| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๓)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
หลานได้ศึกษาเรื่องกิจ คือหน้าที่การงานของจิต จำนวน ๑๙ ประเภทคือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘ และมหัคคตวิบากจิต ๙ ไปแล้วในคราวก่อน
จิตทั้ง ๑๙ ประเภทที่ได้ศึกษาไปแล้วในคราวก่อนนั้น เป็นปฏิสนธิจิต ในวันนี้หลานจะได้ศึกษาภวังคจิตต่อไป
ลุงได้เคยแสดงมาแล้วเรื่องของจิตที่แบ่งเป็นส่วนใหญ่ๆมี ๒ ประเภทคือ
๑. ทวาริกจิต = จิตที่ขึ้นวิถีทำงาน เห็น ได้ยิน คิดนึก เป็นต้น
๒. ทวารวิมุตตจิต = จิตที่มิได้ขึ้นวิถีทำงาน เห็น ได้ยิน คิดนึก หากแต่ทำงาน ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นในภพชาติใหม่ ภวังคจิตรักษาภพชาติ และจุติจิตได้แก่ตาย คือดับไปจากภพชาติ
ในวันนี้หลานจะได้ศึกษาถึงภวังคจิต อันเป็นจิตที่รักษาภพชาติ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:37:38 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 1
หลานคงจะยังจำได้ที่ลุงได้แสดงไปแล้วว่า มีจิต ๑๙ ประเภทที่ทำหน้าที่ปฏิสนธิ ภวังค์และจุติ ว่าจิตทั้ง ๑๙ ประเภทนี้เป็นจิตที่มิได้ขึ้นวิถีทำงาน คือ ทำหน้าที่เห็น ได้ยิน และคิดนึก เป็นต้น แต่ปฏิสนธิได้แสดงไปแล้ว ลุงจะได้อธิบายในวันนี้เฉพาะภวังค์ต่อไป
หลานคงจะเคยได้ยิน เคยได้อ่านจากหนังสือธรรมะบางเล่มมาแล้ว ที่ผู้พูดหรือผู้เขียนชอบพูดว่า ตกภวังค์ หรือ อยู่ในภวังค์ แต่เมื่อเราฟังแล้วหรือได้อ่านแล้วก็ไม่ทราบว่า ภวังค์ นั้นเป็นอย่างไร ตกภวังค์หรืออยู่ในภวังค์นั้นจิตทำอะไร
จากพระอภิธรรมแสดงว่า ภวังคจิต เป็นตัวการที่รักษาภพชาติ เราก็จะต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า รักษาภพชาติอย่างไร ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย แต่ขอให้หลานคิดพิจารณาดูให้ดีเสียก่อนแล้วจึงค่อยตอบ เมื่อบุคคลได้อารมณ์ที่เป็นอกุศลโลภะเมื่อตอนใกล้จะตายใช่หรือไม่ จึงได้เกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย
ป. ถูกต้องแล้วขอรับ
ก.เมื่อบุคคลได้อารมณ์ที่เป็นมหากุศลเมื่อตอนใกล้จะตายใช่หรือไม่ จึงได้เกิดเป็นมนุษย์และเทวดา
ป. ก็ถูกต้องตามสภาวธรรมแล้วขอรับ
ก. บาปนำเกิดในทุคติภูมิ และบุญนำเกิดในสุคติภูมิ
ในเรื่องนี้ลุงขอให้หลานอธิบายดูทีหรือว่า เหตุใดผู้เกิดเป็นเปรต อสุรกายแล้ว จึงไม่ค่อยๆกลายเป็นมนุษย์ และไม่ค่อยๆกลายเป็นเทวดาไป แล้วเหตุใดเมื่อเกิดเป็นพวกมนุษย์ เกิดเป็นเทวดาแล้ว ทำไมจึงไม่ค่อยๆกลายเป็นเปรตเป็นอสุรกายไปทีละน้อยๆเล่า โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:38:12 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 2
ป. เรื่องนี้น่ากลัวผมจะคิดไม่ออกดอกขอรับ ผมเข้าใจว่า คงจะไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้เหมือนกัน ไม่ทราบว่าจะเอาเหตุผลใดมาอ้างอิง แต่ถ้ามันค่อยๆกลายไปได้ก็คงประหลาดดี เพราะเกิดเป็นสุนัขอยู่ดีๆ แล้วก็กลายเป็นคนขึ้นมาได้ หรือเป็นคนอยู่ดีๆเคยไหว้เคยกราบกันมา แต่พอเผลอไปหน่อยเดียวกลับกลายเป็นสุนัขไปเสียแล้ว ไหว้หรือกราบสุนัขไม่ได้ คงจะสนุกกันใหญ่
ก. นอกจากจะไม่กลายไปอย่างที่หลานว่าแล้ว ผู้ปฏิสนธิด้วยจิตอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นใบ้ เป็นบ้า เป็นปัญญาอ่อน แล้วเมื่อเจริญเติบโตขึ้นมาจะกลายเป็นคนดี ไม่ใบ้ ไม่บ้า ไม่ปัญญาอ่อน ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้
หรือเกิดขึ้นมาพร้อมด้วยจิตมหากุศลญาณสัมปยุต เป็นติเหตุกบุคคลผู้มีปัญญาร่วมประกอบด้วย ครั้นต่อมาจะค่อยๆกลับกลายไปเอง เป็นคนปัญญาอ่อนก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี ตัวอย่างเรื่องหลังนี้บุคคลนั้นอาจจะได้รับความกระทบกระเทือนเมื่อตอนคลอดหรือภายหลังได้รับอุบัติเหตุทำให้ปัญญาอ่อนได้เหมือนกัน แต่จิตของเขาแสดงออกไม่ได้เท่านั้น เพราะร่างกายชำรุดทรุดโทรมไป แต่เมื่อดูหน้าตาก็ทราบว่ามิใช่คนปัญญาอ่อนมาแต่กำเนิด
เมื่อบุคคลปฏิสนธิเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นมนุษย์ เป็นเทวดานั้น เริ่มมาตั้งแต่ปฏิสนธิกาล อารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิอย่างไรก็จะให้เกิดมาเป็นตามอารมณ์นั้นๆ ด้วยอำนาจของโมหะ เช่น เห็นครรภ์ของสุนัข จึงได้เกิดขึ้นมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน คือสุนัข ด้วยอำนาจของอารมณ์มหากุศลเห็นห้องหับอันเป็นที่อยู่อาศัย จึงได้เกิดมาเป็นมนุษย์ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:38:39 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 3
เมื่อปฏิสนธิแล้วจิตก็เป็นภวังค์ หรือเรียกว่าภวังคจิต ต่อจากภวังค์ก็จะเกิดอารมณ์อย่างอื่นบ้าง เช่น คิดนึก แล้วก็เป็นภวังค์ต่อไป
จิตขึ้นวิถีแล้วไม่ว่าจะเป็นวิถีทางตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือใจก็ตาม จิตต่อจากวิถีหรือสุดวิถีก็จะต้องเป็นภวังค์เสมอ ดังนั้นในวันหนึ่งๆ ภวังคจิตจึงเกิดขึ้นมากมายนับจำนวนไม่ไหว
ช่วงจังหวะที่จิตเป็นภวังค์ยาวนานมากก็ได้แก่การนอนหลับสนิทนั่นเอง ตลอดเวลาที่นอนหลับอยู่ ๘ ชั่วโมง ภวังคจิตก็จะเกิดติดต่อกันไปอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาฝัน ละเมอ หรือเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งก็เป็นส่วนน้อย จิตจะจับอารมณ์เดิมที่เกิดตั้งแต่ปฏิสนธิเรื่อยๆไป จะเป็นไปอยู่เช่นนี้ตลอดตั้งแต่เกิดไปจนกว่าจะตาย ภวังคจิตจึงมากมายนับจำนวนไม่ได้ เมื่อไปเกิดในชาติหน้าก็ไปตั้งต้นกันใหม่ จะขอถามหลานสักหน่อย จิตเกิดขึ้นมาโดยไม่มีอารมณ์เลยจะได้หรือไม่
ป. ไม่ได้ขอรับ จิตเกิดขึ้นมาได้จะต้องมีอารมณ์มากระทบ เช่น รู)กระทบตา เสียงกระทบหู และเรื่องราวกระทบใจให้คิดนึก
ก.ในเวลานอนหลับสนิทจิตเป็นภวังค์ แล้วจะมีอารมณ์มากระทบทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นมาได้หรือ
ป. ไม่ได้ขอรับ เพราะเป็นทวารวิมุตติ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:39:08 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 4
ก.ถูกของหลานแล้ว เพราะเวลานอนหลับจิตก็มีอารมณ์ จิตก็ถูกกระทบอารมณ์ แต่ผู้นอนหลับมิได้สำนึกรู้สึกตัว เพราะเป็นทวารวิมุตติ ซึ่งแปลว่าพ้นจากการนับว่าเป็นจิตออกมาทำงานทางประตู แต่ก็ต้องมีอารมณ์มากระทบเหมือนกัน
ตัวการที่มากระทบทำให้เกิดภวังคจิตนั้นก็ได้แก่ การเห็นครรภ์ของสุนัขที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ และเห็นห้องหับของมนุษย์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิเหมือนกัน จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ ลุงหมายถึงตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิครั้งแรกในครรภ์ของมารดา ปฏิสนธิได้อารมณ์อะไร ภวังคจิตก็จะได้อารมณ์อย่างนั้น และจะเป็นอารมณ์อย่างนั้นเรื่อยไปจนกว่าจะตาย
ด้วยเหตุดังนี้เอง ภวังคจิตจึงหมายถึงองค์แห่งภพ หรือรักษาภพชาติเอาไว้ เห็นครรภ์ของสุนัขตั้งแต่ปฏิสนธิก็จะต้องเห็นครรภ์ของสุนัขทุกครั้งไปเมื่อจิตเป็นภวังค์ จนกระทั่งถึงจุติ คือตายจากภพชาตินี้ (ว่าเฉพาะนามธรรม)
เห็นห้องหับแล้วมาเกิดในครรภ์ของมนุษย์ ก็จะมีห้องหับเป็นอารมณ์ทุกๆครั้งที่เกิดภวังคจิตไปขนถึงจุติจิต คือตายจากภพชาตินี้ (ว่าเฉพาะนามธรรม) โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:39:36 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 5
มีจิตอยู่ ๓ ประเภท ดังกล่าวแล้วที่เกิดขึ้นมาแล้วหาได้มีความสำนึกรู้สึกตัวไม่ เรียกว่าเป็นทวารวิมุตติ จิตทั้ง ๓ ประเภทนั้นก็คือ ปฏิสนธิ = เกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่ ภวังค์ = องค์แห่งภพ และจุติ = คือดับ หรือตายไปจากภพชาตินั้น จิตทั้ง ๓ ประเภทนี้มีจำนวน ๑๙ ประเภทดังที่ได้บรรยายมาแล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งชื่อว่า ภวังค์ ซึ่งหมายถึง องค์แห่งภพ คือรักษาภพชาติเอาไว้ ดังนั้นเกิดขึ้นมาเป็นอะไรมันก็จะต้องเป็นอย่างนั้น เปลี่ยนชาติที่เกิดไม่ได้จนกว่าจะตายไปเสียก่อน ในเรื่องนี้หลานยังมีความข้องใจอะไรอีกหรือไม่
ป. ไม่ข้องใจแล้วขอรับ แต่ได้มองเห็นอำนาจปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าล้ำเลิศกว่าผู้ใดในโลก
ก.วันนี้ศึกษากันแต่เรื่องภวังคจิตตัวเดียวเท่านั้นก็พอแล้ว ขอให้หลานไปอ่านทบทวนบทเรียนนี้ซ้ำอีกตามที่ได้จดเอาไว้ให้มีความเข้าใจมากขึ้นก็จะดี ลุงขอยุติแต่เพียงเท่านี้
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 พ.ย. 2550 , 05:40:04 น.] ( IP = 58.9.139.192 : : )
สลักธรรม 7คำอธิบายในตอนนี้..ทำให้เข้าใจถึงคำที่ท่านอาจารย์ย้ำนักหนาว่าจิตว่างไม่มี เพราะจะต้องรับอารมณ์อยู่เสมอแม้กระทั่งในขณะหลับ ..กราบขอบพระคุณในคำอธิบายของท่านอาจารย์ค่ะ
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ย. 2550 , 12:28:07 น.] ( IP = 125.26.43.77 : : )
สลักธรรม 9
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมหัวข้อต่างๆขอรับ.
โดย เทพธรรม [28 พ.ย. 2550 , 07:12:48 น.] ( IP = 58.9.137.102 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |