| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๐)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๐)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. เมื่อคราวที่แล้ว คุณลุงได้บรรยายถึงกิจของจิตดวงสุดท้ายในจำนวน ๑๔ กิจ จบลงแล้ว ผมก็ใคร่ขอให้คุณลุงได้โปรดบรรยายต่อไป
ก. จิตดวงสุดท้ายก็คือจุติจิต ได้แก่จิตที่ทำกิจคือหน้าที่ดับหรือตายจากภพชาติ
สำหรับในวันนี้ลุงจะได้จำแนก กิจการหน้าที่ๆทำของจิตต่อไป แต่หลานก็คงจะได้พบกับตัวเลขบ้าง ขอให้หลานจงอย่าได้ท้อถอย เพราะศึกษาธรรมะแล้วเอาตัวเลขมาศึกษาด้วย บางคนก็ไม่ชอบคิดจึงได้ท้อถอย แต่อย่างไรก็ดี ถ้าจะศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจให้ได้ความละเอียดลึกซึ้งแล้ว ก็จำเป็นที่จะทิ้งจากตัวเลขไม่ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงตัวเลขกำกับเอาไว้นี้ เราจึงได้เห็นความลึกซึ้งในคำสอนของพระองค์ และประการสำคัญพระพุทธศาสนาจะได้อยู่ยาวนานไม่อันตรธานไปเสียโดยเร็ว
บางคนคิดว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็เหมือนกับนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลาย เมื่ออ่านธรรมะได้เที่ยว ๒ เที่ยวแล้วก็ขยายความออกไปมากมาย ทำให้บังเกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาเป็นอันมาก และประชาชนที่รับฟังก็มองไม่เห็นความลึกซึ้งประการใด อาจทำให้ศรัทธาตกไปได้โดยง่าย โดย พี่เณร....นำมาฝาก [21 พ.ย. 2550 , 04:59:02 น.] ( IP = 58.9.144.251 : : )
สลักธรรม 1
ปฏิสนธิกิจเป็นกิจที่ ๑ ภวังคกิจเป็นกิจที่ ๒ และจุติกิจเป็นกิจที่ ๑๔ ตามลำดับที่ได้เรียนมาแล้ว ตามธรรมดาก็ควรจะอธิบายตั้งแต่หมายเลข ๑ ไปจนถึงหมายเลข ๑๔ อันเป็นตัวสุดท้าย แต่ลุงมีความเห็นว่า ควรจะได้เอาจิตดวงที่ ๑๔ คือจุติจิตมาพูดเสียด้วย เพราะจำแนกออกแล้วเป็นประเภทเดียวกัน นั่นก็คือ ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ
๑. ปฏิสนธิกิจ ได้แก่ จิตที่ทำหน้าที่สืบต่อภพใหม่ มี ๑๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘ มหัคคตวิบากจิต ๙ = ๑๙ ดวง
๒. ภวังคกิจ ได้แก่ จิตที่ทำหน้าที่รักษาองค์แห่งภพ มี ๑๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘ มหัคคตวิบากจิต ๙ = ๑๙ ดวง
๓.จุติกิจ ได้แก่ จิตที่ทำหน้าที่ดับสิ้นไปจากภพ มี ๑๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘ มหัคคตวิบากจิต ๙ = ๑๙ ดวง
ป. คุณลุงขอรับ ปฏิสนธิ ภวังค์ จุติ จิตทั้ง ๓ ประการนี้ แตกต่างกันถ้าจะว่าไปก็มากที่สุด แต่เหตุใดจิต ๑๙ ดวงนี้จึงเหมือนกันไม่ได้ ดูๆก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เช่น จิตปฏิสนธิ คือเกิดขึ้นมากับจุติ คือดับหรือตาย
ก.ถ้าไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน ก็คงจะคิดเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าลุงจะได้ซักถามและอธิบายให้หลานฟังสักเล็กน้อยก็คงจะหายสงสัยไปได้
ลุงจะขอถามหลานว่า ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ คือจิตที่เกิด จิตที่รักษาภพชาติ และจิตที่ดับคือตายนั้น เป็นจิตที่ได้กระทำบาปกระทำบุญหรือไม่
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [21 พ.ย. 2550 , 04:59:48 น.] ( IP = 58.9.144.251 : : )
สลักธรรม 2
ป. ไม่ได้เป็นจิตที่ได้กระทำบาปกระทำบุญทั้งสองอย่างขอรับ เพราะจิตทั้ง ๓ ประเภทนี้ เป็นผลของกรรมที่ได้ทำมาแล้ว
ก.หลานตอบมาถูกต้อง แม้จิตทั้ง ๓ นี้จะไม่ได้กระทำบาปหรือกระทำบุญก็ดี แต่จิตก็เป็นบาปและเป็นบุญ เพราะเป็นผลของกรรมที่ได้ทำมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น
คนที่ทำบาปได้อารมณ์เห็นเงินทองที่ขโมยมาได้เป็นอารมณ์ เมื่อตอนใกล้จะตาย ครั้นมาปฏิสนธิเป็นเปรต ปฏิสนธิวิญญาณนั้นก็เห็นเงินทองที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ เปรตตัวนั้นเวลานอนหลับก็จะมีอารมณ์เห็นเงินทอง และเมื่อตาย จิตดับจากภพชาติ ก็มีอารมณ์เห็นเงินทองเช่นเดียวกัน (จุติจิตมิได้เป็นตัวการส่งให้เกิดการปฏิสนธิ)
ลุงหมายความว่า ปฏิสนธิมีอารมณ์อะไร ภวังค์รักษาภพชาติก็มีอารมณ์อย่างนั้น และจุติคือตายก็มีอารมณ์อย่างเดียวกัน
จิตทั้ง ๓ ประเภทนี้ไม่ได้กระทำบาปหรือบุญ แม้ไม่ได้กระทำแต่เป็นผลของบาปของบุญ
ไม่ใช่เป็นกุศลาธรรมา ธรรมอันเป็นกุศล ไม่ใช่เป็นอกุศลาธรรมา ธรรมอันเป็นอกุศล แต่เป็นอพยากตาธรรมา ธรรมอันไม่เป็นกุศลและอกุศล
ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ เป็นจิตประเภทเดียวกันภายในภพชาตินั้นๆ พูดง่ายๆก็ว่า เมื่อปฏิสนธิเป็นจิตอย่างไร ภวังค์ก็เป็นจิตอย่างนั้น และจุติคือตายก็เหมือนกัน ทั้งนี้ภายในภพชาตินั้นตั้งแต่เกิดจนถึงตาย แต่เมื่อตายลงไปแล้วก็เปลี่ยนใหม่ เป็นไปดังนี้เรื่อยๆไปทุกชาติๆไม่ขาดสาย ตามที่ได้บรรยายมานี้ หลานพอมีความเข้าใจบ้างหรือยัง โดย พี่เณร....นำมาฝาก [21 พ.ย. 2550 , 05:00:21 น.] ( IP = 58.9.144.251 : : )
สลักธรรม 3
ป. ก็พอจะเข้าใจแล้วขอรับ
ก. จิตที่ปฏิสนธิได้อารมณ์ที่เป็นกุศล จิตที่ปฏิสนธิได้อารมณ์ที่เป็นปฐมฌานขึ้นไป ก็โดยทำนองเดียวกัน
ป. คุณลุงขอรับ ที่คุณลุงแสดงชื่อจิตต่างๆกัน รวมเป็น ๑๙ ดวงนั้น จะอธิบายอย่างไร
ก.ลุงคิดว่า เอาไว้ศึกษาต่อในวันหลังจะไม่ดีหรือ ตอนนี้ขอให้หลานทำความเข้าใจที่ลุงได้อธิบายมาแล้วก็จะดี
ป. ขอบพระคุณ คุณลุงขอรับ
ก. สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [21 พ.ย. 2550 , 05:01:06 น.] ( IP = 58.9.144.251 : : )
สลักธรรม 5
ค่อยๆ ศึกษาจากคำอธิบายของท่านอาจารย์ไปวันละนิด นอกจากจะรู้สึกสบายใจที่เข้าใจง่ายแล้ว ยังเกิดความรู้กว้างขวางขึ้นด้วย กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งค่ะ
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [21 พ.ย. 2550 , 09:11:02 น.] ( IP = 125.26.42.162 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่มอบมรดกธรรมไว้เป็นธรรมทานแก่ชนรุ่นหลัง
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะโดย น้องอุ๊ (asomsopon) [21 พ.ย. 2550 , 19:52:28 น.] ( IP = 125.27.216.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |