มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ต้นไม้ มีวิญญาณ ไหมคับ การตัดต้นไม้เป็นบาปหรือไม่




รบกวนถามพี่ด้วยนะคับ เพราะไม่เห็นมีการเอ่ย ถึงสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่าเป็นพืชเรยคับ

โดย น้อง บู ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2550 , 11:25:37 น.] ( IP = 58.9.173.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ป. สิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ก็มีจิตใจหรือวิญญาณที่รู้อารมณ์ได้ เช่น มนุษย์และสัตว์ต่างๆ เพราะชีวิตย่อมมีหลักอยู่หลายอย่าง คือ กินอาหารได้ หายใจได้ ถ่ายได้ เจริญเติบโตได้ สืบพันธุ์ได้เป็นต้น ถ้าเราปลูกต้นไม้ไว้ข้างบ้าน มันจะค่อยๆ เอนออกหาแสงสว่างถ้าเราปลูกไว้ใกล้ๆ กัน มันจะสูงชะลูดขึ้นไป ซึ่งต่างก็ต้องการแสงแดด และชิงความเป็นใหญ่ซึ่งกันและกัน มันรู้จักกินอาหาร และรู้จักถ่ายออกทางใบ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็สามารถผสมพันธุ์กันได้ จากเกสรตัวผู้ตัวเมียเพื่อให้มีลูกหลานเป็นต้นใหม่ขึ้นมาอีก

การที่ต้นไม้รู้สึกได้ เช่น เอนออกหาแสงสว่างเมื่อที่ที่มันอยู่มีร่มเงา หรือเมื่อเราไม่ได้รดน้ำ มันจะแสดงอาการเป็นทุกข์โศกห่อเหี่ยวให้เราเห็น แม้ว่ามันจะไม่มีปากบอกเล่าให้เราทราบ แต่พฤติกรรมนั้นก็ย่อมจะแสดงให้เราประจักษ์ชัด หรือต้นไม้บางชนิด เช่นต้นไมยราพ เวลาเข้าไปใกล้ๆ หรือไปถูกมันเข้า มันจะหดใบทันที ในเวลาเย็นค่ำ ต้นแค, ต้นจามจุรี, ต้นโสน จะห่อใบหมด ราวกับว่าจะพากันพักผ่อนหลับนอนให้หายเหน็ดเหนื่อย เพราะได้ทำงานเลี้ยงตัวเองมาตลอดวัน แสดงว่ามันรู้อารมณ์ได้มันมีอารมณ์เหมือนกัน

ถ้าเช่นนั้นต้นไม้ก็คือสัตว์ชนิดหนึ่งที่พูดไม่ได้ และเดินไม่ได้ นั่นเอง และการที่คนไปตัดต้นไม้ก็คือการฆ่าสัตว์ และเราก็จะจะต้องตัดต้องฟันต้องกิน ต้นไม้กันทุกคนเป็นประจำ ถ้าเช่นนั้นก็จะต้องเป็นบาป ตายแล้วจะไปตกนรกหรือไปเป็นต้นไม้กันกระมังขอรับ?


ล. คำว่าชีวิตตามนัยของวิทยาศาสตร์ กับนัยของพุทธศาสนานั้นต่างกัน
...นัยของพุทธศาสนาคำว่าชีวิตแยกออกเป็นรูปชีวิตและนามชีวิต ซึ่งถ้าลุงจะอธิบายโดยพิสดารแล้วก็ควรจะใช้เวลาสักสองชั่วโมง เพราะจิตใจหรือวิญญาณก็ไม่ใช่ชีวิต และร่างกายก็ไม่ใช่เหมือนกัน
ในวันนี้เพิ่งจะได้เริ่มต้น ฉะนั้น เรามาศึกษากันหยาบๆ เสียก่อนว่าร่างกายนั้น ต้องอาศัยจิตเป็นไปคือ ต้องอาศัยจิตเป็นประธาน
ประเด็นสำคัญที่หลานถามมานั้น ก็มีปัญหาอยู่ว่า การที่ต้นไม้มันเอนออกหาแสงสว่างได้ก็ดี มันเคลื่อนไหวได้เมื่อเข้าไปโดนมันก็ดี มันผสมพันธุ์กันและมีลูกหลานได้ก็ดี เหล่านี้เป็นไปด้วยอำนาจของจิต มีเจตนาและมีความรู้ในอารมณ์หรือไม่ โดยถือเอาความรู้อารมณ์เป็นหลัก เพราะจิตคือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์

ขอให้หลานคอยฟังเหตุผลของลุงต่อไป แล้วถ้าจะซักอะไรลุงก็ไม่ขัดข้อง
ต้นไม้กินอาหารด้วยวิธีธรรมชาติ กล่าวคืออาหารและน้ำของต้นไม้จะกระจายจากที่ๆ มากกว่าหรือเข้มข้นกว่า ไปยังที่ๆ น้อยกว่าหรือบางกว่า เหมือนกับเราเอาน้ำตาล ๑ ก้อนวางลงในแก้วที่มีน้ำ ไม่ช้ารสหวานก็จะกระจายไปทั่วแก้ว หรือหลานพ่นควันบุหรี่ออกไป ไม่ช้าควันบุหรี่ก็จะกระจายไปทั่วทั้งห้อง ต้นไม้มันไม่ได้กินอาหารเหมือนสัตว์ มันไม่ได้ดูดเหมือนเด็ก และไม่ได้ซึมเหมือนไส้ตะเกียง

ด้วยเหตุนี้เอง การกินอาหารของพืชจึงต่างกับมนุษย์และสัตว์มาก อาหารและน้ำผ่านไปตามลำต้นขึ้นไปตามใบเพื่อให้แสงแดดปรุงเสียก่อน โดยธาตุคลอโรฟิลล์อยู่ที่ใบ แสงอาทิตย์ แสงเทียน หรือแสงไฟฟ้าก็ได้ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ใบปรุงอาหารเสียก่อน แล้วจึงส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของพืชอีกทีหนึ่ง ส่วนที่ไม่ใช้หรือที่เหลือก็ระเหยออกไปทางใบ นักพฤกษาศาสตร์สมัยใหม่จึงเพิ่มแสงไฟให้แก่ต้นไม้ในเวลากลางคืน เพื่อให้ต้นไม้ทำงานปรุงอาหารมากขึ้นจะได้โตเร็วขึ้น และด้วยเหตุที่พืชต้องการแสงสว่างดังนี้เซลล์ของพืชด้านหนึ่งจึงเจริญยาวกว่าอีกด้านหนึ่ง อันเป็นเหตุให้พืชเอนออกหาแสงสว่าง ซึ่งเป็นการเอนเพราะสิ่งที่พืชต้องการมีมากจึงเจริญขึ้นเช่นนั้น เหมือนๆ ที่น้ำชุ่มชื้นเสมอ ย่อมมีรากของพืชเกิดขึ้นเป็นอันมาก

โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2550 , 14:27:16 น.] ( IP = 58.9.102.230 : : )


  สลักธรรม 2

ที่มิได้ศึกษาให้พบความจริงในเรื่องของพืช ก็ย่อมจะคิดว่ามันตั้งใจเอนออกไปหาแสงสว่าง ความจริงมันมิได้เอนออกไปหาแสงสว่างดังที่เราเข้าใจเลย แต่ทว่าพืชย่อมจะเจริญหรือเติบโตขึ้นไปในทิศทางที่มีแสงสว่าง คุณลักษณะเช่นนี้ก็มีสาเหตุมาจากการสะสมฮอร์โมนสำหรับความเจริญเติบโตทางด้านไม่มีแสงสว่าง จนมีจำนวนมากเกินไปกว่าปกติ ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยให้ปฏิกิริยาทางเคมีในพืชเป็นไปอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ฮอร์โมนนี้มีชื่อในวิชาพฤกษศาสตร์ว่า อ๊อกซินส์(Auxins) เป็นที่เชื่อกันในวงการวิทยาศาสตร์ฝ่ายพฤกษศาสตร์ว่า เซลล์ของพืชจะเจริญเติบโตในเมื่อมีอ๊อกซินส์อยู่ อ๊อกซินส์จะหมุนเวียนไปทางด้านของพืชที่มิได้รับแสงสว่างมากกว่าด้านอื่น

ทั้งนี้ก็หมายความว่าด้านที่ได้รับแสงสว่างน้อยย่อมจะมีอ๊อกซินส์มากกว่าด้านที่มีแสงสว่างมากด้วย เหตุดังนี้เอง เซลล์ของพืชทางด้านทึบแสงจึงได้ขยายตัวยาวออกไปมากกว่าด้านที่ได้รับแสง จึงได้เป็นเหตุทำให้พืชเอนออกไปทางด้านที่มีแสง ดังนั้นจึงดูเสมือนหนึ่งว่า ต้นไม้มีเจตนามีความตั้งใจที่จะเอนออกไปหาแสงสว่าง

การสืบพันธุ์ของพืชนั้น โปรโตปลาสซั่มซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ตามนัยของโลก หรือเกสรตัวผู้นั่นเอง ถูกลมหรือน้ำหรือตัวแมลงพาไปผสมกับไข่ของตัวเมีย ซึ่งอาจอยู่คนละดอกหรือในดอกเดียวกันก็ได้ อันเป็นไปในฝ่ายวัตถุกับวัตถุมิได้เกี่ยวกับจิตใจอย่างไร แล้วจึงมีเมล็ดหรือผลขึ้น

ส่วนต้นไม้บางชนิดที่หดใบได้เมื่อตกเย็น เหมือนจะพักผ่อนหลับนอนนั้น เป็นเพราะในเวลากลางวันมีแสงสว่าง พืชดูดน้ำไว้มาก เมื่อเวลาเย็นค่ำลงหมดงานปรุงอาหารแล้ว น้ำในพืชก็ระเหยไปทีละน้อยๆ ใบของพืชจึงหดตัวลง เหมือนหลานเอาฟุตบอลมาลูกหนึ่ง สูบลมเสียให้แข็งเจาะรูเล็กๆ เข้าที่ฟุตบอลนั้น เอาใส่ไว้ในรักแร้แล้ววางแขนลง เมื่อแขนทับฟุตบอล ลมก็จะค่อยๆ ออกไป แขนของหลานก็ค่อยๆ ตกลง จนในที่สุดแขนจะแนบอยู่ข้างตัว
สำหรับต้นไมยราพก็ไม่มีปัญหาอะไรนัก ต้นไมยราพนั้นเป็นจำพวกพืชตระกูลผักกระเฉด ที่โคนของใบไมยราพมีปุ่มยาวกลม ภายในมีวัตถุเหลวๆ ขังอยู่และยังมีช่องอากาศว่างอยู่อีกบ้าง เหมือนเอาน้ำขังไว้ในหลอดยางบางๆ อย่าให้เต็ม และภายในปุ่มที่ว่านั้นก็ประกอบด้วยเซลล์โปร่ง เมื่อเราเอามือถูกเข้าที่ต้นหรือใบ น้ำเหลวๆ ที่ในโคนใบก็จะไหลออกจากถุง ถ่วงใบให้หนักแล้วหุบลง และเมื่อน้ำนี้ไหลกลับไปสู่ที่เดิม ใบของต้นไมยราพก็จะกลับยกขึ้น ถ้าเข้าไปโดยไม่กระเทือนเลยใบก็จะไม่หด

หลานอย่าได้ซักถามต่อไปถึงต้นพืชชนิดนั้นชนิดนี้ ทำไมจึงเป็นดังนั้น ดังนี้ เพราะเราไม่ได้เรียนเรื่องพืชกันโดยเฉพาะ แล้วมันจะไปกันใหญ่ เหมือนหลานจะถามว่า เหตุใดคนเราจึงมีจมูกแหลมๆ จะมีจมูกแบนๆ ไม่ได้หรือ

รวมความว่านักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายพฤกษาศาสตร์ต่างก็ยอมรับกันว่า ต้นไม้ไม่มีประสาท ไม่มีจิตใจเขาเชื่อกันว่า ต้นไม้เกิดก่อนสัตว์ เริ่มตั้งแต่เป็นพืชอ่อนในน้ำ ภายหลังกลายมาเป็นพืชใหญ่ขึ้นเป็นเวลาหลายพันหลายหมื่นล้านปีมาแล้ว ดินฟ้า อากาศ อุณหภูมิ และสิ่งแวดล้อมทั้งหลายได้ช่วยเปลี่ยนแปลงเลือกคัดให้พืชวิวัฒนาการจนบัดนี้ ย่อมค่อยๆ เป็นไปทีละเล็กละน้อย ซึ่งในระยะ ๑๐๐ - ๒๐๐ ปี ย่อมมองไม่เห็น โครงร่างและทุกส่วนของพืชอันเริ่มต้นด้วยมีลักษณะหยาบๆ สามัญได้ค่อยๆ กลายมา จนถึงสลับซับซ้อนอย่างน่าพิศวง เหมือนรถยนต์กลไกอันมนุษย์ได้ประดิษฐ์ขึ้นดังเช่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

ส่วนมนุษย์เรานั้น พฤติกรรมที่แสดงออกมีจิตบังคับ ด้วยอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ เช่น คนที่คิดแต่ในเรื่องความเศร้าโศกเสียใจมากๆ ย่อมกินอาหารไม่ลง และผู้ใดที่คิดการงานมากๆ หรือเล่าเรียนมากเกินไป หาเวลาพักผ่อนได้น้อยแล้ว ก็จะเกิดเป็นโรคทางเดินอาหารขึ้นมาได้ อาหารจะไม่ย่อยและถึงแก่ความตายได้

เวลานี้วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ยอมรับกันว่า โรคที่เกิดขึ้นแล้วแก่ประชาชนในนครหลวงใหญ่ๆ นั้น ในจำนวน ๕ จะมีโรคเกี่ยวแก่จิตเป็นต้นเหตุ เสีย ๓ โรค ทางกายจริงๆ มีเพียง ๒ เท่านั้น แม้ว่าอาการของโรคบางอย่างจะแสดงออกทางร่างกาย เช่นโรคเนื้องอก แผลในกระเพาะอาหาร โรคตา โรคอัมพาต และโรคอื่นๆ เป็นอันมาก นอกจากที่ลุงกล่าวมาทั้งหมดแล้วนี้ มนุษย์ยังแสดงอาการที่รู้จักใช้อารมณ์ได้ตามปรารถนา เช่น ยืน, เดิน, นั่ง, นอน, คิด, จดจำ, ดีใจ,ทำดี, ทำชั่ว, เป็นต้น

ที่หลานสงสัยว่าเรื่องต้นไม้มีจิตหรือไม่นั้น ไม่ใช่จะมีผู้สงสัยกันในเวลานี้ แม้ในครั้งพุทธกาลก็มีพูดกันมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งการเกิดของธรรมชาติที่เป็นรูปทั้งหลายที่มีอยู่ในสากลโลกนี้ออกเป็น ๔ อย่าง คือ ๑. เกิดขึ้นด้วยอาศัยจิต ๒. เกิดขึ้นด้วยอาศัยกรรม ๓. เกิดขึ้นด้วยอาศัยอุตุ ๔. เกิดขึ้นด้วยอาศัยอาหาร โดยอาศัยหัวข้อเหล่านี้หรืออาจหลายหัวข้อก็ได้ที่หลานจะได้ศึกษาโดยพิสดารต่อไปในโอกาสข้างหน้า

ในพระไตรปิฏก ลุงก็ไม่เคยพบที่แสดงเรื่องต้นไม้ว่ามีจิตใจหรือวิญญาณอยู่ที่ไหน และถ้าว่าตามหลักของปรมัตถธรรม ต้นไม้ก็จะมีจิตไปไม่ได้อย่างแน่นอน

การที่เกิดขึ้นโดยอาศัยเหตุปัจจัยอะไรนั้นก็แล้วแต่ อันไหนเป็นใหญ่เป็นประธานก็เรียกชื่ออันนั้น เช่นมนุษย์เกิดขึ้นด้วยอาศัยกรรม ต้นไม้เกิดขึ้นได้ไม่ใช่อาศัยกรรม แต่ด้วยอาศัยอุตุ เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติมที่เรื่อง ความมหัศจรรย์ของจิต...(สมองไม่ใช่จิต)http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/search.php?key=สมอง&page=0&user=dokgaew

โดย ศาลาธรรม [26 ต.ค. 2550 , 14:30:39 น.] ( IP = 58.9.102.230 : : )


  สลักธรรม 3

ขอขอบพระคุณ พี่ศาลาธรรม สำหรับคำตอบที่ลึกซึ้งนะคับ

โดย น้อง บู (jringna) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2550 , 14:54:52 น.] ( IP = 58.9.180.59 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณครับ เคยสงสัยอย่างเจ้าของคำถาม"น้องบู" เช่นกันครับ

โดย kittibhoom [26 ต.ค. 2550 , 15:29:53 น.] ( IP = 76.86.123.216 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณสำหรับคำตอบทำให้เข้าใจมากขึ้นเลยค่ะ

โดย ณัชชา (cho.ti.ka) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2550 , 14:34:48 น.] ( IP = 125.24.55.107 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org