| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๔
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
เมื่อเสร็จสิ้นจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และการสวดพระคาถาโพชฌังคปริตรถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัตนาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว ท่านอาจารย์ก็ได้นำทุกคนเข้าสู่ห้องแห่งความรักด้วยคำปฏิสันถารว่า ..
กราบสวัสดีทุกท่าน ไม่ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยอย่างไรกับชีวิตที่จะต้องผจญกับวิบากกรรมที่เราทำมาเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานที่เราต้องรับผิดชอบ ครอบครัวที่ต้องดูแล พ่อแม่ที่ต้องคอยเฝ้า แม้กระทั่งเรือนใจของเราเองที่จะต้องคอยสังเกตและตรวจตรา เพื่อขับไล่สิ่งต่างๆที่เป็นพิษร้ายต่อชีวิตของเรามาตลอดหนึ่งสัปดาห์แล้ว เราก็ยังมีรอยยิ้มบนใบหน้าและรอยยิ้มในหัวใจได้ในวันนี้
ในทุกๆเช้าของวันอาทิตย์ แม้จะเป็นเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้งที่เราได้มีโอกาสสร้างกุศลให้เกิดความงามพร้อมทั้งกายวาจาและใจของเรา ก็ยังนับว่าเป็นสิ่งดีที่เปิดโอกาสให้หัวใจของเราได้ยิ้มแย้มอยู่ในกุศลเพราะเราได้มาทำความดี
รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากสีหน้า อาจจะเกิดขึ้นจากการเสแสร้งแกล้งทำ หรือเป็นเพราะมารยาทที่ไม่ทำไม่ได้ เช่น ต้องปฎิสันถารกับบุคคลต่างๆ แต่รอยยิ้มจากหัวใจ.. เป็นรอยยิ้มที่มีไมตรีจิตต่อตนเอง เป็นรอยยิ้มเกิดขึ้นมาแล้วทำให้เราร่มเย็นเป็นสุขได้
ดังนั้น สิ่งที่เราควรกระทำ ก็คือ ทำกุศลธรรม ทำคุณงามความดีธรรม เพราะเมื่อทำดีแล้วความดีก็จะกลับมาเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจให้กับตนเอง ดังที่หลวงพ่อฝากปฎิสันถารมาในห้องนั่งเล่นแห่งความรักวันนี้ว่า
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:52:55 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 2![]()
![]()
ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๔
ลูกรักของพ่อ...
ความดีทั้งปวงเป็นเกราะป้องกันอันตรายได้อย่างแท้จริง ลูกๆ ก็กำลังใช้ความพยายามในการสร้างความดีนั้นๆ อยู่ น่ายินดีด้วยอย่างยิ่งที่แต่ละคนกำลังปูทางให้อนาคตของตนๆ อยู่ ความสุขหรือความทุกข์ในชีวิตลูกๆ นี้ ก็อยู่ที่อารมณ์ ถ้าอารมณ์ดี... ก็จะทำให้มีความสุข ถ้าอารมณ์ไม่ดี... ก็จะทำให้มีความทุกข์ ดังนั้นลูกจะต้องฉลาดทางอารมณ์ และบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้มากขึ้นโดยไม่ท้อแท้ เพื่อที่จะได้อยู่อย่างปลอดภัย เพราะความฉลาดด้านอื่นนั้น เป็นการหางานให้แก่ชีวิต แต่ถ้าฉลาดทางความคิด... ชีวิตจะมีอิสรภาพ
ด้วยรัก
จากพ่อเสือ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:53:27 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 3
เมื่ออ่านแล้วก็จะทราบว่า ถ้อยคำเหล่านี้เป็นถ้อยคำที่ไพเราะมากและน่าประทับใจ ที่บอกว่าน่าประทับใจก็เพราะว่า... หลังจากที่ถูกเข่นเคี่ยวมาหลายสัปดาห์ ทุกสัปดาห์นั้นหลวงพ่อก็จะชี้ให้เรามองเห็นว่า เรายังบกพร่อง เรายังบกพร่อง เรายังบกพร่อง และก็มีคำเตือนแห่งความหวังดีที่คละเคล้าไปด้วยไออุ่นแห่งรัก
แม้ในสัปดาห์ก่อนหลวงพ่อก็ยังมาเตือนอยู่ว่า ให้มีวิธีคิดอย่างไร มองอย่างไร นึกอย่างไรจึงจะดี เพราะเรื่องการคิด การนึก การมอง เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีเกิดขึ้นกับเราทุกวัน
และในวันนี้หลวงพ่อก็มาเติมใจให้ว่าถ้าหากเราคิด เรานึก เรามองไม่ดีสิ่งที่ไม่ดีก็จะตามมาจากการคิด การนึก การมอง แต่ถ้าเราสามารถทำความคิดของเรา การนึกของเรา และการมองของเราไม่ให้วิปลาส ซึ่งหากทำได้เมื่อใดแล้วชีวิตก็จะมีความสุข และเป็นสุขที่กระทำให้ซึ่งถึงสันติสุขได้คือพระนิพพาน
ฉะนั้น ในวันนี้ถ้อยคำของหลวงพ่อจึงเหมือนการอนุโมทนากับเรามาด้วยในความพยายามที่ผ่านมา รวมทั้งท่านฝากอนุโมทนากับเหตุการณ์เมื่อวันวานเราไปร่วมกันทอดกฐินที่อ้อมน้อย จึงขอตั้งกัลยาณจิต ณ ตรงนี้ขอบคุณทุกคนแทนหลวงพ่อด้วยที่เราไปร่วมกันทำความดี
และก็ขออนุโมทนากับความดีทั้งปวงของทุกคนที่มีการสวดมนต์ การระลึกถึงพระคุณของพระมหากัษตริย์ที่เราทำกันทุกเช้าวันอาทิตย์ การศึกษาเล่าเรียน การเพียรช่วยเหลือในกิจการงานที่ชอบ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ที่กลับมาจากงานทอดกฐินแต่ละคนก็ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ น้องๆ ในอีกห้องหนึ่งก็ตระเตรียมทำตัวหนังสือตัดสติกเกอร์เพื่อที่จะติดแผ่นโฟมในงานวันที่ ๒๔ นี้ ส่วนอีกห้องหนึ่งก็เตรียมทำกระทง เพื่อจะนำไปสู่ความไม่หลงทาง เพราะเราจะทำกระทงสาย ให้เชื่อมอยู่ในสายทางเดียวกับการเดินบนเส้นทางมัชฌิมาปฏิปทา
เพราะถ้าเราไปลอยกระทงกันเองที่อื่น กระทงของเราก้อาจหลงทางไป เพราะเราไปลอยด้วยความรักความปราถรนาเพื่อที่จะได้สมหวังในโลกียสุข เช่น การหาเนื้อคู่ เป็นต้น เมื่อเราอธิษฐานหาเนื้อคู่ บุพเพก็อาจอาละวาดทำให้เราเจอเนื้อคู่ได้ อย่างนี้ก็เรียกว่าได้หลงทางไปแล้ว เพราะนั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ แต่เป็นทางเพิ่มทุกข์
เราก็จะเห็นได้ว่าในการจัดงานลอยกระทง ภาพที่เด็กๆ จูงคนแก่ไปลอยกระทงนั้นเป็นภาพที่เราเห็นได้ยาก ที่เห็นตลอดงานก็คือมีแต่หนุ่มสาวมาลอยกระทง มีการง้องอนกระเง้ากระงอดเหมือนกับเพลงที่ว่า ...คำก็รัก สองคำก็รัก น้องใคร่ทราบนักรักมากเท่าไหร่ แต่พอแก่แล้วเนื้อเพลงอาจเปลี่ยนไปเป็น.. คำก็รัก สองคำก็รัก สามคำตบชัก ..เพราะพูดมากเกินไป ความพูดมากจึงก่อให้เกิดอัยตรายได้
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:55:01 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 4
"ลูกรักของพ่อ...
ความดีทั้งปวงเป็นเกราะป้องกันอันตรายได้อย่างแท้จริง
ลูกๆ ก็กำลังใช้ความพยายามในการสร้างความดีนั้นๆ อยู่
น่ายินดีด้วยอย่างยิ่งที่แต่ละคนกำลังปูทางให้อนาคตของตนๆ อยู่
ความสุขหรือความทุกข์ในชีวิตลูกๆ นี้ ก็อยู่ที่อารมณ์..."
ประเพณีวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ทอดผ้าป่า หรือการบูชาพระรัตนไตย สิ่งเหล่านี้เป็นพิธีที่ทำให้เราเกิดคุณงามความดีทั้งสิ้น และความดีทั้งปวงนั้นเป็นเกาะป้องกันภัยอันตรายได้อย่างแท้จริง เพราะความดีย่อมให้ผลดี ความชั่วย่อมให้ผลชั่ว ดังที่เรานึกถึงแผนผังของจิตได้ว่า กุศลให้ผลเป็นวิบากกุศล อกุศลให้ผลเป็นวิบากอกุศล และวิบากเหล่านี้เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ผ่านทางทวิปัญจวิญญาณทั้ง ๑๐ .. นี่ก็คือพระสัพพัญญุตญาณที่นำความตรัสรู้มาบ่งบอกให้เราเข้าใจ
แม้ว่าทุกวันนี้ ถึงเราจะยังไม่สามารถละเด็ดขาดจากความชั่วได้ แต่เราก็รู้ว่าเราทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว ทำดีย่อมต้องได้ดี อย่างแน่นอน และเราจะไม่พูดแล้วว่า .."ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ".. เพราะนั่นก็คือคำพูดของคนสิ้นคิด แต่ทุกวันนี้เราไม่สิ้นคิดแล้ว เพียงแค่เรายังไม่สิ้นกิเลสเท่านั้นเอง
ที่กล่าวผ่านมาก็จะเห็นว่า ความดีเป็นเกราะป้องกันอันตรายได้อย่างแท้จริง หลวงพ่อท่านบอกว่า ลูกๆ กำลังใช้ความพยายามในการสร้างความดีตรงนั้นอยู่ บางครั้งเราจึงต้องมีความข่มใจ เพราะการข่มใจเป็นหนึ่งในฆราวาสธรรม สัจจะ ทมะ ขันติ และจาคะ ถ้าเรามีธรรมเหล่านี้อยู่ในจิตใจของเรา ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ทำให้เราอดทนอดกลั้นได้
แม้บางครั้งจะอดกลั้นได้ยากจนขันติของเรากลายเป็นขันแตกไปบ้าง แต่เราก็ยังคงใช้ความพยายามเพื่อเพียรสร้างความดีนั้นๆอยู่ หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า น่ายินดียิ่งที่เรากำลังปูทางที่ดีให้แก่ชีวิต
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:56:31 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 5
"..ถ้าอารมณ์ดี... ก็จะทำให้มีความสุข
ถ้าอารมณ์ไม่ดี... ก็จะทำให้มีความทุกข์
ดังนั้นลูกจะต้องฉลาดทางอารมณ์ .."
วรรคต่อมาหลวงพ่อท่านบอกว่า อารมณ์ดี ทำให้เรามีความสุข อารมณ์ไม่ดี ทำให้เรามีความทุกข์ และลูกๆก็จะต้องเป็นคนฉลาดทางอารมณ์ด้วย อย่างที่โลกสมัยนี้เขาใช้คำว่า อีคิว (EQ) เป็นความฉลาดทางอารมณ์
คนที่มีไอคิว(IQ)สูงคือคนที่มีความฉลาดด้านความคิดสติปัญญา แต่ถ้าหากเสริมอีคิวคือ ความฉลาดทางอารมณ์ เข้าไปด้วยก็จะทำให้เรามีความสามารถมากขึ้น เพราะทั้งคิดถูกและทำถูกด้วย ซึ่งจะทำให้เราเบิกบานสดชื่นแจ่มใสแล้วสร้างสรรค์คุณงามความดีที่กำลังกระทำอยู่นั้นได้อย่างเต็มที่
ความฉลาดทางอารมณ์จึงครอบคลุมชีวิตทางโลกและทำให้เราก้าวไปสู่ทางธรรมได้เป็นอย่างดี เพราะฉลาดรู้ว่า ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม
รู้ว่า..ไม่มีใครพูดให้เราโกรธ แต่เราโกรธเอง
รู้ว่า.. เราจะไปเปลี่ยนแปลงใครให้เขาดีตามใจเราไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงตนเองให้รู้สึกดีได้
รู้ว่า ..เราแก้ไขใครไม่ได้เลยในโลกนี้ เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่เราอย่าเป็นอย่างเขาก็แล้วกัน เขาจะทำอะไรไม่เข้าท่าไม่เข้าทางก็ช่าง เพราะนั่นคือเขา ไม่ใช่เรา
เราจึงต้องมองให้ถูก การที่เราจะตามแก้ไขคนไปทั้งร้อยคนกับการแก้ตัวคนเดียวนั้นมันได้ผลแตกต่างกันเลย
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:56:48 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อใดที่เราขับกิเลสที่เป็นตะกอนนอนก้นในใจของเราได้หมดแล้ว เราจะเห็นอะไรโดยไม่มีกิเลสเข้าร่วมมาเห็น เราก็จะไม่โกรธ ไม่ไปตัดสินว่าไม่ดี เพราะกิเลสไม่ได้อยู่ภายนอก ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น แต่กิเลสอยู่ภายในใจของเรา
กิเสลเกิดขึ้นที่ไหน? ... เกิดขึ้นตามทวารเมื่อรับกระทบอารมณ์ กิเลสจึงอยู่ภายในเราเท่านั้น ส่วนภายนอกมีอะไร?... มีรูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ และโผฏฐัพพารมณ์ เท่านั้น
แต่กิเลสที่อยู่ภายในใจของเรา ที่ตกตะกอนนอนก้นจนขุ่นเป็นโคลนตรมทับถมทวีมานานมากนั้น เป็นสาเหตุทำให้เมื่อเราไปกระทบอารมณ์อะไรแล้ว ก็เหมือนอารมร์หรือสิ่งเหล่านั้นมากระทุ้งใจของเราให้เราตะกอนขุ่นขึ้น
แต่ถ้าเราไม่มีตะกอนภายในที่จะขุ่น แม้จะมีอะไรมากระแทกแรงๆ มันก็ไม่ขุ่นขึ้นมา ฉะนั้น กิเลสที่อยู่ภายในจึงเกิดขึ้นตามทวาร ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรานั่นเอง
เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วก็จะไปคิดป้องกันหรือแก้ไขที่ใครได้ไหม? .. ไม่ได้เลย เราจึงต้องป้องกันใจของเรา ในขณะที่เห็น ขณะที่ได้ยิน ขณะที่ได้กลิ่น ขณะที่รู้รส ขณะที่สัมผัส
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:57:50 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 7
การป้องกันเหล่านี้เป็นความฉลาดทางอารมณ์ แล้วก็ต้องหมั่นเตือนตนเอง หมั่นนำพระพุทธภาษิตและภาษิตต่างๆ หรือคติคำสอนที่ดีมาคอยเตือนตนเอง อย่างเมื่อวันก่อนได้มีโอกาสคุยกับหลวงพ่อท่านก็บอกว่า ตามศาลาวัดตามที่มีคนนั่งคุยกันอยู่นั้น ส่วนมากเป็นการคุยเรื่องเพ้อเจ้อซึ่งเป็นวจีทุจริตทั้งสิ้น ยากที่จะมีเรื่องดีในกลุ่ม มีแต่เรื่องซุบซิบนินทาแล้วก็ให้สัญญากันว่าจะไม่นำไปบอกใคร
การพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรบอกต่อมาแล้วก็บอกต่อไป หากการบอกนั้นไม่ใช่ด๊อกเตอร์สมชายแล้วก็อย่าไปบอกต่อใคร เพราะจะมีสิวขึ้นแล้วหน้าจะไม่งาม คือจะมีเรื่องวุ่นวายติดตามมาได้
เพราะการนินทานั้นเป็นเรื่องไม่ดี อย่างที่เขาแปลงกลอนให้กลายเป็นเรื่องสนุกว่า .อันนินทากาเลาเหมือนเทแกลบไม่เจ็บแสบเหมือนเอาก้นไปครูดหิน ...แม้จะเป็นคำพูดสนุกๆ แต่เราก็ต้องเตือนตนเองว่า ใครจะนินทาเรา เราก็อย่าไปสนเพราะเราไม่แสบหรอก ใจเราแสบไหม แต่ถ้าเราเอาก้นไปถูกหินล่ะ ..ก็คงจะเจ็บแน่
เราจึงต้องฉลาดคิดว่า ใครจะว่าเราก็ช่างเถอะเพราะมันไม่เจ็บแสบอะไร ช่างเขาเถอะ ..แล้วก็พยายามช่างให้ได้ อย่างเพลง .." ช่างเขาเถอะนะหัวใจ เขาทำเราไว้อย่างไร เขาก็จะได้อย่างนั้นวันหนึ่ง .." ถ้าหากเราคิดได้เราก็ไม่ต้องไปแก้แค้น เพราะกรรมจะตามไปแก้แค้นเขาเอง กรรมจะตามล่าผู้ที่ทำอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ซอกมุมไหน
ลองคิดดูซิว่ามีใครบ้างที่จะได้รับยกเว้นจากกรรม แม้กระทั่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ยังโดนกรรมตามล่าเลย ฉะนั้น ใครที่ไม่ถูกล่าแล้ว ..ไม่มี แต่ทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกล่า นั่นคือไม่เกิด แต่กว่าเราจะไม่เกิดนั้น เราต้องเดินทาง ฉะนั้น สิ่งที่ติดมาข้างหลังนี้ขอให้เป็นของดี อย่าให้เป็นชะนักติดหลัง
เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ..เมื่อก้าวไปข้างหน้า ก็ต้องรู้ด้วยว่าข้างหลังยังมีรอยเท้าเรา
ต้องพยายามคิดอย่างฉลาดให้ได้ว่า เราก้าวออกไปอย่างไร สิ่งที่ตามมาก็คือรอยเท้าของเรา ซึ่งก็คือรอยกรรมนั่นเอง ถ้าเราก้าวดี รอยกรรมดีก็เกิดขึ้น เราก้าวไม่ดี รอยกรรมไม่ดีก็เกิดขึ้น นี่คือความฉลาดทางอารมณ์ของเราที่หลวงพ่อท่านพยายามให้เรามีให้ได้
เมื่อเราสามารถมีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในใจ เราก็เท่ากับได้ทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดินด้วยความรู้รักสามัคคี เพราะไม่มีใครพูดให้เราโกรธ เราโกรธเอง ไม่มีใครอยากจะทำผิดให้ใครเกลียดหรอก เราอยากให้มีแต่คนรักเรา แต่เราไม่ได้รักเขาก่อน เราจึงไม่ได้ความรักมา อยากให้เขาดีกับเราเราก็ต้องดีกับเขาก่อน
เราจึงต้องฉลาดที่จะให้เขาก่อน เพราะยิ่งให้ยิ่งได้
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:58:09 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 8
"..และบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้มากขึ้นโดยไม่ท้อแท้
เพื่อที่จะได้อยู่อย่างปลอดภัย
เพราะความฉลาดด้านอื่นนั้น เป็นการหางานให้แก่ชีวิต
แต่ถ้าฉลาดทางความคิด... ชีวิตจะมีอิสรภาพ"
นอกจากฉลาดทางอารมณ์แล้ว ให้บ่มเพาะเมล็ดพันธุแห่งความดีให้มากขึ้น เพราะเมื่อเมล็ดพันธุ์เจริญออกมาก็จะเติบโตขึ้นมาเป็นลำต้น เราจึงต้องพยายามทำความดีเรื่อยๆ แม้จะไม่มีใครเห็นก็ช่าง... แต่เราก็มีรอยเท้าที่ดีของเราแล้ว
ไม่ต้องไปคิดเลยว่า ใครจะเห็นเราดีหรือไม่ดีก็ช่าง แต่เมื่อใดที่เราเดินไป เช่นเดินไปบนผืนทราย ก็จะมีรอยเท้าเกิดขึ้นแล้วบนผืนทรายนั้นแน่ๆ เราก็จะรู้ตัวอยู่เอง
อย่างเมื่อสักครู่ที่เราสวดมนต์กันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงได้ยินเสียงเราไหม ..ไม่ได้ยินหรอก แล้วเราเสียใจไหม..ไม่เสียใจ เพราะเราได้ทำความดี ได้แสดงความจงรักภักดี เป็นห่วงเป็นใย
ขอให้เรามีอุดมการณ์ในทำความดีเหมือนกับที่เราเต็มใจสวดมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความดีนั้นก็จะเดินทางไปกับเราทุกชาติ แม้เราจะได้พบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเพียงชาตินี้ชาติเดียวก็ตาม
ขอเพียงให้เรามีความจงรักภักดีในความดี บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ความดีให้มีต้นกล้าเกิดขึ้นมาให้ได้มากขึ้น อย่างไม่ท้อแท้ ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป .. ซึ่งถ้าทุกคนทำได้ โลกมนุษย์ก็ย่อมจะดีกว่านี้แน่ และอยู่อย่างปลอดภัยสมดังบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพราะเราเป็นคนไม่มีภัยกับใครทั้งในชาตินี้และชาติต่อไป แต่อดีตนั้นเป็นวิบากเราก็ต้องยอมรับ
เมื่อเราไม่มีภัยกับใคร ก็จะไม่มีภัยตอบกลับมา และเมื่อเราฉลาดทางอารมณ์ด้วยการรู้ว่าเป็นวิบาก ก็เป็นการรู้ทั้งอดีตและทำความดีในปัจจุบัน ชีวิตของเราก็จะอยู่อย่างเบิกบานสดชื่นแจ่มใสด้วยการสร้างสรรค์
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:58:27 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 9
เพราะความฉลาดด้านอื่นๆ เป็นการหางานให้แก่ชีวิต ..ลองคิดดูเถอะว่า ใครที่ความสามารถมากๆ นั้นงานก็จะมากด้วย อย่างพวกนักวิชาการทั้งหลายที่เก่งๆ เมื่ออยู่สูงก็ยิ่งหวาดเสียว
หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า ความฉลาดด้านอื่นๆ ที่นอกจากความฉลาดในการทำความดีแล้ว เป็นการหางานให้ตนเอง เช่น ใครเก่งภาษาอังกฤษก็จะถูกมอบหมายให้แปลภาษา หรืออย่างพวกนักการเมืองที่แสดงความเก่งออกมาเวลาเดินไปไหนก็จะมีนักข่าวมีไมโครโฟนตามติดล้อมหน้าล้อมหลังบางครั้งดูเหมือนปากจะเสี่ยงอันตรายจากการทบกระแทกจนฟันหักเป็นอย่างมากเลย ยิ่งคนที่พูดมากก็ยิ่งจะเสี่ยงกับปากเจ่อเพราะโดนไมโครโฟนกระแทกได้
เมื่อคิดดูแล้วความเก่งเหล่านี้ก็คือการหางานให้ตนเอง แล้วเราก็จะเห็นว่าขณะนี้มีการรณรงค์มากมายไปหมดมีการแสดงทัศนะของตนเองออกมาว่าฉลาด และสิ่งที่ตามมาจากความฉลาดนั้นก็คือการงานที่ไม่มีวันหยุด กิเลสที่ไม่มีวันหย่อน มีแต่ตึง
แต่ถ้าฉลาดทางด้านความคิด ชีวิตก็จะมีอิสรภาพ เพราะที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 10:59:03 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : )
สลักธรรม 10
ในเมื่อเราต้องตายอยู่แล้ว ตายเพราะทำความดี ย่อมดีกว่าตายเพราะทำความชั่ว นี่คือด้วยรัก จากหลวงพ่อเสือ เป็นสิ่งที่ควรจะนำไปหล่อหลอมเข้าสู่ชีวิต เพราะธรรมะทั้งหมดในห้องนั่งเล่นทุกตอนก็เหมือนเบ้าหลอมพระ
ใครที่เคยไปร่วมกันหล่อพระก็จะเห็นว่า เขาจะมีเตาที่ติดไฟแรงมากแล้วมีเบ้าหลอมวางอยู่ข้างบน เมื่อแผ่นเงินแผ่นทองลงไปก็จะถูกหลอมละลายให้เป็นเนื้อเดียวกันและออกมาเป็นองค์พระปฏิมาที่งดงามตามที่เราต้องการ
เช่นเดียวกันห้องนั่งเล่นทุกตอนก็เหมือนกับเบ้าหลอม ถ้าหากเรายินยอมให้หลอมในอนาคตของเราก็จะเป็นพระ และขอให้เป็นพระโสดาบันได้โดยไวทั่วหน้ากันทุกท่าน ..ขออนุโมทนา
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ย. 2550 , 11:02:06 น.] ( IP = 125.26.41.167 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |