| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สงสัยเกี่ยวกับขันธ์ 5
สลักธรรม 1ขอยกคำอธิบายในปริจเฉทที่ ๓ ของท่านอาจารย์บุญมีมาตอบไว้ในเบื้องต้นก่อนนะคะ ...เพื่อว่าจะได้เป็นแหล่งข้อมูลให้อ่านเพิ่มเติมทำความเข้าใจได้ยิ่งขึ้นต่อไปค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10788
"สัตว์ทั้งหลายเกิดอารมณ์ขึ้นมาทุกๆครั้ง ขันธ์ ๕ ก็ย่อมจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ถ้าขันธ์ ๕ มิได้เกิด จิตเห็น ได้ยิน หรือคิดนึก เป็นต้น ก็ย่อมจะเกิดไม่ได้
เช่น เมื่อรูปมากระทบตา ขันธ์ทั้ง ๕ ก็จะเกิดขึ้นมาพร้อมเพรียงกันในทันที ห้ามไม่ได้ ไม่ว่าเปรต อสุรกาย มนุษย์ หรือเทวดา คือ
รูปขันธ์ ได้แก่ รูปารมณ์ คือคลื่นแสงที่สะท้อนจากวัตถุมากระทบจักขุปสาทะ อันได้แก่ ประสาทตา รูปารมณ์ก็เป็นรูป และประสาทตาก็เป็นรูป
เวทนาขันธ์ ตัวการเสวยอารมณ์ สุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ได้แก่ เวทนาเจตสิก๑
สัญญาขันธ์ ตัวการที่เก็บหรือจดจำอารมณ์เอาไว้ เช่น จำสีแดงได้ เป็นต้น ได้แก่ สัญญาเจตสิก๑
สังขารขันธ์ ตัวการปรุงแต่งอารมณ์ให้เป็นไปต่างๆ ทำให้รัก ทำให้โกรธ เป็นต้น ได้แก่ สังขารเจตสิก๕๐
วิญญาณขันธ์ คือจิตซึ่งเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ได้แก่ จิต๘๙
ขันธ์ทั้ง ๕ นี้ จะเกิดพร้อมเพรียงกันไม่ก่อนไม่หลังกว่ากัน รูปขันธ์ ได้แก่ รูปปรมาณู เวทนา สัญญา สังขาร เป็นนามเจตสิก และวิญญาณขันธ์ เป็นนามจิต
เมื่อเอานามเจตสิกกับนามจิตรวมกันเสียเพราะเป็นนามด้วยกัน ใครๆก็พากันเรียกย่อๆว่า รูป นาม และอารมณ์เกิดก็ต้องมีรูปมีนามเสมอ "
และเพิ่มเติมคำบรรยายของท่านอาจารย์บุญมี เรื่อง เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถโดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ย. 2550 , 11:19:20 น.] ( IP = 125.26.40.211 : : )
สลักธรรม 2ขอบคุณ คุณน้องกิ๊ฟมากครับ ที่ช่วยตอบให้เข้าใจ ขอถามเพิ่มอีกนิดนะครับ ถ้าเวทนาเราเป็นกลางกับสิ่งที่มากระทบ คือไม่สุขไม่ทุกข์กับสิ่งนั้น อุปทานสังขารจะเกิดขึ้นด้วยหรือไม่ครับ หรือว่าแม้เราจะไม่สุขไม่ทุกข์ ก็ยังจะต้องเกิดสังขารขึ้นด้วย ถ้าเช่นนั้นจะเป็นสังขารอะไร ในเมื่อเราไม่ได้มีสุขหรือทุกข์เกิดขึ้นในใจเรา
โดย มือใหม่หัดคลาน [19 พ.ย. 2550 , 17:44:45 น.] ( IP = 210.203.178.209 : : )
สลักธรรม 3
สวัสดีค่ะคุณมือใหม่
สภาพของเวทนาจะต้องเกิดขึ้นกับจิตทุกดวง และโดยสภาพทั่วไปของจิตนั้นจะมีนามขันธ์ ๔ ประการเกิดขึ้นพร้อมกัน คือ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
เวทนา สัญญา และสังขาร เรียกว่า นามขันธ์สามที่เป็นส่วนของเจตสิก แต่คำว่าวิญญาณนั้นหมายถึงจิต ฉะนั้นเมื่อพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เมื่อมีจิตเกิดขึ้นก็ต้องมีเจตสิกเกิดขึ้นด้วย และเจตสิกที่เกิดขึ้นก็จะมี ๓ ขันธ์นั่นเอง
เวทนาขันธ์นั้นเมื่อแบ่งตามประเภทแห่งความเป็นใหญ่ในการเสวยอารมณ์ แล้วก็จะมี ๕ประการคื อ สุขเวทนา การเสวยความสุขทางกาย ทุกขเวทนา การเสวยความทุกข์ทางกาย โสมนัสเวทนา การเสวยความสุขทางใจ โทมนัสเวทนา การเสวยความทุกข์ทางใจ อุเบกขาเวทนา การเสวยอารมณ์ด้วยความไม่ทุกข์ไม่สุข คือเฉยๆ ทั้ง ๕ ประการนี้รวมเรียกว่า เวทนาเจตสิก
สัญญาขันธ์ ก็คือ สัญญาเจตสิกนั่นเอง ส่วนสังขารขันธ์ ก็คือเจตสิกส่วนที่เหลืออีก ๕๐ ประเภท ที่สามารถเกิดพร้อมกับจิตได้ตามความจำเป็น เจตสิกทั้งหมดมี ๕๒ ประเภท เชิญอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ
ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อุเบกขาเวทนาสามารถเกิดร่วมกับสังขารอื่นๆได้ และก็เป็นไปได้ทั้งบุญและบาปด้วยค่ะ
และความเฉยๆ ที่เป็นกลางอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัตรมัชฌัตตตาเจตสิก ซึ่งเป็นเจตสิกที่มีการทำใจเป็นกลาง วางเฉย ไม่มีอคติ เป็นยุติธรรม เป็นตัวการทำให้จิต เจตสิก ทำการสม่ำเสมอ ในกิจของตน ๆ ไม่ยิ่งไม่หย่อน
ดังที่ท่านพระอาจารย์บุญมี ได้อธิบายไว้ว่า " เมื่อหลานได้ยินลุงพูดว่า การทำใจเป็นกลาง วางเฉย ไม่มีอคติแล้ว หลานอาจจะคิดเอาง่าย ๆ ว่าเป็นอุเบกขาเวทนาไปก็ได้ ความจริงแตกต่างกันมากมายทีเดียว
เวทนุเปกขา องค์ธรรมได้แก่ เวทนาเจตสิก หลานก็ได้เคยเรียนมาแล้วว่า เวทนานั้นเป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก สำหรับตัวเวทนานั้นประกอบทั่วไปกับจิตทุกประเภทคือย่างย่อ ๘๙ ประเภท และอย่างพิศดาร ๑๒๑ ประเภท
แต่สำหรับเจตสิกที่เรียกว่าเวทนุเปกขานั้น ก็ประกอบกับจิตได้แต่เฉพาะที่เป็นอุเปกขาสหคตจิตเท่านั้น ทั้งที่เป็นบาปและที่เป็นบุญ เช่น อุเปกขาในโลภมูล ๔ อันหมายถึงความยินดีเล็กน้อยเจือปนอยู่ ในอุเปกขาที่เกิดขึ้นกับจิตมหากุศล ๔ หรืออุเปกขาที่เกิดกับจิตของพระอรหันต์ที่เรียกว่ามหากิริยาจิต เป็นต้น
สำหรับตัตรมัชฌัตุเปกขานั้น องค์ธรรมได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิกเป็นสังขารขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์ และเกิดในจิตอกุศลไม่ได้เลย ทั้งเกิดในจิตที่เป็นโสมนัส หรือที่เป็นอุเบกขาก็ได้ในอารมณ์ทั้ง ๖ โดยสภาพก็มีการวางใจเป็นกลางต่อสหธาตธรรมทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน มีความเที่ยงตรงปราศจากอคติทั้ง ๔ คือไม่มีความลำเอียง โดยรัก โดยชัง โดยกลัว หรือโดยเขลา แม้แต่อย่างใดเลย
และหลานจะต้องทำความเข้าใจให้ดีในเจตสิกตัวนี้ เพราะเป็นสังขารขันธ์ จึงสามารถเกิดร่วมกับอุเปกขาที่เรียกว่าเวทนุเปกขาก็ได้ "
ขอเชิญอ่านทำความเข้าใจเรื่องเจตสิกที่คนหลายคนมักเข้าใจสับสนในสภาพธรรมและความหมายได้ที่นี่ค่ะ
เวทนาเจตสิก
อโทสเจตสิก และตัตรมัชฌัตตตาเจตสิก
เอกัคคตาเจตสิกโดย น้องกิ๊ฟ [20 พ.ย. 2550 , 11:05:34 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณมากครับ ที่อธิบายให้เข้าใจมากขึ้น กำลังตามอ่านจากกระทู้เก่าๆของท่านอาจารย์บุญมีอยู่ หวังว่าอีกหน่อยคงจะเริ่มตั้งไข่เดินได้เตาะแตะล่ะครับ จะไม่ลืมพระคุณของผู้เริ่มให้เกาะเมื่อยามยังคลานครับ
โดย มือใหม่หัดคลาน [20 พ.ย. 2550 , 17:34:53 น.] ( IP = 58.136.194.124 : : )
สลักธรรม 5
สวัสดีค่ะ คุณมือใหม่
ขอให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาและการปฏิบัติอย่างสมความปรารถนานะคะโดย น้องกิ๊ฟ [21 พ.ย. 2550 , 09:15:06 น.] ( IP = 125.26.42.162 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |