มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๔)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

ป.เมื่อคราวก่อนคุณลุงได้บรรยายจากหัวข้อในกิจสังคหะ เรื่องการปฏิสนธิของมนุษย์ไปแล้วผมก็พอจะเข้าใจ แต่การปฏิสนธิของผีสางเทวดานั้น คุณลุงยังไม่ได้อธิบาย เพียงแต่พูดย่อๆว่าเกิดขึ้นมาทันทีทันใดแล้วก็ตัวโตใหญ่ขึ้นมาแล้ว

เรื่องนี้ผมใคร่ขอคำอธิบายเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยว่า ผีสางเทวดานั้น มีการสมสู่อยู่ด้วยกันเหมือนมนุษย์หรือไม่ เกิดเป็นโอปปาติกะได้อย่างไร และคลอดลูกตัวโตใหญ่ขึ้นมาทันทีได้หรือ

ก.หลานถามมาดังนี้ก็ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นลุงก็จะขออธิบายย่อๆ ให้หลานฟังเสียก่อน ความละเอียดในเรื่องนี้หลานจะต้องศึกษาในอภิธรรมมัตถสังคหะ ในปริจเฉทที่ ๕ ในวันนี้จะยังไม่อธิบายในข้อ ๒ เรื่อง “ภวังคกิจ”

มีบุคคลเป็นอันมากไม่เชื่อว่าจะมีผีสางเทวดา เพราะเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ ทั้งนี้ก็เพราะไม่ยอมศึกษาหาความรู้จากในพระพุทธศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎก

แต่ก็มีบุคคลอีกไม่ใช่น้อยเหมือนกันที่เชื่อว่ามีผีสางเทวดา แต่ก็เชื่อๆไปกระนั้นเอง เพราะไม่มีเหตุผลข้อเท็จจริงที่จะอ้างอิงประกอบคำอธิบาย ด้วยเหตุที่ไม่ยอมศึกษาพระอภิธรรมปิฎก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [13 พ.ย. 2550 , 08:27:31 น.] ( IP = 58.9.139.44 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ผู้ใดจะเชื่อหรือไม่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็จะต้องเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงมาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมัยพระองค์ยังมีพระชนม์อยู่แล้วก็ได้แสดงเอาไว้ในพระธรรมเป็นหลักฐานมาจนถึงปัจจุบันนี้

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกมีความเข้าใจก็จะไม่สงสัย เพราะอธิบายไว้ละเอียดลออ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ศึกษาก็จะต้องมีความเข้าใจเรื่องอันเป็นพื้นฐาน คือ จิต เจตสิก และรูป ให้มีความเข้าใจเสียบ้างให้ดีก่อน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิใช่จะสอนให้ผู้ใดให้เชื่อผีสางเทวดาเฉยๆ หากแต่พระองค์ทรงให้เหตุผลข้อเท็จจริงตลอดจนบทพิสูจน์เอาไว้พร้อมบริบูรณ์ แต่การบรรยายครั้งนี้จะให้ละเอียดพิสดารนักก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงเวลา หลานจะต้องรอไปศึกษาในปริจเฉทที่ ๕ ก็จะกล่าวถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและผีสางเทวดา นับว่าเป็นปัญญาอย่างยิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสริมให้บังเกิดมี แต่ถ้าได้เหตุผลและข้อเท็จจริงด้วยแล้ว ก็นับได้ว่าไม่เสียทีที่เกิดมีชีวิต แล้วรู้เรื่องชีวิตของตนเองบ้าง

การเกิดเป็นผีสางเทวดานั้น เกิดขึ้นมาด้วยอาศัยกรรมชรูปเป็นผู้ผลิตสร้างรูป มีรูปอะไรบ้างจำนวนเท่าใด ท่านก็วางเป็นหลักเกณฑ์เอาไว้ แล้วมีจิต เจตสิก อะไรบ้างหระเภทไหนที่เกิดพร้อมกัน ในเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เอาไว้ไปเรียนเมื่อถึงบทนั้น

สำหรับในวันนี้ ลุงจะขอตอบปัญหาของหลานในเรื่องเบ็ดเตล็ดทั่วๆไป ตามที่หลานสงสัยเสียก่อน ขอให้หลานถามมาใหม่

ป.ผมขอถามในข้อแรกว่า ผีสางเทวดานั้น มีการสมสู่อยู่ด้วยกันเหมือนมนุษย์หรือเปล่าขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [13 พ.ย. 2550 , 08:28:01 น.] ( IP = 58.9.139.44 : : )


  สลักธรรม 2



ก. ในเรื่องนี้ก็มีพวกมนุษย์ที่อยากให้เทวดาเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ในที่บางแห่งจึงได้กล่าวว่าเทวดาทั้งหลายมิได้มีการสมสู่อยู่ด้วยกันเหมือนมนุษย์ เพียงแต่อาศัยการสบตาแล้วก็เกิดความยินดีขึ้นเท่านั้น

ความจริง เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เทวดาทั้ง ๖ ชั้น ต่างก็สมสู่อยู่ด้วยกันเหมือนมนุษย์นั่นเอง จะมียกเว้นบางก็บางกรณี เช่น ในอดีตชาติตอนเป็นมนุษย์บวชเป็นภิกษุมานาน หรือเคร่งครัดในการปฏิบัติมากจึงไม่ใยดีในเพศตรงกันข้าม

ป. คุณลุงขอรับ แล้วผีสางเทวดาตามที่ท่านอาจารย์ได้บรรยายมา มีการสมสู่อยู่ด้วยกันแล้ว จะมีครรภ์และคลอดบุตรเหมือนมนุษย์หรือเปล่าขอรับ

ก.ผู้ศึกษาพระอภิธรรมส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจว่า ผีสางเทวดานั้น เป็นโอปปาติกะปฏิสนธิ เกิดขึ้นมาก็ใหญ่โตเต็มที่ โดยผุดเกิดขึ้นมาเองในทันที แต่ความจริงนั้น โอปปาติกะปฏิสนธิเกิดขึ้นมาจากในครรภ์ของมารดาเป็นส่วนมาก แต่เราไม่เรียกว่าเป็นคัพพเสยยกกำเนิด หรือเกิดขึ้นมาจากในครรภ์ของมารดา

เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ที่เรียกว่าเป็นเทวดาชั้นต่ำนั้น แบ่งออกได้เป็นหลายชั้นด้วยกัน ชั้นสูงที่สุดของจาตุมหาราชิกา แล้วเทวดาที่สูงขึ้นไปตั้งแต่ชั้นดาวดึงสาจนถึงชั้นที่ ๖ เหล่านี้ปฏิสนธิโดยผลิตสร้างร่างกายขึ้นมาจากอำนาจของกรรม เรียกว่า กรรมชรูป มีตา หู จมูก ลิ้น กาย หทยวัตถุ เพศหญิงหรือชาย และจิตกับเจตสิก ในทันใดพร้อมกันทั้งหมด

เปรต อสุรกาย เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา(เว้นชั้นสูงสุดของจาตุมหาราชิกา) เกิดโดยคลอดจากครรภ์ของมารดา

ป.คุณลุงขอรับ คลอดออกจากครรภ์ของมารดาแล้ว เหตุใดจึงเรียกว่า โอปปาติกะ เล่าขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [13 พ.ย. 2550 , 08:28:23 น.] ( IP = 58.9.139.44 : : )


  สลักธรรม 3



ก.คลอดออกมาจากครรภ์ของมารดาก็จริง แต่ก็เรียกว่า โอปปาติกะ เพราะว่าไม่ได้ค่อยๆเจริญเติบโตทีละน้อยๆเหมือนมนุษย์ และไม่ได้คลอดออกมาทางเบื้องต่ำเหมือนมนุษย์ หากแต่คลอดตรงๆออกมา แล้วก็ตัวใหญ่โตเต็มที่เลย เป็นแบบโอปปาติกะทุกอย่าง ยกเว้นจะมีขาดตกบกพร่องไปบ้างก็เพราะผู้ที่มีกรรมไม่ดีมาให้ผลเป็นพิเศษ เช่น ตาบอด เป็นต้น

เทวดาตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาชั้นสูงสุดขึ้นไปทุกชั้น เกิดเป็นโอปปาติกะโดยตรง แต่เทวดาชั้นต่ำกว่าที่ว่านี้ลงมา เกิดจากครรภ์มารดา แต่เรียกว่า โอปปาติกะปฏิสนธิ

เปรต อสุรกายส่วนใหญ่ ก็เกิดจากครรภ์มารดาแล้วเรียกว่า โอปปาติกะปฏิสนธิ

ในเรื่องนี้ก็มีข้อยกเว้นบ้างเหมือนกัน เช่น เปรตพวกหนึ่ง เรียกชื่อว่า “นิชฌามตัณหิกเปรต” คลอดออกจากครรภ์ของมารดาไม่ได้ แต่เกิดขึ้นมาตัวใหญ่เต็มที่ เพราะเปรตชนิดนี้ มีไฟลุกไหม้ที่ตัวอยู่ตลอดเวลา จึงต้องยกเว้น

เรื่องของผีสางเทวดาเป็นเรื่องใหญ่ ในวันนี้ลุงขอบรรยายแต่เพียงเล็กน้อยก่อน ในโอกาสหน้าจึงค่อยถามมาใหม่

ป.ขอบพระคุณขอรับคุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [13 พ.ย. 2550 , 08:28:51 น.] ( IP = 58.9.139.44 : : )


  สลักธรรม 4

ความลี้ลับที่มีอยู่ในจักรวารนี้ ยังต้องการบทพิสูตรอีกมากมาย แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยผู้มีอำนาจจิตที่พิเศษจริงๆจึงจะสามารถรู้รายละเอียดที่ลี้ลับนั้นได้ ก็จะต้องกล่าวได้ว่า..มีเพียงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่พระองค์ทรงตรัสรู้ทั่ว

และพวกเราก็จะสามารถเข้าถึงความจริงนั้นๆได้ ก็ต้องศึกษาพระอภิธรรมปิฏกเท่านั้นจึงจะหมดข้อสงสัยไปได้เองในที่สุดจริงๆเลยขอรับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่เพียรพยายามถ่ายทอดธรรมที่ลี้ลับนั้นๆ ออกมาสู่จิตใจแก่สาธุชนทั่วไปด้วยความกรุณายิ่ง

โดย เทพธรรม [13 พ.ย. 2550 , 08:36:52 น.] ( IP = 58.9.139.44 : : )


  สลักธรรม 5


ยิ่งเรียนก็ยิ่งเห็นคุณประโยชน์ของการศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรม และซาบซึ้งในพระสัพพัญญุตาญาณเป็นอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาขยายอรรถให้ชัดเจน และช่วยให้เห็นเกิดแสงสว่างขึ้นในชีวิต ไขข้อข้องใจต่างๆได้ทีละเล็กทีละน้อย

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่กรุณานำความสว่างเหล่านี้มาสาดส่องเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 พ.ย. 2550 , 09:25:53 น.] ( IP = 124.121.175.91 : : )


  สลักธรรม 6



ตอนนี้มีภาพยนตร์ชื่อ โอปปาติก ..ออกมาฉายให้ประชาชนได้ชมกันด้วยความบันเทิง น่าเสียดายว่าที่ผู้เขียนบทและผู้สร้างภาพยนตร์มิได้เข้าใจคำว่า โอปปาติกะอย่างถูกต้อง ฉะนั้น สิ่งที่สื่อสารออกไปจึงต่างไปจากคำสอนในพระไตรปิฎก และอาจสร้างความเชื่อที่เป็นไปคนละแนวทางของเหตุผล ...จึงรู้สึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์บุญมีผู้ที่เพียรสร้างประโยชน์แท้ให้แก่นักศึกษาพระอภิธรรมทั้งหลาย กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษา เพิ่มเติมและปรับแต่งความเข้าใจให้ถูกต้องตรงตามหลักธรรมตลอดมาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2550 , 10:30:30 น.] ( IP = 125.26.41.119 : : )


  สลักธรรม 7

ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องราวของชีวิตต่างๆ จะต้องอาศัยการศึกษาพระอภิธรรม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำความรู้ที่ถูกต้องมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2550 , 12:52:55 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org