มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๑)









ความมหัศจรรย์ของชีวิตอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


นโม ตัสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺธสฺส


ก.หลานก็ได้ศึกษาอภิธรรมมัตถสังคหะมาแล้วในปริจเฉทที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องจิต ในปริจเฉทที่ ๒ ว่าด้วยเจตสิก ก็หวังว่าคงจะทำให้หลานมีความเข้าใจในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้พอสมควร

แต่พระธรรมของพระองค์ท่านนั้น ลึกซึ้ง สุขุมคัมภีรภาพยิ่งนัก ๒ ปริจเฉทที่ได้ศึกษาผ่านมาแม้จะยืดยาว ก็เป็นแต่เพียงลุงได้สร้างพื้นฐานรองรับเอาไว้ให้หลานบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง หลานก็จะต้องศึกษาไปอีกมากนัก แล้วก็จะเข้าถึงความเร้นลับมหัศจรรย์ในเรื่องของชีวิตยิ่งขึ้น และยิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ ความลับมืดของเรื่องชีวิตจะถูกตีแผ่ออกมาจาแจ่มกระจ่างขึ้นที่ละน้อยๆไป ตามการศึกษาที่เพิ่มขึ้น

ถ้าหลานมีความสนใจไม่ท้อถอยเสียในระหว่างทาง แล้วประโยชน์อันมหาศาลก็จะเกิดขึ้นกับหลาน นั่นก็คือ มหากุศลญาณสัมปยุตอันเป็นปัญญาบารมี ซึ่งไม่มีวิทยาการอื่นหมื่นแสนใดในโลกนี้เทียบเทียมได้

ป.เท่าที่ผมได้ศึกษามาแล้วจาก ๒ ปริจเฉท ผมก็มีความรู้สึกว่า จะหาวิทยาการใดจะมีคุณค่า มีสารประโยชน์แก่ชีวิตมากเท่าการศึกษาพระอภิธรรมเห็นจะไม่มีแล้ว ดังนั้น ผมจึงขอเรียนกับคุณลุงว่า เห็นจะไม่มีอะไรมาทำให้ผมเลิกสนใจการศึกษาพระอภิธรรมได้เลยเป็นอันขาด ผมจะพยายามศึกษาต่อๆไป จนกว่าจะหมดลมหายใจ

คุณลุงขอรับ ก่อนที่ผมจะได้ศึกษาในปริจเฉทที่ ๓ นี้ ผมต้องขอความกรุณาจากคุณลุง ขอทราบว่า ในอภิธรรมมัตถสังคหปริจเฉทที่ ๓ นี้ จะศึกษาเรื่องอะไรกันบ้าง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:07:34 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1




ก. ก่อนอื่นลุงจะต้องขอพูดถึงเรื่องทั่วไปเสียก่อน คือมีหลายท่านพูดว่า เหตุใดลุงจึงไม่เขียนให้เรียนกันง่ายๆ อ่านกันสะดวกๆเล่า เรียนไปเรียนมาแล้วก็บังเกิดความท้อถอย เช่นในปริจเฉทที่ ๒ เรื่องสัมปโยคะและสังคหะ มีแต่ตัวเลขเต็มไปหมด เข้าใจก็ไม่ค่อยจะดี จำก็ไม่ค่อยจะได้

ในเรื่องนี้ ก็จะเห็นได้ว่า ผู้แสดงความเห็นดังกล่าวนั้น ไม่ตั้งใจจะศึกษาอย่างจริงใจ ถ้าไม่ตั้งใจจะศึกษาแล้วก็ควรอ่านแต่ที่ง่ายๆ พอได้ความเท่านั้นจะดีกว่า จะเข้าถึงความลึกซึ้งคงจะไม่มีหวัง เพราะว่าจะให้เรื่องของชีวิตที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอย่างเหลือเกิน อ่านได้เหมือนเรื่องอ่านเล่น อ่านเพียงเที่ยวเดียวก็เข้าใจ ทั้งไม่ต้องคิดพิจารณาอะไรด้วย ก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้ เหมือนจะเขียนตำราเรื่องแสงเสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า หรือเรื่องปรมาณู แล้วให้คนอ่านเที่ยวเดียวก็ซาบซึ้งถึงใจในเรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างดี

ถ้าเรื่องของชีวิตไม่ยุ่งยาก ไม่สลับซับซ้อนอย่างเหลือเกินดังกล่าวแล้ว ถึงบัดนี้ก็คงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาหลายพระองค์แล้ว

อย่างไรก็ดี การศึกษาพระอภิธรรมนั้น ก็มิใช่ว่าจะมีความยุ่งยาก แล้วเต็มไปด้วยตัวเลข เช่นในสัมปโยคะและสังคหะ ดังที่ผ่านมาเสมอไปไม่ ในปริจเฉทที่๓ นี้ก็ไม่ยุ่งยากเท่าใดนัก พอจะศึกษากันได้ค่อนข้างสะดวกสบาย

ก่อนอื่น หลานก็จะต้องทราบอภิธรรมมัตถสังคหบาลีในปริจเฉทที่ ๓ นี้เสียก่อน แล้วลุงจะได้อธิบายโดยย่อว่า ในปริจเฉทนี้เราจะศึกษาเรื่องอะไรบ้างต่อไป

โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:08:33 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 2




คาถาสังคหะ

๑. สมฺปยุตฺตา ยถาโยคํ .......... เตปญฺญาส สภาวโต
จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา..........เตสนฺทานิ ยถารหํ ฯ

๒. เวทนาเหตุโต กิจฺจ-.......... ทฺวาราลมฺพนวตฺถุโต
จิตฺตุปปาทวเสเนว .......... สงฺคโห นาม นียเต ฯ

๓. สุขํ ทุกฺขมุเปกฺขาติ ..........ติวิธา ตตฺถ เวทนา
โสมนสฺสํ โทมนสฺสํ .......... อิติ เภเทน ปญฺจธา ฯ

๔. สุขเมกตฺถ ทุกฺขญฺจ ..........โทมนสฺสํ ทฺวเย ฐิตํ
ทฺวาสฏฐีสุ โสมนสฺสํ ..........ปญฺจปญฺญสเกตรา ฯ

๕. โลโภ โทโส จ โมโห จ .......... เหตู อกุสลา ตโย
อโลภาโทสาโมหา จ ..........กุสลาพฺยากตา ตถา ฯ

๖. อเหตุกาฏฺฐารเสก ..........เหตุกา ทฺเว ทฺวิวีสติ
ทุเหตุกา มตา สตฺต -.......... จตฺตาฬีส ติเหตุกา ฯ

๗. ปฏิสนฺธาทโย นาม .......... กิจฺจเภเทน จุทฺทส
ทสธา ฐานเภเทน ..........จิตฺตุปฺปาทา ปกาสิตา ฯ

๘. อฏฺฐสฏฺฐี ตถา ทฺว เจ ..........นวฏฺฐ ทฺว ยถากฺกมํ
เอก ทฺวิ ติ จตุ ปญฺจ-.......... กิจฺจฏฺฐานานิ นิทฺทิเสฯ

๙. เอกทฺวาริกจิตฺตานิ.......... ปญฺจฉทฺวาริกานิ จ
ฉทฺวาริกวิมุตฺตานิ .......... วิมุตฺตานิ จ สพฺพถา ฯ

๑๐. ฉตฺตึสติ ตถา ตีณิ.......... เอกตฺตึส ยถากฺกมํ
ทสธา นวธา เจติ .......... ปญฺจธา ปริทีปเย ฯ

๑๑. ปญฺจวีส ปริตฺตมฺหิ.......... ฉ จิตฺตานิ มหคฺคเต
เอกวีสติ โวหาเร .......... อฏฺฐ นิพฺพานโคจเร ฯ

๑๒. วีสานุตฺตรมุตฺตมฺหิ.......... อคฺคมคฺคผลุชฺชิเต
ปญฺจ สพฺพตฺถ ฉ เจติ.......... สตฺตธา ตตฺถ สงฺคโห ฯ

๑๓. ฉวตฺถุนิสฺสิตา กาเม.......... สตฺต รูเป จตุพฺพิธา
ติวตฺถุนิสฺสิตารุปฺเป .......... ธาตฺวกานิสฺสิตา มตาฯ

๑๔. เตจตฺตาฬีส นิสฺสาย..........เทฺวจตฺตาฬีส ชายเร
อนิสฺสาย จ นิสฺสาย..........ปาการุปฺปา อนิสฺสิตา ฯ

โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:09:01 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 3



พระอนุรุทธาจารย์ได้รวบรวมพระอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉทที่ ๓ นี้ เรียกว่า ปกิณกสังคหวิภาค

ปกิณกะ = กระจัดกระจาย เบ็ดเตล็ด เรี่ยไรโดยทั่วๆ ไป
สังคหะ = รวบรวม
วิภาค = ส่วนหรือตอน

เมื่อรวมกันเข้า ปกิณกสังคหะ ก็แปลว่า การรวบรวมเรื่องจิตเรื่องเจตสิกที่กระจัดกระจายอยู่โดยทั่วไป เอามาจัดให้เป็นหมวดหมู่ โดยจัดเป็นประเภท โดยแยกเป็นหัวข้อใหญ่ๆเป็น ๖ หัวข้อคือ เวทนา เหตุ กิจ ทวาร อารมณ์ และวัตถุ โดยรวบรวมจิต เจตสิกที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆมารวมกันไว้ ตามหัวข้อเหล่านี้ ตามแต่จะสมควร คือการประชุม หรือประกอบ เท่าที่มันจะเป็นไปได้ เช่น

เวทนาสังคหะ คือ การรวบรวมจิต เจตสิก โดยประเภทแห่งเวทนา โดยจะได้ศึกษาว่า เวทนานั้นแปลว่าการเสวยอารมณ์ เช่น โสมนัส โทมนัส เป็นต้น แบ่งออกเป็นกี่ประเภท จิตอะไรบ้างที่จะเกิดเวทนาชนิดไหน จิตอะไรบ้างที่จะเกิดเวทนาชนิดไหนไม่ได้ เช่น จิตที่เกิดพร้อมกับสุขเวทนา คือ สุขกาย สุขใจ มี ๖๓ ดวง ตลอดไปจนถึงเวทนาต่างๆดังกล่าวนั้น มีเจตสิกอะไรประกอบได้บ้างเป็นต้น

คาถาสังคหะ

๑. สมฺปยุตฺตา ยถาโยคํ เตปญฺญาส สภาวโต
จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา เตสนฺทานิ ยถารหํ ฯ
สภาวธรรม ๕๓ คือจิตและเจตสิก มีชื่อว่า นามเตปญฺญาส ได้แสดงโดยลักษณะของตนๆที่ประกอบด้วย “เอกุปฺปาทตา” เป็นต้น และการประกอบซึ่งกันและกันตามที่ประกอบได้โดยพิสดารมาแล้วในปริจเฉทที่ ๒

สภาวธรรม ๕๓ ประเภทที่กล่าวนั้น หมายถึง จิต๑ และเจตสิก๕๒ โดยนับเอาสภาวลักษณะแห่งนามธรรมนั้นๆเป็นสำคัญ

โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:09:35 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 4



ป. คุณลุงขอรับ สภาวธรรม ๕๓ มี จิต ๑ และเจตสิก๕๒ นั้น คุณลุงจะอธิบายอย่างไร เพราะว่าจิตนั้นมีถึง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ดวง ทำไมจึงเอา ๑ ดวง แต่เจตสิก ๕๒ ดวงกลับเอามาหมดเลย

ก. ที่หลานถามมาดังนี้ก็ดีแล้ว เพราะก็น่าจะสงสัยอยู่ แต่ลุงกลับขอถามหลานใหม่สักข้อหนึ่งก่อน ตามที่หลานเคยได้ศึกษามาแล้ว คำว่า “ลักษณะ” นั้นคืออะไร

ป. ลักษณะก็คือธรรมชาติประจำตัว เช่น จิตมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ ได้แก่บาลีว่า “อารมฺมณวิชานนลกฺขณํ”

ก. แล้วผัสสะกับเวทนาเจตสิกเล่า หลานทราบหรือไม่ว่ามีลักษณะอย่างไร

ป. ผมจำไม่ได้ดอกขอรับ จำได้แต่ว่า ผัสสะ เป็นเจตสิกที่รับกระทบอารมณ์ ตามทวารต่างๆ เช่น รับกระทบรูปารมณ์ ทำให้เห็น รับกระทบสัททารมณ์ ทำให้ได้ยิน รับกระทบธรรมารมณ์ ทำให้คิดนึก ส่วนเวทนาเจตสิก เป็นตัวเสวยอารมณ์ต่างๆ เช่น เสวยอารมณ์โสมนัส หรือโทมนัส เป็นต้น

โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:10:19 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 5



ก. ดีแล้วหลาน ลุงขอเติมบาลีให้ว่า ผัสสเจตสิกนั้นมีการรับกระทบอารมณ์เป็นลักษณะ ได้แก่บาลีว่า “ผุสฺสนลกฺขณา” ส่วนเวทนาเจตสิกนั้น มีการเสวยอารมณ์เป็นลักษณะ ตามบาลีว่า “อนุภวนลกฺขณา” (ตามนัยของปฏิจจสมุปบาท)

คราวนี้หลานลองพิจารณาดูทีหรือว่า จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ ดวงนั้น มีลักษณะคือธรรมชาติประจำตัวได้แก่อะไร

ป. ก็ได้แก่ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ทั้งหมดเลยขอรับ ทั้ง ๘๙ หรือ ๑๒๑

ก. แล้วหลานลองพิจารณาดูเจตสิกทั้ง ๕๒ ดวงดูทีหรือ เจตสิกแต่ละประเภทมีลักษณะเหมือนกันหรือไม่

ป. ไม่เหมือนกันเลยสักตัวเดียวขอรับ นอกจากเจตสิก ๒ ตัว ที่คุณลุงยกขึ้นมาแล้วก็มี สัญญาเจตสิก เจตนาเจตสิก เอกัคคตาเจตสิก เป็นต้น ต้องต่างกันทั้งนั้น เช่น ความจำ ความตั้งใจ และสมาธิ ย่อมไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน

ก. ด้วยเหตุดังนี้เอง คำว่า “นามเตปญฺญาส” นั้น ก็ได้แก่ นามธรรม ๕๓ คือ จิต๑ เจตสิก๕๒ เพราะจิตทั้งหมดมีลักษณะเหมือนกันหมด แต่เจตสิกแต่ละดวงทั้ง ๕๒ ดวงนั้น มีลักษณะเป็นเฉพาะๆของตนทั้งนั้น

โดย พี่เณรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:10:40 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 6



คาถาสังคหะ
๒. เวทนาเหตุโต กิจฺจ- ทฺวาราลมฺพนวตฺถุโต
จิตฺตุปปาทวเสเนว สงฺคโห นาม นียเต ฯ

แปลความว่า บัดนี้จักแสดงการสงเคราะห์กันของจิตและเจตสิก ว่าด้วยอำนาจการเกิดของจิต โดยประเภทแห่งเวทนา เหตุ กิจ ทวาร อารมณ์ และวัตถุ ตามสมควรที่ประกอบได้

คาถานี้พระอนุรุทธาจารย์มีความมุ่งหมายแสดงเพื่อให้เป็นปุพพานุสนธิ และอปรานุสนธิ คือเชื่อมโยงกันระหว่างปริจเฉทที่ ๒ ที่ได้แสดงไปแล้ว กับปริจเฉทที่ ๓ ที่จะแสดงต่อไป และเพื่อกำหนดหัวข้อในปริจเฉทที่ ๓ นี้ว่า จะแสดงสังคหะ ๖ อย่าง มีเวทนาสังคหะ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อแสดงปฏิญญาว่า จะขยายความแห่งการเกิดขึ้นของจิต โดยประเภทแห่งเวทนา เหตุ กิจ ทวาร อารมณ์ และวัตถุ

ในพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๓ นี้ พระอนุรุทธาจารย์จึงได้แสดงไว้แต่การจำแนกจิตเพียงอย่างเดียว มิได้แสดงการจำแนกเจตสิกไว้ด้วย แต่การเกิดขึ้นของจิตที่เรียกว่า จิตฺตุปฺปาท คือ จิตที่พร้อมกับเจตสิกที่ประกอบฉะนั้น จึงเป็นการสมควรที่จะได้แสดงการสงเคราะห์ทั้งจิตและเจตสิกโดยประเภทแห่ง เวทนา, เหตุ, กิจ,ทวาร, อารมณ์ และวัตถุ ไว้ให้พิสดาร

โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:11:06 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 7



เวทนาสังคหะคือการศึกษาเป็นไปของจิตและเจตสิกโดยอาการเสวยอารมณ์เป็นลักษณะ หรือเป็นธรรมชาติที่มีความรู้สึกต่อบรรดาอารมณ์ต่างๆ ที่มาปรากฏ โดยอารัมมณานุภวนลักขณนัย และอินทริยเภทนัย

เหตุสังคหะ คือการศึกษาถึงเรื่องของเหตุผลต่างๆว่าเหตุนั้น คืออะไร จำแนกจิตออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น จำแนกเหตุโดยประเภทโสภณะและอโสภณะ จำแนกโดยภูมิ จำแนกโดยบุคคล เป็นต้น ตลอดจนแสดงการจำแนกเจตสิกที่ประกอบกับจิตประเภทต่างๆ

กิจจสังคหะ คือการรวบรวมจิตและเจตสิก ว่ามีหน้าที่การงานอะไรบ้าง เช่น ปฏิสนธิกิจ อาวัชชนกิจ ชวนกิจ และจุติกิจ เป็นต้น ว่าจิตอะไรบ้างเข้ามาทำหน้าที่การงานนี้ แล้วทำอยู่ที่ไหน เมื่อใด ศึกษาตลอดจนถึงเรื่องของเจตสิกด้วยว่า เจตสิกที่ทำหน้าที่ ๑ กิจ มีอยู่ ๑๗ ดวง ได้แก่ อกุศลเจตสิก๑๔ วิรตีเจตสิก๓ ทำหน้าที่ ชวนกิจ เป็นต้น (ยังไม่เข้าใจก็ทิ้งเอาไว้ก่อน)

ทวารสังคหะ เป็นการรวบรวมประตูที่เป็นช่องทางให้เกิดการรู้อารมณ์ของจิต เจตสิก ในกิจการงานต่างๆ มีเห็น ได้ยิน คิดนึก แต่ในบางคราวจิตก็มิได้อาศัยทวาร หรือประตูเกิดเลยก็ได้ เช่น ทวารวิมุติ มีภวังคจิต เป็นต้น หรือจิต เจตสิก บางประเภทอาศัยเกิดได้ทวารเดียว บางประเภทเกิดได้หลายทวาร

อารัมมณสังคหะ เป็นการแสดงถึงอารมณ์ที่มาปรากฏตามทวารต่างๆ เช่น รูปารมณ์ ธรรมารมณ์ เป็นต้นว่า อำนาจของอารมณ์เหล่านั้นทำให้เกิด อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ เป็นต้น แสดงถึงจิตที่รับอารมณ์ได้ว่า จิตประเภทไหนรับอารมณ์อะไรได้ หรือไม่ได้อย่างไร อารมณ์ต่างๆมีกี่ประเภท เช่น กามารมณ์ มหัคคตอารมณ์ ไปถึงเรื่องกาลวิมุติอารมณ์ ตลอดไปจนถึงจิตที่รับอารมณ์อะไรได้ และรับอารมณ์อะไรไม่ได้ มีเจตสิกประกอบเท่าใด

วัตถุสังคหะ เป็นการแสดงรวบรวมจิต เจตสิกที่อาศัยวัตถุรูปเกิด และไม่ได้อาศัยวัตถุรูปเกิด สัตว์ที่เกิดอยู่ในภพภูมิต่างๆเหล่านั้น เกิดอารมณ์ อาศัยจิต เจตสิกอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด

การศึกษาในปริจเฉทที่ ๓ นี้ เป็นการศึกษาเรื่องจิต เจตสิก รูปและนิพพาน ปะปนกัน ซึ่งจะทำให้ได้เรื่องราวของชีวิตอย่างพิสดาร สำหรับเป็นพื้นฐานรองรับ เมื่อศึกษาธรรมะในขั้นต่อไปก็จะมีความเข้าใจดีขึ้นมาก ผู้ศึกษาปริจเฉทนี้แล้ว จะมีความชื่นชมโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง จะได้เห็นพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าลึกซึ้งสุขุมประการใด

สำหรับการศึกษาในปริจเฉทนี้ ก็คงมีความยุ่งยากอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ลุงก็จะพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย และจะไม่ให้หลานต้องแห้งแล้งจนเกินไป โดยจะมีตัวอย่างเข้ามาประกอบด้วยเท่าที่จะทำได้ หวังว่าคงจะทำความสนุกสนานเพลิดเพลินพร้อมทั้งความรู้ให้แก่หลานได้ไม่น้อย วันนี้พอกันทีนะหลาน

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 13:11:28 น.] ( IP = 125.26.41.192 : : )


  สลักธรรม 8


ดีใจมากค่ะ ที่เปิดมาเจอความมหัศจรรย์ของชีวิต ปริจเฉทที่ ๓ ต่อจากเรื่องเจตสิกปรมัตถ์ซึ่งเป็นปริจเฉทที่ ๒

ไม่มีโอกาสได้พบ หรือ เรียนหนังสือกับท่านอาจารย์บุญมี แต่เมื่อได้อ่านความมหัศจรรย์ของชีวิตที่นำมาลงเป็นตอนๆ ซึ่งไม่ยาวจนเกินไปนัก ทำให้สะดวกในการทำความเข้าใจ และ

ขณะที่อ่าน ก็มีความรู้สึกราวกับว่ากำลังฟังท่านอาจารย์บุญมีสอนอยู่ค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่กรุณานำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 14:31:31 น.] ( IP = 124.121.176.107 : : )


  สลักธรรม 9

ได้ตามมาอ่านปริจเฉทที่ ๓ ต่อจากเรื่องเจตสิกปรมัตถ์ ต่อครับและตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเรียนไปตามลำดับด้วยความตั้งใจครับผม ด้วยเห็นจริงว่า..ชีวิตเราท่านนั้นมีความพิศดารจริงๆและเล้นลับซับซ้อนมาก ต้องอาศัยการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ที่ทรงอธิบายให้แจ่มแจ้งได้ว่า เหตุใดจึงเห็น จึงได้ยินแม้กระทั่งทำไมถึงต้องตาย ซึ่งจะได้คลี่คลายปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีครับ ผมจะตั้งใจศึกษาครับผม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมต่างๆขอรับ.

โดย เทพธรรม [25 ต.ค. 2550 , 18:13:15 น.] ( IP = 58.9.228.248 : : )


  สลักธรรม 10

มาติดตามศึกษาต่อ เพื่อให้เกิดความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องของชีวิตค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในการอธิบายขยายความให้เข้าใจค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2550 , 22:28:48 น.] ( IP = 58.8.50.191 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org