มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๙)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๑๙)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อวันก่อนผมได้ศึกษาถึงวิถีคือการทำงานของจิต ได้ศึกษาถึงจิตดวงที่ ๑๒ คือชวนจิต อันเป็นจิตที่เสพอารมณ์ และคุณลุงว่า มันจะเกิดบาปหรือบุญขึ้นที่ตรงชวนะทั้ง ๗ ขณะนี้เอง ผมก็พอจะมีความเข้าใจ ในวันนี้ผมมาขอให้คุณลุงอธิบายจิตดวงต่อไปขอรับ

ก. ดีแล้วหลาน จิตดวงต่อไปเป็นจิตดวงที่ ๑๓ มีอยู่ ๒ ดวงเรียกชื่อว่า ตทาลัมพนจิต

ตทาลัมพนจิตนั้น เป็นจิตที่มีหน้าที่รับรู้อารมณ์ที่ตาหรือที่หูต่อจากชวนะ คือที่ชวนะเสพอารมณ์แล้วนั้นเอง มีกิจการหน้าที่คือ ยึดหน่วงอารมณ์จากอารมณ์ทั้ง ๖ หรือทั้ง ๖ ทวารที่มีกำลังแรงมากและเป็นกามอารมณ์

หลานได้ศึกษามาแล้วอารมณ์ที่มีกำลังมากหรืออารมณ์แรงนั้น เช่นอย่างไร ขอให้หลานลองยกตัวอย่างขึ้นมาเสียก่อนจะทำให้ลุงอธิบายได้ง่ายขึ้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 พ.ย. 2550 , 08:26:29 น.] ( IP = 125.26.39.5 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ป. เมื่อมีรูปหรือมีเสียง ที่เป็นอารมณ์ที่เราสนใจมาก ชอบใจมากเป็นพิเศษเกิดขึ้น เช่นเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับลาภ หรือผลประโยชน์จำนวนไม่ใช่น้อย อารมณ์นี้ก็แรง เรียกว่าเป็น อติมหันตารมณ์อันเป็นฝ่ายอกุศลโลภะ

หรืออารมณ์ที่ไม่ชอบใจ เช่น ได้ทราบข่าวคนที่เคารพรักต้องตายจากไป หรือได้รับคำติฉินนินทาว่าร้ายก็เกิดความไม่พอใจ แล้วอติมหันตารมณ์ที่เป็นฝ่ายอกุศลโทสะก็เกิดขึ้น

โดยทำนองเดียวกันถ้าเป็นอารมณ์แรงในเรื่องของกุศลผลบุญ อติมหันตารมณ์ อันเป็นฝ่ายกุศลก็เกิดขึ้น

และถ้าเป็นอารมณ์แรงที่เกิดขึ้นทางมโนทวาร คือคิดนึกแล้วก็เรียกอารมณ์นั้นว่า วิภูตารมณ์

ผมขอยกตัวอย่างย่อๆขึ้นมา ๒-๓ ตัวอย่างเท่านี้ คงจะพอแล้วนะขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 พ.ย. 2550 , 08:27:09 น.] ( IP = 125.26.39.5 : : )


  สลักธรรม 2




ก. พอแล้วหลาน แต่ลุงจะขอถามหลานต่อไปอีกสักเล็กน้อยก่อน ถ้าหลานขับรถยนต์ไปด้วยความเร็วสูง เมื่อต้องการจะหยุดรถ หลานจะหยุดได้ในทันทีหรือ

ป.ไม่ได้ดอกขอรับ ถ้าขืนหยุดรถที่กำลังวิ่งมาโดยเร็วในทันทีแล้วก็มีหวังจะทำให้รถคว่ำลงข้างทางเป็นแน่ จำเป็นจะต้องทำรถให้เบาคือลดความเร็วลงเสียก่อน แล้วจึงจะหยุดได้

ก. อารมณ์ที่เกิดขึ้นทางทวารทั้ง ๖ ก็เหมือนกัน ถ้าเป็นอารมณ์ที่แรงมากระทบแล้ว “ตทาลัมพนจิต” ทำหน้าที่ยึดหน่วงอารมณ์เกิดขึ้น ๒ ขณะ เรียกว่า ตทาลัมพนกิจ ขอให้ดูวิถีจิตที่ลุงได้เคยเขียนไว้แล้ว

หวังว่าตามตัวอย่างที่หลานได้ตอบมาในเรื่องรถยนต์ที่จะหยุด ก็คงจะทำให้หลานพอเข้าใจคำว่า ตทาลัมพนจิต ซึ่งมีหน้าที่ยึดหน่วงอารมณ์ ก่อนที่จะถึงภวังคจิต ซึ่งเป็นจิตที่ไม่มีความสำนึกรู้สึกตัวเลยได้เป็นอย่างดีแล้ว

เพราะว่าจิตที่มีอารมณ์แรงเกิดขึ้นต่อๆกันมาเป็นลำดับจากชวนะที่เสพอารมณ์ยินดียินร้ายด้วยกำลังแรงแล้ว พอสิ้นสุดชวนะจะกลับเป็นภวังคจิต ซึ่งเป็นจิตที่ไม่มีความสำนึกรู้สึกตัวเลยกระไรได้ จึงต้องมีตทาลัมพนจิตมายึดหน่วงอารมณ์เสีย ๒ ขณะ

ป.พอเข้าใจแล้วขอรับ แต่ผมก็จำเป็นจะต้องถามคุณลุงอีกสักหน่อย ถ้ามิได้มีอารมณ์แรงๆอะไรมาจากทวารทั้ง ๖ แล้ว ตทาลัมพนจิตไม่มีใช่หรือไม่ขอรับ ถ้าไม่มีจะเป็นจิตอะไรมาทำงานแทน

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 พ.ย. 2550 , 08:27:38 น.] ( IP = 125.26.39.5 : : )


  สลักธรรม 3




ก.หลานถามมาดังนี้ก็ดี เพราะว่าก็น่าสงสัยอยู่ แต่คำตอบในข้อนี้ง่ายมาก คือลุงขอตอบว่า กำลังแรงงานของอารมณ์มิได้มีแล้ว ก็ไม่ต้องมีตทาลัมพนกิจอีก ๒ ขณะ จากชวนะก็จะเป็นภวังค์ต่อไปอีก ๒ ขณะ ก็สิ้นสุดวิถีพอดี แล้วเป็นจิตดวงสุดท้ายของวิถี

ถ้าหลานไม่ได้ถามอะไรต่อไปแล้ว ลุงจะขอบรรยายถึงจิตดวงสุดท้ายในชาตินี้ คือข้อ ๑๔ ซึ่งได้แก่ จุติจิต ต่อไป

จุติจิต ได้แก่ จิตที่ดับหรือตายนั่นเอง เป็นจิตดวงสุดท้ายที่มีในภพชาตินี้ และเกิดขึ้นเพียงขณะจิตเดียวเท่านั้น

หลานได้เรียนมาแล้วว่า เมื่อจิตดับคือตายลงแล้ว ในทันทีนั้นก็ปฏิสนธิขึ้นมาในชาติใหม่ ภพใหม่ แล้วแต่ว่าจะเกิดอารมณ์อะไร เป็นกุศลหรือเป็นอกุศลเมื่อตอนใกล้จะตาย ที่เรียกอารมณ์นั้นว่า มรณาสันนวิถี คือเป็นอารมณ์ที่เกิดติดชิดกับความตาย เพราะท้ายของวิถีจิตนี้ก็จะต้องเป็นจุติจิต คือจิตได้ดับหรือตาย

ปัญหาเรื่องของจุติจิตทีดับหรือตาย ที่ผู้ศึกษาพากันเข้าใจคลาดเคลื่อนในประการสำคัญมีอยู่ ๒ ประการ นั่นก็คือ

ประการที่หนึ่ง ลืมเรื่องการเกิดดับของจิตไปเสีย แล้วคิดว่าจิตที่ดับนี่แหละไปเกิด

ประการที่สอง ก็คือ คิดว่าจุติจิตนั้นเป็นจิตที่เกิดอารมณ์อันเป็นครั้งสุดท้ายที่เป็นมรณาสันนวิถี เช่น เข้าใจว่าจิตดวงนี้เอง ที่เห็นไฟลุกหรือเห็นการทำบุญให้ทาน

ป. ผมก็คิดดังที่คุณลุงว่านั่นแหละขอรับ คิดว่าจิตดวงสุดท้ายในภพชาตินี้เป็นตัวการทำให้เราได้อารมณ์ครั้งสุดท้ายที่จะไปเกิดยังภพภูมิต่างๆ

ก.ในข้อหนึ่ง ลุงคิดว่าปัญหาไม่มากมายอะไร เพียงแต่ขอให้หลานได้ทำความเข้าใจตามที่เรียนมาแล้วว่าธรรมดาจิตใจนั้นเกิดดับอยู่เสมอ ไม่มีการล่องลอยไปไหนได้ ดังนั้นจุติจิตก็เป็นจิตที่ดับอันเป็นดวงสุดท้ายในภพชาตินี้ แล้วการเกิดใหม่ก็เป็นจิตดวงที่เกิดสืบต่อไปหาใช่ดวงเดียวกันไม่ ข้อนี้คงจะไม่เป็นปัญหาใหญ่ของผู้ที่ได้ศึกษามา

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 พ.ย. 2550 , 08:28:07 น.] ( IP = 125.26.39.5 : : )


  สลักธรรม 4



สำหรับในข้อที่ ๒ มีผู้เข้าใจผิดว่า จุติจิตอันเป็นจิตดวงสุดท้ายนี่เองที่เกิดอารมณ์ขึ้นมา แล้วอารมณ์นี้เป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิในชาติหน้า ข้อนี้มีผู้ศึกษาที่เข้าใจผิดกันมาก

ความจริง “จุติจิต” นั้น มิได้รับอารมณ์ใหม่ หากแต่เป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยรับอารมณ์เดิมซึ่งได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ เหมือนกับภวังคจิต นั่นเอง

มีจิตอยู่ ๓ ประเภทที่เป็นวิบากจิต มิได้เป็นจิตที่เกิดบาปหรือเกิดบุญแต่อย่างใด นั่นก็คือ ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติจิต คือ เกิด รักษาภพชาติ และจิตที่ดับหรือตาย

จิตเหล่านี้ไม่มีความสำนึกรู้สึกตัว มิได้รับอารมณ์ใหม่ที่มากระทบ แล้วรู้อารมณ์ก็เหมือนกับคนนอนหลับ แล้วจะรู้อะไรได้ ดังนั้นขณะที่จิตดับคือจุติจิตเกิดขึ้น เห็นหรือได้ยินไม่ได้ จะคิดนึกอะไรก็ไม่ได้ จะเจ็บปวดอะไรก็ไม่ได้ จิตก็อาศัยเหตุปัจจัยเป็นไปโดยอัตโนมัติ มิได้อยู่ภายใต้ความจงใจของผู้ตาย ไม่มีอารมณ์อะไรจากภายนอกมากระทบ

การที่มีจิตเกิดสืบต่อไปและเกิดขึ้นมาในภพชาติไหม่ และมีอารมณ์ในตอนท้ายๆในๆเข้าไป คือมรณาสันนกาล อาจจะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นมากมายเท่าใดก็ได้ (นับถอยหลังจากจุติจิตไป) วิถีจิตทำงานมิใช่น้อยก่อนที่จะถึงแก่ความตาย

เรื่องนี้ เปรียบเหมือนหลานอยู่ที่อภิธรรมมูลนิธิ ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน แล้วคิดขึ้นเพียงขณะจิตเดียวจะไปบางลำพู หรือจะไปถนนตกได้อย่างไร การงานของจิตก็จะต้องเกิดขึ้นมากมายก่อนที่จะเดินทางไป คนที่จะตายก็เหมือนกัน จะต้องมีการงานของจิตเกิดขึ้นก่อนที่จะตายเป็นอันมาก แม้ว่าจะตายด้วยความรวดเร็วอย่างไรก็ตาม ลุงขอเน้นเป็นครั้งสุดท้ายว่า จุติจิตนั้น ไม่มีความสำนึกรู้สึกตัวอะไร ไม่มีดีใจ ไม่มีเสียใจ และรับอารมณ์เดิมที่ได้มาตั้งแต่แรกปฏิสนธิและเป็นวิบากเหมือนกับภวังคจิตนั่นเอง

วันนี้หลานก็ได้ศึกษากิจของจิต ๑๔ อย่างครบแล้ว ลุงก็เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา จึงขอยุติเพียงเท่านี้

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 พ.ย. 2550 , 08:28:34 น.] ( IP = 125.26.39.5 : : )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาต่อค่ะ

การงานของจิตช่างมากมายเสียเหลือเกิน เห็นสภาพการทำงานที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย และไม่ได้หยุดพักเลย ...แม้จบสิ้นภพชาตินี้แล้วก็ทำหน้าที่ปฏิสนธิต่อเลย....

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับหน้าที่การงานของจิตให้กระจ่างชัด

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 พ.ย. 2550 , 13:25:13 น.] ( IP = 124.121.176.172 : : )


  สลักธรรม 6


หน้าที่ที่แตกต่างทั้งสามประการของจิตแต่อาศัยอารมณ์เดียวกัน..อ่านแล้วก็เข้าใจไม่ยากเลยนะคะ และก็ยังทราบความแตกต่างบนความเหมือนได้ชัดเจนอีกด้วย ..กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ [21 พ.ย. 2550 , 09:08:15 น.] ( IP = 125.26.42.162 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามศึกษาหน้าที่การงานของจิต เพื่อจะได้มีความรู้ที่ถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่อนค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายขยายความให้เข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ย. 2550 , 22:53:02 น.] ( IP = 58.8.48.64 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org