มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รำลึกถึงดวงประทีป (๓)





กำหนดการจัดงานวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ประวัติท่านอาจารย์บุญมี

รำลึกถึงดวงประทีป (๓)
พระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร

อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุณย์
โอบเอื้อและเจือจุน อนุศาสน์ทุกสิ่งสรรพ์

ยัง บ่ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอรรถให้ชัดเจน

จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ่ เอียงเอน
เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม

ขจัดเขลาบรรเทาโม- หะจิตมืดที่งุนงม
กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ

คุณส่วนนี้ควรคำนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
ควรนึกและตรึกใน จิตนึกน้อมนิยมชม


เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน...ก่อนที่จะมีชื่อ อภิธรรมมูลนิธิปรากฏบนผืนแผ่นดินไทย อาจารย์บุญมี เมธางกูร ได้เริ่มต้นชีวิตครูผู้สอนธรรมะด้วยการเป็นกรรมการฝ่ายธรรมะศึกษา และเป็นผู้บรรยายพระอภิธรรมปิฎก ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย มานานนับสิบปี จนกระทั่ง เกิดความขัดข้องเกี่ยวกับสถานที่ที่ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน ในขณะที่มีผู้สนใจศึกษาพระอภิธรรมปิฎกจำนวนมากขึ้น

ดังนั้น ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมกับความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจของสหายพระอภิธรรมอีกหนึ่งคณะ ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร จึงได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะตั้งองค์กรเพื่อเผยแผ่พระอภิธรรมโดยเฉพาะการยื่นเรื่องราวต่อทางราชการจึงได้ดำเนินขึ้นอย่างถูกต้อง จวบจนกระทั่ง ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐ อภิธรรมมูลนิธิจึงได้รับการจดทะเบียนให้เป็นองค์กรเพื่อเผยแพร่พระอภิธรรมอย่างเป็นทางการโดยมีที่ทำการแห่งแรก ณ บ้านที่พักอาศัยของท่านเอง ต่อมาได้ขยับขยายไปยังวัดพระเชตุพนฯ และในที่สุดด้วยความอนุเคราะห์ของหลวงพ่อเสือ อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี และอาจารย์บุษกร เมธางกูร อภิธรรมมูลนิธิจึงสามารถสถานที่ตั้งอย่างถาวร ณ ถนนพุทธมณฑลสาย ๔ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอภิธรรมมูลนิธิในเพศฆราวาส นับตั้งแต่วันเริ่มแรกการก่อตั้งจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตซึ่งอยู่ในเพศของสมณะคือวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ นับเป็นเวลา ๓๔ ปีที่ท่านดำรงตำแหน่งแห่งความเสียสละนี้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2550 , 12:18:58 น.] ( IP = 125.26.38.106 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11



"......บางคนพูดว่าไม่กลัวความตายเลย จะตายเมื่อไรก็ได้ จะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่แคร์ แต่ขออย่างเดียวเท่านั้น คืออย่าให้มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานก่อนที่จะตายลงไปเท่านั้น

ผู้ที่พูดอย่างนั้นยังมิได้เข้าใจเรื่องของกรรมดีพอ พูดราวกับจะขอว่า วันนี้ขออย่าให้ฝนตก ขออย่าให้แดดออก หรือขออย่าให้พระอาทิตย์ขึ้น

ผู้ซึ่งมีความเข้าใจเรื่องของกรรมอยู่บ้าง ก็จะมีจิตใจเข้มแข็งเพราะทราบอยู่ว่า เราเป็นหนี้เขาแล้วจะไม่ชำระหนี้ให้แก่เขาได้อย่างไร แล้วก็จะพยายามกระทำกรรมในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะช่วยตัวเองโดยใช้อำนาจจิตให้มากที่สุดเท่าที่จะช่วยได้ด้วย จะพยายามสะเดาะเคราะห์เพื่อช่วยตัวเองโดยการสร้างกุศลกรรม มีการบริจาคทาน รักษาศีล ทำสมาธิ ทำวิปัสสนา และจะหมั่นปล่อยสัตว์ที่จะถูกฆ่าตายอยู่เสมอเท่าที่จะมีโอกาสกระทำได้ อันเป็นการทำมหากุศลกรรมในปัจจุบัน

ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาพอ จะมีความเข้าใจ ก็จะไม่หลงงมงาย โดยไปสะเดาะเคราะห์ หรือบนบานศาลกล่าวต่อเทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โดยยอมเสียเงินเสียทองหรือข้าวของไปเป็นจำนวนมากมาย เพื่อขอให้ตนหายป่วยไข้ หรือขอให้ตนรอดพ้นจากความตาย เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า บรรดาเทพเจ้าทั้งหลายหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็ดลบันดาลอะไรให้ไม่ได้ ท่านเหล่านี้ก็หนีไปจากอำนาจของกรรมไปไม่พ้นเหมือนกับเราทั้งหลาย

ยังมีคนที่เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย ที่เข้าใจว่า ในเวลาตายคงจะเจ็บปวดแสนสาหัส จริงนั้นในขณะกำลังตายมิได้มีความเจ็บปวดแต่ประการใด เหมือนผู้ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่นั่นเอง

บุคคลผู้ถึงแก่ความตายนั้น จะต้องมีอารมณ์ที่ชื่อว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ จะเป็นอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งก็ได้ใน ๓ อารมณ์นี้ เกิดขึ้นก่อนแล้วความตายจึงจะมาถึง จะไม่มีอารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเลยแล้วก็ตายไปก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ (ยกเว้นพระอรหันต์)

เรื่องความตายเป็นเรื่องสำคัญขั้นสุดท้ายของชีวิต ผู้ใดเข้าใจดีก็จะเป็นเครื่องช่วยตัวเองและคนอื่นได้มาก ความไม่เข้าใจหรือผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดการเสียหายร้ายแรงอย่างยิ่งแก่ชีวิตไปชั่วกาลนานได้ ..."

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2550 , 12:36:04 น.] ( IP = 125.26.38.106 : : )


  สลักธรรม 12



๓๔ ปีที่ท่านเพียรถ่ายทอดความรู้ในเรื่องเหตุผลด้วยความเมตตาต่อเพื่อร่วมทุกข์นั้น จึงนับเป็นระยะเวลาอันทรงคุณค่ายิ่ง สมควรที่ผู้เป็นศิษย์ทั้งหลายจะน้อมกายวาจาและใจอัญเชิญกุศลที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติมากราบบูชาสักการะในพระคุณของท่านที่เสมือนเป็นผู้ฟอกย้อมชีวิตให้มีราศีกุศลจนเปล่งประกายมาถึงทุกวันนี้

๑๐๐ ปีแห่งชาตกาลของท่านอาจารย์ผู้ให้ร่มเงาอันร่มเย็นด้วยรังสีธรรม นับเป็นการครบรอบโอกาสสำคัญควรแก่การแสดงความเคารพยกย่องปูชนียบุคคลผู้เป็นบัณฑิต ผู้เป็นแบบอย่างของชีวิตที่ดีงามพร้อมไปด้วยความรอบรู้ในเรื่องบุญและบาป ผู้อุทิศชีวิตให้แก่พระพุทธศาสนาและการสงเคราะห์ผู้อื่นด้วยธรรมทานอันประณีต

"..ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตตรา นุสาสกา

ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์ ผู้กอรปเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน

ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน

ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ข้าและประเทศไทย เทอญ

ปัญญา วุฑฒิ กเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหํ.."


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2550 , 12:36:26 น.] ( IP = 125.26.38.106 : : )


  สลักธรรม 13



















โดย บรรยากาศการเตรียมงาน [6 พ.ย. 2550 , 15:14:14 น.] ( IP = 125.26.38.106 : : )


  สลักธรรม 14

เป็นเนื้อความที่ไพเราะงดงามยิ่งนัก เพราะเป็นการท่ายทอดคุณค่าแห่งชีวิตที่งามพร้อมของบุคคลผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง อ่านแล้วทำให้เกิดความรู้สึกตื้นตันใจในการดำเนินชีวิตของท่านอาจารย์อย่างยิ่ง

ท่านเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ เป็นต้นแบบแห่งความเสียสละ เป็นผู้ให้ที่มากไปด้วยเมตตากรุณา และเป็นบุคคลที่สมควรยกย่องเคารพกราบไหว้ที่สุดเลยครับ

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่คนเราจะอดทนต่ออารมณ์ของคนเป็นร้อยๆพันๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และสามารถใช้ความรู้ความสามารถมอบปัญญาให้แก่คนเหล่านั้นกลับไปโดยไม่ย่อท้อตลอดมา

แม้วันนี้จะไม่มีท่านอาจารย์อยู่แล้ว แต่รอยรักรอยอาลัย โยเฉพาะสิ่งที่มีค่าที่ท่านอาจารย์ฝากไว้เป็นมรดกแห่งธรรมทั้งปวง ยังคงประกาศคุณค่าของความเป็น ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ประทีปดวงเอกแห่งพระอภิธรรมตลอดมาครับ

ขอก้มกราบระลึกในพระคุณล้นเกล้าขอรับ

โดย พี่เณร [6 พ.ย. 2550 , 17:36:33 น.] ( IP = 58.9.145.175 : : )


  สลักธรรม 15

ขอน้อมกราบระลึกถึงพระคุณของท่านพระอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2550 , 19:51:16 น.] ( IP = 125.24.172.243 : : )


  สลักธรรม 16

ขอน้อมกราบระลึกถึงพระคุณของท่านพระอาจารย์บุญมีเป็นอย่างสูงค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ย. 2550 , 09:43:52 น.] ( IP = 124.121.175.193 : : )


  สลักธรรม 17


ขอก้มกราบระลึกถึงพระคุณด้วยความเคารพและศรัทธาค่ะ



โดย ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ย. 2550 , 10:09:35 น.] ( IP = 124.121.175.193 : : )


  สลักธรรม 18

ขอก้มกราบระลึกในความพระคุณของท่านพระอาจารย์บุญมีค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ย. 2550 , 20:26:02 น.] ( IP = 58.8.51.166 : : )


  สลักธรรม 19

กราบระลึกในพระคุณของ ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เจ้าค่ะ

โดย น้องฟู [16 พ.ย. 2550 , 14:53:55 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.211 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org