| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๓)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
เมื่อคราวที่แล้วมาลุงได้แสดงว่า ปฏิสนธิจิต คือจิตที่เกิดในภพใหม่ ชาติใหม่ เป็นจิตที่เป็นบาปหรือเป็นบุญ หรือเป็นบาปหรือเป็นบุญไม่ได้ แต่เป็นอพยากตธรรมเป็นผลของบาปหรือบุญที่ได้ทำมาแล้วในอดีตชาติ
อย่างไรก็ดีก็เพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อใกล้จะถึงแก่ความตายที่เป็นบาปเป็นบุญนั่นเอง เป็นตัวการส่งให้สัตว์ที่ตายนั้นให้อุบัติในภพชาติใหม่ ในขณะที่แรกเกิดก็มีจิต เจตสิกและกรรมชรูปเกิดพร้อมกัน จะเกิดในครรภ์มารดาหรือจะเกิดเป็นโอปปาติกะก็แล้วแต่เหตุ
ป.คุณลุงขอรับ ขอได้โปรดอธิบายถึงสัตว์ที่เกิดในครรภ์ของมารดาอย่างย่อๆตามที่คุณลุงกล่าวว่า จิต เจตสิกและกรรมชรูปเกิดพร้อมกันด้วย ว่าเกิดกันอย่างไร
ก. ได้ซิหลาน แต่ลุงจะพูดย่อๆเท่านั้น เพราะเรากำลังเรียนแต่เพียง กิจหน้าที่การงานของปฏิสนธิเท่านั้น
เมื่อสัตว์ได้จุติ คือตายลง นั่นก็คือ จิต เจตสิกและกรรมชรูปได้ดับลงไปในภพชาติก่อน แล้วในทันทีนั้นเอง สัตว์นั้นก็ปฏิสนธิ คือเกิดใหม่ เรียกว่า ปฏิสนธิ ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัยหลายประการ ซึ่งหลานจะได้เรียนต่อไปในโอกาสข้างหน้า โดย พี่เณร....นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 08:19:40 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 1
ในขณะที่ปฏิสนธิ ก็มีจิต เจตสิกและกรรมชรูปเกิดขึ้นมาพร้อมกันในครรภ์ของมารดา ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากัน
สำหรับจิต เจตสิกก็เกิดขึ้นมาด้วยกัน ลุงก็คิดว่าไม่ต้องอธิบาย เพราะหลานได้เรียนไปแล้ว จะขออธิบายแต่กรรมชรูปเท่านั้น
คนไทยส่วนใหญ่ที่นับถือพระพุทธศาสนา มักจะมีความเข้าใจว่า การเกิดใหม่ของสัตว์ทั้งหลายนั้นเกิดแต่วิญญาณ แล้วมักจะพูดว่า เมื่อคนเราตายลงแล้ว วิญญาณก็ล่องลอยไปเกิดใหม่
ความจริงวิญญาณก็ล่องลอยไปเกิดใหม่ไม่ได้ เพราะมีความเกิด ดับ สืบต่อกันไป เมื่อจุติจิตดับลงแล้ว ปฏิสนธิจิต ซึ่งเป็นจิตที่เกิดสืบต่อ ก็เกิดขึ้นมาทันทียังภพใหม่ชาติใหม่
แล้วในทันทีที่ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นมานั้น รูปที่เรียกว่า กรรมชรูปก็เกิดขึ้นมาด้วยพร้อมกัน ในขณะนี้เป็นกลุ่มรูป ๓ กลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มรูปที่เป็นประสาทกาย กลุ่มรูปที่เป็นเพศหญิงหรือเพศชาย และกลุ่มรูปที่เป็นที่ตั้งอาศัยของจิตใจ
หญิงที่จะตั้งครรภ์นั้นจะต้องมีเหตุ ๓ ประการคือ ๑. ประจำเดือนกำลังงาม แต่ไม่ได้หมายความว่ากำลังเห็น ๒.การสมสู่อยู่ด้วยกันของบิดามาดา ๓.มีสัตว์(ที่ได้สิ้นชีวิตจากภพก่อน) ปฏิสนธิ
ป. คุณลุงขอรับ เวลานี้วิชาวิทยาศาสตร์กำลังเจริญ ไม่ต้องสมสู่อยู่ด้วยกันก็เกิดได้
ก. เขาเรียกว่า ผสมเทียมใช่หรือไม่เล่าหลาน
ป. ถูกแล้วขอรับ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 08:20:16 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 2
ก. จะผสมเทียมแบบไหน อย่างไรก็อยู่ในเกณฑ์ สมสู่อยู่ด้วยกันได้ เพราะเชื้อของสัตว์ตัวผู้จะต้องเข้าไปในครรภ์ของสัตว์ตัวเมีย
เช่น เอาเชื้อวัวตัวผู้พันธุ์เนื้อ หรือเชื้อไก่พันธุ์ไข่ขึ้นเรือบินมาจากอเมริกาแล้วมาผสมให้กับวัวหรือไก่ตัวเมียในเมืองไทย ก็อนุโลมลงไปได้ไม่ใช่หรือหลาน ขอให้เอาเชื้อของทั้งสองเพศผสมกันเท่านั้น
ป. ขอเชิญต่อไปเถิดขอรับ พอจะอนุโลมไปได้จริงๆ ผมไม่สงสัยแล้ว
ก.ในทันทีที่ปฏิสนธินั้น อำนาจของกรรมที่ได้กระทำมาแล้วในอดีตก็เข้ามามีบทบาทผันแปรรูปที่ผสมกันของบิดามารดาให้เปลี่ยนแปลงเป็นรูป ๓ กลุ่มดังกล่าวแล้ว คือเป็นประสาทกาย เพศหญิงหรือเพศชาย และกลุ่มรูปที่เป็นที่ตั้งอาศัยของจิตใจ ที่เรียกว่า หทยวัตถุ ทั้งหมดนี้เป็นรูปปรมาณู เรียกว่า กรรมชรูป ซึ่งได้แก่รูปปรมาณู ๓ กลุ่มที่ได้กล่าวมานั่นเอง
ในขณะนี้ทางธรรมะ เรียกว่า กลละ ซึ่งเป็นน้ำใสเล็กมาก ท่านเปรียบเหมือนเอาขนอ่อนละเอียดของขนทรายจามรี จุ่มในน้ำมันงาที่ใสสะอาด แล้วสลัดเสีย ๗ ครั้ง แล้วเอาที่ปลายสุดของขนมันเท่านั้น แต่ถึงว่ามันจะเล็กอย่างไร มันก็เป็นที่ประชุมกันของกลุ่มปรมาณู ๓ กลุ่มตามที่กล่าวมาแล้ว ด้วยอำนาจของกรรมเข้ามาปันแปรให้เป็นรูปดังกล่าวนี้ขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้ ผู้เกิดใหม่ที่เป็นมนุษย์ หรือแม้จะเกิดเป็นผีสางเทวดาก็ตาม ก็ไม่สมควรพูดว่าวิญญาณล่องลอยไปเกิดได้ เหมือนคนเราจะไปไหน หรือจะอยู่ในที่ใด ก็จะต้องมีทั้งร่างกายและวิญญาณ มีแต่วิญญาณอย่างเดียวไม่ได้
แล้วต่อจากนั้นจึงค่อยๆเจริญขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งหลานจะต้องไปศึกษาเอาในปริจเฉทที่ ๕ เวลานี้เรียนปริจเฉทที่ ๓ เพียงแต่เรื่องกิจ หรือหน้าที่ของปฏิสนธิเท่านั้น โดย พี่เณร....นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 08:20:45 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 3
คุณลุงขอรับ ถ้าการปฏิสนธิเป็นมนุษย์ในครรภ์ของมารดา คุณลุงไม่อธิบายต่อไปแล้ว ผมก็ขอคำอธิบายเรื่องของโอปปาติกะ คือ พวกผีสางเทวดา ในขณะปฏิสนธิด้วย
ก. ก็ดีเหมือนกัน
การปฏิสนธิของมนุษย์ มีรูป ๓ กลุ่มดังกล่าวแล้ว เกิดพร้อมกับจิตและเจตสิก แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยๆเจริญขึ้นมาเป็นลำดับ จนถึงวันที่เป็นตัวเป็นตนจริงๆ จนเกิดประสาทตา หู จมูก ลิ้น ด้วยอำนาจของกรรมชรูปเหมือนกัน รวมทั้งหมดเมื่อครบบริบูรณ์แล้วก็มีกลุ่มรูป ๗๐ กลุ่ม ซึ่งได้แก่
กรรมชกลาป คือ กลุ่มรูปอันเกิดจากอำนาจของกรรม มีอยู่ ๙ คือ
๑. จักขุทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ จักขุปสาท ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๒. โสตทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ โสตปสาท ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๓. ฆานทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ ฆานปสาท ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๔. ชิวหาทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ ชิวหาปสาท ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๕. กายทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ กายปสาท ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๖. อิตถีภาวทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ อิตถีภาวรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๗. ปุริสภาวทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ ปุริสภาวรูป๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๘. หทยทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป
๙. ชีวิตนวกกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑ รวม ๙ รูป
ทั้งหมดเหล่านี้เป็นรูปปรมาณู สำหรับอิตถีกับปุริสภาวรูปอันเป็นกลุ่มรูปที่แสดงเพศนั้น ถ้าเป็นรูปหญิงก็เอาชายออก ถ้าเป็นชายก็เอารูปหญิงออก เอาแต่เพศเดียว ส่วนชีวิตรูปนั้นเป็นตัวควบคุมกลุ่มรูปปรมาณูที่กรรมได้ผลิตสร้างขึ้นมา มิให้รูปทั้งหลายกระจัดกระจายออกจากกัน (ส่วนกลุ่มรูปที่ ๙ เป็นกลุ่มควบคุมบรรดากลุ่มรูปทั้ง ๗ นั้นให้รวมกันอยู่)
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 08:21:11 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 4
นอกจากรูปอันเกิดจากอำนาจของกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีรูปที่เกิดจากอำนาจของจิต อุตุ และของอาหารอีก ซึ่งหลานจะได้ศึกษาเมื่อถึงปริจเฉทที่ ๖
มนุษย์มีรูปกายอันเป็นปรมาณูที่เราไม่สามารถมองเห็น หรือจะสัมผัสด้วยกายได้ รูปเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากอำนาจของกรรมเรียกว่า กรรมชรูป ซึ่งก็ได้แก่ ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย หทยวัตถุอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต และปรมาณูอันเป็นเครื่องแสดงเพศหญิงหรือเพศชายทั่วร่างกาย
การที่เรามองเห็นตัวตนกันได้ก็เพราะเซลของพ่อของแม่ที่มารวมกันนั้น เป็นของหยาบ สามารถสะท้อนแสงได้ ถ้าเอาเซลในร่างกายของมนุษย์ออกเสียให้หมดแล้ว มนุษย์ก็จะเหลือแต่ร่างกายละเอียดเป็นปรมาณูไป เห็นหรือสัมผัสไม่ได้ เพราะไม่สามารถสะท้อนแสงได้ ก็จะกลายเป็นผีสางเทวดาไป
เมื่อลุงพูดมาถึงดังนี้แล้ว ลุงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายอะไรอีกก็ได้ เพราะโอปปาติกะผู้เกิดเป็นผีสางเทวดานั้น โตใหญ่ขึ้นมาในทันใด แล้วมีรูปกายจิตใจพร้อมบริบูรณ์
วันนี้พอกันทีกระมังหลาน
ป.ขอบพระคุณคุณลุงมาก สวัสดีขอรับ
ก. สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [12 พ.ย. 2550 , 08:21:38 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมต่างๆขอรับ.
โดย เทพธรรม [12 พ.ย. 2550 , 09:21:36 น.] ( IP = 58.9.143.103 : : )
สลักธรรม 7
เรื่องของการจุติ-ปฏิสนธิกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเร้นลับเกินกว่านักวิทยาศาสตร์จะให้คำตอบได้ หากไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วความเข้าใจเหล่านี้ก็จะไม่ปรากฏขึ้นบนโลก และหากไม่มีคำอธิบายพร้อมตัวอย่างที่ทันสมัยของท่านอาจารย์บุญมีผู้ศึกษาก็คงยากที่จะทำความเข้าใจได้อย่างยากลำบาก ..กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้แสงสว่างของชีวิต
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาอยู่เสมอค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2550 , 14:29:31 น.] ( IP = 125.26.42.74 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายให้เกิดความเข้าใจค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะโดย เซิ่น (เซิ่น) [12 พ.ย. 2550 , 21:58:32 น.] ( IP = 58.8.51.25 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |