มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๘)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. ผมได้ศึกษาไปแล้วเมื่อคราวก่อนถึงจิตดวงที่ ๑๑ ชื่อว่า โวฏฐัพพณจิต เป็นจิตที่ตัดสินอารมณ์เหมือนผู้พิพากษาตัดสินคดี

ก. ดีแล้วหลาน ต่อไปนี้หลานจะได้ศึกษาจิตดวงที่ ๑๒ ต่อไป

จิตดวงที่ ๑๒ ชื่อว่า ชวนจิตเป็นจิตที่รับอารมณ์ต่อมาจากโวฏฐัพพณะ ซึ่งเป็นตัวตัดสินอารมณ์ต่างๆ

จิตที่ชื่อว่า ชวนะ นี้เป็นตัวทำหน้าที่เสพอารมณ์ที่มากระทบทางทวารทั้ง ๖ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทางกาย และอารมณ์ทางใจ คืออายตนะภายนอก มากระทบจิตที่ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจอันเป็นอายตนะภายใน แล้วชวนจิตทั้ง ๗ ขณะนี้ก็เป็นผู้เสพอารมณ์เหล่านั้น

ป. ชวนจิตเป็นตัวเสพอารมณ์ที่คุณลุงว่านั้น ผมยังไม่เข้าใจว่า เสพอารมณ์นั้นเสพอารมณ์อย่างไร หรือมันทำงานอะไรกัน ถ้าคุณลุงยกตัวอย่างขึ้นมาก็จะดี ก็จะทำให้ง่ายขึ้นมาก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:55:41 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ก.แน่นอนที่เดียวหลาน ลุงจำจะต้องยกตัวอย่าง หาไม่แล้วจะไม่มีความเข้าใจดีเพียงพอ หลานเห็นไหมว่า ลุงถืออะไรอยู่ในมือ

ป. กระดาษสีแดง ขอรับ

ก. หลานรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสีแดง

ป. ผมจำมันได้ขอรับ

ก. หลานตอบมาก็ถูกต้อง แต่ก็ยังตอบไม่สมบูรณ์ตามข้อเท็จจริง ใครๆเขาฟังแล้วก็ยังเข้าใจไม่ดี และที่ตอบว่าจำได้นั้น ยังไม่ได้ทำให้ผู้ฟังมีความเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงว่า ทำไมจึงรู้ว่าเป็นสีแดงได้ และขอให้ตอบตามสภาวธรรมด้วย

ป. ผมคงจะตอบไม่ถูกดีจริงๆดอกขอรับ

ก. ในทางโลกถึงจะตอบถูกก็คงจะไม่สมบูรณ์จริงๆได้ เพียงจะตอบคำถามให้ได้เหตุผลและข้อเท็จจริงบ้างเล็กน้อยเท่านั้นก็ยังจะยาก ยิ่งวิธีการที่จิตใจทำงานกันอย่างไร ก็ยิ่งจะไม่มีหวังที่จะได้ยินคำอธิบาย ในใจของหลานมีสีแดงอยู่หรือเปล่า

ป. ต้องมีแน่ขอรับ ผมเก็บ ผมจดจำเอาไว้ สีแดงต้องอยู่ในจิตใจ

ก. แล้วสีแดงที่เก็บไว้ในใจนั้นมันจะแสดงออกมาได้หรือไม่

ป.มันคงจะแสดงออกมาได้ขอรับ แต่วิธีที่มันแสดงออกมา ผมคงอธิบายให้เห็นจริงจังไม่ได้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:56:15 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : )


  สลักธรรม 2



ก. เมื่อโวฏฐัพพณจิตทำงานตัดสินอารมณ์ที่ได้รับมาเพราะได้พิจารณาต่อมาจากสันตีรณะซึ่งเอาอดีตที่เก็บเอาไว้มาร่วมพิจารณาด้วยแล้ว การตัดสินว่าอย่างไรก็เป็นการเด็ดขาด ฉะนั้น ชวนจิตจึงเป็นตัวการเสพอารมณ์ที่โวฏฐัพพณจิตได้ตัดสินแล้ว คือ ทราบว่าเป็นสีแดง

หรือเหมือนกับคนมาพูดชมเชย หรือนินทาว่าร้ายเราก็บังเกิดความชอบใจในคำชม และไม่พอใจในคำนินทาว่าร้าย โดยเราก็ต้องทราบว่าเขาชมหรือนินทาว่ากระไร ต้องทราบความหมายจึงจะชอบหรือไม่ชอบได้ ก็เพราะเอาคำติ คำชม ที่เก็บไว้ในใจมาร่วมการตัดสินด้วย แล้วชวนะจึงจะเสพอารมณ์นั้นได้

อย่างไรก็ดี หลานอย่าลืมว่า วิถีจิตที่เกิดขึ้นนี้ต้องมากมายก่ายกอง ไม่ใช่วิถีจิตวิถีเดียว มิหนำซ้ำยังมีมโนทวารวิถีเข้ามาแทรกแซงปะปนอยู่ด้วย ความยินดียินร้ายจึงจะเกิดขึ้นได้ แต่จิตได้กระทำไปด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเราพูดกันว่า โดยฉับพลันทันที

ชวนจิตเป็นตัวการเสพอารมณ์ทางทวารทั้ง ๖ ก็ย่อมจะเกิดกุศลบ้าง อกุศลบ้างตลอดทั้ง ๗ ขณะ และจิตทั้ง ๗ ขณะนั้นเป็นอารมณ์ธรรมดา อาจจะมีชวนะมากหรือน้อยกว่า ๗ ก็ได้ ซึ่งหลานจะได้ศึกษาในรายละเอียดต่อไป จะศึกษาครั้งหนึ่งคราวเดียวแล้วจะให้เข้าใจจนละเอียดลออลึกซึ้งไม่ได้

ในขณะที่จิตเสพอารมณ์นี้ก็ย่อมจะบังเกิดความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ หรือรู้สึกเฉยๆ แล้วแต่อารมณ์ที่มากระทบนั้นจะเป็นอารมณ์อะไร ที่ว่านี้โดยหลักการเท่านั้น ว่าจิตเกิดเวทนา แต่ความปรากฏในความรู้สึกจริงๆจนปรากฏออกมาชัดแจ้งนั้น จะมีได้ จิตก็จะต้องเกิดวิถีมากมายรวมทั้งในมโนทวารวิถีด้วย

ป.คุณลุงขอรับ ชวนจิตที่คุณลุงว่าเสพอารมณ์ยินดี ยินร้าย และเฉยๆทั้ง ๗ ขณะนั้น จะเกิดเป็นบาปเป็นบุญขึ้นที่ตรงนี้ใช่หรือไม่ขอรับ แล้วจิตดวงอื่นเป็นบาปเป็นบุญได้หรือเปล่า

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:56:37 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : )


  สลักธรรม 3



ก. หลานถามดังนี้นับว่าดี ลุงจะได้อธิบายให้กว้างขวางออกไปอีกสักหน่อย

บาปหรือบุญจะเกิดขึ้นมาได้ก็ตรงชวนะที่เสพอารมณ์นี้เท่านั้น เพราะได้ผ่านการพิจารณาและตัดสินมาแล้วจนจิตเกิดความยินดียินร้ายขึ้นมา (มากวิถีทั้งทางปัญจและมโนทวาร) และบาปหรือบุญที่เกิดแล้วนี้ก็ประทับฝังมั่นคงไว้ในจิตที่เกิดต่อๆไป พูดง่ายๆว่าเก็บเอาไว้นั่นเอง

สำหรับจิตตัวอื่นๆนั้น หลานก็ได้ศึกษามาแล้ว ในจิตแต่ละดวงนั้นจะเป็นบุญเป็นบาปเกิดขึ้นมาไม่ได้เพราะเป็นจิตที่เป็นวิบาก คือจิตที่เป็นผลบุญหรือผลบาปที่ทำมาแล้วในอดีตเท่านั้น แต่ในขณะนี้เข้ามาร่วมการงานหรือช่วยสนับสนุนให้ทำงานได้เป็นผลสำเร็จ

ส่วนจิตอีกประเภทหนึ่งคือ ปัญจทวาราวัชชนะและโวฏฐัพพณะ ก็เป็นกิริยา มีหน้าที่เปิดประตูให้อารมณ์เกิดขึ้นมาและตัดสินอารมณ์เท่านั้น จึงไม่นับว่าเป็นบุญหรือเป็นบาปอะไร

ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงเห็นได้ว่า จิตทั้งหมดที่นอกจากชวนจิต ก็เป็นจิตที่เกิดขึ้นมาร่วมการทำงานเท่านั้น เพื่อให้การเสพอารมณ์ได้สำเร็จลง จึงมิได้เป็นจิตที่จะเกิดเป็นบาปหรือเป็นบุญได้

บาปหรือบุญต้องเกิดขึ้นที่ชวนจิตทั้ง ๗ นี้เท่านั้น เพราะเป็นตัวการเสพอารมณ์ ที่เห็น ที่ได้ยิน จะเกิดยินดี ยินร้าย หรือเฉยๆ เป็นต้น

สรุปแล้วก็ควรจะกล่าวว่า ชวนจิตเป็นตัวให้เกิดบาป หรือเป็นตัวให้เกิดบุญ บุญหรือบาปจะเกิดขึ้นที่ชวนะทั้ง ๗ นี่เอง เพราะตัวรู้อารมณ์ที่เกิดจากตัวการที่มากระทบ แต่หลานก็อย่าลืมที่ลุงได้พูดไว้ว่า จิตเกิดวิถีเช่นว่านี้มากมาย ไม่ใช่ห้าหรือสิบวิถีเท่านั้น ยิ่งเป็นอารมณ์ที่น่าสนใจก็จะมากวิถียิ่งขึ้นไป ทั้งยังมีวิถีจิตที่เกิดทางมโนทวารเข้ามาเกิดสลับด้วย

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:57:04 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : )


  สลักธรรม 4



ป.คุณลุงขอรับ ชวนจิตที่ทำหน้าที่เสพอารมณ์นี้ คุณลุงว่าส่วนมากเกิด ๗ ขณะในเรื่องนี้ก็หมายความว่า เกิดชวนะมากหรือน้อยกว่า ๗ ขณะก็ได้ ผมขอทราบว่าเช่นในเรื่องอะไร และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ก. จิตที่เป็นกามวิถี คือรับอารมณ์เห็น ได้ยิน เป็นต้นนั้น ธรรมดาๆแล้วก็มักจะเกิดชวนะ ๗ ขณะในวิถีจิตหนึ่ง แต่ในบางคราวจิตมิได้รับกามอารมณ์ หากแต่จิตเข้าสู่อัปปนาวิถี คือผู้ปฏิบัติสมาธิ ได้ปฐมฌานหรือฌานที่สูงขึ้นไป ขณะที่เกิดได้ฌานเป็นครั้งแรก หรือแรกที่บังเกิดฌานนั้นก็เกิดฌานที่เป็นชวนะขณะเดียว

แต่ถ้าผู้นั้นเข้าฌานบ่อยๆจนเกิดความสันทัดจัดเจนแล้ว ชวนจิตที่เป็นฌานนี้ก็จะเกิดขึ้นมาจนนับไม่ไหวว่าจำนวนเท่าใด เพราะสามารถเข้าฌานได้นาน เป็นหลายวันหลายคืน และขณะที่ฌานจิตกำลังเกิดติดต่อกันอยู่นี้ ผู้ใดจะเอาเข็มไปจิ้ม หรือเอาไฟไปจี้ ก็จะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เพราะจับอารมณ์ฌานที่ตนได้ ไม่สามารถจะออกมารับกามอารมณ์ได้ ทั้งนี้จนกว่าจะครบกำหนดที่ได้อธิษฐานเอาไว้

แม้ในกามอารมณ์ก็เหมือนกัน จิตก็อาจจะเกิดวิถีที่มีชวนะน้อยก็ได้ เช่น คนที่ใกล้จะตาย หรือสลบลงไป หรือในมรณาสันนวิถีนั้น จิตมีกำลังอ่อน ชวนจิตจึงเกิดขึ้นเพียง ๕ ขณะเท่านั้นก็มี

ในเรื่องความละเอียดของจิตแต่ละประเภทนั้น หลานจะต้องค่อยๆศึกษาไปก่อนแล้วจะได้เห็นพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าล้ำลึกเพียงใด ครั้นลุงจะนำเรื่องชวนจิตมาเสนอแก่หลานทั้งหมดในขณะนี้ ก็จะทำให้หลานยุ่งยากใจยิ่งขึ้น ควรจะค่อยๆศึกษาไป

ป. ขอบพระคุณขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:57:38 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : )


  สลักธรรม 5



ก.นอกจากชวนจิตที่เกิดขึ้นเสพอารมณ์ทางปัญจทวารแล้ว ก็ยังมีชวนจิตที่เกิดขึ้นเสพอารมณ์ทางมโนทวารด้วย ซึ่งหลานจะได้ศึกษาในโอกาสหน้า

การทำงานของจิตเกิดขึ้นทางปัญจทวารนั้นทุกทวารมีความรู้น้อย จะต้องผ่านทางมโนทวาร จึงจะรู้และเข้าใจเรื่องอะไรจริงๆได้

เพราะว่าทางปัญจทวารนั้น มีอารมณ์ภายนอกมากระทบเป็นอารมณ์ที่หยาบ และเกิดขึ้นโดยมิได้มีการพิจารณาอย่างจริงจัง จะต้องอาศัยอดีตกรรมที่เก็บสะสมไว้ในจิตใจ ออกมาร่วมพิจารณาเปรียบเทียบและตัดสินด้วยจึงจะมีความเข้าใจ และเข้าถึงความลึกซึ้งได้

การที่มีความยินดีพอใจ ไม่ยินดีไม่พอใจ หรือรู้สึกเฉยๆซึ่งเป็นไปอย่างชัดแจ้งได้ก็เพราะมีความรู้ความเข้าใจ และขณะนี้เองจิตก็เข้าถึงวิถี คือการงานของจิตทางมโนทวาร

ดังนั้นเมื่อการงานของจิตเกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น และกายแล้ว จิตก็จะเกิดการงานทางมโนทวารด้วยเสมอ แต่เราไม่อาจทราบได้ว่า ทางปัญจทวารวิถีจิตเกิดมากขณะ หรือว่าทางมโนทวารวิถีมากขณะด้วยไม่แน่นอน เพราะถ้าเห็นหรือได้ยินไม่ชัดเจน ปัญจทวารวิถีก็ทำงานมาก ถ้าเห็นหรือได้ยินชัดเจน แต่ต้องใช้ความคิดมาก จิตก็จะเกิดมโนทวารวิถีมาก

ความละเอียดพิสดารของชวนจิตนั้นมีอีกมากมายนัก แม้การให้ผลของกรรมนั้นให้ผลในชาตินี้น้อย โดยชวนจิตดวงที่ ๑ ให้ผลปฏิสนธิ คือนำให้เกิดในชาติหน้าไม่ได้ ให้ผลได้แต่ในชาตินี้เท่านั้น แต่ชวนจิตดวงที่ ๗ ให้ผลในชาติหน้า แล้วให้ผลปฏิสนธิได้ด้วย และชวนจิตดวงที่ ๒ ถึงที่ ๖ ให้ผลได้ในชาติที่ ๓ นับแต่ชาตินี้และต่อๆไปไม่จบสิ้นทุกชาติๆ จนถึงความเป็นพระอรหันต์ และปรินิพพาน ซึ่งล้วนแต่มีเหตุผลและข้อเท็จจริงประกอบด้วยทั้งสิ้น ซึ่งหลานจะได้ศึกษาต่อๆไปในวันข้างหน้า

วันนี้ลุงเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแล้ว จึงขอยุติแต่เพียงชวนจิตในปัญจทวารวิถีเท่านั้น

ป. ขอบพระคุณขอรับคุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 พ.ย. 2550 , 07:58:08 น.] ( IP = 58.9.142.142 : : )


  สลักธรรม 6

กำลังเข้มข้นเลยค่ะกับเรื่องกิจสังคหะ ..วันนี้ก็มาถึงหน้าที่ที่สำคัญยิ่งของจิต ..ที่จะยืดสังสารวัฏหรือจะตัดทอนก็ด้วยหน้าที่ของโวฏฐัพพนจิตและชวนจิต ..กราบขอบพระคุณคำอธิบายและการยกตัวอย่างของท่านอาจารย์บุญมี

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ย. 2550 , 11:06:57 น.] ( IP = 125.26.40.211 : : )


  สลักธรรม 7


มาศึกษาต่อค่ะ

อ่านแล้วให้เห็นว่าบาปบุญนั้นเราปรุงแต่งเองทั้งสิ้น คิดพิจารณาตัดสินเอง เสพย์เอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิต

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเป็นประจำ

โดย พี่ดา [19 พ.ย. 2550 , 12:51:01 น.] ( IP = 124.121.175.160 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายขยายความให้เข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่นำประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ย. 2550 , 22:37:01 น.] ( IP = 58.8.48.64 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org