มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๑)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวที่แล้วผมได้ศึกษาถึง ตทาลัมพนะ และจุติกิจ ในปริจเฉทที่ ๓ เรื่องกิจของจิต จบลงก็พอจะมีความเข้าใจได้แล้ว วันนี้ผมขอมาศึกษาต่อไป ขอเชิญคุณลุงบรรยายได้แล้วขอรับ

ก. ในวันนี้ลุงจะได้บรรยาย แสดงการจำแนกกิจหน้าที่การงานของจิตทั้ง ๑๔ กิจ โดยจิต คือจะศึกษาเล่าเรียนให้ทราบว่า กิจทั้ง ๑๔ กิจนั้น อาศัยจิตประเภทไหนมาทำงาน เพราะรู้หน้าที่การงานแล้ว ก็ควรจะต้องรู้ต่อไปว่าใครที่ไหนบ้างที่เป็นผู้กระทำงานเหล่านั้น

เรื่องการปฏิสนธิคือการเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่นั้น หลานก็พอจะมีความเข้าใจแล้วว่า ปฏิสนธิคือเกิดขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร มีรูปมีนามอะไรบ้างที่เกิดพร้อมกัน

๑. ปฏิสนธิกิจ จิตที่ทำหน้าที่สืบต่อภพใหม่ มี ๑๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘ มหัคคตวิบากจิต ๙

ในเรื่องนี้หลานจะต้องไม่ลืมที่ได้เรียนไปแล้วว่า ปฏิสนธินั้นหมายถึงแรกเกิดนั่นก็คือจิตดวงแรกที่ได้ตั้งขึ้นมาในภพชาติใหม่ และหลังจากจิตดวงแรกแล้ว เราเรียกว่า ปวัตติ และเรียกปวัตติไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย

ในชั่วชีวิตของสัตว์ทั้งหลายจึงได้แบ่งออกเป็น ๒ กาล คือ ปฏิสนธิกาล ขณะกำลังเกิด และปวัตติกาล หลังจากเกิดขึ้นมาแล้ว ไปจนถึงตาย

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 พ.ย. 2550 , 07:22:04 น.] ( IP = 58.9.142.124 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



จิตทั้ง ๑๙ ประเภทตามที่ลุงเขียนให้ดูแล้วนี้จะมาทำหน้าที่เกิดคือปฏิสนธิในครรภ์ของมารดามนุษย์ เกิดเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย เป็นเทวดา พรหม คือไม่เลือกว่าจะปฏิสนธิในสุคติภูมิหรือทุคติภูมิก็ตาม ก็อาศัยจิตทั้ง ๑๙ ประเภทนี้ทั้งสิ้น

จิตที่มาทำงานปฏิสนธิชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณจิต๒ มหาวิบากจิต๘ และมหัคคตจิต๙ รวมเป็น ๑๙ ดวงนี้ เป็นจิตมาจากไหน แล้วมาทำหน้าที่ปฏิสนธิย่างไร

ถ้าเรามีแมวและสุนัขหลายตัว เราก็ตั้งชื่อมันว่า เจ้าด่างบ้าง เจ้าลายบ้าง นางสีบ้าง นางขาวบ้าง และถ้าตัวมันดำมืดเราก็เรียกมันว่า เจ้าหมี

การที่เราตั้งชื่อมันก็เพื่อจะได้เรียกชื่อมันได้ถูกต้อง พูดกับใครๆในบ้างก็รู้ว่าพูดถึงตัวไหน และถ้าออกเสียงเรียกมันก็จะเข้าใจ ไม่ใช่รุมกันเข้ามาทั้งหมด เพราะเรียกมันบ่อยๆจนจำเสียงได้ว่าเรียกใคร

ถ้าช่างไม้จะปลูกบ้าน พูดอะไรออกไป ก็เป็นที่รู้กันในหมู่คนที่มีความสนใจ เช่น ตั้งชื่อว่า หลังคา ข้างฝา ขื่อ หรือแป

เราตั้งชื่อเพื่อจะได้เป็นที่รู้จักและพูดกันรู้เรื่อง ดังนั้นลูกมีทั้งหมด ๖ คน จึงต้องตั้งชื่อเอาไว้หมดทุกคน เรียกหรือพูดถึงคนใดก็ได้ หาไม่แล้วเรียกลูกมาก็จะมาหมดทั้ง ๖ คน

จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็โดยทำนองเดียวกัน จิตเกิดขึ้นครั้งละ ๑ เท่านั้น แต่มาทำหน้าที่การงานต่างกันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้บัญญัติชื่อไว้ ไม่ให้เหมือนกัน เพื่อผู้ศึกษาจะได้มีความเข้าใจดี

เช่น จิตที่ทำหน้าที่เห็นก็เรียก จักขุวิญญาณ จิตที่ทำหน้าที่ได้ยินก็เรียกว่า โสตวิญญาณ จิตคิดนึกก็เรียก มโนวิญญาณ และจิตเกิดในภพชาติใหม่ก็เรียกว่า ปฏิสนธิจิต เป็นต้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 พ.ย. 2550 , 07:22:37 น.] ( IP = 58.9.142.124 : : )


  สลักธรรม 2



จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณะ มหาวิบากจิต และมหัคคตวิบากจิต นั้นเป็นวิบากหรือเป็นผลของกรรมที่ทำมาแล้ว คือ

จิตที่เกิดขึ้นทำบาปแล้ว ดวงต่อๆไปก็เรียกวิบากจิต เป็นจิตที่เกิดขึ้นมาไม่ได้กระทำบาปหรือกระทำบุญอะไร แต่ได้เก็บบาปที่ได้ทำแล้วเอาไว้

จิตที่เกิดขึ้นทำบุญแล้ว ดวงต่อๆไปก็เรียก เป็นจิตที่เกิดขึ้นมาไม่ได้กระทำบาปหรือกระทำบุญอะไร แต่ได้เก็บผลบุญที่ได้ทำแล้วเอาไว้

จิตที่ไม่ได้ทำบาปหรือทำบุญ แต่ได้ทำสมาธิจนได้ถึงฌานขั้นต่างๆตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไป ดวงต่อจากนั้นก็เรียกมหัคคตวิบากจิต เป็นจิตที่เกิดขึ้นมาไม่ได้กระทำบาปหรือกระทำบุญอะไร แต่ได้เก็บผลของสมาธิขั้นต่างๆเอาไว้ นั่นก็คือบุญที่มีกำลังมากเป็นพิเศษ จึงเรียกมหัคคตวิบากจิต

สรุปก็คือจิตที่เกิดขึ้นมามิได้กระทำบุญ และมิได้กระทำบาป แต่เป็นจิตที่เป็นผลของกรรมที่ได้ทำมาแล้ว ไม่ใช่ทำที่เป็นกุศล ไม่ใช่ทำที่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมที่ไม่ได้เป็นกุศลและอกุศล เป็นวิบากคือผลของกรรม นั่นเอง

จิตที่ทำหน้าที่ปฏิสนธิทั้ง ๑๙ ประเภทนี้ เป็นวิบากจิต คือ เป็นจิตที่เป็นผลของกรรมทั้งนั้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 พ.ย. 2550 , 07:23:02 น.] ( IP = 58.9.142.124 : : )


  สลักธรรม 3



อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ ดวง เป็นวิบากจิต
เป็นผลของกรรมที่ได้ทำบาปเอาไว้ดวงหนึ่ง
และเป็นผลของกรรมที่เป็นบุญแต่มีกำลังน้อยดวงหนึ่ง

จิตดวงแรก ปฏิสนธิในทุคติภูมิ เกิดเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย

จิตดวงที่ ๒ เป็นจิตบุญที่มีกำลังน้อย จึงเกิดได้ในมนุษย์และเทวดาชั้นต่ำที่ไม่สมประกอบตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิ มีร่างกายพิการต่างๆ ตาบอด หนูหนวก เป็นใบ้ เป็นบ้า เป็นปัญญาอ่อน หรือเป็นกระเทย เป็นต้น

ที่ว่ามีกำลังน้อยก็เพราะว่า เมื่อตอนใกล้จะตายนั้น จิตมิได้เกิดขึ้นมาเป็นแถวเป็นแนวติดต่อกันไป เหมือนกับหลานดูหนังสือ แล้วก็คิดเรื่องอะไรๆรวมหรือปะปนลงไปด้วย แล้วจะให้มีกำลังมากจนจำได้แม่นยำกระไรได้

เวลาคนใกล้จะตายก็เหมือนกัน ระลึกถึงบุญที่ได้ทำมาแล้ว แต่ก็มีบาปเข้ามาพัวพันเรื่อยๆ เช่น ความชำนาญที่ได้กระทำมาแล้วในอดีตปรากฏขึ้นเป็นอารมณ์ ตัวอย่างเช่น

ระลึกถึงการใส่บาตรที่ตนได้เคยใส่อยู่เสมอ แต่ก็เคยออกป่าล่าสัตว์มาเป็นอันมาก ภาพสัตว์ที่ถูกฆ่าจึงปรากฏขึ้นในจิตใจ เห็นสัตว์ล้มลุกขึ้นได้เพราะโดนตนยิง

ผู้ปฏิสนธินั้นกุศลจะนำเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดาชั้นต่ำที่แข้งขาพิการ อำนาจของกรรมจะกำหนดเอาไว้ให้ตั้งแต่ปฏิสนธิ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 พ.ย. 2550 , 07:23:39 น.] ( IP = 58.9.142.124 : : )


  สลักธรรม 4



เหมือนเม็ดของทุเรียนมันมีอำนาจกำหนดเอาไว้แล้ว ถ้าปลูกจนเติบโตขึ้นมาจนออกผลแล้ว ผลมันจะออกผลเป็นทุเรียน รสและกลิ่นก็จะเป็นทุเรียนทุกอย่าง

ผู้ปฏิสนธิเห็นหรือได้อารมณ์ที่เป็นกุศล แต่ก็ได้เคยดื่มสุรายาเมามามากจึงเห็นวงเหล้า เห็นเหล้าที่ดื่ม รู้สึกเกิดมึนเมาเข้ามาพัวพันกับที่เป็นกุศล ดังนั้นจึงเป็นมนุษย์หรือเทวดาชั้นต่ำที่ปัญญาอ่อน

ผู้ปฏิสนธิได้อารมณ์ที่เป็นกุศล แต่ก็มีอารมณ์ผิดในกามเพราะเคยเป็นชู้สู่สาว เคยเป็นชายที่ทำลายบุตรสาวของผู้อื่นให้เสียหายในทางเพศ เข้ามาพัวพันในอารมณ์กุศลนั้น ทำให้กำลังของกุศลลดลง จึงโดนอำนาจของกรรมกำหนดไว้ว่า ต่อไปมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นกระเทย

จิตที่ชื่ออุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากดวงหนึ่ง ทำหน้าที่ปฏิสนธิเกิดในทุคติภูมิ คือ เกิดในนรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย ต้องได้รับทุกขเวทนาตามอกุศลที่ตนเคยได้กระทำเอาไว้ เราเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า ทุคติบุคคล

อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากอีกดวงหนึ่ง เป็นจิตกุศลที่มีกำลังอ่อนเพราะมีอกุศลเข้ามาพัวพันจึงปฏิสนธิเป็นมนุษย์และเทวดาชั้นต่ำ พิกลพิการทางกาย พิกลพิการทางจิต หรือพิกลพิการทางกายและทางจิตด้วย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า สุคติอเหตุกบุคคล

ปฏิสนธิจิตนั้นมิได้ทำบาปหรือทำบุญ หากแต่เป็นจิตที่เป็นผลของบาปหรือบุญที่ทำมาแล้ว และมาทำหน้าที่เกิดขึ้นในภพใหม่จึงเรียกว่า ปฏิสนธิจิต โดยอำนาจของอารมณ์ใกล้ตายในภพก่อน คือในมรณาสันนกาลและมรณาสันนวิถี เป็นตัวการให้อำนาจส่งให้เกิดขึ้นมา

สำหรับวันนี้ลุงเห็นว่าควรหยุดบรรยายเอาไว้ก่อน หลานควรจะดูจากที่บันทึกเอาไว้ให้เข้าใจและจำได้ เพราะออกจะยุ่งยากมากอยู่เหมือนกัน

ป. ขอบพระคุณ คุณลุงมากขอรับ วันนี้ผมมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นทีเดียว

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 พ.ย. 2550 , 07:24:12 น.] ( IP = 58.9.142.124 : : )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาต่อค่ะ

ค่อยๆอ่านทำความเข้าใจจะเห็นได้ว่า ...บาปและบุญที่กระทำไว้นั้น ช่างมีความละเอียดอ่อนในการส่งผลเสียเหลือเกิน ขนาดกุศลกำลังส่งผลในขณะจะปฏิสนธิ อกุศลก็มีอำนาจเข้าแทรกแซงให้กำลังของกุศลนั้นลดน้อยถอยลงได้ แม้จะได้สุคติภูมิ แต่ก็ส่งผลให้ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่กรุณาอธิบายให้เข้าใจถึงปฏิสนธิกิจของจิตต่างๆ ด้วยถ้อยภาษาที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...กราบอนุโมทนาค่ะ...

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2550 , 09:29:14 น.] ( IP = 124.121.175.110 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วก็พบว่า ...โค้งสุดท้ายบั้นปลายชีวิต.. ไม่มีความน่ากลัวตรงจุติและปฏิสนธิเลยนะคะ เพราะอยู่นอกเหนือการระวังป้องกันหรือแก้ไขแล้ว แต่ที่น่ากลัวก็คือช่วงเวลาที่เรากระทำกรรมทุกขณะนั่นเอง ที่จะมาส่งผลทั้งในปฏิสนธิและปวัตติกาล แม้กระทั่งเป็นอารมณ์ที่จะมาปรากฏในมรณาสันกาล...กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์บุญมี

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษาเสมอๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 พ.ย. 2550 , 11:38:07 น.] ( IP = 125.26.38.189 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามศึกษาต่อค่ะ ผลของบาปเป็นสิ่งที่น่ากลัว ถ้าระลึกช่วงใกล้ตายแล้ว จะทำให้เกิดทุคติหรือเกิดสุคติแต่ไม่สมประกอบ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2550 , 22:49:26 น.] ( IP = 58.8.48.78 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org