้ผิดทั้งในความหมายและกาละเพื่อประโยชน์ของตนเอง ความคิดเช่นนี้พระพุทธเจ้าถือเป็นความคิดที่ผิด มิจฉาทิฏฐิ ไม่ชอบไม่ถูกไม่สมควรคิด คนพวกนี้จะทำทุกอย่างเพื่อตนเองทั้งดีและชั่ว ไม่ต้องสนใจต่อบุญหรือบาปจากการกระทำนั้นๆ

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [22 ต.ค. 2550 , 09:21:10 น.] ( IP = 58.9.146.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มีชาวพุทธอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญญาหรือบารมีเก่าที่เมื่อมีเวลาหรือชีวิตพบอุปสรรคหรือความผันแปรที่ไม่เข้าใจจะพยายามคิดตอบคำถามว่าทำไมจึงเกิดเรื่องนี้แก่เรา เราเป็นใคร คิดว่าทำไมเราต้องเกิดมา ทำไมเป็นผู้หญิง ทำไมเป็นผู้ชาย ทำไมจึงเกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ ทำไมเกิดมาหน้าตาน่าเกลียด ทำไมฉลาด ทำไมโง่ ทำไมยากจน ทำไมสวย ทำไมพิการ สุขภาพไม่ดี ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ตนเองคงหาคำตอบไม่ได้ มีแต่พระพุทธองค์เท่านั้นที่รู้คำตอบในวันเพ็ญที่ตรัสรู้ รวมถึงบรรดาอริยสงฆ์สาวกทั้งหลายที่มีคำตอบ รู้เหตุที่ทำให้เกิดผลเหล่านี้ และมีแต่ธรรมะของพุทธศาสนาเท่านั้นที่จะอธิบายคำถามเหล่านี้ได้

พุทธศาสนาสอนว่าทุกสิ่งมี “เกิดดับ” ต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ ซึ่งตรงกับความเป็นจริงที่อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์เช่นกระแสไฟฟ้าที่เราเห็นสว่างอยู่ตลอดเวลา ความจริงมีการติดดับๆสืบเนื่องกันอย่างเร็วจนตาเราจับไม่ได้ คนเราเช่นเดียวกันมีเกิดมีตายติดต่อกันไป

ถ้าตายแล้วจบในครั้งเดียวย่อมผิดธรรมชาติผิดหลักวิทยาศาสตร์เพราะวิทยาศาสตร์บอกว่าสสารย่อมไม่สูญหาย ดังนั้นเมื่อมีของเดิมอยู่ต้องไม่หายไปมีของใหม่เกิดขึ้น ชีวิตคนเราจึงมีการเกิด-ดับ เกิดดับต่อเนื่องไป การเกิดครั้งหนึ่งจะเป็นคนๆหนึ่งรูปร่างหน้าตาจิตใจเป็นอย่างหนึ่ง มีชื่อมีสกุลอย่างหนึ่ง เมื่อตายไปคนเดิมก็หายไป เช่นในธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมตายไปก็มีหน่อเกิดต้นใหม่ขึ้นเติบโตแทนต้นเดิม ถึงไม่ใช่ต้นเดิมแท้ๆแต่ความจริงสืบเนื่องมาจากส่วนหนึ่งของต้นเดิม คนก็เช่นกันจะต้องเกิดใหม่เพียงแต่ไม่เห็นชัดอย่างต้นไม้เพราะคนมีภพภูมิอีกมากมายที่จะต้องไปเกิดได้ แต่ถ้าบังเอิญเกิดเป็นคนใหม่ต่อเนื่องกันจะมีรูปร่างหน้าตามีเพศใหม่มีชื่อใหม่ เป็นคนใหม่ไม่รู้จักคนเก่า แต่ว่าในบางครั้งคนใหม่ระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนตนเป็นใครอยู่ที่ไหน ซึ่งมีหลักฐานพิสูจน์ไว้มากมาย

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [22 ต.ค. 2550 , 09:24:04 น.] ( IP = 58.9.146.9 : : )


  สลักธรรม 2

ในคืนวันเพ็ญที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ในพระญานแรกทรงรู้แจ้งว่าพระองค์มีชาติภพย้อนหลังมายาวนานอย่างไรบ้างจนถึงชาติสุดท้าย

ต่อมาจึงทรงตรัสรู้ถึงเหตุและหนทางที่จะตัดภพชาติทั้งสิ้นได้ ไม่ให้มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป และได้นำสัจธรรมความรู้ในความจริงของชีวิตมนุษย์มาสั่งสอนมวลมนุษยชาติให้ปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ไม่ต้องมีภพมีชาติอีกต่อไป

ปัญญาชนในปัจจุบันบางคนที่ยึดวิทยาศาสตร์เป็นสรณะไม่เชื่อพระพุทธเจ้าโดยอ้างว่าพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีการเวียนว่ายตายเกิดของตัวเขาจริงๆ มีภพภูมิต่างๆจริง อ้างว่าการระลึกชาติได้เป็นเพียงเหตุบังเอิญ เพราะคนในโลกหลายพันล้านมีผู้ที่ระลึกชาติได้ที่มีการบันทึกหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงเป็นร้อยๆคนเท่านั้น ความจริงพุทธศาสนาเป็นสัจธรรมที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด และต้องไม่ลืมว่ามีเรื่องอีกหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้หรือยังค้นไม่พบ จะต้องมีการศึกษาลึกซึ้งมากขึ้นเช่นในอดีตย้อนหลังไปสักร้อยปีเราไม่มีความรู้ว่าอะไรเป็นตัวบงการให้มีความแตกต่างของคนของสัตว์ต่างๆ แต่ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ศึกษาลงลึกถึงระดับเซลล์ ระดับโปรตีนในเซลล์ รู้เรื่อง gene รู้เรื่อง Chromosome รู้ว่าเอกซ์หรือวายโครโมโซมเป็นตัวกำหนดเพศชายหญิง รู้ว่าตัวใดทำให้เกิดตาบอดสีหรือมีความพิการบางอย่างของร่างกาย จนถึงความสามารถที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตเลียนแบบเดิมได้ (cloning) ภายใน 2-3 ปีนี้เอง ดังนั้นถ้าย้อนหลังไปมีคนมาบอกว่าสามารถสร้างแกะเลียนแบบตัวเดิมได้คงไม่มีใครเชื่อ ฉันใดฉันนั้นพระพุทธองค์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 2500 กว่าปีที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต ทุกสิ่งที่พระองค์บอกเป็นสัจธรรมเป็นความจริง ซึ่งสูงเกินความสามารถของนักวิทยาศาสตร์หรือห้องปฏิบัติการในปัจจุบัน เพราะคำอธิบายของพระพุทธองค์ลงถึงระดับจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มีการพิสูจน์แล้วว่ามีพลังงานจริงที่ต้องการเครื่องมือพิเศษที่จะตรวจสอบรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถพิเศษที่จะมาพิสูจน์

เปรียบได้กับเราอยู่ในที่มืดมากจนตาเรามองไม่เห็นว่ามีวัตถุอะไรอยู่ในที่มืดบ้าง ถ้าเราบอกไม่มีอะไรแต่ถ้าใช้กล้องอินฟราเรดที่สามารถส่องดูหรือถ่ายรูปจะเห็นวัตถุในที่มืดได้แสดงว่าเราผิด หมายถึงว่าไม่ว่าเราจะมีปัญญาสูงเพียงใดจะยังมีสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เห็นพิสูจน์ยังไม่ได้อยู่เสมอ ต่างจากพระพุทธเจ้าที่ทรงรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริงที่เรียกว่า รู้แจ้ง และนำความรู้เพียงบางส่วนเปรียบเสมือนหยิบใบไม้ในป่ามากำมือเดียวจากใบไม้ทั้งป่ามาสอนมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ด้อย ปัญญา เปรียบได้กับบัวที่จมอยู่ในโคลนตมหรือใต้น้ำ มีเพียงส่วนน้อยที่ลอยเหนือน้ำเบ่งบานได้เมื่อได้รับแสงอาทิตย์หรือธรรมะของพระพุทธองค์ เราในฐานะปัญญาชนยุคปัจจุบันอย่างน้อยควรปฏิบัติตนให้เหมือนบัวที่จะโผล่พื้นน้ำ โดยเชื่อมั่นศรัทธาในสัจธรรมของพระพุทธองค์โดยไม่ต้องสงสัยเป็นเบื้องต้น แล้วศึกษาปฏิบัติต่อไปจนเป็นดอกบัวที่เบ่งบานอยู่เหนือน้ำประดับโลก

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [22 ต.ค. 2550 , 09:28:06 น.] ( IP = 58.9.146.9 : : )


  สลักธรรม 3

ขออนุโมทนาด้วยคับ

โดย น้อง บู [22 ต.ค. 2550 , 09:45:17 น.] ( IP = 58.9.170.114 : : )


  สลักธรรม 4

การศึกษาพระอภิธรรม เป็นการศึกษาที่จะช่วยตอบคำถามได้อย่างถูกต้องในเรื่อง "เราคือใคร เรามาจากไหน"

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ ที่ได้นำมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2550 , 09:24:18 น.] ( IP = 58.8.48.48 : : )


  สลักธรรม 5


กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2550 , 09:47:16 น.] ( IP = 124.121.175.32 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org