มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๕







เช้าวันนี้ ท่านอาจารย์ได้มาเขียนข้อความลงบนกระดานด้วยตนเอง เสร็จแล้วก็นั่งรอให้ทุกคนมาพร้อมกันเพื่อที่จะร่วมกันสวดมนต์ทำวัตรเช้า และเมื่อถึงเวลาอันสมควรท่านอาจารย์ก็ได้นำสวดมนต์โดยกล่าวตั้งเจตนาขึ้นว่า ...

ตามที่เราได้ตั้งสัจจะอธิษฐานไว้ว่าเราจะมาพบกันสัปดาห์ละครั้งในห้องนั่งเล่นแห่งความรักห้องนี้ เป็นห้องที่มีใจภักดิ์รักกุศล ห้องที่สืบสานตนด้วยกุศลมัย และห้องที่นำความเป็นไปเพื่อไกลจากบาป

เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วก็ขอให้ทุกคนตั้งใจและมองไปที่พระพักตร์องค์พระปฏิมาสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพนบนอบ ทำกาย วาจา ใจให้อยู่ในความสงบ และระลึกถึงพระคุณของท่านด้วยการกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยทำวัตรเช้า

เมื่อพร้อมแล้วขอให้ทุกคนกล่าวคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ....

เมื่อการสวดมนต์ทำวัตรเช้าจบลงแล้วท่านอาจารย์ได้นำทุกคนกล่าวคำแผ่เมตตาว่า พระพุทธบูชา พระธรรมบูชา พระสังฆบูชา ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สวดมนต์ทำวัตรเช้า ด้วยความพร้อมเพรียงทั้งกายและใจ มีความศรัทธาตั้งมั่นในกุศลกรรมนี้ จึงขอน้อมตั้งกัลยาณจิตให้กุศลส่วนนี้แผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย ขอจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

และหลังจากที่กล่าวคำแผ่เมตตาจบลงแล้ว ท่านอาจารย์ยังได้นำทุกคนดำเนินกิจกรรมแห่งความกตัญญูกตเวทิตาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า..

เราก็ได้ร่วมกันสวดมนต์แล้ว ซึ่งก็คงเป็นที่น่าปิติยินดีกับพวกเราทุกคนที่ได้ทราบและได้ดูการถ่ายทอดการเสด็จพระราชดำเนินกลับพระราชวังฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และวันนี้ก็มีคอลัมภ์ในหนังสือสยามรัฐมาอ่านให้ทุกท่านฟังดังต่อไปนี้

โดย น้องกิ๊ฟ..นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 00:33:16 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ธรรมปฏิสันถาร เรื่อง ทรงเป็นเพื่อกันและกัน

จาก หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐


จากวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ จวบจนถึงวันนี้ (๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐) มิได้มีข่าวชิ้นใดเลยที่สำคัญไปกว่าแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปวงชนชาวไทยใจจดจ่อต่อทั้งสองพระองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดใดบรรดามีในสากลโลก ได้ถูกกราบไหว้อัญเชิญได้โปรดพิทักษ์รักษาพระสุขภาพพลานามัยให้ปราศจากขันธมาร ทรงพระเกษมสำราญพระวรกายและพระราชหฤทัย นับเป็นพลังแห่งความจงรักภักดีที่ได้แสดงออกโดยมิต้องมีใครมาชักชวน เป็นการนอบน้อมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยน้ำตา

การที่ทั้งสองพระองค์ทรงพระประชวรในเวลาไล่เลี่ยกัน ทรงเข้ารับการถวายอภิบาลในโรงพยาบาลเดียวกัน ยิ่งนำมาซึ่งความห่วงใยในใจของชาวประชา วันแห่งการรอคอยที่จะได้เห็นทั้งสองพระองค์เสด็จออกจากโรงพยาบาล จะเป็นมหาปีติของชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ช่วงรอคอยนี้ทุกคนอยากเห็นภาพที่พระองค์ทรงเคยโบกพระหัตถ์จากห้องที่ทรงประทับรับการถวายอภิบาล ณ วันที่ทั้งสองพระองค์หายจากพระอาการประชวรแล้วเสด็จออกจากโรงพยาบาล วันนั้นจะเป็นวันที่ชาวไทยปลื้มปีติเป็นที่สุด จะเป็นวันที่น้ำตาแห่งความดีใจนองใบหน้านองแผ่นดิน

ทุกวันทุกคืน ทุกครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพระอาการ ชาวไทยก็ฝากหัวใจฝากความจงรักภักดีตามเสด็จฯ เข้าเยี่ยมพระอาการด้วยทุกครั้งไป อยากได้ยินสักครั้งสักคำที่พระองค์ใดพระองค์หนึ่งได้ตรัสถึงพระอาการ จะเป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจแก่ชาวไทยถ้วนทั้งสิ้น

การที่เราได้เห็นภาพความจงรักภักดีที่บางคนเฝ้าติดตามพระอาการที่โรงพยาบาล เราคงถามในใจว่าเขาเหล่านั้นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้างหรือ แต่ถ้าเราได้เห็นภาพข่าวสำนักพระราชวัง เราจะทราบว่าทุกพระองค์นั้นเหนื่อยมากกว่าพวกเราหลายเท่านัก ไหนจะทรงเฝ้าพระอาการ อีกทั้งยังต้องเสด็จฯ ตามหมายกำหนดการที่ได้มีผู้กราบบังคมทูล ซึ่งในแต่ละวันจะต้องทรงเหน็ดเหนื่อยต่อจำนวนพระราชกรณียกิจทั้งใกล้-ไกล ยากนักหนาที่เราจะกระทำได้แม้นด้วยทุกพระองค์ จะมีพระบรมวงศานุวงศ์ในประเทศใดเล่าที่ทรงเสียสละเพื่อประชาชนเท่ากับทุกพระองค์ พระราชกรณียกิจและพระราชกิจที่พวกเราได้ทูลเกล้าฯ เชิญเสด็จฯ นั้น เรามีแต่เกรงว่าจะมีหนังสือทรงงด แต่ยังไม่ปรากฏเลย นี่คือพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งเราก็ต้องการรอยยิ้มจากทุกพระองค์ทุกครั้งที่เสด็จฯ และทุกครั้งพระองค์ก็ได้พระราชทานรอยยิ้มเป็นกำลังใจให้แก่พวกเรา เจ้าประคุณเอ๋ย...แม้เกิดชาติใดภพใด ขอเป็นข้าฝ่าละอองธุลีพระบาทของทุกพระองค์จบสิ้นภพสิ้นชาติเถิด

ยังเป็นภาพที่ไม่อาจลืมได้เลยคือเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ในครั้งนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก็ทรงพระประชวร พวกเราได้เห็นความรักแห่งพระราชมารดาที่ทรงแสดงความเข้มแข็ง เพื่อมิให้พระราชโอรสทรงกังวลพระราชหฤทัย เราได้เห็นความรักแห่งพระราชโอรสที่ทรงแสดงให้เห็น เพื่อมิให้พระราชมารดาทรงกังวลพระราชหฤทัย ทรงเป็นเพื่อกันและกัน

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:35:42 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 2



ในครั้งนี้ก็มิได้ต่างจากครั้งนั้น ความห่วงใยในความรักความรู้สึกระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนรธิวาสราชนครินทร์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ถูกขันธมารเบียดเบียน แต่ก็ทรงต่อสู้ด้วยพระราชหฤทัยที่เข้มแข็ง ด้วยความรักที่มีต่อพระราชอนุชา เหมือนจะตรัสว่า... “เราจะเป็นอะไรไปมิได้ เราต้องอยู่เพื่อน้อง” .... ซึ่งมิได้ต่างไปจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีกำลังพระราชหฤทัยที่เข้มแข็งเพื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ด้วยทรงรู้ถึงความรักความห่วงใยที่เต็มเปี่ยมพระราชหฤทัยที่มีต่อพระองค์

เราชาวไทยทั้งหลายทั้งปวง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็น “รุ้งงาม” แห่งฟากฟ้าประชาไทย “รุ้งงาม” เป็นชื่อหนังสือที่ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงครามได้ประมวลพระราชประวัติและภาพแห่งพระมารดา ๗ ส่วน ซึ่งบางสีแห่งรุ้งนั้น พวกเรายังไม่รู้ไม่ทราบ แล้วเราก็ได้ทราบโดยภาพเล่าพระราชประวัติหนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” เป็นหนังสือที่มิสามารถจะพรรณนาโดยพระธิดาได้มากนัก ด้วยทราบพระอัชฌาสัยแห่งพระมารดาว่ามิต้องการให้โอ้อวด ภาพจึงเป็นตัวเล่าเรื่องในทุกเฉกแห่งรุ้งงาม หนึ่งภาพทำให้ทราบถึงร้อยนัย

แสงหนึ่งคือรุ้งงามอันผนวกด้วย ๗ รังสีที่ผสานผสมกลมกลืนที่จะมองไปบนฟากฟ้า...ฟ้าคือสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้า “ฟ้า”กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์...เราเห็น ๗ รังสีแห่งรุ้งงาม ที่อาตมภาพเฝ้ามองมาจวบถึงวันนี้ ได้เห็นรังสีแห่งพระองค์ ๗ รังสีอันเรืองงาม คือ

รังสีที่ ๑ ทรงเป็นพี่ผู้เมตตาปรานีต่อพระอนุชา
รังสีที่ ๒ ทรงทำหน้าที่แห่งพระราชมารดาคนที่สอง
รังสีที่ ๓ ทรงเป็นผู้ที่น้อง ๆ ได้พึ่งพา
รังสีที่ ๔ ทรงสืบทอดปฏิปทาของสมเด็จพระราชชนนี
รังสีที่ ๕ ทรงเป็นผู้เก็บเรื่องราวดี ๆ มาเล่าให้เราฟัง
รังสีที่ ๖ ทรงเป็นแบบอย่างของสตรีที่มีการศึกษา
รังสีที่ ๗ ทรงเป็นผู้ที่ชาวประชาได้พึ่งพาพระบารมี

ขอรุ้งงามพระองค์นี้จงได้ส่องฟ้าประชาไทย นิราศไร้โรคันขันธมาร ทรงพระเกษมสำราญโดยเร็วพลัน เทอญ...ขอถวายพระพร

พระราชวิจิตรปฏิภาณ



โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:40:49 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 3



นี่คือบทความที่เป็นกิจกรรมของมูลนิธิพุทธางกูร ซึ่งท่านเจ้าคุณฯ ท่านได้เขียนสาระธรรมในแง่มุมต่างๆ ลงหนังสือพิมพ์เพื่อเผยแพร่ และที่ได้นำมาอ่านให้ท่านฟังก็เพราะว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระอาการดีขึ้น แต่สมเด็จพระพี่นางเธอฯ พระอาการนั้นยังคงเหมือนเมื่อวันวานที่ยังต้องรับการอภิบาลอยู่

ฉะนั้น ก็ขอให้ทุกคนน้อมดวงใจรำลึกถึงพระองค์ท่าน แล้วส่งกระแสความห่วงใย ความปรารถนาดี ไป ณโรงพยาบาลศิริราช อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ ๑๐ แล้วตั้งใจที่จะสวดพระคาถาโพชฌังคปริตรเพื่อเป็นประดุจโอสถถวายแด่สมเด็จพระพี่นางเป็นลำดับต่อไปโดยพร้อมเพรียงกัน

และเมื่อสวดพระคาถาจบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวขึ้นว่า ..ขอถวายพระพร ขอสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงบรรเทาและหายจากการประชวรโดยเร็วเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

และหลังจากจบพิธีการของส่วนรวมแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวคำสวัสดีกับทุกคนอีกครั้งแล้วนำเข้าสู่บรรยากาศของห้องนั่งเล่นแห่งความรักว่า ...

เราก็ก้าวเข้ามาสู่ห้องนั่งเล่นแห่งความรักในวันนี้ก่อนที่เราจะลงสวนเพื่อที่จะทำความสะอาดและตกแต่งสถานที่กันต่อไป เมื่อวานเราก็ลุยสวนกันมาแล้วรอบหนึ่งซึ่งไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน แต่เราได้ทำสวนหย่อมได้หนึ่งสวนแล้ว

ขอย้อนกลับไปถึงเรื่องที่นำมาอ่านให้ทุกท่านฟังในวันนี้ ซึ่งเป็นงานเขียนของท่านเจ้าคุณฯ ที่ท่านเขียนลงหนังสือพิมพ์ทุกสัปดาห์ และก็ได้นำมาลงเว็บไซด์ให้อ่านกันทุกสัปดาห์ยกเว้นครั้งนี้ที่ยังมิได้นำไปลงเผยแพร่

ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกประทับใจมากในความคิดดีของท่าน วันนี้จึงตรงกับที่หลวงพ่อท่านฝากมาบอกในห้องนั่งเล่นแห่งความรักนี้ว่า ...

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:49:47 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 4




ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๕


เชื่อเถิดว่า..ความคิดนี้มีอำนาจกำหนดพฤติกรรมของตนเอง
ดังนั้น จึงควรฝึกคิดดี คิดเหมาะสม

ไม่ว่าจะตกอยู่ในภาวะของความ..โชคดี.. หรือ ..โชคร้าย.. ต้องคิดเป็นให้ได้
ฝึกคิด..ไม่โลภ ไม่เสียดาย ถ่อมตน อยู่กับปัจจุบัน และคิดที่จะทำดีให้มากขึ้น

เพราะการคิดดีได้ ...
เมื่อเวลาโชคดี ลูกจะโชคดีมากขึ้น
เมื่อเวลาโชคร้าย ก็จะกลับเป็นโชคดี ได้เร็วขึ้น
ความคิด..จึงเป็นทั้งมิตรและศัตรูของตัวลูกเอง

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ


โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:52:26 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 5



" เชื่อเถิดว่า..ความคิดนี้มีอำนาจกำหนดพฤติกรรมของตนเอง
ดังนั้น จึงควรฝึกคิดดี คิดเหมาะสม"


นี่เป็นการเตือนหรือบอกยืนยันว่าให้เราทุกคนไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่า การสร้างใจ เพราะต้องบอกว่า ถึงวันนี้แล้วเราได้พบเรื่องร้ายกันมามาก

คนที่อยู่ในห้องนี้ไม่มีใครไม่เจอเรื่องร้าย เพราะร้ายสำหรับเราอาจจะเบาสำหรับคนอื่น และร้ายสำหรับคนอื่นอาจจะเบาสำหรับเรา เพราะน้ำหนักของความรู้สึกโชคร้ายนั้นมันเท่ากัน เหมือนความทุกข์ของยาจกกับความทุกข์ของเศรษฐีนั้นเท่ากัน เพราะความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ

ในเมื่อทุกวันนี้ เราผ่านโลกมามากคนละหลายสิบปีแล้ว ถ้าจะถามผู้ที่อยู่มาถึงสี่สิบกว่าปีนี้ว่ายังอยากได้อะไรอยู่อีก เมื่อเราได้มาศึกษาพระอภิธรรมแล้วได้เห็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปในโลกมามายนั้น ถามว่าเราอยากได้อะไรบ้าง

จึงขอตอบแทนผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมว่า ไม่ได้อยากได้อะไรแล้วละ คงอยากแค่อยู่พอมีกิน มีเงินทำบุญ ยามเจ็บป่วยก็มีโอกาสไปหาหมอ แล้วก็มีเงินที่จะบริจาคทาน ซึ่งยังมีความปรารถนาตรงนี้อยู่ แต่ถ้าถามว่าอยากมีบ้าน อยากมีที่ดินไหม? ..ไม่เลย

เพราะว่าสิ่งต่างๆ ทั้งดีร้ายที่เราเผชิญมานั้น มันกระแทกใจจนเห็นเหมือนกับว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเราก็มองเด็กรุ่นหลังว่า เด็กเหล่านั้นก็ต้องเจอแบบนี้ คงต้องบอกว่าเมื่อก่อนเป็นคนที่รักเด็กมากๆ เวลาไปโรงพยาบาลเมื่อใดก็จะต้องชวนคนที่ไปด้วยไปที่ห้องเด็กอ่อน ไปยืนมองความน่ารักของเด็กทารกที่ใส่ชุดสีฟ้าสีชมพูนอนอยู่ ..รู้สึกว่ามีความสุข แต่คนที่ไปด้วยบอกว่า เบื่อมาก

ด้วยความรักเช่นนี้จึงเคยคิดว่าอยากมีลูกสักยี่สิบคน ผู้หญิงสิบ ผู้ชายสิบ และก็เคยอยากเปิดโรงเรียนอนุบาลเด็กอ่อน ..แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย แต่สงสารแล้วก็ไม่ดูด้วย ไม่รู้ว่าจะดูไปทำไม เพราะรู้แล้วว่าที่กำลังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่ในเปลนั้นเมื่อโตขึ้นมาก็จะน่ากลัว เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่เกิดมานี้เป็นเด็กที่มีอุปนิสัยน่ากลัวฝังติดมาจากภพภูมิที่ต่ำ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:52:55 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 6



เราก็จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรดีเลย ที่เราอยากได้ก็เพราะความคิด เราไม่อยากได้ก็เพราะความคิด เราสุขก็เพราะความคิด เราทุกข์ก็เพราะความคิด หลวงพ่อจึงให้เราฝึกคิด ท่านบอกว่าความคิดนี้มีอำนาจต่อพฤติกรรมของตัวเราเอง

เมื่อเราเรียนแล้ว คำนี้เราเถียงไม่ได้เลย เพราะเวลาเรากลุ้มใจ คิ้วเราก็ผูกโบว์ อยู่ดีๆ คิ้วทั้งสองข้างของเราก็มาขมวดอยู่รวมกัน ความคิดทำให้หน้านิ่วคิ้วขมวด ความคิดทำให้เรายิ้มก็ได้ ทำให้เราแย้ม หรือทำให้เราแสยะก็ได้ เช่น คิดว่าสงสัยคนนี้ว่าเราแน่ๆ ก็เลยหันไปแสยะใส่เขา

ความคิดจึงกำหนดพฤติกรรมของเรา หลวงพ่อท่านท่านบอกว่า ...จึงควรฝึกคิดดี และคิดเหมาะสม

ได้ถามหลวงพ่อว่า คำว่า "คิดดี" ในที่นี้ คืออะไร ? หลวงพ่อท่านบอกว่าให้มองโลกในแง่ดี ดูดีเก็บมาใช้ ดูชั่วเก็บมาละ คือให้มองส่วนประกอบ อย่ามองภาพรวม แต่ให้มองส่วนที่ดีของเขาที่เราเห็น

แล้วก็คิดให้ดีว่า..ที่เราเห็นนั้นเป็นวิบาก แม้จะดีอย่างไรก็แล้วแต่ที่เราเห็นนั้นก็คือ มีรูปารมณ์ มีประสาทตาดี มีอโลกะ(แสงสว่าง) และมีมนสิการ ก็เกิดการเห็น

และคิดให้เหมาะสม ..คือคิดให้เหมาะสมกับฐานะด้วย เพราะบางคนมักใหญ่ใฝ่สูง คิดไปเถอะ ฝันไปว่า ..ฝันเป็นเศรษฐี ฝันมีคนจ้องเอาใจ ฝันกันอยู่ร่ำไป ต่างฝันเกินกายของตน ชีวิตมนุษย์สุดจะฝัน ชอบเอาความฝันมาลิขิตชีวิตตน ฝันกลางฤดูฝน ... นี้ก็ฝัน ก็คิดเกินฐานะ ฉะนั้น เราคิดอะไรก็แล้วแต่ต้องเหมาะสมกับฐานะเรา เหมาะสมกับความเป็นจริง เมื่อคิดถูกแล้วก็ต้องคิดให้เหมาะสมด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:53:48 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 7



อย่างวันก่อนนี้อวยพรวันเกิดคนเขาไป ให้เขามีความสุข มีสิ่งแวดล้อมดี ขอให้ร่างกายดี ..คนที่ถูกอวยพรตอบกลับมาคล้ายๆ ว่าไม่อยากได้ที่อาจารย์อวยพรให้ไป แต่อยากให้อวยพรให้รวยมากกว่า ..

คงต้องบอกว่า วันนั้นเช้าขึ้นมาก็ตาลีตาเหลือกพิมพ์ให้เขาขอให้มีความสุข ขอให้กุศลรักษา ขอให้เจอสิ่งแวดล้อมที่ดี และขอให้สมปรารถนาให้มีการเดินทางชีวิตที่ดีงาม ..แทนที่จะขอบคุณกลับบอกว่า อยากให้อวยพรให้รวยมากกว่า ..อ่านแล้วหงายท้องเลย พิมพ์ค้าง เพราะใจเขาอยากได้รวย

ถามว่า รวยมันเป็นไปได้ไหม? เป็นไปได้ถ้าหากเหตุอดีตเรามี ใครอวยพรให้ใครรวยได้ เราก็ไปขอพรจากเขากัน จึงขอบอกให้ฟังว่า ความรวยความจนนั้นบางครั้งเราต้องการเกินไป เช่นอยากถูกรางวัลที่หนึ่ง ในห้องนี้ใครเคยอยากถูกรางวัลที่หนึ่งบ้างให้ยกมือขึ้น (ทุกคนยกมือขึ้น)

ความต้องการที่เกินไปอย่างนี้อาจจะมีได้กับคนในห้องนี้นะ ยกตัวอย่างเช่นเคยเลี้ยงเด็กไว้คนหนึ่ง เขามีหน้าที่เตรียมข้าวให้ทานกับถูบ้าน ให้เงินเดือนเขาเดือนละหกพัน เขาส่งให้แม่เดือนละห้าพันทำเช่นนี้มาตลอด ถ้าหากให้โบนัสเขาพิเศษสองเดือน เขาก็จะส่งให้หมดทั้งโบนัส แต่อย่างพวกเราเงินเดือนหมื่นบาทให้แม่หนึ่งพัน สามหมื่นบาทให้แม่สองพัน ซึ่งไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์เลย

แต่พวกเด็กรับใช้พวกนี้เขาทำมาหากินแล้วส่งให้พ่อแม่ทั้งหมด เป็นการกระทำที่เต็มที่ ฉะนั้น เหตุเขาสร้างไว้เต็มที่ เวลาเหตุปัจจัยสุกงอมเขาก็จะได้ลาภก้อนใหญ่ เราก็จะเห็นจากข่าวว่า รางวัลแจ๊กพอตไปตกอยู่ที่จังหวัดทางภาคอีสานเช่นกาฬสินธุ์ ทั้งที่คนในกรุงเทพมีตั้งเยอะแต่ทำไปรางวัลจึงไปอยู่ที่กาฬสินธุ์ หรือรางวัลที่หนึ่ง งวดประจำวันที่ ...ไปโน่น อุบลราชธานี ซึ่งพวกนี้เขาก็ใช้เงินไม่ค่อยเป็นด้วยแต่เขาก็ถูกรางวัลไป หรือบางคนนี่อาศัยรถซาเล้งร้องขายขวดก็ยังถูกรางวัลที่หนึ่ง

พอถามว่าเรามีสิทธิไหม? ถ้าไม่พูดถึงอดีตชาติ เราเคยให้ใครหมดตัวไหม อย่างพ่อแม่เป็นต้น ..ไม่เลย แต่เราให้ส่วนหนึ่งแล้วก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งครั้งแรกๆ ให้ด้วยความเต็มใจพอครั้งหลังๆ ก็ให้เพราะหน้าที่ บุพพเจตนาที่ตั้งไว้นั้นมันอ่อนลงแล้ว มุญจเจตนาก็กำลังอ่อนลงด้วย ฉะนั้น ความอยากที่จะรวยจึงเป็นไปได้ไหม?

อย่างบางคนในห้องนี้อยากจะมีแฟนเป็นดาราหนังจะเป็นไปได้ไหม? โอกาสมีได้ แต่ความเหมาะสมไม่มี เพราะเสาร์อาทิตย์ก็มาอยู่ที่นี่แล้วดาราที่ไหนเขาจะมามอง

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:54:07 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 8



"ไม่ว่าจะตกอยู่ในภาวะของความ..โชคดี.. หรือ ..โชคร้าย.. ต้องคิดเป็นให้ได้"


โชคดีคือวิบากกุศล โชคร้ายคือวิบากอกุศล แต่เราจะนึกถึงวิบากได้ยากถ้าหากเราไม่ได้อยู่ในหมู่มิตรที่กำลังพูดถึงเรื่องวิบาก ส่วนมากก็จะพูดว่า แย่จัง กลุ้มจัง เหนื่อยจัง หงุดหงิดจัง ..มันมาก่อนความรู้สึกว่าเป็นวิบาก

แต่ขณะนี้เราอยู่ในท่ามกลางหมู่คนที่ชอบวิบาก รู้จักวิบากเหมือนกัน และไม่ว่าจะเป็นตัวอาจารย์เองหรือใครที่ยืนพูดเรื่องวิบากได้นี้ แต่พอประสบจริงๆ ความรู้ว่าเป็นวิบากนั้นมาไม่ทันหรอก แต่อารมณ์มา คืออารมณ์ร้าย อารมณ์โลภ อารมณ์โกรธ อารมณ์หลง มาก่อนความคิดได้ เพราะความรู้วิบากคือปัญญาเจตสิก

ในความเป็นจริงโทสเจตสิกจะมาก่อน เมื่อเราพิจารณาแล้วก็จะเห็นว่ายากที่จะรู้ จึงต้องคิดให้ได้ว่า นี่ไง วิบากทั้งสิ้น ไม่ว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็เป็นวิบาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั่นคือวิบาก และก็เป็นสิ่งที่เราทำเอง ไม่มีใครเลยที่ไม่ทำแล้วได้ แต่เราทำมาทั้งสิ้น ของๆเราแท้ๆ เลยคือ วิบาก

ไม่ว่าจะมาในรูปของเรื่องราวหรือสิ่งใกล้ชิด นั่นก็คือ กรรมกำหนด เราเป็นผู้เขียนด้วยลายมือของตนเองเขียนทุกอย่างเลย แราเขียนจดหมายถึงตนเองแล้วก็เขียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวใจ แล้วเราก็ลืมไปว่าเราเขียนอะไรไป แต่กรรมไม่เคยลืม กรรมมาคลายตัวหนังสือแล้วเรียงถูกด้วยว่า เช่นเราเขียนไว้ซ้อนๆ กัน ซึ่งกรรมนั้นวิจิตรจริงๆ ที่สามารถเรียงตัวอักษรชั่ว ตัวอักษรดี แล้วส่งคืนให้เราได้ ไม่ว่าเราจะเขียนกี่ครั้ง

ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องของกรรมที่เราต้องคิดให้ได้

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:54:24 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 9



"ฝึกคิด..ไม่โลภ ไม่เสียดาย ถ่อมตน อยู่กับปัจจุบัน และคิดที่จะทำดีให้มากขึ้น"


และหลวงพ่อสอนต่อไปว่า เราต้องค่อยๆ ฝึกไป เหมือนกับที่ท่านสั่งว่า เข้าพรรษาให้หยุดสรรหาลาภจร เช่น ล๊อตเตอรี่ หวยบนดิน หวยใต้ดิน เพราะตอนเราซื้อนั้นโลภไหม? ..โลภ อยากได้ไหม?..อยากได้

จึงต้องฝึกคิด ..ไม่โลภ ยินดีตามมี ยินดีตามได้ กินเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ได้กินเพื่อแก้อยาก จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็อิ่มได้เหมือนกัน หาเพื่อแก้ทุกข์ไม่ใช่หาเพื่อแก้อยาก ใส่เพื่อแก้ทุกข์ไม่ได้ใส่เพื่อแก้อยาก ..นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อเคยสอนมา คืออย่าให้ความอยากบงการชีวิต

เพราะเมื่อความอยากบงการชีวิต จิตจะเป็นทุกข์เมื่อไม่ได้สมความปรารถนา ลำพังแค่ตัณหาก็ทุกข์อยู่แล้ว เมื่อไม่สมตามความต้องการของตัณหาก็ยิ่งทุกข์มากขึ้น

ฝึก..ไม่เสียดาย ปล่อยที่แล้วให้มันแล้วไป อะไรหายปุ๊บก็..ช่างมัน เพราะเราเคยทำกับเขามา แต่ถ้าหาเจอก็ดีก็จบ ให้ไปแล้วทำบุญอะไรไปแล้วพระท่านจะนำไปทำอะไรก็ช่าง เช่น ถวายเงินสร้างระฆังแต่ท่านไปซื้อฝรั่งดองฉันก็ช่างท่าน ..อย่าไปเสียดาย

เราต้องฝึกไม่เสียดาย แม้กระทั่งชีวิตของเรา เมื่อทำดีแล้วแม้จะต้องตายก็ไม่เสียดาย แต่ส่วนมากเราจะเสียดาย อย่างบางคนที่นำของไปถวายพระพอพระนำไปให้คนอื่นก็เสียดาย ขอยกตัวอย่างท่านเจ้าคุณพิพิธฯ ท่านเป็นพระที่ไม่รับของใครเลย ได้มาเท่าใดก็ให้ต่อจนหมดไม่เคยเก็บค้างไว้เกินหนึ่งคืน

ไม่ว่าจะเป็นของมีค่าถ้าจะถวายท่านก็ต้องถวายให้ขาด ท่านบอกว่าถ้าโยมให้แล้วให้ไม่ขาดก็ไม่ต้องมาถวาย และได้เคยถวายของอย่างดีให้ท่านมากมายเพราะท่านไม่มีใช้ ท่านก็รับแล้วอนุโมทนา พอเราเดินคล้อยหลังมาแล้วท่านก็แจกให้คนอื่นต่อไปอีก แม้กระทั่งปัจจัยไทยทาน(เงิน) ถ้าท่านมีอยู่ท่านก็จะแจกจ่ายไม่เก็บไว้เลย

และก็ต้องฝึกคิด..ถ่อมตน คือการอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วก็ฝึกคิด..อยู่กับปัจจุบัน เพราะเรื่องเกิดก็เกิดที่ปัจจุบัน ยุงกัด..เจ็บที่ไหน? ที่ปัจจุบัน ฝนตก..เปียกที่ไหน? ที่ปัจจุบัน ทุกอย่างเป็นที่ปัจจุบันทั้งสิ้น

และคิดที่จะทำดีให้มากขึ้น เช่น ช่วยเหลือตนเองให้มากขึ้น และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้มากขึ้น เช่นที่เราจะไปช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบให้มากขึ้นด้วยการทำสวน ทำความสะอาดนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:54:44 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )


  สลักธรรม 10



"เพราะการคิดดีได้ ...
เมื่อเวลาโชคดี ลูกจะโชคดีมากขึ้น
เมื่อเวลาโชคร้าย ก็จะกลับเป็นโชคดี ได้เร็วขึ้น
ความคิด..จึงเป็นทั้งมิตรและศัตรูของตัวลูกเอง "


เพราะการคิดดี เมื่อเวลาโชคดีลูกจะโชคดีมากขึ้น เช่นเรามีลาภ แทนที่เราจะโลดโผนโจนทะยานดีใจ เช่น มีคนมาชมว่า คุณสวยนะ คุณเป็นคนดีนะ ..เราก็ฟังและรู้ว่าเป็นวิบาก แล้วกุศลมโนกรรมก็จะเกิดง่ายเพราะการคิดดี เวลาเรามีโชคเช่นได้ลาภมาก็รู้ว่า ผลของทานส่งผลแล้ว ก็เป็นลาภสองชั้นเลย เพราะได้ลาภแล้วยังคิดดีอีก ก็คือมีโชคดีมากขึ้น

และเวลาโชคร้าย ก็จะกลับกลายเป็นโชคดีได้เร็วขึ้น เพราะเรารู้ว่านั่นคือวิบาก เดี๋ยวก็หมด และทั้งโชคดี โชคร้าย ก็ตกอยู่ในสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ เป็นลักษณะพระไตรลักษณ์ ฉะนั้น คำว่าคิดดีตรงนี้ก็คือคำว่า..ฉลาดในอารมณ์.. ในสัปดาห์ที่แล้วนั่นเอง

หลวงพ่อท่านบอกจึงว่า "ความคิด..จึงเป็นทั้งมิตรและศัตรูของตัวลูกเอง " ที่เราอยากสบาย อยากไม่เหนื่อยก็ต้องอยู่ที่เราเพียงคนเดียวเลย "การอยู่คนเดียวก็ให้ระวังความคิด อยู่กับหมู่มิตรให้ระวังคำพูด "

เพราะความคิดจะเป็นมิตรและศัตรูของตนเองได้ และคำพูดของเราบางครั้งก็อาจจะไม่ถูกใจเขา หรือบางครั้งที่เราพูดก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเป็น

เขาก็คือเขา เราก็คือเรา เราจะรู้สึกอะไรแทนใครไม่ได้เลย เราเห็นเขายิ้มแต่เขาอาจจะทุกข์อยู่ก็ได้ เราเห็นเขาหน้าบึ้ง แต่อาจจะไม่ได้นึกอะไรเลยก็ได้ ..เราจึงรู้สึกแทนใครไม่ได้เลย

เมื่อเราทำอะไรแทนใครไม่ได้ เราจึงต้องมาทำความคิดของตนเองให้ดีและเหมาะสม ...เอาตัวเองให้รอด ดังภาษิตที่บอกว่าให้ช่วยตนเองให้ดีก่อน แล้วจึงช่วยเหลือผู้อื่น

นี่คือ ด้วยรัก จาก พ่อเสือ


โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 00:55:06 น.] ( IP = 58.9.93.180 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org