มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๓





"เปรียบชีวิต..ก็เหมือนเปลวเทียน
ผันเปลี่ยนเพราะแรงลม อ่อนไหว ฤทัยตรม และระทมระท้อใจ
เปลวเทียนจะดับแล้ว ผิวะแก้วคะนึงไหม ลมพัดสะบัดไหว สิฤทัยจะสิ้นลม

แรงกรรมจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข
กรรมดีชะโลมดวงใจ ย้อมให้สดใสชื่นบาน

เปลวเทียนอาจยังริบหรี่ เร่งรี่พลังใจโหม มั่นคงคุณค่าประโลม
จุดโคมพระธรรมส่องใจ.."

เราได้พร้อมเพรียงกันมาบูชาพระรัตนตรัยทำวัตรเช้าในเช้าวันนี้ เป็นการปลุกใจของตนเองให้เบิกบานในธรรม ด้วยการสวดมนต์สักการะพระรัตนตรัยและทำชีวิตให้ตั้งมั่นในคุณงามความดี

ผู้ที่เข้ามานั่งอยู่ในห้องนี้ตั้งแต่เช้าคงได้ยินเพลงแรงเทียนแล้ว มีท่อนหนึ่งที่กล่าวว่า ..เปลวเทียนจะดับแล้ว ผิวะแก้วคนึงไหม ลมพัดสะบัดไหว สิฤทัยจะสิ้นลม... หมายถึงชีวิตของเราทุกคนได้เผาลำเทียนคือมีชีวิตกันมาจนถึงทุกวันนี้ ลำเทียนคือต้นชีวิตของเราก็ได้หมดไป

แต่ไม่ว่าจะเหลือลำเทียนอีกเท่าใดก็ตาม ..ให้เร่งรี่พลังใจโหม มั่นคงคุณค่าประโลม จุดโคมพระธรรมส่องใจ.. ด้วยการนำชีวิตของเรามาอาศัยใบบุญในร่มธรรม เพื่อกระทำคุณงามความดีให้มากขึ้น

ได้กล่าวบอกน้องๆ หลายๆ คนว่า ชีวิตเราทุกคนมีมาในชาตินี้ ..กรรม..เป็นคนตัดถนนสายนี้ให้กับเรา ให้มาอยู่ในสุคติภูมิ เป็นหญิงบ้าง เป็นชายบ้าง มีความสามารถต่างๆ กัน

การที่เราศึกษาพระอภิธรรมได้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติที่จะทำให้สิ้นสุดทุกข์ เมื่อเราต้องการที่จะเดินอยู่บนทางสายนี้ เราก็จะต้องรู้จักตัดเส้นทางตนเองที่เรียกว่า วิวัฏฏะกรรม

โดยปลีกออกจากเส้นทางเดิมและพยายามเดินบนเส้นทางสายใหม่ที่เราตัดเอง ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ไหว้พระ การเจริญภาวนา การศึกษาเล่าเรียน และการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอน

การกระทำต่างๆ เหล่านี้ ก็เหมือนกับเส้นทางสายใหม่ที่เราตัดให้กับชีวิตของเราเองด้วยปัญญา และบัดนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยทำวัตรเช้าโดยพร้อมเพรียงกัน...

โดย น้องกิ๊ฟ..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:26:10 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1




หลังจากที่ทุกคนสวดมนต์ทำวัตรเช้าจบลงแล้วและยังอยู่ในอิริยาบถเดิม ท่านอาจารย์ได้กล่าวขึ้นว่า ..

ต่อไปนี้ขอให้ทุกคนหลับตาลง แล้วระลึกนึกถึงพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

ณ ชั้นที่ ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นที่ประทับรักษาพระวรกายจากอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และในชั้นที่ ๑๐ ของตึกเดียวกันเป็นที่รักษาพระองค์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

ขณะนี้ทั้งสองพระองค์ กำลังถูกโรคาพยาธิเบียดเบียนพระวรกาย พวกเราชาวไทยทั้งหลายขอตั้งกัลยาณจิตเพื่อที่จะนำกุศลทั้งหลายที่ได้กระทำร่วมกันในวันนี้ ส่งกระแสความจงรักภักดีไปถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และถวายความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ฯ แรงใจจากความจงรักภักดี แรงกตัญญู และการกตเวทิตาที่เราจะมอบถวายแด่ทั้งสองพระองค์ได้อย่างดียิ่งนั้นคือการสวดโพชฌังคปริตร

เมื่อพร้อมแล้วก็ขอให้ทุกคนสลัดความรู้สึกอื่นๆ ออก ให้หมด เหลือแต่ภาพพระพักตร์กับความจงรัก ที่เรามีต่อพระองค์ท่านทั้งสอง จิตที่สงบด้วยความจงรักนี้ พร้อมกับวจีที่จะกล่าวพร้อมกันว่า

"ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้สวดมนต์ทำวัตรเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอน้อมนำเอากุศลจิตเหล่านั้น รวมมาสวดพระคาถาโพชฌังคปริตรถวายแด่พระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นองเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

ด้วยความตั้งมั่นในพระพุทธฤทธิ์ พระธรรมฤทธิ์ พระสังฆฤทธิ์ ขอจงดลบันดาลให้ทั้งสองพระองค์ได้ทรงทราบถึงกระแสกุศลกรรมเหล่านี้ และกุศลจิตของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายน้อมถวายพระองค์ด้วยความจงรักภักดียิ่ง"

และเมื่อสวดโพชฌังคปริตรจบแล้ว... ท่านอาจารย์ได้กล่าวขึ้นว่า..

ขอให้ทุกคนตั้งใจแล้วน้อมกราบไปที่พระบาท เอาหัวใจกราบไปที่พระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ถวายพระพรชัยมงคลนี้ไปยังชั้นที่ ๑๖ เพื่อให้ซึมสู่พระวรกายและพระราชหฤทัยด้วยความจงรักภักดี

และตั้งใจรวมดวงใจให้เป็นอีกหนึ่งกำลังเลื่อนจากชั้นที่ ๑๖ ลงมาชั้นที่ ๑๐ อันเป็นที่รักษาพระองค์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ แม้นความอาพาธประชวรที่ได้รับทราบจากข่าวนี้จะรุนแรงขนาดใด แต่ขอให้แรงใจและแรงจงรักภักดีนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปเยียวยารักษาความอาพาธของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯให้คลายลงด้วยความจงรักภักดี

ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน หายจากอาการพระประชวรทั้งปวงโดยเร็วเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ..

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:31:15 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 2





ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๓


จงหมั่นคิดในสิ่งดีๆ ไว้เสมอๆ ที่เรามักได้ยินคำสอนที่ว่า "มองโลกในแง่ดี" นั่นเอง

ด้วยเพราะ...คนทุกคนไม่มีความสมบูรณ์ดีพร้อม มีข้อบกพร่องทั้งนั้น

ทุกคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ทั้งนิสัยใจคอและฐานะ

เพราะการหัด "ยอมรับ" ผู้อื่นได้ ด้วยการมองสิ่งที่ดีๆ กันแล้ว ทำให้เรานั้นสามารถ "นับถือ" ในผู้อื่นได้นั่นเอง

เพราะเขาอาจมีดี ในสิ่งที่เรามีไม่ได้

แม้ในส่วนน้อยที่จะได้จากการคิดดีๆ เสมอ ก็คือ..

แม้ชีวิตจะประสบโชคร้ายต่างๆ เราก็ยังมีสุขภาพจิตดีกว่า.. คนที่โชคดี..แต่มองโลกในแง่ร้าย

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ



โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:31:58 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 3



สวัสดีทุกท่านและขออนุโมทนา

เปรียบชีวิตก็เหมือนเปลวเทียนผันเปลี่ยนเพราะแรงลม ลมที่ว่านี้ก็คือวิบากกรรมที่เราทำมา พัดโหมกระหน่ำไปข้างซ้ายไปข้างขวา เปรียบเสมือนว่าเดี๋ยวมาทางด้านจิตใจ เดี๋ยวมาทางด้านร่างกายเรา

แม้กระทั่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินผู้มีกุศลผลบุญอันประณีตมีบารมีสู่งส่งกว้างขวางกินอาณาเขตไปถึงน่านฟ้าและทั่วเขตแผ่นดินไทยก็ไม่อาจพ้นไปจากอำนาจอกุศลกรรมที่เคยกระทำมาก็ยังส่งผลให้ได้ ไฉนเลยกับพวกเราคนธรรมดาที่จะหลีกหนีวิบากอกุศลไปได้

และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ย้อนกลับไปที่เรื่องของความตายว่า ไม่รู้เราจะตายเมื่อไหร่ ตายที่ไหน ตายด้วยโรคอะไร และตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร เป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจเหลือเกิน

บางคนเปลวเทียนก็ริบหรี่ลงจะดับแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะไปติดบนเล่มเทียนที่สวย เทียนสั้นหรือเทียนยาว เทียนขาวหรือเทียนเหลือง ไม่แน่เลย ..ฉะนั้นจึงอยู่ที่เราจะต้องสะสมความดี ความดีจึงเป็นสิ่งที่เราต้องทำ และอดทนต่อวิบากกรรมที่เราทำมาเองให้ได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:35:43 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 4



"จงหมั่นคิดในสิ่งดีๆ ไว้เสมอๆ
ที่เรามักได้ยินคำสอนที่ว่า "มองโลกในแง่ดี" นั่นเอง "


ท่านอาจารย์เล่าว่า.. วันนี้ หลวงพ่อได้ฝากมาเตือนอีกแล้ว เพราะชีวิตของเราเป็นผู้ที่จะต้องถูกเตือนและถูกกระตุ้นชีวิตให้เบิกบานอยู่ในกุศลกรรมให้มากที่สุด สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้มีแต่ความหวั่นไหว จากข่าวใหญ่ที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ ก็คือ ข่าวทรงพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อคนไทยรู้ข่าวแล้วก็เหมือนกับป่วยตามไปด้วย เรี่ยวแรงจะหมดตามเพราะศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งหมดนั้นอยู่ที่พระองค์

การที่ได้รับฟังแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังแต่ละฉบับว่าพระอาการประชวรนั้นดีขึ้น ทุกคนก็เริ่มดีใจขึ้นมา และระหว่างที่ในเริ่มชื้นขึ้นมานี้ ข่าวการประชวรของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาก็ถูกประกาศออกมา ทำให้ประชาชนใจทรุดลงอีกครั้ง และนอกจากนั้นข่าวต่างๆ ที่มีก็ไม่เห็นมีอะไรจะทำให้ชื่นใจได้เลย เช่น ข่าวน้ำมันขึ้นราคา

ซึ่งผลพวงจากการขึ้นราคานี้ทำให้เกิดความกระทบกระเทือนไปทั่ว จึงแทบไม่มีข่าวไหนที่จะทำให้เราสดชื่นได้เลย ฉะนั้น จิตใจของเราจะต้องสดชื่นด้วยตัวของเราเอง

หลวงพ่อจึงพยายามสอนให้เราคิดได้และฝากมาเตือนในห้องนั่งเล่นแห่งความรักนี้เสมอๆ ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่ ๒๓ แล้ว หลวงพ่อท่านมองโลกในแง่ดีท่านบอกว่า คงมีสักตอนหนึ่งที่จะมาตัดกิเลสของเราได้ หลวงพ่อได้ฝากมาบอกว่า

จงหมั่นคิดในสิ่งดีๆ ไว้เสมอๆ ..เพราะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดไม่ว่าจะเกิดกับเรา กับประเทศ หรือกับโลก ที่เรามักได้ยินคำสอนที่ว่า "มองโลกในแง่ดี" นั่นเอง

แม้น้ำมันจะขึ้นถึงราคาลิตรละ ๓๓ บาท ๓๕ บาท หรือ ๔๐ บาท ..ก็ยังดีกว่าไม่มีน้ำมันใช้ ใช่ไหม? เพราะถ้าประเทศขาดน้ำมันปุ๊บ เศรษฐกิจทั้งระบบก็พังแน่

เพราะฉะนั้นแม้จะแพงอย่างไรก็แล้วแต่ ..ก็ยังดีกว่าไม่มีน้ำมันใช้ จะแพงอย่างไรก็แล้วแต่ ..ยังมีเงินในกระเป๋าหยิบจ่าย ถึงจะไม่มีเงินเหลือเก็บ.. แต่ก็ยังมีเงินพอกินพอใช้

เราต้องมองโลกในแง่ดี คิดดีแล้วก็ทำดี

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:37:00 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 5



"ด้วยเพราะ...คนทุกคนไม่มีความสมบูรณ์ดีพร้อม
มีข้อบกพร่องทั้งนั้น"


ไม่ว่าจะมองอะไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องมองในแง่ดี เพราะไม่มีใครสมบูรณ์ดีพร้อม และข้อบกพร่องกันทั้งนั้น จึงต้องทำใจยอมรับให้ได้ในข้อบกพร่องที่แต่ละคนมี

การที่เราเห็นอะไรแล้วไม่ชอบใจ เห็นอะไรแล้วไม่ถูกใจ ก็ต้องหมั่นคิดเสมอว่า เพราะเขาไม่มีความสมบูรณ์พร้อม และเราเองก็ไม่มีความสมบูรณ์พร้อม

ขอยกตัวอย่างเช่น เรื่องของอกุศลกรรมบถ ๑๐

มีใครที่ไม่ทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ ได้ครบทุกข้อไม่ละเมิดอีกแล้วบ้าง? ...ไม่มี

ใครที่ศีล ๕ บริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อยแล้วขอให้ยืนขึ้น? ...ไม่มี

ใครที่ยังพูดเพ้อเจ้ออยู่ให้ยืนขึ้น? ...ยืนกันหมดทั้งห้อง

บางคนเมื่อถามถึงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ก็อาจนึกว่าตนเองไม่ค่อยได้ทำบาปอะไร แต่พอแยกย่อยออกมาถามถึงเรื่องเพ้อเจ้อแล้วก็เป็นกันทุกคน และเมื่อเรายังมีอยู่เหมือนๆ กันก็ความไม่สมบูรณ์ดีพร้อมนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:37:42 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 6



"ทุกคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ทั้งนิสัยใจคอและฐานะ
เพราะการหัด "ยอมรับ" ผู้อื่นได้ ด้วยการมองสิ่งที่ดีๆ กันแล้ว
ทำให้เรานั้นสามารถ "นับถือ" ในผู้อื่นได้นั่นเอง
เพราะเขาอาจมีดี ในสิ่งที่เรามีไม่ได้ "


หลวงพ่อท่านบอกว่า ต้องทำใจยอมรับในข้อบกพร่องนั้นให้ได้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอและฐานะ จึงต้องทำใจยอมรับให้ได้

ส่วนมากเราไม่ค่อยนับถือใคร เพราะการนับถือคนอื่นเป็นเรื่องยาก ลองถามตนเองสิว่า ยากตรงไหน? ก็คือตรงที่ว่า เขาต้องมีดีกว่าเรา ..เราถึงจะนับถือเขา ถ้าหากเขามีดีน้อยว่าเรา เราจะนับถือไหม? ไม่

หลวงพ่อจึงให้เราหัดหาในส่วนที่เรามีไม่ได้ เพราะเขาอาจมีดี ในสิ่งที่เรามีไม่ได้ ก็ได้

อย่างเช่นพี่บางคนน่านับถือมากและนับถือได้อย่างสนิทใจ แม้จะไม่ได้พูดอะไร มาถึงมูลนิธิก็ช่วยกวาดทำความสะอาดตรงนั้นตรงนี้อยู่เงียบๆ ทั้งที่พี่เขาเรียนจบอภิธรรมบัณฑิต จบแล้วก็เรียนบาลีต่อ และก็นำชีวิตมาทุ่มเทเพื่อพระพุทธศาสนา บุคคลเช่นนี้ถ้าหากเรารู้จักมองให้เห็นแง่ดีนี้ เราก็นับถือได้กราบได้อย่างเต็มใจ (พูดจบแล้วอาจารย์ก็เดินเข้าไปกราบพี่คนนั้น)

ที่เราทำอย่างนี้ได้เพราะอะไร เพราะเรายังทำไม่ได้เลย เพียงแค่บาลีในบทสวดมนต์บางบทเราก็ยังอ่านกันไม่ค่อยออก อ่านกันไม่คล่อง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:38:12 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 7



หรืออย่างพี่ท่านนี้ก็มีดีสารพัด แต่คนที่อยู่ใกล้บางคนอาจไม่รู้จักนิสัยเห็นพี่เขาพูดเสียงดังก็ไม่ชอบ เพราะมองอยู่แต่ว่า เขาพูดเสียงดั๊ง.. ดัง แต่หลวงพ่อให้ต่อว่า พี่เขาเสียงดัง..ฟังชัด ใจก็จะไม่รำคาญหงุดหงิด และก็กลายเป็นเรื่องดี

แต่เพราะเราพูดสั้นเกินไป และมองจุดดีของเขาไม่เป็น แต่ถ้ามองให้ยาวก็จะเห็นว่า พี่เขาน่ารัก มีน้ำใจมาก คอยถามหลายคนอยู่บ่อยๆ ว่า อยากจะกินอะไร พี่จะหาให้ หรือบางครั้งก็บอกว่า พี่อยากจะชวนพวกที่ทำครัวไปเลี้ยงอาการสักทีเพราะทำอาหารให้เราทานกันมานานแล้ว พี่อยากจะพามาทานที่สโมสรด้วยกัน ..นี่คือสิ่งที่พี่เขานึกถึงคนอื่น

ถ้าหากเข้าไปถึงน้ำใจเขาได้ ก็จะวิเศษ คนเช่นนี้ถึงจะเสียงดัง..ฟังชัด ก็น่ากราบ (พูดจบแล้วอาจารย์ก็เดินเข้าไปกราบลงที่พื้น)

ทุกอย่าง ถ้าหากเรามองและยอมรับเขาได้ บุคคลผู้นั้นน่านับถือ และการที่นับถือผู้อื่นได้นั่นก็หมายถึงว่าจิตใจของเราควรแก่การงานที่ดี

หรืออย่างการเล่นละคร คนบางคนที่เล่นละครได้สมบทบาทแสดงความสามารถได้อย่างเป็นที่ชื่นชมของคนไทย หากเรามองว่าบุคคลนี้มีอาชีพเต้นกินรำกิน ถ้ามองอย่างนั้นใจเราก็ไม่ยอมรับแล้ว แต่ถ้ามองว่า บุคคลนี้เป็นดาวที่นำชื่อเสียงเกียรติคุณมาให้ ก็เป็นเรื่องที่น่านับถือ เพราะเป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:38:36 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 8



"แม้ในส่วนน้อยที่จะได้จากการคิดดีๆ เสมอ ก็คือ..
แม้ชีวิตจะประสบโชคร้ายต่างๆ เราก็ยังมีสุขภาพจิตดีกว่า.. คนที่โชคดี..แต่มองโลกในแง่ร้าย"


ข้อความท่อนนี้หมายถึงว่า แม้ในการคิดของเราจะคิดดีๆ ได้เพียงส่วนน้อยก็ยังดีและมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า คนที่โชคดีแต่ชอบมองโลกในแง่ร้าย

คำว่าส่วนน้อยที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้นี้ ได้ถามหลวงพ่อว่า แล้วส่วนมากคืออะไร?

หลวงพ่อท่านบอกว่า จิตที่เรามองแล้วคิดในสิ่งดีนั้น จิตเป็นกุศลจิต จิตที่เรามองแล้วคิดในสิ่งไม่ดีนั้น จิตเป็นอกุศลจิต และกุศลหรืออกุศลจิตก็จะติดตามเราไป นี่คือความหมายของคำว่า ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว

หากเราฝึกคิดดีบ่อยๆ ก็จะได้มากในดี คิดไม่ดีบ่อยๆ ได้มากในบาป เราก็มองชีวิตของเราได้แล้วว่า มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เราคิดดี ฉะนั้นส่วนมากเราก็คิดในเรื่องบาป เพราะมองไม่ถูกมองไม่ตรง

แต่เมื่อคิดดี มองถูก มองตรงแล้ว เราก็จะมีแต่ได้กับได้ แม้ชีวิตเราจะประสบโชคร้าย เช่น ป่วย สุขภาพจิตของเราก็จะดี เมื่อรู้ว่าร่างกายป่วยก็จะบอกได้ว่าไม่เป็นไร ป่วยนิดหน่อย พอคนมาเยี่ยมก็ขอบคุณเขาได้ ..เพราะสุขภาพจิตดี

อย่างเมื่อวานนี้เดินออกจากร้านอาหารมากับพวกน้องๆ ได้ลื่นหกล้ม ก็คิดทันทีว่า ไม่เป็นไร วิบากไม่ดี เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นคนมองมา ก็ลุกขึ้นเดินต่อ ไม่เป็นไร เพราะสุขภาพจิตดี แม้ล้มลุกคลุกคลานก็ยังยิ้มได้ เพราะล้มเจ็บเป็นวิบาก แต่จิตเป็นกุศล

ซึ่งยังดีกว่าคนโชคดีแต่มองคนในแง่ร้าย เช่นคนที่นั่งอยู่แล้วมองเห็นเราล้มแล้วคิดในใจว่า นี่เลินเล่อ นี่ซุ่มซ่าม อย่างนี้เป็นคนโชคดีแต่มองโลกในแง่ร้าย เพราะการนึกตำหนิหรือสมน้ำหน้าใครนั้นเป็นจิตอกุศล

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:39:03 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 9



นอกจากตรงนี้แล้ว สุขภาพจิตที่ดีก็พร้อมที่จะรับอะไรมาแล้วคิดดี ถ้าหากป่วยอยู่เวลาใครไปเยี่ยมไปหาก็เบิกบานใจว่า มีคนมาหาเรานะ มีคนมาเยี่ยมเรามีคนมาให้กำลังใจเรา ..ก็จะมีความสุขได้ และคนเช่นนี้สามารถพาไปสู่สุคติได้ง่าย

แต่บางคนที่มองโลกในแง่ร้ายนั้นพาไปสู่สุคติได้ยาก เพราะใครจะมาชักชวนก็ยาก แล้วด้วยกำลังของตนเองก็ไปสู่สุคติได้ยาก เพราะหมั่น ชิน คุ้นเคยในการนึกคิดไม่ดี พอเจ็บขึ้นมาก็คิดว่าจะตาย โอดโอยว่าแย่แล้ว คร่ำครวญตัดอาลัยไม่ขาดอย่างนี้เป็นเรื่องของอกุศลทั้งสิ้น

ชีวิตของเราจึงต้องหมั่นคิดในสิ่งดีๆ ไว้เสมอ ที่กระทบมาก็ต้องรู้ว่าวิบาก (พอพูดจบแล้ว อาจารย์ก็ได้ใช้ศีรษะโขกไปกับกระดานเขียนหนังสือ จนหลายคนตกใจร้องอุทานขึ้นมา) ที่ศีรษะกระทบนี้ก็รู้ว่าเป็นวิบาก พอรู้ว่าเป็นวิบาก นั่นก็คือการกระทำกรรมดีคือมีสติปัญญาเกิดขึ้นในขณะจิตนั้น

หรือเรื่องของความชอบชัง ที่ใครชอบใครชังช่างเชิด ใครเชิดใครแช่งช่างเขา ใครด่าใครบ่นทนเอา ใจเราร่มเย็นเป็นพอ ..เพราะเราหมั่นคิดดีนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:39:26 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )


  สลักธรรม 10




และก่อนที่จะสิ้นสุดเรื่องราวในห้องนั่งเล่นครั้งนี้ ท่านอาจารย์ได้สรุปข้อคิดและการดำเนินชีวิตของท่านให้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่า ...การอดทนได้ในสิ่งที่กระทบ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ซึ่งขอยืนยันด้วยตนเอง เพราะวิบากแต่ละคนไม่เท่ากัน ความอดทนของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน แต่เราต้องยอมรับให้ได้

อย่างในคืนวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านอาจารย์บอกว่า กว่าจะแก้ปัญหาได้เสร็จทุกเรื่องก็เกือบสี่ทุ่ม รู้สึกว่าตัวเองเหมือนแมงมุมที่จะต้องชักใยให้ครอบคลุมไปทั่วๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานของมูลนิธิ และงานชีวิตของผู้อื่นที่เข้ามาขอพึ่งพาอาศัย ซึ่งมีปัญหาหนักใจติดตามมาอีกมากมาย แต่ด้วยความอดทนจึงยิ้มสู้

ท่านอาจารย์ได้ให้ลูกศิษย์ที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยออกมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ซึ่งระหว่างที่ผู้เล่าดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ นั้น หน้าตาของผู้ฟังแต่ละคนก็ขมวดมุ่น บางคนบ่งบอกถึงความขัดอกขัดใจในเหตุการณ์ที่ท่านอาจารย์ได้ประสบ แม้แต่ผู้ที่เล่าเองก็ยังพูดอกมาว่าอดคิดอย่างหยาบคายในใจไม่ได้ว่า "อะไรวะ ทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนี้"

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้รับทราบอย่างทั่วถึงกันก็คือ ความอดทนของท่านอาจารย์ในการเผชิญวิกฤตและการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้เป็นไปในทางที่ดี โดยเฉพาะคำพูดที่ใช้โต้ตอบในการสนทนาที่รักษาน้ำใจของผู้ฟัง ในขณะเดียวกันก็มอบคำสอนและเหตุผลให้อย่างนุ่มนวล อย่างที่คนฟังมิได้รู้สึกว่าถูกตำหนิซ้ำยังมีกำลังใจที่จะกระทำสิ่งที่ดีต่อไป

การกระทำเช่นนี้นอกจากจะต้องใช้สติปัญญาในการประกอบกรรมเป็นอย่างยิ่งแล้ว องค์ประกอบสำคัญมากที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ความอดทน ..อดทนต่อการแสดงความรู้สึกนึกคิดที่ไม่สมควรของผู้อื่น และพร้อมยอมรับต่อข้อบกพร่องของผู้อื่นด้วย โดยหันมากระทำที่ตนเพื่อเป็นผู้ให้ที่ดีเท่าที่จะสามารถอดทนได้

เหตุการณ์หนึ่งที่รับทราบแล้วน่าประทับใจอย่างมาก นั่นก็คือ การไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยในห้องไอ.ซี.ยู ที่ท่านอาจารย์เพียรชักชวนให้ผู้ป่วยย้ายอารมณ์จากความเจ็บปวดไประลึกถึงสิ่งที่ดี ท่านอาจารย์เพียรพยายามพูดและสัมผัสไปที่มือและเท้าของผู้ป่วยประดุจญาติสนิท ทั้งที่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก

และแม้อากาศจะอบอ้าวบรรยากาศไม่สดชื่น แต่อาจารย์ก็ไม่ได้สนใจยังคงยืนพูดคุยกับผู้ป่วยและสอนวิธีการรับมือกับความปวดของโรคภัยอยู่นานเกินครึ่งชั่วโมง รวมทั้งยังให้คำแนะนำพร้อมเหตุผลแก่เพื่อนผู้ป่วยที่ต้องการให้ท่านอาจารย์ไปช่วยให้อารมณ์แก่ผู้ป่วยในครั้งนี้ด้วย

ถึงแม้จะเป็นการให้คำแนะนำและสอนการทำใจให้อย่างดีที่สุดแล้ว ก็ยังดูเหมือนผู้ฟังทั้งสองคนจะเข้าถึงความเข้าใจได้น้อยเต็มที แต่ท่านอาจารย์ก็มิได้แสดงความรู้สึกผิดหวังให้ปรากฏ ท่านกล่าวแต่เพียงว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีความคุ้นเคยกับเรื่องสวดมนต์ไหว้พระมากนัก จึงแนะนำให้ได้เพียงเท่านี้

ตัวอย่างของเปลวเทียนที่กำลังริบหรี่อยู่ตรงหน้า เป็นสิ่งที่ทำให้ประมาทมิได้ว่า แม้จะได้คนที่ดีไปให้อารมณ์กุศล แต่ผู้ฟังก็อาจสืบทอดกุศลให้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ เพราะขาดเสบียงบุญและความคุ้นเคยในการกระทำ ขาดความหมั่น ชิน ในการทำบุญกุศล จึงยากที่จะกระตุ้นให้ระลึกถึงกรรมดีๆ เหล่านั้นได้นั่นเอง.



โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2550 , 15:40:03 น.] ( IP = 125.26.39.148 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org