| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๘)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
ก.เมื่อคราวที่แล้วหลานได้ศึกษาถึงจิตดวงที่ ๑๓ ที่เรียกว่า "ตทาลัมณะ" แต่ถ้าพูดถึงการทำงานก็เรียกว่า "ตทาลัมพณกิจ" ซึ่งทำหน้าที่รับอารมณ์ต่อจากชวนะไปแล้ว ในวันนี้หลานจะได้ศึกษาถึงจิตดวงที่ ๑๔ ที่เรียกว่า "จุติกิจ" ต่อไป
จุติกิจ ได้แก่จิตที่ทำหน้าที่ดับสิ้นไปจากภพชาติ พูดง่าย ๆ ก็คือตายไปจากชาตินี้นั่นเอง
ป. คุณลุงขอรับ พระอภิธรรมปิฎกนั้นน่าอัศจรรย์ ผมก็เคยได้ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์มาบ้าง แต่ก็ไม่เห็นว่า จะอธิบายเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตจิตใจได้ลึกซึ้งอะไร แม้ว่าเวลานี้ใคร ๆ ก็จะพากันตื่นเต้นดีใจที่นักวิชาการแขนงต่าง ๆ พากันค้นคว้าวิทยาการใหม่ ๆ ขึ้นมาได้มากมาย แต่เรื่องของชีวิตจิตใจนั้นย่างกรายเข้าใกล้ไม่ได้เลย แม้แต่ในเรื่องราวของความตายว่าคืออะไร ในขณะนั้นมันมีการงานอะไรกันบ้างก็ยังไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พูดถึงการเกิดใหม่
ผมเชื่อว่าพระอภิธรรมคงจะได้อธิบายถึงจุติจิต คือจิตที่ดับหรือตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดต่อหน้าคนทั้งหลาย แต่ผมยังไม่เคยพบว่าใครมีความเข้าใจได้อย่างพิสดารมาก่อนเลย โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ธ.ค. 2550 , 08:54:27 น.] ( IP = 58.9.138.240 : : )
สลักธรรม 1
ก. แน่นอนที่เดียวหลาน ถ้าเราไม่ได้อาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูแล้ว เรื่องของชีวิตจิตใจ เราก็จะหาศึกษาที่ไหนไม่ได้เลยเป็นอันขาด แต่ก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ชาวพุทธเป็นอันมากต่างพากันหันหลังให้ ลุงเองก็ได้พยายามมามากแล้ว ตั้งแต่รัฐมนตรีคนเก่า ๆ ในอดีตหลายคน พยายามที่จะให้บรรดาครูบาอาจารย์ได้ศึกษา แล้วจะได้ขยายออกไปสู่นักเรียนให้ทั่วประเทศไทย
ลุงลงทุนถึงกับว่า ส่งหนังสือต่าง ๆ ไปพร้อมด้วยจดหมายว่าจะช่วยสอนพระอภิธรรมให้แก่โรงเรียนฝึกหัดครูโดยไม่รับเงินเดือนเลย เขาก็ตอบมาว่า เขาสอนพระพุทธศาสนากันอยู่แล้ว ผู้ใหญ่ที่ไม่มีความเข้าใจแล้วไม่ได้พิจารณา ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ใหญ่
เรามาพูดกันถึงเรื่องของจิตดวงสุดท้ายในภพชาติหนึ่ง ซึ่งได้แก่จิตที่ชื่อว่า จุติจิต กันต่อไป
จิตดวงนี้ทำหน้าที่ดับ หรือตาย ไปจากภพชาติ เมื่อจิตดวงนี้ดับลงแล้ว ถ้ากิเลสของบุคคลนั้นยังมีอยู่ เขาก็จะต้องเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย
หลานก็ได้ทราบมาแล้วว่า ภวังคจิต ได้แก่จิตที่รักษาภพชาติ จึงได้แปลกันว่าเป็นองค์แห่งภพ แต่เมื่อจุติจิตเกิดขึ้น ความเป็นองค์แห่งภพ หรือรักษาภพชาติก็สิ้นสุดลง บุคคลนั้นก็ตาย แล้วก็เกิดใหม่ต่อไป
เหตุที่จะต้องตายนั้นมีหลายเหตุ ลุงก็ได้แสดงมาแล้ว และในหนังสือชื่อ "ชีวิตภายหลังความตาย" ก็มีรายละเอียดบ้างพอให้ทราบว่า ทำไมจึงตาย มีเหตุอะไรบ้าง และถึงที่หรือไม่ถึงที่เป็นความจริงหรือหาไม่ หลานก็ลองไปอ่านดู สำหรับในวันนี้ลุงจะแสดงแต่เพียงกิจการหน้าที่ของจิตที่เรียกว่า จุติจิต โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ธ.ค. 2550 , 08:55:07 น.] ( IP = 58.9.138.240 : : )
สลักธรรม 2
จิตที่ทำหน้าที่ดับหรือสิ้นไปจากภพชาติ คือ จุติจิตนั้นมีอยู่ ๑๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ อุเบกขาสันตรีณกุศลวิบากจิต ๑ มหาวิบากจิต ๘ มหัคคตวิบากจิต ๙
ป.คุณลุงครับ ผมมีความสงสัยว่า จิตทั้ง ๑๙ ดวงนี้ เป็นวิบาก มิได้มีความรู้สึกนึกคิดอะไร เมื่อเวลาคนจะตายลงไปแล้วไปเกิดในภพชาติใหม่ ก็ย่อมต้องมีอารมณ์เห็นเรื่องบุญหรือบาปที่ได้ทำเอาไว้ แล้วก็ไปเกิดตามบุญตามบาปนั้น แต่จิตทั้ง ๑๙ ดวงนี้จะรู้สึกนึกคิดไม่ได้เลยเพราะเป็นวิบากจิตซึงเป็นผลของกรรม แล้วจะไปเกิดได้อย่างไรครับ
ก.หลานถามมาดังนี้ก็ดี คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจดังที่หลานว่ามานี่แหละ ลุงก็จะขอแก้ความเข้าใจผิดนั้นพอให้หลานมองเห็นตามความเป็นจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้
ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย เมื่อเวลาที่หลานนอนหลับสนิทจิตเป็นภวังค์นั้น หลานรู้สึกสำนึกตัวอะไรบ้างไหม
ป. ไม่รู้สึกสำนึกตัวเลยครับ
ก. ลุงก็ได้เคยแสดงมาแล้วว่า จิตนั้นแบ่งออกหยาบ ๆ เป็น ๒ ประเภท คือ เป็นทวาริก ซึ่งเป็นจิตที่จะต้องออกมาทำงานทางประตู คือ ที่ประสาทตา ประสาทหู เป็นต้น ประเภทหนึ่ง ส่วนอีกประเภทหนึ่งนั้นเรียกว่า ทวารวิมุต ไม่ได้ออกมาทำงานทางประตู เรื่องนี้ลุงได้เปรียบเทียบเอาไว้แล้วว่าเหมือนภารโรงตื่นขึ้นมาก็ทำงานได้ ไม่ต้องอาศัยประตู
จิตที่เป็นทวารวิมุตินั้นแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ ด้วยเหตุนี้ จึงรู้สึกสำนึกตัวอะไรไม่ได้เลย
อย่างไรก็ดี คนโดยมากคิดว่า ตายแล้วจะต้องเกิดได้นั้น จุติจิต คือจิตที่ดับในภพชาตินี้จะต้องมีอารมณ์ที่เป็นตัวส่งไปให้เกิด โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ธ.ค. 2550 , 08:55:35 น.] ( IP = 58.9.138.240 : : )
สลักธรรม 3
ป.ก็ควรเป็นดังนั้นไม่ใช่หรือขอรับ
ก.หลานได้ลืมที่ลุงเคยแสดงมาแล้วตั้งแต่พูดเรื่องปฏิสนธิว่า ตัวการที่ให้อำนาจในการนำเกิด ได้แก่ ตัณหา องค์ธรรมก็ได้แก่โลภเจตสิก และอารมณ์เมื่อตอนสุดท้ายใกล้ตายนั้นก็ร่วมส่งให้ไปเกิดตามบุญ หรือบาปที่ได้ในตอนนั้น
เมื่อหลานครุ่นคิดถึงคู่รักอยู่เป็นเวลานาน อำนาจของความรักก็อุดหนุนให้ออกเดินทางไปหาคู่รัก อำนาจของอารมณ์คือ "ความรัก" เป็นตัวการส่งหลานไป
ดังนั้นอำนาจของอารมณ์ในมรณาสันนกาล มรณาสันนวิถี ตอนใกล้ตายทั้งหมดเป็นตัวการทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิดใหม่ หาใช่จุติจิตไม่ ร่วมกับตัณหาซึ่งได้แก่ความยินดี ติดใจ ที่สั่งสมเอาไว้มากมายทุกชาติที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวอุดหนุน
จุติจิต อันเป็นจิตดวงสุดท้ายของภพชาตินี้ ทำหน้าที่ดับคือตาย มิได้มีหน้าที่หรือมีอำนาจที่จะทำให้เกิดใหม่ มิได้เป็นตัวไปเกิดใหม่และทั้งมิได้มีความรู้สึกสำนึกตัวอะไรเลย
เพราะปฏิสนธิจับอารมณ์อะไรมา ภวังค์จิตก็จับอารมณ์อย่างนั้น และจุติจิตก็โดยทำนองเดียวกัน ทั้งนี้หมายถึงในภพชาติหนึ่งตั้งแต่เกิดไปจนถึงแก่ความตาย แต่อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่จิตก็ทำงานทางทวารต่าง ๆ มีเห็น ได้ยิน หรือคิดนึกซึ่งเป็นอารมณ์ใหม่ได้ทุกอย่าง ถ้าหลานมีความเข้าใจแล้ว ลุงจะขอยุติเพียงเท่านี้
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ธ.ค. 2550 , 08:56:07 น.] ( IP = 58.9.138.240 : : )
สลักธรรม 4
ลึกลับมากจริงๆ กับการเกิดและการตายของสัตว์ทั้งหลาย.. ตอนที่ยังไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็คิดว่าตอนที่ตายคงน่ากลัวเพราะคงจะเจ็บปวดทรมานมาก พอเรียนทำความเข้าใจแล้วกลับกลายเป็นว่า ตอนที่ตายนั้นไม่มีความเจ็บปวดอะไรเลย และก็ไม่มีความสำนึกรู้สึกตัวเสียด้วย ...กราบขอบพระคุณความเมตตาของท่านอาจารย์ที่ตั้งใจเผยแผ่พระอภิธรรมเพื่อให้ปัญญาในชีวิตของผู้ร่วมทุกข์ทั้งหลาย
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาพี่เณรด้วยค่ะที่นำมาให้ศึกษาเสมอโดย น้องกิ๊ฟ [3 ธ.ค. 2550 , 12:22:30 น.] ( IP = 125.26.38.17 : : )
สลักธรรม 5
มาศึกษาต่อค่ะ
หากมิได้ศึกษาเล่าเรียน ไหนเลยจะทราบได้ว่า การตายนั้นก็เป็นหน้าที่หนึ่งของจิตด้วย และเป็นจิตดวงสุดท้ายที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้ายในภพชาติหนึ่ง และก็ยังมิได้มีอำนาจ หรือแม้กระทั่งสำนึกรู้สึกตัวอะไรเลย
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาชี้แจงขยายความให้เข้าใจชีวิตมากขึ้นค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่สละเวลานำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ.....กราบอนุโมทนาค่ะ...
โดย พี่ดา [3 ธ.ค. 2550 , 12:47:05 น.] ( IP = 124.121.175.65 : : )
สลักธรรม 6กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์อย่างสูงขอรับ ที่ขยายความเรื่องการตายให้ได้ความเข้าใจชัดเจนครับ
ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากจริงๆ แต่คนทั่วไปก็ไม่รู้ว่า ทำไมต้องตาย ใครตาย นอกจากความคาดเดาตามเหตุการณ์เท่านั้น และก็โทษไปว่าเขาทำให้ตาย ทั้งๆที่ความตายนั้น คือหน้าที่ของจุติจิตนั่นเอง
![]()
โดย เทพธรรม [3 ธ.ค. 2550 , 16:27:52 น.] ( IP = 58.9.138.240 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |