มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๖)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๖)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

ป.เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้ศึกษาเรื่องการทำงานของจิต ถึงโวฏฐัพพนจิต คือตัวที่ ๑๑ ที่มีหน้าที่ตัดสินปัญจารมณ์ คือตัดสินอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กายแล้ว สำหรับในวันนี้ผมมาขอศึกษาตัวที่ ๑๒ ต่อไป

ก.จิตตัวที่ ๑๒ ชื่อว่า ชวนะ ทำหน้าที่เสพอารมณ์ และทำงานติดต่อกันถึง ๗ ดวง ขอให้หลานตรวจดูในวิถี คือการทำงานของจิตก็จะเห็น

ป.คุณลุงขอรับ จิตแต่ละดวงที่คุณลุงได้บรรยายมาแล้ว ผมก็เห็นมีภวังค์จิตที่เกิดติดต่อกันหลายดวง นอกจากนั้นก็มีเกิด ๑ ดวงในวิถีหนึ่ง แต่ชวนจิตเหตุใดจึงมีถึง ๗ ดวงเล่าขอรับ

ก.ชวนจิต เป็นจิตที่ทำหน้าที่เสพอารมณ์ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า เสวยอารมณ์

จิตดวงอื่นๆมีหน้าที่การงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้การงานเสวยอารมณ์ เห็นหรือได้ยิน เป็นต้น สำเร็จลง พอโวฏฐัพพนจิต ดวงที่เคยเรียนไปคราวที่แล้วได้ตัดสินอารมณ์ว่าเห็นรูปอะไร ได้ยินเสียงอย่างไร จบลงแล้วก็ถึงชวนะ ๗ ดวงนี้ ทำหน้าที่เสพอารมณ์ยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง เป็นต้น

หลานลองคิดดูทีหรือ ลงยินดี หรือยินร้าย อันเกิดจากการเสพอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้ว จะให้จิตเกิดดวงหนึ่งหรือสองดวงกระไรได้ แต่อย่างไรก็ดี จิตที่ชื่อว่า ชวนจิต เกิดขึ้นมาทำงานเสพอารมณ์พิเศษนั้นอาจจะมีชวนจิตเกิดน้อยหรือมากก็ได้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 พ.ย. 2550 , 08:03:14 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่สลบไสลลงไปหรือใกล้จะถึงแก่ความตาย ชวนจิตมีกำลังอ่อนย่อมจะเกิด ๕-๖ ขณะเท่านั้น หรือในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ ก็ต้องการความรวดเร็วมาก จึงเกิดชวนะเพียง ๔ ขณะ และถ้าเป็นอัปปนาวิถี เช่น ทำสมาธิอยู่ในอารมณ์อันเดียวเรียกว่า ฌานสมาบัติแล้ว ก็จะมีชวนจิตเกิดจนนับไม่ถ้วน ต่อๆกันไป เพราะผู้ทำสมาธิจะอยู่ในอารมณ์เดียวนั้น ๓ วัน ๓ คืน โดยไม่ต้องกินอาหารหรือดื่มน้ำเลยก็ได้

ป. คุณลุงขอรับ จิตแต่ละดวงที่ผ่านมาโดยมาก เป็นวิบากซึ่งเป็นผลของกรรม คือบาปหรือบุญที่ได้ทำมาแล้ว เข้ามาช่วยให้การงานของจิตได้ทำการสำเร็จลง เช่นทำการเห็น หรือได้ยิน เป็นต้น แล้วชวนจิตเล่าขอรับ ทำหน้าที่เสพอารมณ์นั้นอย่างไรบ้าง

ก.เสพอารมณ์หรือเสวยอารมณ์นั้น ก็คือ ยินดี หรือยินร้าย หรือเฉยๆกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นรูปแล้ว ได้ยินเสียงแล้ว เป็นต้น

กระทำบาปต่างๆมียินดี ชอบใจติดใจในทรัพย์สินของผู้อื่นที่โกงเขามาได้ หรือเกลียด โกรธแค้น ไม่พอใจ เป็นต้น

การทำบุญต่างๆ ก็คือการทำบุญให้ทาน รักษาศีล หรือทำสมาธิ และวิปัสสนาไปจนถึงได้มรรค ผล นิพพาน และตลอดไปจนถึงกิริยาจิตของพระอรหันต์ด้วย

ชวนจิตเป็นตัวเสพอารมณ์ เป็นบุญเป็นบาป และเป็นกิริยา ไม่บุญและไม่บาป จิตที่เป็นชวนะนี่เองที่ทำหน้าดังนี้ จิตอื่นที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่เป็นบุญหรือเป็นบาปเลย เพราะมิได้เป็นตัวเข้าใจในอารมณ์ และเสพอารมณ์ยินดี หรือยินร้าย หรือเฉยๆ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 พ.ย. 2550 , 08:03:51 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )


  สลักธรรม 2



จิตที่ทำหน้าที่เสพอารมณ์ที่เป็นบาปเป็นบุญ หรือไม่บาปไม่บุญ มีจำนวน ๕๕ ดวง หรือ ๕๕ ประเภท คือ อกุศลจิต ๑๒ หสิตุปปาทจิต ๑ มหากุศลจิต ๘ มหากิริยาจิต ๘ มหัคคตกุศลจิต ๙ มหัคคตกิริยาจิต ๙ โลกุตตรจิต ๘

อกุศลจิต ๑๒ ก็ได้แก่ ผู้ที่มีโลภมูลจิต๘ มีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆทั้ง ๖ ทวาร โทสมูลจิต มีความโกรธ เสียใจทุกข์ร้อน ๒ และมีโมหมูลจิต คือความโง่ ความหลง อีก ๒

หสิตุปปาทจิต ๑ ก็ได้แก่ การยิ้มแย้มของพระอรหันต์เมื่อประสบกับอนิฏฐารมณ์

มหากุศลจิต ๘ ก็ได้แก่ การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นต้น

มหากิริยาจิต ๘ ก็ได้แก่ การแสดงออกของพระอรหันต์ที่ไม่เป็นบุญ หรือเป็นบาป เพราะพระอรหันต์นั้นไม่มีกิเลสอยู่ในจิตใจเลยแม้แต่น้อย ที่จะมาสนับสนุนการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ

มหัคคตกุศลจิต ๙ ก็ได้แก่ การทำสมาธิโดยทำรูปฌานตั้งแต่ปฐมฌานไปจนถึงอรูปฌานอีก ๔

มหัคคตกิริยาจิต ๙ ก็เหมือนกันกับมหัคคตกุศลนั่นเอง หากแต่ว่าผู้กระทำเป็นพระอรหันต์จึงเป็นกิริยาไป

โลกุตตรจิต ๘ ก็ได้แก่ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานได้อารมณ์ดีแล้ว ได้ญาณปัญญาและในขณะนี้ได้นิพพานเป็นอารมณ์ เรียกมรรคจิต ๔ ผลจิตอีก ๔

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 พ.ย. 2550 , 08:04:25 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )


  สลักธรรม 3



ป. คุณลุงขอรับ ชวนจิตที่คุณลุงได้บรรยายไปแล้วนั้น ตามปกติเกิดขึ้นถึง ๗ ขณะ ทำไมจึงเกิดหลายขณะนักเล่าขอรับ

ก.ตามธรรมดาก็เกิด ๗ ขณะ ที่เกิดมากก็เพราะว่าเมื่อตัดสินอารมณ์ว่าเห็นหรือได้ยินอะไร โดยโวฏฐัพพนจิตแล้ว ชวนะก็เสพอารมณ์ยินดี หรือยินร้าย บาปหรือบุญ หรือว่าจะรู้สึกเฉยๆ เช่น ในการทำสมาธิจนได้ฌานที่มีอารมณ์เป็นอุเบกขาก็ตาม การเสพหรือเสวยอารมณ์นั้น จิตดวงเดียวจะยินดี จะยินร้าย จะเฉยๆอันเป็นบาปหรือเป็นบุญได้อย่างไรเล่า

แต่อย่างไรก็ดี ก็ขอให้หลานทำความเข้าใจไว้ให้จงดีว่า วิถีคือการทำงานของจิตทางตา หู จมูก ลิ้น กายนั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นมาเพียงวิถีเดียว แล้วจะเกิดความยินดียินร้ายหรือเฉยๆขึ้นมาได้ และมิใช่จะต้องเกิดวิถีทางปัญจทวารทางเดียว หากแต่ต้องเกิดวิถีทางปัญจทวารมากมาย และจะต้องเกิดวิถีทางมโนทวารด้วยอย่างแน่นอน จึงจะมีความรู้สึก หรือแสดงพฤติกรรมออกมาดังกล่าวแล้วได้

ป.คุณลุงขอรับ เมื่อบาปและบุญเกิดขึ้นแล้ว บาปและบุญนั้นก็ย่อมจะเก็บประทับเอาไว้ในจิตใจ แล้วบาปบุญที่เก็บประทับเอาไว้ในจิตใจนั้น ชวนจิตเกิดขึ้นมาเป็นแถว มันเก็บบาปบุญกันอย่างไรขอรับ

ก. หลานก็เคยเรียนวิชาชีววิทยามาแล้ว หลานก็ย่อมจะทราบเรื่องส่วนประกอบที่เป็นร่างกายของพืช และของสัตว์ทั้งหลาย คือ เซล (Cell) ลุงขอให้หลานตอบลุงมาย่อๆว่า เซลคืออะไร มันมีการงานอย่างไรบ้าง

ป. เซล คือหน่วยเล็กๆของชีวิต หรือจะพูดว่าเป็นหน่วยมูลฐานของชีวิต เพราะชีวิตทั้งหลายประกอบขึ้นด้วยเซลมากมาย และที่เรียกว่า “ชีวิต” ของเซลนั้น คือโปรโตปลาสซัม (Protoplasm) ประกอบไปด้วยนิวเคลียส (Nucleus) และไซโตปลาสซัม (Cytoplasm) นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอีก เช่น มีช่องและมีตาข่าย เป็นต้น

เซลมีรูปร่างต่างๆกันแล้วแต่ว่ามันอยู่ที่ไหนและทำงานอะไร เช่น หกเหลี่ยมก็มี กลมก็มี สี่เหลี่ยมก็มี

เซลมีหน้าที่การงานคือ การสืบพันธุ์ของเซล การเลี้ยงส่วนต่างๆของเซล และการถ่ายสิ่งที่เซลไม่ต้องการแล้ว

ภายในเซลมีน้ำ น้ำตาล มีโปรตีน มีไขมัน มีเซลลูโลส

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 พ.ย. 2550 , 08:05:03 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )


  สลักธรรม 4



ก.พอแล้วหลาน ขอทราบอีกนิดเดียวตรงที่ว่า เซลมันมีการขยายตัวกันอย่างไร

ป.เมื่อเซลเจริญเต็มที่แล้ว เซลก็แบ่งตัวจาก ๑ เป็น ๒ จาก ๒ เป็น ๔ แล้วก็เป็นดังนี้ต่อๆไปจนนับจำนวนไม่ไหว เช่น การยาวขึ้นแล้วตรงกลางก็คอดลง แล้วก็ขาดออกเป็น ๒ แล้วจาก ๒ ก็เป็น ๔ เป็นแปดและต่อๆไป เซลที่สืบต่อกันไปก็รับมอบเป็นทายาทไปทุกๆอย่างจากเซลแรก

ก.จิตใจของสัตว์ทั้งหลาย ก็เกิดดับติดต่อกันไปโดยไม่ขาดสาย ดังที่หลานได้ศึกษาเรื่องของเซลมาแล้ว การที่จิตดวงหนึ่งดับลงไปมันก็ส่งมอบหน้าที่การงาน และทุกอย่างที่เก็บเอาไว้ในจิตใจให้แก่จิตดวงต่อไป และดวงต่อๆไป อยู่เรื่อยๆ เช่น บุญ บาป หรืออัธยาศัยใจคอ และความสันทัดจัดเจน เป็นต้น ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงไม่ต้องพูดว่า ชวนจิตซึ่งเกิดขึ้น ๗ ดวง หรือเกิดขึ้นเท่าใด และจะเป็นจิตชนิดไหน มันก็ต้องส่งมอบหน้าที่การงานเหมือนกันทั้งนั้น และโดยทำนองคล้ายกับเซลที่หลานว่ามานั่นเอง

เมื่อหลานศึกษาต่อไปก็จะได้ความเข้าใจละเอียดขึ้น ในวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว ลุงขอยุติเพียงเท่านี้ ในคราวหน้าจะได้ศึกษาจิตที่ชื่อว่า ตทาลัมพนะ และจุติต่อไป

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 พ.ย. 2550 , 08:05:32 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )


  สลักธรรม 5

ในเช้าวันนี้ผมได้ฟังการบรรยายธรรมในเชิงประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างไรบ้าง เกิดขึ้นมาในช่วงไหนของศตวรรษ ปี ค.ศ. อะไร ที่ประเทศใด ซึ่งบรรยายโดย ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) ฟังไปด้วยความรู้สึกทึ่งในความรู้ของท่านมาก ท่านสามารถตอบคำถามนิสิตนักศึกษาของมหาจุฬาได้อย่างแคล่วคล่องมากเลยครับ ท่านสามารถเล่าความเป็นมาของลัทธิต่างๆที่มีพระเยซูก็ดี พระอัลเลาะห์ก็ดี ว่าเริ่มมาจากไหน คศ. เท่าใดและเชื่อมโยงมาสู่พระพุทธศาสนาได้ในที่สุดนะครับ ฟังไปด้วยความสนใจ ที่ว่าสนใจนั้นก็เพราะ ดูตามความวิจิตรของจิตท่านผู้บรรยายนั่นเอง ว่าทำไมจึงจำอะไรได้มากมายเพียงนั้น

พอจบรายการผมก็เข้ามาศึกษาต่อครับ มาดูรายละเอียดของการทำงานของจิตโดยวิถีแล้ว ก็นึกไปถึงตอนฟังธรรมบรรยายนั้น และก็มารู้ซึ้งทึ่งอีกครั้งแล้วครับในวันนี้กับความรู้ความสามารถของท่านอาจารย์ ที่สามารถอธิบายพระอภิธรรมออกมาแบบเปรียบเทียบกับวิทยาศาสตร์นี้ ยิ่งทำให้เห็นความวิจิตรที่ลึกซึ้งกว่าครับ และก็เข้าใจการงานของจิตที่อาจารย์กำลังอธิบายไว้ในวันนี้ครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งในความเมตตากรุณาต่อศิษย์ ที่พยายามขยายอรรถให้เกิดความรู้ความเข้าใจขอรับ ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นประโยชน์อย่างสูงครับ.

โดย เทพธรรม [29 พ.ย. 2550 , 08:25:34 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านไปอ่านมาเริ่มสับสนกับการเรียกลำดับของจิต จึงย้อนกลับไปทวนของเก่าค่ะ และหาภาพปัญจทวารวิถีมาประกอบเพื่อทำความเข้าใจไปทีละขั้นตอนค่ะ

๑. อตีตภวังค์ ภวังค์อดีต (ตี)
๒. ภวังคจลนะ ภวังค์อดีต (น)
๓. ภวังคุปัจเฉทะ ภวังค์ตัดกระแส (ท)
๔. ปัญจทวาราวัชชนะ เครื่องรับอารมณ์ทางทวารทั้งห้า (ป)
๕. ปัญจวิญญาณ รู้ในอารมณ์ทั้ง ๕ (วิ)
๖. สัมปฏิจฉันนะ รับอารมณ์ (สํ)
๗. สันตีรณะ พิจารณาอารมณ์ที่รับมา (ณ)
๘.โวฏฐัพพนะ ตัดสินอารมณ์ที่รับมา (โว)
๙. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๐. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๑. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๒. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๓. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๔. ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๕.ชวนะ เสพหรือเสวยอารมณ์ (ช)
๑๖. ตทาลัมพณะ รับอารมณ์จากชวนะ (ต)
๑๗. ตทาลัมพณะ รับอารมณ์จากตทาลัมพณะ (ต)

โดย พี่ดา [29 พ.ย. 2550 , 09:40:18 น.] ( IP = 124.121.172.97 : : )


  สลักธรรม 7


ขอลำดับตัวเลขก่อนนะคะ เพราะมีทั้งตัวเลขลำดับหน้าที่ และตัวเลขแสดงลำดับในวิถีค่ะ

๑. ปฏิสนธิกิจ ทำหน้าที่สืบต่อไปยังภพชาติใหม่
๒. ภวังคกิจ ทำหน้าที่รักษาองค์แห่งภพ
๓. อาวัชชนกิจ มีหน้าที่เป็นตัวเปิดประตูให้การงาน
๔. ทัสสนกิจ ทำหน้าที่เห็นรูปารมณ์
๕. สวนกิจ ทำหน้าที่ได้ยินสัททารมณ์
๖. ฆายนกิจ ทำหน้าที่รู้กลิ่นคันธารมณ์
๗. สายนกิจ ทำหน้าที่รู้รสารมณ์
๘. ผุสนกิจ ทำหน้าที่รู้การกระทบโผฏฐัพพารมณ์
๙. สัมปฏิจฉนกิจ ทำหน้าที่รับอารมณ์ทั้ง ๕
๑๐. สันตีรณกิจ ทำหน้าที่ไต่สวนหรือพิจารณาอารมณ์จากทางทวารทั้ง ๕
๑๑. โวฏฐัพพนกิจ ทำหน้าที่ตัดสินปัญจารมณ์
๑๒. ชวนกิจ ทำหน้าที่เสพอารมณ์ติดต่อกัน ๗ ดวง

โดย พี่ดา [29 พ.ย. 2550 , 10:15:54 น.] ( IP = 124.121.172.97 : : )


  สลักธรรม 8


ลำดับตัวเลขได้เข้าใจแล้วค่ะ

เห็นได้ว่าขณะเสพอารมณ์นั้น จิตเกิดขึ้นทำงานติดต่อกันถึง ๗ ครั้ง ทำให้ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมจึงมีกำลังมาก ก่อให้เกิดบาปบุญขึ้น

และท่านอาจารย์บอกว่า.. การที่จิตดวงหนึ่งดับลงไปมันก็ส่งมอบหน้าที่การงาน และทุกอย่างที่เก็บเอาไว้ในจิตใจให้แก่จิตดวงต่อไป และดวงต่อๆ อยู่เรื่อย ...จึงเห็นได้ว่าความสันทัดจัดเจนก็เกิดขึ้นที่ตรงนี้เอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจรย์มากค่ะ ที่กรุณาขยายอรรถให้ชัดเจน ทำให้เข้าใจถึงสภาพของชีวิตจิตใจมากขึ้นค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่สละเวลานำมาลงให้ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ

โดย พี่ดา [29 พ.ย. 2550 , 10:25:05 น.] ( IP = 124.121.172.97 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตามศึกษาต่อเนื่อง ทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องการทำงานของจิตค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายขยายความในเรื่องราวของชีวิตค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 พ.ย. 2550 , 23:25:27 น.] ( IP = 58.8.47.84 : : )


  สลักธรรม 10

มาอ่านในช่วงเวลาที่สมบูรณ์พร้อมแล้วทั้งคำอธิบายของท่านอาจารย์ และภาพวิถีตลอดจนลำดับหน้าที่ของจิตจากความอนุเคราะห์ของพี่ดา กราบขอบพระคุณมากนะคะ

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาด้วยค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ [30 พ.ย. 2550 , 08:57:07 น.] ( IP = 125.26.38.252 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org