มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร้อยดวงใจบูชาคุณ








ช่วงเวลาที่ดูเสมือนว่าโหดร้ายที่สุดต่อการทำใจก็คือ การที่คุณพ่อได้สิ้นลมลงแล้ว ความอ้างว้างได้แล่นเข้ามาสู่จิตใจ ความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว หมดสิ้นแล้วสำหรับความสัมผัสที่ได้รับความรัก ความห่วงใย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ก็ได้ใช้ชีวิตมาตามลำพังได้ สู้กับทุกอย่างที่เข้ามาได้จนผ่านพ้นปัญหาต่างๆไปทีละอย่างด้วยตนเอง แต่ครั้งนั้นกับอ่อนแอลงสิ้น ไม่มีแรงแม้แต่จะยืนขึ้น จิตใจเต็มไปด้วยความทุกข์ความเศร้าโศกอย่างที่สุด

อาการที่รู้สึกได้ชัดนั้นก็คือ แสบในหัวใจ จนดูเหมือนกำลังมีเลือดไหลและถูกราดด้วยน้ำร้อนๆไม่ปาน มองไม่เห็นวี่แววแห่งเส้นทางชีวิตตนเองได้เลย ซึ่งรับรู้ได้ภายหลังว่า สิ่งที่เรียกว่ามืดแปดด้านนั่นเอง นึกไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างใด จะอยู่อย่างไรนั่นเอง

บนทางเดินที่ไร้ดาว คือแสงแห่งรัก ที่พ่อเคยสาดส่องให้นั้น มืดสนิท ชีวิตที่เคยโลดแล่นไปได้ กับดูเหมือนไร้ทิศทาง หน้าที่ความรับผิดชอบที่ตกค้างมาถึงตัวเองมากมายหลายเรื่องเหลือเกิน ในขณะนั้นไม่มีจิตใจที่จะคิดหรือทำอะไรต่อได้เลย มีแต่เสียงของใจที่ครวญหาแต่พ่อเท่านั้น พ่อจ๋าพ่ออยู่ไหน คือสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดตลอดเวลา

แม้กระทั่งปีนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยมาถึง ๑๖ แล้วก็ตาม แต่เสียงครวญของใจที่ถวิลหาที่พึ่งแห่งรักนี้ ก็ยังโคจรเข้ามาเสมอ ภาพแห่งรัก และกำลังใจที่เราพ่อลูกได้เคยร่วมต่อสู้เพื่ออภิธรรมมูลนิธิมาตลอดนั้นยังไม่เคยจางเลือนไปจากความทรงจำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมุ่งมั่นที่พ่อต้องการสร้างสรรค์มูลนิธิแห่งนี้ให้เติบใหญ่ เพื่อให้บุคคลที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ในวัฏฏะได้เข้ามาพักพิงอาศัยและหันเหชีวิตเข้ามาศึกษาพระอภิธรรมปิฏกให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของชีวิตว่าเป็นทุกข์และมีความสามารถที่จะปกป้องตนเองให้ไกลจากกิเลสอาสวะ

พร้อมทั้งมีแนวทางแห่งสันติสุขที่จะเดินไปเพื่อมรรคผลนิพพานนั้น ยังตราตรึงประทับแน่นอยู่ในจิตใจ ตราบจนวันนี้ นาวาแห่งสันติสุขลำนี้ ก็ยังคงแล่นขนชนทั้งหลายแล่นเผชิญกับความจริงมาได้ โดยอาศัยฝีพายคนใหม่ๆที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือนำนาวาลำนี้ให้ยังคงทำงานที่พ่อรัก ที่สุดในชีวิตด้วยความศรัทธาทำมาตลอดตราบเท่าทุกวันนี้

๑๖ ปีแห่งการจากลับล่วงไปของพ่อ ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ซึ่งปวงศิษย์ต่างยกย่องให้ว่า..เป็นประทีปดวงเอกแห่งอภิธรรมนั้น ได้บรรจบครบกาลในวันนี้แล้ว แม้นจะผ่านไปนานแสนนาน แต่ชื่อเสียงและเกียรติคุณที่พ่อเป็นผู้สร้างเสกไว้ ยังคงเป็นเสมือนโคมทองของชีวิตลูกและผู้คนที่เข้ามาพึ่งอาศัยสถานธรรมแห่งนี้ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พ่อจ๋าพ่ออยู่ไหน.. ขอให้พ่อโปรดรับรู้ด้วยว่า งานที่จัดขึ้นในวันนี้ ปวงศิษยานุศิษย์ ต่างพร้อมใจกันสร้างสรรค์งานนี้ให้มีขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของพ่อผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เป็นครูแห่งชีวิตและเป็นผู้ลิขิตเส้นทางธรรมอันจะนำออกจากความเขลาความเห็นผิดให้แก่พวกเขานั่นเอง

พ่อจ๋าพ่ออยู่ไหน .. โปรดมารับรู้ถึงความรัก และความอาลัย ของลูกและเหล่าศิษย์ทุกๆคนที่มาประชุมพร้อมกันในวันนี้ ต่างมีความตั้งใจที่จะทดแทนพระคุณด้วยการทำความดีทั้งปวงที่พึงจะกระทำได้ในวันนี้เพื่อกราบถวายเป็นเครื่องสักการะบูชาวันทาบูชาคุณของพ่อนะคะ


โดย บุษกร เมธางกูร [22 พ.ย. 2550 , 10:02:29 น.] ( IP = 125.26.38.189 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ]


  สลักธรรม 131


อยากให้ท่านอาจารย์บุญมีได้เข้ามาเห็น ได้เข้ามาอ่านความรู้สึกจากใจของลูกศิษย์ทุกๆคน

แม้จะเข้ามาช้า หรือจะเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ด้วยความปีติที่เปี่ยมล้นอย่างไม่อาจประมาณได้ ทั้งด้วยการค่อยๆ อ่านความรู้สึกของท่านทั้งหลายที่แสดงอยู่ในกระทู้นี้ ประกอบกับกุศลกรรรมต่างๆ ที่หนูได้กระทำมาโดยตลอด และโดยเฉพาะครั้งนี้ที่หนูตั้งใจน้อมนำมาถวายท่านอาจารย์บุญมี เนื่องในวาระครบ ๑๐๐ ปี

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน....ภาพและอิริยาบถที่คุ้นตาและคุ้นใจตั้งแต่ท่านอาจารย์เป็นฆราวาสจนเป็นบรรพชิต และแม้บั้นปลายชีวิตก่อนมรณภาพยังแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึก

กระแสแห่งความเมตตา น้ำเสียงที่ทักทาย ซึ่งผู้ได้รับทุกคนยากที่จะลืมได้

๑๐๐ ปีของท่านอาจารย์บุญมี คือ ๕๐ ปีของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ...ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตทั้งของหนูและบุคคลอื่นๆที่เข้ามาอาศัยร่มบุญ

อยากบอกท่านอาจารย์บุญมีว่า ท่านเป็นผู้ฉุดเราออกจากความมืด ท่านเป็นผู้นำแสงสว่างมาให้ ...ทำให้พวกเรา ลูกศิษย์ทั้งหลายได้มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิต

จิ เจ รุ นิ ...ได้ยินครั้งแรกก็จากการสอนของท่าน ที่ชั้นสองของโรงเรียนมงคลทิพย์อภิธรรมมูลนิธิ วัดโพธิ์
ทุกครั้งที่ไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนาที่อ้อมน้อย วันสุดท้ายก็จะไปรับการสอบอารมณ์จากท่าน

ปีสุดท้าย...๒๕๓๔ เดือนตุลาคมไปกราบลาขอพรจากท่าน(ซึ่งอาพาธพักอยู่ที่บ้าน)เพื่อไปเข้าปฏิบัติที่ต่างจังหวัด กลับมาจะนำกุศลไปถวายก็ทราบว่าท่านเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นจึงได้ไปกราบท่าน ยังนึกถึงภาพความดีใจของท่านทันทีที่ได้พบหน้า
และนั่นคือภาพสุดท้ายที่ประทับแน่นอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้

หนูขอน้อมนำกุศลที่ได้กระทำมาตลอดเวลาที่มากกว่า ๒๐ ปีทั้งที่ระลึกรู้ได้ และระลึกรู้ไม่ได้มากราบบูชาคุณท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ขอท่านจงสมมาดปรารถนาในคำอธิษฐานของท่านด้วยเทอญ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 พ.ย. 2550 , 19:40:09 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )


  สลักธรรม 132

สิ่งที่กลัวที่สุดคือการสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ค่ะพี่ดอกแก้ว

โดย เพียงพลิ้ว [10 ธ.ค. 2550 , 14:15:50 น.] ( IP = 125.27.2.116 : : )


  สลักธรรม 133

วันนี้ผมนั่งนึกถึงกาลเวลาที่ผ่านมาจนวันนี้ ภาพเก่าๆที่ให้ทั้งความทรงจำที่สุข และทุกข์ ยังมีมากในใจเกินลืมได้เลยครับ
ที่สุขก็เพราะมีท่านอาจารย์เป็นผู้นำทิศทางให้แก่มวลชน อีกทั้งเหล่าศิษย์ที่มากมาย ที่พร้อมจะช่วยกันส่งเสริมทางที่ท่านอาจารย์วางไว้ ...ส่วนที่ว่าทุกข์นั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่ต้องต่อสู้ เพื่อให้มูลนิธิมีที่ดินพร้อมอาคารเป็นของตนเอง เรื่องราวต่างๆมากมายจริงๆที่ต้องต่อสู้ แต่ก็เป็นความทุกข์ที่ไม่โดดเดี่ยวนะครับ
มาจนกระทั่งปัจจุบัน ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาล ผู้คนก็น้องลง ผู้พร้อมช่วยก็ห่างหายกันไป ซึ่งผมเองก็พยายามมองและยอมรับ ทั้งๆที่พยายามแต่ก็ยังมีความทุกข์ที่ไม่เหมือนเมื่อครั้งท่านอาจารย์อยู่เลยครับ เพราะเป็นความทุกข์แบบเดียวดายจริงๆครับ
จึ่งแวะมาอ่านสิ่งเก่าๆ เพื่อสร้างกำลังภายในให้มีขึ้นครับ และที่สำคัญผมคิดถึงอาจารย์มากๆครับ

โดย เทพธรรม [21 ธ.ค. 2550 , 07:02:16 น.] ( IP = 58.9.139.218 : : )


  สลักธรรม 134

ระลึกถึงอาจารญืมากๆเลยเช่นกันครับ จะพยายามอดทนและจะพยายามดุแลอภิธรรมแบบสุดกำลังความสามารถครับ

และที่อ้อมน้อยผมก็จะพยายามสู้ครับ ขอบารมีท่านอาจารย์คุ้มครองสถานที่ด้วยนะครับผม

โดย พี่เณร [8 ม.ค. 2556 , 19:15:47 น.] ( IP = 171.97.15.194 : : )


  สลักธรรม 135

เปิดมาอ่านด้วยใจถวิลหา
อาจารย์ผู้เยี่ยงบิดามาลาลับ
เหลือเพียงอนุสรณ์ให้สดับ
น้อมคำนับด้วยหัวใจใฝ่ภักดี

โดย ทับตะวัน [9 ม.ค. 2556 , 10:00:06 น.] ( IP = 58.11.171.116 : : )


  สลักธรรม 136

...อ่านไป ทบทวนเรื่องราวไปด้วย ได้ความสงบไปอีกแบบ คิดถึงท่านอาจารย์ค่ะ...

โดย herbs (herbs) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ม.ค. 2556 , 20:44:13 น.] ( IP = 125.24.63.226 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ] [ 14 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org