มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๕)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๕)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดี ขอรับคุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป.เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้ศึกษาอภิธรรมที่คุณลุงได้บรรยายถึงเรื่องของเหตุ คุณลุงได้อธิบายว่า เหตุธรรมที่เป็นตัวการทำให้ผลเกิดขึ้นมา แล้วยังได้อธิบายเพิ่มเติม อีกว่า ปัจจัย มิใช่เป็นตัวเหตุโดยตรง หากแต่เป็นตัวสนับสนุนเหตุอีกทีหนึ่ง ผมก็พอจะเข้าใจดี

แต่ผมอยากจะให้คุณลุงอธิบายเรื่องของเหตุทั้ง ๖ ประการ ที่ทำให้ผลเกิดขึ้น ทำให้ผลตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ แล้วยังทำให้ผลเจริญขึ้นด้วย แต่เพื่อความเข้าใจดีขึ้น ขอตัวอย่างประกอบคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยขอรับ

ก. ดีแล้วหลาน ขอให้หลานลองยกธรรมที่เป็นเหตุทำให้ผลธรรมปรากฏขึ้นว่ามีกี่ประการ และมีอะไรบ้างเสียก่อน

ป.ธรรมเป็นตัวการทำให้ผลธรรมปรากฏขึ้น มี ๖ ประการ คือ

โลภเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โลภเจตสิก

โทสเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โทสเจตสิก

โมหเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โมหเจตสิก

อโลภเหตุ องค์ธรรมได้แก่ อโลภเจตสิก

อโทสเหตุ องค์ธรรมได้แก่ อโทสเจตสิก

อโมหเหตุ องค์ธรรมได้แก่ ปัญญาเจตสิก

ในพระพุทธศาสนามิได้มุ่งหมายเอาเหตุสารพัดอย่างเหมือนในทางโลก หากแต่มุ่งหมายเอาเหตุที่เป็นบาป ๓ และที่เป็นบุญ ๓ รวม ๖ เหตุนี้เท่านั้น

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:45:19 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ก. เมื่อหลานปรารถนาจะทราบให้ละเอียดขึ้นถึงผลธรรมที่เกิดจากเหตุ ผลธรรมที่ตั้งมั่นในอารมณ์ และผลธรรมที่เจริญขึ้น ลุงก็ยินดีจะบรรยายเพิ่มเติมอีก แต่จะขอทบทวนที่เรียนไปแล้วเสียสักเล็กน้อยก่อน

หลานได้ศึกษาไปแล้วตั้งแต่คราวก่อนว่า โลภเหตุ โทสเหตุ โมหเหตุ เป็นอกุศลเหตุ อโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ เป็นกุศลเหตุและอพยากตเหตุ

ทั้งยังได้ศึกษาเรื่องเหตุต่อไปอีกว่า “เหตุ” นั้น ก็คือธรรมชาติที่ยังให้ผลของธรรมเกิดขึ้น ทำให้ผลของธรรมนั้นมั่นในอารมณ์ แล้วยังก่อให้เกิดความเจริญยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในคราวก่อนหลานก็ได้เรียนมาแล้วว่า ผลย่อมเกิดขึ้นเพราะธรรมเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า “เหตุ” หมายความว่า ธรรมทั้งหลายที่ได้รับอุปการะจากเหตุย่อมมีสภาพมั่นคงในอารมณ์ และเจริญยิ่งขึ้น ประดุจต้นไม้ที่ตั้งมั่น และงอกงามแผ่ไปฉะนั้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:45:57 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : )


  สลักธรรม 2



สัตว์ทั้งหลายเกิดอารมณ์ขึ้นมาทุกๆครั้ง ขันธ์ ๕ ก็ย่อมจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ถ้าขันธ์ ๕ มิได้เกิด จิตเห็น ได้ยิน หรือคิดนึก เป็นต้น ก็ย่อมจะเกิดไม่ได้

เช่น เมื่อรูปมากระทบตา ขันธ์ทั้ง ๕ ก็จะเกิดขึ้นมาพร้อมเพรียงกันในทันที ห้ามไม่ได้ ไม่ว่าเปรต อสุรกาย มนุษย์ หรือเทวดา คือ

รูปขันธ์ ได้แก่ รูปารมณ์ คือคลื่นแสงที่สะท้อนจากวัตถุมากระทบจักขุปสาทะ อันได้แก่ ประสาทตา รูปารมณ์ก็เป็นรูป และประสาทตาก็เป็นรูป

เวทนาขันธ์ ตัวการเสวยอารมณ์ สุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ได้แก่ เวทนาเจตสิก๑

สัญญาขันธ์ ตัวการที่เก็บหรือจดจำอารมณ์เอาไว้ เช่น จำสีแดงได้ เป็นต้น ได้แก่ สัญญาเจตสิก๑

สังขารขันธ์ ตัวการปรุงแต่งอารมณ์ให้เป็นไปต่างๆ ทำให้รัก ทำให้โกรธ เป็นต้น ได้แก่ สังขารเจตสิก๕๐

วิญญาณขันธ์ คือจิตซึ่งเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ได้แก่ จิต๘๙

ขันธ์ทั้ง ๕ นี้ จะเกิดพร้อมเพรียงกันไม่ก่อนไม่หลังกว่ากัน รูปขันธ์ ได้แก่ รูปปรมาณู เวทนา สัญญา สังขาร เป็นนามเจตสิก และวิญญาณขันธ์ เป็นนามจิต

เมื่อเอานามเจตสิกกับนามจิตรวมกันเสียเพราะเป็นนามด้วยกัน ใครๆก็พากันเรียกย่อๆว่า รูป นาม และอารมณ์เกิดก็ต้องมีรูปมีนามเสมอ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:46:27 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : )


  สลักธรรม 3



ป. คุณลุงขอรับ ถ้าอารมณ์เกิดทางมโนทวารคือทางใจเล่าขอรับ เช่น ผมคิดนึกเรื่องราวต่างๆ มีอะไรมากระทบจิต แล้วจะต้องเป็นรูปด้วยหรือ

ก. หลานถามมาดังนี้ก็ดี ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน ในเรื่องนี้ลุงขออธิบายให้กว้างขึ้นสักหน่อย แต่จะขอถามหลานเสียก่อน

ถ้าหลานเห็นรูปหรือได้ยินเสียง หลานจะทราบว่าเป็นรูปหรือเป็นเสียงอะไร จิตใจจะไม่เกิดวิถีขึ้นทางมโนทวารวิถีดอกหรือ

ป.ต้องถึงมโนทวารวิถีแน่นอนขอรับ

ก.ถ้าจิตถึงมโนทวารวิถีแล้ว แต่จิตมิได้จับเอารูป หรือเอาเสียงมาเป็นอารมณ์ จิตจะทราบหรือว่าเป็นรูป หรือว่าเป็นเสียงอะไร เช่นตัวอย่าง ลุงพูดว่า “สีแดง” หลานก็ได้ยิน จิตก็ย่อมเกิดวิถีทางโสตทวาร แต่วิถีทางโสตทวารเกิดแล้ว วิถีทางมโนทวาร คือคิดนึกก็ย่อมจะเกิดด้วย และวิถีทางโสตทวารทางเดียวย่อมจะทราบว่า “สีแดง” เป็นอย่างไรจริงๆ โดยมิได้ผ่านทางมโนทวารวิถีด้วยไม่ได้

ดังนั้นลุงจึงขอให้หลานลองตอบมาดูทีหรือว่า การที่เราทราบว่าสีแดงเป็นอย่างไรนั้น จิตทางมโนทวารจับอารมณ์อะไรจึงทราบได้

ป.ต้องจับอารมณ์ “สีแดง” ขอรับ เพราะใจก็จะต้องเอาสีแดง ที่มีอยู่ในใจให้มาเกิดร่วมกับคำว่า “สีแดง” ที่ได้ยิน เพื่อจะได้ทราบว่าสีแดงเป็นอย่างไร แต่คุณลุงขอรับ เสียงที่พูดว่า “สีแดง” นั้นเกิดขึ้นทางโสตทวารแล้ว เสียงนั้นก็ดับไป จิตเกิดขึ้นทางมโนทวารอีก แล้วก็ไปจับเสียงคำว่า “สีแดง” ที่ดับเป็นอดีตไปแล้วมิใช่หรือ

ก.แน่นอน เสียงนั้นดับไปแล้ว แต่จิตก็ยังจับเสียงที่ดับไปแล้วได้ ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ว่า จิตที่เกิดทางมโนทวารก็ย่อมจะจับอารมณ์ได้ทั้งหมด ไม่ว่ารูปหรือนามไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบันก็ตาม และเป็นได้ทั้งปรมัตถ์ทั้งบัญญัติอารมณ์ด้วย เรื่องต่างๆดังกล่าวมานี้ เอาไว้ศึกษาละเอียดอีกครั้งหนึ่งเมื่อว่ากันถึงเรื่อง “อารมณ์” เรื่องอารมณ์ก็อยู่ในปริจเฉทที่ ๓ นี่แหละ

อย่างไรก็ดี ในบางคราว ถ้าหลานคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ผ่านมาแล้ว เรื่องราวต่างๆที่ดับไปแล้วนั้นกลับมาเป็นอารมณ์ให้คิดนึกได้ ตัวการที่มากระทบกับจิตก่อให้เกิดความคิดนึกนั้น ก็ได้แก่ผลของกรรมที่ได้ทำมาแล้ว เช่น คิดเสียใจ หรือคิดดีใจ ในเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่งในขณะนี้ จิตเกิดขึ้นโดยอาศัยวิบากซึ่งเป็นผลของกรรมในอดีตมากระทบกับจิตใจ แต่อดีตกรรมที่มากระทบกับจิตใจนั้นเป็นนาม ไม่ใช่รูป

ด้วยเหตุนี้ นามธรรมจึงเป็นอารมณ์ของจิตใจได้ จึงทำให้คิดนึกไปในเรื่องต่างๆ แต่อย่างไรก็ดี ก็หนีรูปไปไม่พ้นอีกนั่นเอง เพราะจิตจะเกิดขึ้นมาได้ ก็จะต้องอาศัยรูป (ปัญจโวการภูมิ) คือคิดนึกก็ต้องอาศัยเกิดที่หทยวัตถุ

ป.เท่าที่คุณลุงอธิบายมา ผมก็พอจะเข้าใจแล้วขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:47:09 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : )


  สลักธรรม 4



ก.ด้วยเหตุนี้เอง อารมณ์ที่รองรับผลของธรรม ทำให้ผลของธรรมตั้งมั่นแล้วเจริญขึ้น จึงได้แก่อารมณ์ทั้ง ๖ นั่นเอง ซึ่งก็ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส ตัวการที่สัมผัสทางกาย และสภาพธรรมที่กระทบหรือที่มาปรากฏทางใจให้จิตเข้าไปจับ ที่ว่านี้ จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม

เมื่อเหตุทั้ง ๖ ประการคือ โลภเหตุ โทสเหตุ โมหเหตุ เป็นอกุศลเหตุ อโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ เกิดขึ้นมาแล้ว มันก็มิได้นิ่งอยู่เฉยๆ ย่อมจะสนับสนุนให้ผลของธรรมนั้นเป็นไป ๒ ประการ คือ

ทำให้ผลธรรมตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์นั้น

ทำให้ผลธรรมที่ตั้งมั่นอยู่นั้นเจริญขึ้นได้

เมื่อตาเห็นรูป เมื่อหูได้ยินเสียง และเมื่อใจคิดถึงเรื่องราวต่างๆแล้ว อำนาจของอารมณ์เหล่านี้ ที่จิตเข้าไปจับแล้ว ย่อมจะเป็นตัวการบันดาลใจให้เกิดโลภมูลจิต หรือโทสมูลจิต ซึ่งเป็นฝ่ายอกุศล หรือเกิดมีเมตตา หรือมีปัญญา ซึ่งเป็นฝ่ายกุศลขึ้นมาได้ แล้วก็ฝังมั่นอยู่ภายในจิตใจ

ครั้นเมื่ออกุศลคือ โลภมูลจิต โทสมูลจิต หรือกุศล คือ เมตตา และปัญญาเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมจะเจริญขึ้น

เมื่อฝึกฝนความโลภให้เกิดขึ้นมาแล้ว ความโลภนั้นมันก็จะฝังอยู่ภายในจิตใจ แล้วก็กำเริบอยากจะได้เรื่อยๆไป มีเท่าใดก็ไม่พอใช้ จนถึงสามารถทำทุจริตได้ เพราะอาศัยความโลภกระตุ้นเตือนใจ มันคอยรบเร้า มันยุให้คอยแต่จะเอาให้ได้ โลภะจึงหนีไปไหนไม่พ้น

เมื่อมาศึกษา มาฟังการบรรยายพระอภิธรรม ครั้งแรกๆก็เข้าใจน้อย แต่เมื่ออดทนฟังอยู่ต่อๆมา บัดนี้ขาดการศึกษาไม่ได้ แม้ฝนจะตก แดดจะออก ก็ต้องไป เพราะว่าถ้าไม่ไปดูเหมือนมันขาดอะไรอยู่ มิหนำซ้ำ ปัญญามันยังรบเร้า ยังส่งเสริมให้ไปชักชวนญาติมิตร หรืออธิบายสภาวธรรมให้เขามีความเข้าใจ

อกุศลหรือกุศลก็ดี เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็มิได้สูญหายไปไหน ถ้ายังมีกำลังอ่อนอยู่ มันก็จะสงบคอยโอกาสอันเป็นนาทีทองของมันต่อไป ถ้ามีกำลังมากแล้วมันจะไม่ละโอกาสนั้นให้ ไม่ว่าใครทั้งนั้น

วันนี้ลุงเห็นว่าเรียนกันเพียงเท่านี้ก่อน ขอให้หลานไปคิดพิจารณาเพิ่มเติม ให้กว้างขวางขึ้นมาอีกก็จะดี

ป. สวัสดีขอรับคุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:47:57 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : )


  สลักธรรม 5

มาศึกษาต่อขอรับ และก็เห็นรายละเอียดของชีวิตมากขึ้นครับ ความเป็นไปของธรรมชาติที่ชื่อว่าชีวิต อันได้แก่ รูปและนามนี้ ทำงานกันอย่างวิจิตรจริงๆเลยนะขอรับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมต่างๆขอรับ.

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 07:56:14 น.] ( IP = 58.9.141.56 : : )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาเรื่องเกี่ยวกับเหตุต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ไขข้อข้องใจต่างๆให้กระจ่างชัด

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำความมหัศจรรย์ต่างๆเหล่านี้มาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ..อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 09:18:18 น.] ( IP = 124.121.174.74 : : )


  สลักธรรม 7

นาทีทองของกุศลและอกุศล รอโอกาสเผยโฉมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเพื่อผลิตผลออกมาให้รับรู้ ...นับเป็นเรื่องของเหตุและผลที่จะต้องใส่ใจระวังเป็นอย่างยิ่งในการกระทำกรรม กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 10:11:56 น.] ( IP = 125.26.40.204 : : )


  สลักธรรม 8

การหมั่นฝึกฝนความดี ก็จะทำให้เราคุ้นเคยและทำความดีมากยิ่งขึ้น

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ได้อธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ต.ค. 2550 , 10:49:08 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org