| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รำลึกถึงดวงประทีป (๖)
![]()
![]()
ความรู้สึกจากใจศิษย์
กำหนดการจัดงานวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ประวัติท่านอาจารย์บุญมี
"เพื่อนผู้ร่วมความทุกข์ เพื่อนผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย ผม(อาจารย์บุญมี เมธางกูร)ขอสารภาพความจริงจากภายในหัวใจว่า เมื่อสมัยผมยังอายุน้อยอยู่นั้น ผมไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางเทวดา ไม่เคยเชื่อเรื่องตายแล้วไปเกิดได้เลย ได้ชื่อว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิเต็มตัว ทั้งๆ ที่บวชและเรียนนักธรรมตรีมาแล้ว ๑ พรรษา
เพราะความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่บวกกับการศึกษาธรรมะมาน้อย เป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ผีสางเทวดา และการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนโบราณที่มิได้ศึกษาวิทยาการที่จะทำให้เกิดสติปัญญาในเหตุผลอันลึกซึ้งจากในวิทยาการทางโลก ทางวิทยาศาสตร์
ผมได้เคยออกเถียงหลายครั้งหลายหน ในที่หลายแห่งกับบุคคลเป็นอันมากว่า ผีสางเทวดา และการเวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่เป็นความจริง เป็นเพราะคนโบราณต้องการจะให้บุคคลทั้งหลายรวมกันอยู่ได้ในสังคมด้วยความเรียบร้อย จึงได้เอาเรื่องนรกมาขู่ แล้วเอาเรื่องสวรรค์มาล่อใจ
แต่ด้วยกุศลผลบุญแต่หนหลังได้มาสนับสนุนบันดาลใจให้ผมได้มีโอกาสศึกษาพระอภิธรรมปิฎกอยู่หลายปี แล้วก็ได้เข้าสู่การปฏิบัติธรรมหลายครั้ง แล้วหลังจากนั้นความคิดเห็นอันเป็นมิจฉาทิฏฐิจึงได้ค่อยๆละลายหายออกไปทีละน้อยๆ ตามความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น
ตั้งแต่นั้นมา ผมจึงได้ตักเตือนญาติมิตรอยู่เสมอว่า อย่าพูดว่าผีสางเทวดาไม่มี อย่าคิดว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นไปไม่ได้ ก่อนที่จะได้ศึกษาพระธรรมที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ หาไม่แล้วผู้เข้าใจผิดในเรื่องของชีวิตก็จะตกอยู่ในความประมาท ความเสียหายร้ายแรงที่ไม่เคยคาดถึงเลยก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเรารักชีวิตของเราจริงๆแล้ว ก็ขอให้ลองศึกษาสักพักหนึ่งก่อนเถิด
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:35:38 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 1ในพระอภิธรรมปิฎกได้แสดงบทพิสูจน์เอาไว้พร้อมแล้ว ผู้ต้องการพิสูจน์ก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริงทุกอย่าง พระอภิธรรมปิฎกไม่เกรงว่าผู้ใดจะเข้ามาพิสูจน์ แต่เกรงผู้ที่จะไม่ยอมเข้ามาพิสูจน์เท่านั้นเอง แม้เพียงการศึกษาเล่าเรียนธรรมดา ผู้ใดศึกษาเข้าถึงความลึกซึ้งจริงๆ แล้ว ความสงสัยดังกล่าวมา ก็สลายตัวออกไปจากจิตใจ
ส่วนฝึกฝนการปฏิบัติสมถกรรมฐาน คือการทำสมาธิจนเกิดอำนาจ ก็ยังมีความสามารถทำลายล้างความเห็นผิดต่างๆ ได้ และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพียงได้ญาณปัญญาที่ ๒ ที่เรียกว่า ปัจจยปริคคหญาณเท่านั้น ความสงสัยต่างๆในเรื่องหยาบๆ คือ ผีสางเทวดา และการเกิดใหม่ในชาติหน้าก็ไม่เกิดขึ้นมาได้ เพราะผู้ปฏิบัติมีความสามารถเห็นรูปนามตามความเป็นจริง พร้อมทั้งเหตุในชาตินี้ และเหตุในชาติอดีตที่เป็นตัวการทำให้รูปนามเกิดขึ้นมา
ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาปฏิบัติถูกต้องตามสภาวธรรม ประกอบด้วยเหตุผลเข้าใจในการกำหนดพิจารณา และอาศัยเวลาตลอดจนความสันทัดจัดเจนพอสมควร แล้วได้อารมณ์ปัจจุบัน ก็จะเข้าถึงความบริสุทธิ์ เรียกว่า วิสุทธิ
วิสุทธิที่ว่านี้มุ่งหมายถึงความหมดจดจากกิเลส คือ บริสุทธิ์ในศีล บริสุทธิ์ในสมาธิ และบริสุทธิ์พร้อมทั้งปัญญา เข้าถึงความจริงของรูปนามที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า แม้จะเป็นไปในชั่วขณะหนึ่ง
ความบริสุทธิ์ของศีล เรียกว่า ศีลวิสุทธิ ความบริสุทธิ์ของสมาธิ เรียกว่า จิตวิสุทธิ ความบริสุทธิ์ของปัญญา เรียกว่า ทิฏฐิวิสุทธิ
ทิฏฐิวิสุทธิ คือ ความเห็นอันบริสุทธิ์ ได้แก่ความเข้าไปรู้ความจริงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ที่เราหลงยึดมั่นผูกพันอยู่เสมอมานั้น แท้จริงมีรูปกับนามเท่านั้นเอง หาได้มีอัตตา หาได้มีตัวตนเราหรือเขาประการใดไม่ ปัญญาที่เข้าไปรู้ความจริงดังกล่าวนี้เรียกว่าทิฏฐิวิสุทธิ อันเป็นปัญญาเบื้องต้น เรียกว่า นามรูปปริเฉทญาณ เป็นญาณที่ ๑ ที่เห็นว่า เป็นรูปเป็นนาม คนละอย่าง
เมื่อผู้ปฏิบัติมิได้ละความพยายาม ญาณปัญญาก็จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้เป็นความบริสุทธิ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ เรียกว่า กังขาวิตรณวิสุทธิ หมายถึงเป็นความบริสุทธิ์เพราะข้ามพ้นความสงสัยในเรื่องของชีวิต ที่พ้นความสงสัยในเรื่องของชีวิตได้ก็เพราะว่า ได้เข้าไปรู้เห็นความจริงของชีวิต คือรู้สาเหตุให้เกิดรูปกับนามว่า ไม่มีใครเป็นผู้บันดาลให้เป็นไป หากแต่อาศัยเหตุปัจจัย รูปนามจึงเกิดขึ้นมาได้
เหตุที่ทำให้เกิดรูปนามนั้นก็ได้แก่ตัวโมหะหรืออวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม พร้อมทั้งอาหาร จึงทำให้รูปนามเกิดขึ้น ผู้ปฏิบัติเมื่อเข้าถึงความจริงของรูปนามอันเป็นปัจจุบันว่าอาศัยเหตุดังกล่าวนี้แล้ว จึงมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นว่า แม้ในอดีต เราก็มีรูปนามดังนี้ อาศัยเหตุปัจจัยดังนี้ และในอนาคตก็โดยทำนองเดียวกัน อาศัยเหตุปัจจัยเหมือนกัน จึงข้ามพ้นความสงสัยในเรื่องชีวิต ซึ่งได้แก่รูปนามในชาติก่อน และเรื่องของชีวิต คือรูปนามในชาติหน้า
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:37:08 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 2
ความสงสัยในชาติก่อน ชาติหน้า จึงอันตรธานไปสิ้น ก็เพราะเข้าถึงเหตุผล ว่าอะไรบ้างเป็นตัวการทำให้เกิดรูปนาม คือชีวิตขึ้นมาได้
ผู้ใดกล่าวอ้างว่า ผีสางเทวดาไม่มี ตายแล้วเกิดอีกไม่ได้ ถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง คือเป็นความเห็นส่วนตัวแล้ว ก็ไม่สู้กระไร เพราะคนทั่วไปก็มีความเห็นเช่นนั้นได้ พอที่จะให้อภัยกันได้
แต่ถ้าเป็นการกล่าวอ้างยืนยันว่า ในพระไตรปิฏก และอรรถกถา ไม่ได้แสดงเรื่องผีสางเทวดา ไม่ได้แสดงเรื่องตายแล้วมีชาติหน้า ท่านผู้ใดแสดงเผยแพร่ออกสู่มหาชน ดังนี้ก็จะเป็นผู้บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาโดยตรงทีเดียว ตัวเองเป็นมิจฉาทิฏฐิแล้ว ยังนำประชาชนให้เป็นมิจฉาทิฏฐิตามตนไปด้วย เป็นบาปหนักหนา เป็นบาปที่น่าหวาดกลัวจริงๆ
ผมขอเติมคำสุดท้ายว่า ขอให้ชาวพุทธทั้งหลายได้ช่วยกันระวังรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้เท่าที่จะทำได้ ให้คงยังบริสุทธิ์ บริบูรณ์ต่อไปชั่วกาลนาน และการรักษาพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด ไม่มีอะไรดีเท่าก็คือ ศึกษาเสียให้บังเกิดความเข้าใจ .."
บุญมี เมธางกูร
![]()
![]()
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:37:54 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 3![]()
นักปราชญ์
"จากบุคคลที่มีบุคคลิกลักษณะมีความคิด นิสัย อุดมการณ์ ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ นำมาประมวลรวมเป็นคุณสมบัติของบุคคลที่ชื่อว่าเป็น นักปราชญ์ นั้น จากศัพท์ว่านักปราชญ์หมายถึง ผู้รู้, ผู้มีปัญญา
ผู้รู้, ผู้มีปัญญาเขาคิดอย่างไรนั้น เมื่อรวบรวมความคิดและทำนั้นการคิดเช่นปราชญ์ เป็นความคิดในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นอิสระทางใจ ภายใต้เงื่อนไข ภาวการณ์ต่าง ๆ สร้างจุดยืน มุ่งช่วยเหลือ เป็นขุมคลังแห่งความคิด แต่อะไรเล่าคือความเป็นอิสระทางใจ?
ประการแรก เพราะนักปราชญ์ไม่ต้องการสิ่งไร หลุดพ้นจากโลกแห่งวัตถุและจากการบังคับบัญชาของอารมณ์และความอยาก มีชีวิตอยู่ด้วยจิตที่ต้องการความมีอิสระ ทำตัวเช่นนักพรต นักบวช ประการที่สอง นักปราชญ์ไม่ เกรงไม่กลัว ประการที่สาม นักปราชญ์มีนิสัยทำตัวอิสระไม่หวังประโยชน์ จึงมิได้มีส่วนร่วมในกิจการของรัฐ และไม่ได้เล่นการเมือง ดำรงชีวิต รักความสงบและสันติ ไม่มีกฎเกณฑ์ ถือตนว่าเป็นพลเมืองคนหนึ่งของโลก มิใช่ของรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ ประการที่สี่ มีความเชื่อมั่น ใจกว้างขวาง ประการที่ห้า รู้ถึงสัจจะแห่งชีวิตว่าด้วยเกิดแก่เจ็บตาย ไม่กลัวตาย ประการที่หก มีวิจารณญาณ
ปราชญ์อินเดียเคยกล่าวไว้ในภควัทตีว่า "จงทำงาน แต่อย่าไขว่คว้าหาผลของงาน" เล่าสือ ปราชญ์จีนก็กล่าวทำนองเดียวกันว่า "จงทำด้วยการไม่ทำ" การทำโดยหวังผลตอบแทนหวังลาภสักการะ และประโยชน์ใจนั้นจะไม่มีความเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การกระทำนั้นไม่บริสุทธิ์ ไม่เสรี และไม่อิสระโดยสิ้นเชิง
เมื่อย้อนมาดูท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร นับได้ว่าเป็นผู้มีความรู้มีปัญญา มีความคิดเป็นอิสระ ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำงานเพื่อประโยชน์ของมหาชน มีใจกว้างขวาง เชื่อมั่นในการกระทำ ถูกต้องและดี มีวิจารณญาณ ทำตนเพื่อคนทั้งโลกไม่เพียง ชาติไทยเมื่อคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนี้ ไฉนเลยจะเรียกว่า นักปราชญ์ไม่ได้เล่า "
ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:39:52 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 4
"กราบนมัสการท่านพระอาจารย์บุญมีค่ะ
หนูเป็นลูกศิษย์ค่อนข้างใหม่ที่มาเรียนพระอภิธรรม หนูเพิ่งมาเรียนได้ประมาณสองปี และได้ฟังเทปพระอภิธรรมที่ท่านได้สอนไว้รู้สึกว่าประทับใจมากค่ะและเข้าใจง่ายฟังเกือบทุกวันเลยค่ะเท่าที่โอกาสจะอำนวยหนูฟังจนอยากพบกับตัวจริงของท่านจังเลยค่ะ
และหนูได้เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์บุษกรหนูก็ยิ่งเคารพและศรัทธาในตัวท่านพระอาจารย์บุญมีมากเลยค่ะที่ได้มีวิธีสอนลูกได้ดีมากเลยค่ะ อาจารย์บุษกรเป็นผู้หญิงที่น่ารักและเคารพมากเลยค่ะ บางครั้งหนูยังรู้สึกละอายว่าหนูเป็นแม่แต่หนูสอนลูกไม่ค่อยเป็นสู้ท่านไม่ได้เลยค่ะ
หนูฟังเทปแล้วรู้สึกว่าท่านเป็นผู้ที่มีจิตใจเยือกเย็นมากเลยค่ะเสียดายที่หนูไม่ได้เห็นตัวจริงของท่านแต่แค่ได้อ่านกระทู้แล้วรู้สึกตื่นเต้นและดีใจจริงๆนะค่ะขณะที่พิมพ์นี้ยังรู้สึ้กขนลุกเป็นบางขณะเลยค่ะ
ขอถวายกุศลที่หนูได้กระทำมาทุกอย่างให้แด่ท่านด้วยค่ะ และขอให้หนูได้มีบุญได้ฟังเทปพระอภิธรรมของท่านครบทุกม้วนนะค่ะหนูมีความปรารถนาจะศึกษาจริงๆค่ะอย่าให้มีอะไรมาตัดรอนหนูนะค่ะ หนูจะตั้งใจเป็นศิษย์ที่ดีค่ะ
กราบนมัสการด้วยความเคารพรักอย่างสูงค่ะ"
เพ็ญภัทร โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:40:17 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 5
"หากท่านผู้อ่านได้ติดตามผลงานของท่านอาจารย์ ท่านผู้อ่านจะทราบถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเผยแพร่พระอภิธรรมให้กระจายไปกว้างไกล
ดังเห็นได้จากการที่ท่านอาจารย์เสียสละทั้งเวลาและทุนทรัพย์เพราะท่านอาจารย์มั่นใจว่าการเรียนพระอภิธรรมเป็นการสะสมปัญญาบารมี ซึ่งจะติดตามชีวิตของผู้เรียนไปทุกๆชาติ
และจะเป็นเกราะป้องกันอันตรายมิให้ผู้เรียนเดินเข้าสู่แดนมิจฉาทิฏฐิ นำทางให้ถึงที่สุดแห่งความทุกข์ได้
ข้าพเจ้าต้องขอยอมรับโดยสดุดีว่าหากขาดการเล็งเห็นการณ์ภายภาคหน้าของท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าในฐานะคนรุ่นหลังการที่จะศึกษาและทำความเข้าใจพระอภิธัมสังคหะทั้ง ๙ ปริจเฉทคงกระทำไม่ได้ง่ายเท่าที่ควร "
ศิษย์วุฒิชัย
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:40:38 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 6
![]()
ร่วมรำลึกแด่ พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ห้าสิบปีที่ผ่านงานท่านก่อ
มุ่งสืบต่อตามธรรมนำสนอง
พระอภิธรรมล้ำค่ากว่าเงินทอง
อาจารย์ผองร่วมแผ่แน่ธรรมมา
อาจารย์แนบแบบบุญเจ้าคุณพระฯ
นำพุทธอภิธรรมล้ำศึกษา
ณ มกุฎฯวัดเก่าเล่ามีมา
แต่ไม่ช้าช่วงย้ายต่อหลายปี
ด้วยศรัทธาพระธรรมล้ำเลิศยิ่ง
ได้สร้างสิ่งสุดสู่รู้วิถี
มูลนิธิอภิธรรมกำเนิดมี
สองพันห้าร้อยนี้ปีประเดิม
สละทรัพย์เป็นทุนหนุนการกิจ
เป็นนิมิตคงมั่นแต่วันเริ่ม
งานเจริญจำรูญพูนเพิ่มเติม
อาจารย์เสริมมาสอนผ่อนเบาแรง
ปริยัติปฏิบัติชัดหลักมั่น
กรรมเชื่อนั้นปันสอนทุกตอนแกร่ง
ทุมเทใจไม่หวั่นธรรม์แสดง
สอนแจ่มแจ้งแทงตลอดยอดครูธรรม
สู่สาวกสืบงานการยังเผื่อ
ประโยชน์เอื้อเจือศิษย์จิตชุ่มฉ่ำ
ชีวิตงามตามไปไม่ระกำ
พุทธธรรมคำสอนดับร้อนครอง
ครบวันพรากพระอาจารย์ท่านผู้เลิศ
สุดประเสริฐสิบเอ็ดปีมีฉลอง
ร่วมรำลึกตรึกพระคุณหนุนเนืองนอง
ศิษย์สนองสำนึกฝึกใจงาม.
ด้วยความรักเคารพ
ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
สุรภา เดชะ
(ดอกสารภี)
![]()
โดย ศาลาธรรม [16 พ.ย. 2550 , 10:41:01 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |