| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๔)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. เมื่อคราวที่แล้วผมได้ศึกษาเรื่องของคำว่า ภวังค์ ว่าเป็นจิตที่ทำหน้าที่รักษาองค์แห่งภพ ในเรื่องนี้ผมก็พอมีความเข้าใจ ในวันนี้ผมขอเชิญคุณลุงบรรยายต่อไปเถิดขอรับ
ก. ดีแล้ว หลาน ในวันนี้หลานจะได้เรียนเรื่องของจิตอีกตัวหนึ่งชื่อว่า อาวัชชน คือจิตที่ทำหน้าที่พิจารณาอารมณ์ทั้ง ๖ ที่มาถึงตน ทางปัญจทวาร คือ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และทางมโนทวาร คือ ทางใจด้วย
ในการศึกษานี้ หลานจำเป็นจะต้องมี วิถี คือการทำงานของจิต เป็นภาพที่เป็นคู่มือของการศึกษาเข้าร่วมด้วย จึงจะทำให้บังเกิดความเข้าใจได้ดี
ป. ผมมี วิถี อยู่ในมือแล้วขอรับ คุณลุงได้เคยบอกว่า ถ้าผู้ใดศึกษาพระอภิธรรมแต่ไม่มีความเข้าใจในเรื่อง วิถี คือการทำงานของจิตแล้ว ผู้นั้นก็จะเข้าใจในปัญหาของชีวิตจิตใจให้ลึกซึ้งไม่ได้
๑. อตีตภวังค์ ภวังค์อดีต
๒. ภวังคจลนะ ภวังค์อดีต
๓. ภวังคุปัจเฉทะ ภวังค์ตัดกระแส
๔. ปัญจทวาราวัชชนะ เครื่องรับอารมณ์ทางทวารทั้งห้า
๕. ปัญจวิญญาณ รู้ในอารมณ์ทั้ง ๕
๖. สัมปฏิจฉันนะ รับอารมณ์
๗. สันตีรณะ พิจารณาอารมณ์ที่รับมา
๘.โวฏฐัพพนะ ตัดสินอารมณ์ที่รับมา
๙. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๐. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๑. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๒. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๓. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๔. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๕.ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์
๑๖. ตทาลัมพณะ รับอารมณ์จากชวนะ
๑๗. ตทาลัมพณะ รับอารมณ์จากตทาลัมพณะ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 พ.ย. 2550 , 07:08:43 น.] ( IP = 58.9.139.7 : : )
สลักธรรม 1
ก. ถูกต้องทีเดียว ขอให้หลานดูจิตที่อยู่ในภาพตั้งแต่หมายเลข ๑ ก็จะเห็นว่า จิตนั้นชื่อว่า อดีตภวังค์ ซึ่งหมายถึงภวังค์แรก คือเป็นตัวถูกกระทบจากอารมณ์ที่เข้ามา มีคลื่นแสง หรือคลื่นเสียง และอื่นๆทางปัญจทวาร
สำหรับตัวที่ ๒ ก็เป็นภวังค์อีกเหมือนกัน ชื่อว่า ภวังคจลนะ เป็นภวังค์ที่กระเทือนหรือไหวสะเทือนขึ้นก็ยังไม่พ้นความเป็นภวังค์อยู่นั่นเอง
ส่วนภวังค์ตัวสุดท้ายเรียกว่า ภวังคุปัจเฉทะ หมายถึงจิตที่ถูกกระทบอารมณ์ จิตที่ไหวสะเทือน จิตที่สิ้นสุดความเป็นภวังค์ ก็ล้วนแต่เป็นภวังค์ทั้งนั้น แต่มันมีงานต่างกันจึงเรียกชื่อไม่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ดี ลงได้ชื่อว่าเป็นภวังค์แล้ว จะมีความสำนึกรู้สึกตัวขึ้นมาหาได้ไม่ มันทำงานภายใต้ความไม่สำนึกรู้สึกตัวนั่นเอง ดังนั้นจึงเรียกว่า พ้นวิถี แล้วจิตดวงต่อไปอันเป็นตัวที่ ๔ จึงจะเรียกว่า อาวัชชนจิต เป็นจิตที่เรากำลังจะเรียนกันในวันนี้นั่นเอง
หลานจะเห็นจิตตัวที่ ๔ เรียกชื่อว่า ปัญจทวาราวัชชนจิต จิตตัวนี้เป็นตัวเปิดประตูให้อารมณ์ทางทวารทั้ง ๕ เกิดขึ้น
ปัญจะ หมายถึง ๕ และอาวัชชนะ หมายถึง เครื่องรับอารมณ์
จิตตัวนี้เสมือนเป็นจิตที่มีหน้าที่เป็นตัวเปิดประตูให้การงานเกิดขึ้น เมื่อรูปารมณ์คือคลื่นแสงมากระทบกับจิตที่ประสาทตา ก็เปิดประตูให้ตาได้ทำงานเห็น เมื่อสัททารมณ์คือคลื่นเสียงมากระทบกับจิตที่ประสาทหู ก็เปิดประตูหูให้ได้ทำงานยิน ไปจนถึงได้กลิ่น ได้รู้รส และได้สัมผัส ทางกายตามลำดับ
แม้จิตตัวนี้จะขึ้นวิถีเพื่อทำงาน แต่ก็ได้ชื่อว่า เป็นกิริยามิได้เป็นบาปหรือเป็นบุญแต่ประการใด เพราะมีหน้าที่การงานเพียงเพื่อเปิดประตูให้อารมณ์เกิด หรือให้จิตได้ทำงานต่างๆเท่านั้น ลุงอธิบายเพียงย่อๆเท่านั้น หลานพอจะเข้าใจหรือยัง โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 พ.ย. 2550 , 07:09:18 น.] ( IP = 58.9.139.7 : : )
สลักธรรม 2
ป. ก็พอเข้าใจแล้วขอรับ ขอเชิญคุณลุงบรรยายต่อไปเถิด
ก.จิตอีกดวงหนึ่งที่ทำหน้าที่เปิดประตูเหมือนกัน ลุงยังไม่ได้กล่าวถึงคือ มโนทวาราวัชชนจิต อันได้แก่จิตที่ทำหน้าที่เปิดประตูให้ทำงานทางมโนทวาร คือทำงานทางใจ ซึ่งได้แก่การคิดนึก เมื่อหลานมีความเข้าใจตัวอื่นๆแล้ว ตัวมโนทวาราวัชชนจิต ลุงก็ไม่ต้องอธิบาย
อาวัชชนจิต ได้แก่ จิตที่มีหน้าที่พิจารณาอารมณ์ทั้ง ๖ ทวารที่มาถึงตน คือทั้งปัญจทวาร และมโนทวาร เป็นขณะแรกที่จิตหลุดจากภวังคกิจ เป็นตัวเปิดประตูให้อารมณ์ใหม่ทั้ง ๖ ประตู (เปิดทีละประตู) ได้เกิดขึ้น ซึ่งถ้าจะนับก็ว่าเป็นจิตดวงแรกที่ขึ้นวิถี คือ การทำงานของจิต
ต่อจากนี้ไปเป็นจิตที่เรียกว่า ปัญจวิญญาณ คือ รู้ในอารมณ์ทั้ง ๕ ก็คือ จิตที่ทำงาน เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส รู้ในการสัมผัสทางกาย แล้วแต่ว่าจะเปิดประตูไหนให้อารมณ์นั้นเกิด โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 พ.ย. 2550 , 07:09:44 น.] ( IP = 58.9.139.7 : : )
สลักธรรม 3
๔. ทัสสนกิจ ได้แก่ จิตที่ทำหน้าที่เห็นอารมณ์ คือ รูปที่มากระทบกับจิตที่ประสาทตา ในวิถีหนึ่งนั้น จิตเกิดจักขุวิญญาณเพียงขณะจิตเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง การเห็นรูปจึงต้องมีวิถีจิตเกิดขึ้นมากมาย แม้มโนทวารวิถีก็ต้องเกิดร่วมด้วย ไม่ใช่เกิดวิถีเดียว เพราะจักขุวิญญาณจิตขณะเดียวเห็นเป็นคนไม่ได้ แต่ก็เรียกว่า ทัสสนกิจ เพราะทำหน้าที่ เห็น และสักแต่ว่าเห็นเท่านั้น ยังไม่เป็นบุญหรือบาปอะไร
๕. สวนกิจ ได้แก่ ที่ทำหน้าที่ได้ยินสัททารมณ์ คือได้ยินเสียง เรียกชื่อว่า โสตวิญญาณจิต เพราะอาศัยประสาทหูเกิดขึ้น สวนกิจ ก็มีคำอธิบายเหมือนกับทัสสนกิจทุกอย่าง ต่างกันที่เป็นเรื่องของการได้ยิน
๖. ฆายนกิจ คือจิตที่ทำหน้าที่รู้กลิ่น คันธารมณ์ คือได้กลิ่น เรียกชื่อว่า ฆานวิญญาณจิต เพราะอาศัยประสาทจมูกเกิดขึ้น ฆายนกิจ คือรู้อารมณ์ทางจมูกนี้ ก็มีคำอธิบายเหมือนกับทัสสนกิจทุกอย่าง ต่างกันที่เป็นเรื่องของการได้กลิ่น
๗. สายนกิจ ได้แก่ จิตที่ทำหน้าที่รู้รสารมณ์ คืออารมณ์ที่มากระทบลิ้น เรียกชื่อว่า สายนกิจ เพราะอาศัยประสาทลิ้นเกิดขึ้น ชิวหาวิญญานจิต คือรู้อารมณ์ทางลิ้นนี้ ก็มีคำอธิบายเหมือนกับทัสสนกิจทุกอย่าง ต่างกันที่เป็นเรื่องของการรู้รส
๘. ผุสนกิจ ไดแก่ จิตที่ทำหน้าที่รู้การกระทบโผฏฐัพพารมณ์ ได้แก่การกระทบร่างกาย คือ กายวิญญาณ รู้กระทบร่างกายเพราะอาศัยประสาทกายให้เกิดขึ้น โผฏฐัพพารมณ์นี้ ก็มีคำอธิบายเหมือนกับทัสสนกิจทุกอย่าง ต่างกันที่เป็นเรื่องของการรู้สึกกระทบทางกาย
เรื่องที่ลุงได้บรรยายไปในวันนี้ ลุงก็เคยได้แสดงมาแล้วในตอนต้นๆบ้าง ดังนั้นจึงขอให้หลานอ่านที่ได้จดเอาไว้แล้วพิจารณาเพิ่มเติมต่อไปด้วย สงสัยอะไรก็ขอให้สอบถามได้ใหม่ วันนี้พอสมควรแก่เวลาแล้ว ลุงขอยุติแต่เพียงเท่านี้
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 พ.ย. 2550 , 07:10:20 น.] ( IP = 58.9.139.7 : : )
สลักธรรม 4
มาศึกษาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ได้เห็นการงานของจิตแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนจิตจังค่ะ ทำงานทั้งวี่ทั้งวัน ไม่เว้นแม้เวลานอนหลับ และทำงานไปอีกตลอดภพตลอดชาติ ชาติแล้วชาติเล่า....เหนื่อยจัง
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นอาจิณณกรรม..อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [27 พ.ย. 2550 , 09:51:37 น.] ( IP = 124.121.176.142 : : )
สลักธรรม 5
คำอธิบายของท่านอาจารย์ ทำให้เข้าใจความเป็นไปของจิตได้ว่ามีหน้าที่มาทำกิจแล้วก็ดับไปหมื่อหมดหน้าที่...ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นความไม่เป็นตัวตนคนสัตว์
และต้องให้ความสนใจในการทำกรรมมากยิ่งขึ้น เพราะอดีตกรรม..นำมาซึ่งวิบากทั้งจิต เจตสิก และรูป ทำให้ต้องมาประชุมกันเพื่อทำงานคือทำกรรมต่อไปอีก ..ถ้าเราสามารถทำกรรมที่ไม่ส่งผลไปยังอนาคตได้ ก็เท่ากับยุติการงานทั้งปวงของจิตไปโดยปริยายไม่ต้องมีการสืบสายต่อเนื่องด้วยภพชาติ .. กราบขอบพระคุณคำอธิบายจากท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษาโดย น้องกิ๊ฟ [27 พ.ย. 2550 , 11:12:12 น.] ( IP = 125.26.39.60 : : )
สลักธรรม 7
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมหัวข้อต่างๆขอรับ.
โดย เทพธรรม [28 พ.ย. 2550 , 07:17:17 น.] ( IP = 58.9.137.102 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |