มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รำลึกถึงดวงประทีป (๘)








คำถาม - คำตอบ มอบปัญญา


ถาม บุญบาปเก็บเอาไว้ที่ไหน แล้วผลของบุญบาปที่เก็บเอาไว้นั้นแสดงออกมาได้อย่างไร?

ตอบ ผู้ที่ศึกษาวิชาการทางโลกมามากๆ รอบรู้ในเรื่องราวสารพัด มีความเฉลียวฉลาดมีความสามารถไปทุกอย่างเป็นจำนวนไม่น้อยเลย ที่มีความเข้าใจว่า การกระทำดีกระทำชั่นนั้น ไม่มีผลไปถึงชาติหน้าหรือชาติโน้นได้ อย่างดีที่สุดก็เพียงให้ผลในชาติปัจจุบัน

เช่น ลักขโมยแล้วก็ถูกจับไปติดตะราง หรือถ้าระแวดระวังให้ดีสักหน่อย ผลร้ายก็จะไม่เกิดขึ้นมาเลย เช่นกระทำการคดโกงคอรัปชั่นด้วยมีหลักการที่รัดกุม มีทางหนีทีไล่ไม่ให้ใครจับได้ ผลที่ได้รับนั้นก็คือเงินทอง ข้าวของความสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ ตัวอย่างดังกล่าวนี้ก็มีกลาดเกลื่อนในประเทศไทย เห็นๆกันอยู่ทั่วไป

ความเข้าใจดังกล่าวนี้ เป็นความเข้าใจที่ยังคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะธรรมชาติของชีวิตนั้นเร้นลับลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เรื่องของกรรมดีกรรมชั่วที่ให้ผลสนองตอบแก่ผู้กระทำ รวมทั้งเรื่องของการตาย การเกิด ก็ยิ่งจะทำความเข้าใจได้ยากไม่ใช่น้อย

ด้วยเหตุนี้ บุคคลผู้ซึ่งมิได้ศึกษาเล่าเรียน เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎก บุคคลผู้ซึ่งมิได้พิจารณาในปัญหาชีวิตอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าจะได้ศึกษาค้นคว้าวิชาการทางโลกมาสักเท่าใด จะมีความรอบรู้เฉลียวฉลาดสักเพียงไหน บุคคลเหล่านั้นก็จะได้แต่เหตุผลตื้นๆ เผินๆ เข้าถึงความละเอียดลึกซึ้งในเรื่องของชีวิตไม่ได้

เมื่อจับเอาเหตุผลตื้นๆเผินๆ เข้ามาเป็นหลักแล้ว ก็ตัดสินใจกระทำไปตามความคิดเห็นที่ผิดๆเหล่านั้น ชีวิตจึงต้องเดินไปในสายทางที่ขรุขระทุรกันดารในอนาคตโดยไม่รู้สึกตัว

เหมือนเด็กเล็กที่คลานป้วนเปี้ยนอยู่บนนอกชานด้วยไม่ทราบเลยว่าตรงไหนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นร่องเป็นคู และที่ตรงไหนเป็นที่สุดกระดานแล้วจะตกลงไป ดังนั้นจึงคลานไปพลาง เล่นสนุกสนานไปพลาง โดยมิได้คำนึงถึงอะไรเลย

โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:49:40 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ในเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าชาวโลกจะพากันถือว่าเป็นปัญหาโลกแตก ตั้งแต่สร้างโลกขึ้นมาก็ไม่มีใครแก้ปัญหา หรืออธิบายได้ก็จริง แต่ถ้าได้ศึกษาพระอภิธรรมละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องมิได้ใหญ่โตอะไรเลย เหตุผลตลอดจนข้อเท็จจริงก็มีอยู่ทั่วไปที่จะกลับความคิดเห็นของคนที่มีความรู้ดีๆ เฉลียวฉลาดมากๆได้ ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะยอมศึกษาจริงๆหรือไม่เท่านั้น

ท่านนักศึกษาทั้งหลาย ถ้าท่านจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย ออกจากสถานที่ศึกษานี้แล้วเดินเปะปะไป ท่านจะกลับบ้านก็ไม่ทราบว่าบ้านอยู่ที่ไหน ไม่ทราบว่าจะขึ้นรถลงเรืออะไรไป ใบหน้าของบุตร ภรรยา สามี ท่านก็นึกไม่ออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วท่านจะทำอย่างไร

แน่นอนทีเดียว ท่านก็คงจะว่าเป็นไปไม่ได้ เราก็ออกจากบ้านมาทุกวัน เราก็กลับบ้านทุกวัน ใบหน้าของบุตร ภรรยา สามี ก็เห็นกันอยู่ทุกวัน พอโผล่เข้าประตูบ้านก็พากันออกมาต้อนรับด้วยความยินดีทุกวัน

ผมก็ขอให้เป็นเช่นนั้น ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ไม่เป็นไปอย่างที่ผมตั้งคำถาม แต่ผมก็จะขอตั้งปัญหาใหม่ถามว่า เหตุใด ท่านจึงกลับไปบ้านของท่านได้ถูกต้อง ทราบได้อย่างไรว่า บ้านของท่านอยู่ที่ไหน ขึ้นรถ ลงเรืออะไรไป หน้าตาของบุตร ภรรยา สามี เป็นอย่างไร เหตุใดท่านจึงจำได้ ไม่เคยไปตู่เอาบุตร ภรรยา สามีของคนอื่นเขาเลยแม้แต่หนเดียว

ผมเชื่อว่าคำถามนี้คงตอบไม่ได้ง่ายนัก ในชั้นต้นนี้เรามาพูดกันให้เข้าใจง่ายๆ สะดวกๆใจ ไม่ต้องคิดมากเสียก่อนว่า การที่เราไม่ได้หลงลืมอะไรไปก็เป็นเพราะเราจำได้ และที่เราจำได้ก็เพราะเราขุดเอาความจำที่เราเก็บไว้ในอดีตขึ้นมาจากจิตใจ แน่ละ เราเก็บเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ในจิตใจ จึงระลึกขึ้นมาได้

ถ้าเช่นนั้นความดีความชั่วเก็บเอาไว้ในจิตใจบ้างไม่ได้หรือ และความดีความชั่วที่เก็บไว้ในจิตใจจะโผล่หน้าขึ้นมาไม่ได้หรืออย่างไร

ในเรื่องนี้ย่อมไม่มีใครโต้เถียงได้ เพราะอย่างน้อยก็เกิดอยู่ทุกรูป ทุกนาม เช่น ระลึกถึงในเรื่องเก่าๆ ในสมัยที่ยังเด็กๆ ในความยากลำบากแสนสาหัส แล้วก็เศร้าเสียใจ

เมื่อเด็กๆเคยขโมยเป็นเซียน ครั้นมาบัดนี้เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ขโมยแล้ว เพราะมีอาชีพเป็นหลักฐาน แต่อย่างไรก็ดี ถ้าการเงินการทองเป็นไปไม่เรียบร้อย หรือมีช่องโอกาสเปิดเอาไว้บ้าง บุคคลนี้ก็จะไม่รีรอที่จะกระโดดใส่ทันที อำนาจของอดีตที่เคยทำมาย่อมเข้าร่วมสนับสนุนอยู่เสมอ ในเรื่องของความดีก็โดยทำนองเดียวกัน

โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:52:44 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 2


ถาม จิตล่องลอยไปเกิดได้หรือไม่?

ตอบ จิตมีแต่ความเกิดดับสืบต่อเนื่องกันไป จิตไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะล่องลอยไปเที่ยวหาที่เกิด จิตมิได้ล่องลอยไป ทั้งการเกิดใหม่ก็มิได้มีแต่จิตใจเพียงอย่างเดียวดังที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ถ้าเช่นนั้นจิตไม่ไปเกิดดอกหรือ?

ในพระพุทธศาสนาถือว่า ตราบใดที่บุคคลยังมีกิเลสอยู่แล้ว ความเกิดก็ไม่มีปัญหา จะต้องเกิดอีกอย่างแน่นอนทีเดียว หากแต่ความเกิดอีกมิได้เป็นไปในรูปแบบของการล่องลอย หรือที่พูดกันว่าวิญญาณล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ หากแต่เป็นไปแบบของการสืบต่อ (สันตติ) ซึ่งมีทั้งจิตทั้งรูปที่เป็นปรมาณูเกิดร่วมกัน

เรื่องจุติปฏิสนธิ หรือการตายการเกิดนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ท่านนักศึกษาจะได้พบตั้งแต่นี้ไปคราวละเล็กละน้อย จนถึงปริจเฉทที่ ๙ แต่ทว่าจะละเอียดลออยิ่งขึ้นเป็นลำดับ จะได้ศึกษาเรื่องของความตาย และชีวิตภายหลังความตายโดยพิสดารแล้วก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริง พร้อมทั้งจะมีความแน่นอนใจในการเกิดใหม่โดยไม่ต้องสงสัย

โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:53:23 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 3


ถาม ผลของกรรมคือการกระทำนั้น เก็บเอาไว้ในจิตใจทั้งหมดหรือว่ามีการสูญหายไปได้

ตอบ ผลของการกระทำที่เก็บเอาไว้ในจิตนั้น มิได้สูญหายไปไหนเลย มีโอกาสเมื่อใดมันก็จะให้ผลเมื่อนั้น (ยกเว้นอโหสิกรรม) ส่วนโอกาสอย่างไร ขณะไหน มันแสดงผลกรรมนั้นออกมาได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เราจะได้ศึกษากันต่อไป

อย่างไรก็ดี ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนในธรรมะที่ลึกซึ้งแล้วคิดนึกเอาเอง ก็ย่อมจะเข้าไปไม่ถึงว่าผู้ที่ทำความชั่วอยู่เสมอแล้ว เหตุใดจึงได้กินดีอยู่ดีมีความสุข และผู้ที่กำลังทำความดีอยู่ตลอดเวลากลับกินไม่ดี อยู่ไม่ดี มีความทุกข์

ในเรื่องนี้เป็นเหตุผลที่จำจะต้องศึกาามากสักหน่อย ผมหวังว่าการบรรยายอีกไม่กี่ครั้งข้างหน้านี้ ท่านนักศึกษาก็คงจะสว่างขึ้น แล้วความสงสัยในเรื่องนี้ก้จะน้อยลงเป็นลำดับๆไป ตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น

โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:53:43 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 4


ถาม การพูด การทำ การคิด เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะไม่มีอดีตกรรมเข้ามเกี่ยวข้องเลยจะได้หรือไม่

ตอบ การเกิดอารมณ์ขึ้นดังที่กล่าวมานั้น ถ้าจะว่าโดยทั่วไป หรือที่เป็นไปตามธรรมดาสามัญ มิใช่เข้าสู่การปฏิบัติวิปัสสนาที่กำลังได้ปัญญาแล้ว จะไม่มีอดีตกรรมเข้ามาร่วมด้วยนั้นไม่มีเลย ตัวอย่างเช่น มีคนมาบ่นว่าเรื่องที่ไม่ดี เช่นการติเตียนเป็นต้น

เราก็เกิดความไม่พอใจ การที่เราไม่พอใจนั้นก็เพราะเราทราบว่าเขาติเตียนว่าเราไม่ดีอย่างไร ถ้อยคำที่ไม่ดีต่างๆ เป็นเรื่องของอดีตที่เก็บอยู่ในจิตใจ ก็ออกมาร่วมกันตัดสินในอารมณ์ที่ได้ยินนั้นด้วย ถ้าติเตียนเด็กเล็กๆ หรือคนต่างภาษาพูดไทยไม่เป็น ก็จะไม่รู้เรื่องว่าอะไรเลย ความไม่พอใจในเรื่องที่ติเตียนก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ก็จะเห็นได้ว่าต้องอาศัยกรรมเก่าที่ทำเอาไว้นั้นๆ ออกมาร่วมด้วย

อนึ่ง ถ้าในอดีต คือตั้งแต่ยังเล็กๆ ได้ถูกอบรมหรือสิ่งแวดล้อมอยู่ในหมู่ของพวกยกตัว ถือตัวว่าร่ำรวย มีเกียรติ มียศสูง ก็จะสนับสนุนให้เกิดความสะเทือนใจแรงขึ้น คือความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกติเตียนก็จะสูง

ยิ่งในอดีตชาติเคยได้อบรมความถือตัวไว้มาก เช่นในชาติก่อนเคยเป็นเจ้าคุณมียศถาบรรดาศักดิ์ ใครๆต้องคารวะกราบไหว้ยำเกรงมามากด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเป็นคนที่สามัญชนทั้งหลายเข้าถึงได้ยากทีเดียว กระทบนิดเดียวอาจเป็นฟืนเป็นไฟก็ได้

บางคนเพียงเพื่อนฝูงพูดเป็นเชิงแสดงถึงความยากจนเข้าสักเล็กน้อยเท่านั้นก็โกรธเสียยกใหญ่ เพราะไปกระทบกระเทือนเอาการอบรมที่ได้สั่งสมประทับไว้ในใจของเขา ส่วนเรื่องหนักหรือเบานั้นก็แล้วแต่ได้สั่งสมมามากน้อยอย่างไร

โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:54:03 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 5


ถาม เด็กอยู่ในท้องรับกรรมหรือเปล่า? ถ้ารับๆได้อย่างไร

ตอบ บรรดาสัตว์ทั้งหลายผู้ซึ่งเกิดขึ้นมาในโลกนี้ ไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้รับผลของกรรมที่ตนได้ทำเอาไว้ แม้พระอรหันต์ผู้ซึ่งไม่มีกิเลสเข้ามาพัวพันแล้วก็ยังหนีไม่พ้น ย่อมจะได้รับผลของกรรมมากบ้างน้อยบ้างตามกำลังที่ได้กระทำมา

ผู้ใดยังมีกิเลสอยู่ ผลของกรรมที่ได้รับนั้นก็มาจากทั้งอดีตและปัจจุบัน สำหรับพระอรหันต์ การกระทำทั้งหลายเป็นกิริยาไปสิ้นแล้ว ผลของกรรมในปัจจุบันจึงเกิดขึ้นไม่ได้ ตั้งแต่ถึงความเป็นพระอรหันต์เป็นต้นไป

เด็กอยู่ในครรภ์รับผลกรรมที่ได้ทำในอดีตได้ แม้ร่างกายเพิ่งจะเป็นจุดเล็กๆที่เรียกว่า "กลละ" เพราะจิตเกิดขึ้น อารมณ์ก็ย่อมเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นความรู้สึกทางใจ แต่อารมณ์ที่เป็นความรู้สึกทางใจจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต้องอาศัยกรรมที่ทำไว้ในอดีต และเก็บไว้ในจิตใจมากระทบ

เช่น ชาติก่อนชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้มาก กรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ก็จะมากระทบจิตอยู่เสมอ ก็จะฝันร้ายสะดุ้งตกใจบ่อยๆ ถ้าทำบุญให้ทานรักษาศีลไว้มาก ความดีนั้นจะมากระทบจิต ก็จะฝันดีน่ารื่นรมย์อยู่เสมอๆ

ถ้าเด็กนั้นเติบโตขึ้นมีร่างกาย มีตา มีหู ผลของกรรมก็จะไม่เกิดขึ้นแต่เพียงทางใจเท่านั้น ผลกรรมนั้นจะเกิดขึ้นทางทวารอื่นด้วย เช่น ตาไม่ดี หูไม่ดี ร่างกายพิการไม่สมประกอบ หรือตรงกันข้าม คือ ตาดี หูดี ร่างกายไม่พิการ เป็นต้น




โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:54:26 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 6



อุปการะ คุณะ วันทัง วันทามิ
ข้าพเจ้า ขอกราบไหว้ ผู้มีอุปการะคุณ


แม้ในบัดนี้ท่านจะถึงกาลมรณภาพไปแล้วถึง ๑๖ ปีเต็มแล้ว แต่ด้วยความซาบซึ้งใน พระคุณของครูผู้เสียสละเพื่อพระพุทธศาสนา อุทิศเวลาในชีวิตเพื่อเผยแผ่ความรู้ด้านพระอภิธรรม จนกระทั่งทำให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาได้เปลี่ยนแนวทางชีวิตไปสู่เส้นทางที่ดีขึ้น รู้จักงดเว้นสิ่งที่ไม่ควร และรู้จักกระทำกุศลกรรมได้มากขึ้น

ในโอกาสนี้ ..เมื่อย้อนรำลึกแล้ว พระคุณของท่านอาจารย์นี้เปรียบประดุจการให้แสงสว่าง และขุมทรัพย์อันมหาศาลแก่ชีวิตที่จะต้องดำเนินต่อไป.

จึงขอกราบสักการะ พระคุณของท่านด้วยกุศลกรรมทั้งปวงที่เพียรกระทำมา ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

เทพธรรม


โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:54:50 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 7



บนความรู้สึกที่สะท้อน ย้อนรอยอาลัย แห่งการพลัดพราก..ที่ไม่มีวันหวนกลับ นานนับทีเดียวกับรูปลักษณ์ และรอยยิ้มของผู้ทรงคุณวุฒิที่แสนใจดี มีเมตตาธรรมอย่างสูงของท่าน..พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

ความทรงจำอันน่าประทับใจ ยังคงมั่นและตราตรึงอยู่ในห้วงความคิดมิรู้ลืม แม้นวันและเวลาจะดำเนินมาเป็นเวลา ๑๖ ปีแล้วกระผมก็ไม่เคยลืมเลือนครับ

จึงขอรวบรวมความเคารพรักที่มีอยู่ในใจอย่างเต็มเปี่ยมเสมอมา นำขึ้นสู่เจตนาและก้มกราบท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูรด้วยความเคารพสักการะในพระคุณของท่านไว้ ณ โอกาสนี้.

พี่เณร


โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:55:23 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 8




ความพลัดพรากนั้นเป็นของธรรมดาจริงอยู่ แต่บนเส้นทางที่แสนสับสน มืดมน ไร้ทิศทางบนโลกมายาแห่งนี้ การพลัดพรากจากผู้รู้ ที่เคยบอกทาง เตือยภัยในการเดินทางที่ควรเดินนั้น นับว่าเป็นความพลัดพรากที่สุดลำเค็ญมาก

ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรท่านเปรียบเสมือนกัปตัน ที่พาเรือใหญ่ที่มากไปด้วยผู้คนมุ่งไปสู่ฟากฝั่ง ขึ้นท่าที่ปลอดภัยได้เสมอมา

บัดนี้นานนับ ๑๖ ปีแล้วกัปตันผู้เปี่ยมด้วยความรู้ในเส้นทาง ผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารีย์ท่านนั้น ลาลับจากลูกเรือไปนานแล้วคงเหลือแต่ความทรงจำ ที่แต่ละคนจะต้องพาตนเองไปในทิศทางที่ท่านเคยพาเพียงลำพัง.

ท่านอาจารย์ครับ ไม่ว่าท่านจะสถิตย์อยู่ ณ.ที่ไหน ขอได้โปรดรับทราบว่า ผมคิดถึงท่านมาก และขอได้โปรดรับทราบ ถึงการสักการะบูชาพระคุณของท่านอาจารย์ด้วยความเคารพเทิดทูนยิ่งครับ

ทับตะวัน


โดย ศาลาธรรม [20 พ.ย. 2550 , 15:55:48 น.] ( IP = 125.26.38.255 : : )


  สลักธรรม 9


"ครูมีบุญคุณ จะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า"


ไม่มีโอกาสแม้แต่พบปะเจอะเจอท่าน เพียงแค่ได้ยินแต่เสียงและเห็นแต่รูปของท่านอาจารย์ที่บรรยายพระอภิธรรมเท่านั้น ก็ก่อให้เกิดสัทธาและเข้าใจในพระอภิธรรมซึ่งไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนเลยในชีวิตเลย น้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความเมตตา ทำให้รู้สึกเสมือนว่ากำลังฟังท่านสอนอยู่ต่อหน้า...

ท่านอาจารย์เป็นปราชญ์เมธีผู้ยิ่งใหญ่ในวงการพระอภิธรรมอย่างมิอาจมีใครเปรียบเทียบได้

ขอนอบน้อมก้มกราบบูชาท่านด้วยความเคารพและสัทธายิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 พ.ย. 2550 , 17:28:07 น.] ( IP = 124.121.171.98 : : )


  สลักธรรม 10

ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเข็ญ
ท่านยิ่งใหญ่จริงๆเลยครับ
รักเทิดทูนและเคารพบูชาท่านเสมอมาและตลอดไปครับ

โดย วิชิต [20 พ.ย. 2550 , 18:00:29 น.] ( IP = 58.9.141.108 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org