| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๙)
![]()
![]()
ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๒๙)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน เมื่อคราวที่แล้วมาหลานได้เรียนไปถึงเรื่องจิตดวงสุดท้าย คือดวงที่ ๑๔ ที่เรียกว่า จุติจิต อันเป็นจิตที่ดับไปจากภพชาติหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ ๑๙ ดวง หรือ ๑๙ ประเภท แล้วลุงก็ได้แสดงว่า จิตดวงนี้เป็นทวารวิมุติ ไม่มีความรู้สึกสำนึกตัวเลย มีหน้าที่คือดับลงไปเป็นครั้งสุดท้ายของชาตินั้น ไม่มีหน้าที่เห็น ได้ยิน หรือคิดอะไรได้ หลานก็คงจะมีความเข้าใจแล้ว
ป. ตามที่คุณลุงได้อธิบายมาแล้วผมก็พอมีความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ดี ในเรื่องของการตาย การเกิดนี้ ถ้าคุณลุงอธิบายเพิ่มเติมอีกสักครั้งหนึ่งก็ดี เฉพาะอย่างยิ่งเกิดเป็นสัตว์ต่าง ๆ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก
ก.ก็ดีเหมือนกัน ลุงจะได้แสดงถึงเรื่องของจิตประเภทไหนไปเกิดเป็นสัตว์อะไรบ้างให้ละเอียดยิ่งขึ้น
หลานก็ได้เรียนมาแล้วว่า มีจิตอยู่ ๑๙ ประเภทที่ทำหน้าที่ ปฏิสนธิ คือเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่ ภวังคจิต คือจิตที่รักษาภพชาติที่เกิดขึ้นมาแล้ว เช่นการนอนหลับเป็นต้น และจุติจิต ได้แก่จิตที่ดับหรือตายไปจากภพชาติ ซึ่งได้แก่จิตเหล่านี้ คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบาก ๘ มหัคคตวิบาก ๙ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 06:18:32 น.] ( IP = 58.9.135.33 : : )
สลักธรรม 1
อุเบกขาสันตีรณจิตนั้นมี ๒ เป็นอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิตเสีย ๑ และเป็นอุเบกขาสันตรีณกุศลวิบากจิตอีก ๑
อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากนั้น เป็นจิตที่เป็นผลของกรรมที่เป็นฝ่ายอกุศล คือบุคคลทำบาปโลภะ โทสะ โมหะ เอาไว้ แล้วเมื่อใกล้จะถึงแก่ความตายอารมณ์ที่เป็นบาปเหล่านั้นมาปรากฏให้ จะเป็นบาปประเภทไหนก็ตามที่มีกำลังอำนาจนำให้ปฏิสนธิได้
เมื่อได้อารมณ์ที่ไม่ดีอันเป็นฝ่ายโลภะ เช่น เห็นการลักขโมย เห็นเงินทองอันเกิดจากการโกงที่ตนได้เคยกระทำมาแล้ว ก็สิ้นชีวิตลง จิตที่ชื่อว่าอุเบกขาสันตรีณอกุศลวิบาก ก็จะทำหน้าที่ปฏิสนธิเป็นเปรต หรืออสูรกาย ถ้าเกี่ยวกับการเบียดเบียนสัตว์เช่นการฆ่า จิตที่ว่านี้ก็จะปฏิสนธิในนรก และถ้ามีโมหะเข้าครอบงำมากแล้วเมื่อตอนใกล้จะตาย ก็จะไปเกิดในสัตว์เดรัจฉาน
อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเกิดเป็นสัตว์อะไรในอบายภูมิก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต หรืออสุรกาย ก็จะต้องเกิดด้วยจิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ดังที่ลุงได้เคยยกตัวอย่างเอาไว้ให้ฟังแล้วตั้งแต่ในคราวก่อน ๆ ว่า ผู้ที่เตะฟุตบอลสองฝ่ายนั้น ต่างคนต่างก็แย่งกันเตะเพื่อที่จะให้เข้าประตูของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีผู้เตะฝ่ายละหลายคน แต่ลูกฟุตบอลมีลูกเดียวเท่านั้น
จิตที่ชื่ออุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากนั้นดวงเดียว แต่อารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนใกล้จะตายที่เป็นฝ่ายอกุศล จะเป็นตัวการส่งให้เกิดในสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต หรืออสูรกายก็ได้ แล้วแต่จะเป็นอารมณ์อะไร โดย พี่เณร....นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 06:19:30 น.] ( IP = 58.9.135.33 : : )
สลักธรรม 2
ป.ในเรื่องนี้ผมพอเข้าใจแล้วขอรับ แต่จิตอีกดวงหนึ่งที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ทำไมจึงนำเกิดได้ทั้งมนุษย์และเทวดาเล่าขอรับ
ก.ที่หลานถามมาก็นับว่าดี เพราะน่าสงสัยอยู่เหมือนกัน จิตดวงนี้เป็นจิตฝ่ายกุศล จึงได้ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก
แต่แม้ว่าจะเป็นจิตฝ่ายกุศลก็ตาม แต่ก็เป็นกุศลที่มีกำลังน้อย เพราะเหตุดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุใดเหตุหนึ่งก็ได้ทั้งนั้น คือ
ในอดีต เคยไม่เชื่อบุญไม่เชื่อบาป ไม่เชื่อผลของกรรมว่าจะให้ผลได้ ไม่เชื่อการเวียนว่ายตายเกิด และการเกิดเป็นผีสางเทวดา แต่ได้ทำกุศลไปตามธรรมเนียมไม่ได้มีความตั้งใจอะไร กุศลจึงมีกำลังน้อย
ในอดีตได้ทำบุญเอาไว้มาก แต่ก็ได้กระทำบาปเอาไว้มากเหมือนกัน จะเป็นบาปประเภทไหนก็ได้ เช่น เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คดโกง หรือทุจริตต่าง ๆ กินเหล้าเมายาตลอดเวลายาวนาน เมื่อเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย บาปที่เคยได้ทำเอาไว้เข้ามาพัวพันกับอารมณ์ที่เป็นบุญ ดังนั้น แม้บุญจะเป็นผู้นำเกิด แต่เพราะบาปเข้ามาพัวพันจึงทำให้กำลังลดลงไป จึงปฏิสนธิดีนักไม่ได้
จิตที่ชื่ออุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากนี้จะเกิดเป็นมนุษย์ หรืออาจจะเกิดเป็นเทวดา แต่ก็จะต้องเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาชั้นต่ำสุด และเทวดาชั้นต่ำสุดดังกล่าวก็ไม่สมประกอบทางกาย ทางจิต หรือทั้งกายและทั้งจิตด้วย
ดังนั้น ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์และเทวดาจึงไม่สมประกอบ อาจจะมีความสุขมีความทุกข์มากปะปนกัน ร่างกายหรือจิตใจพิกลพิการในรูปแบบต่าง ๆ ก็ได้ ตลอดจนเป็นใบ้ เป็นบ้าหรือปัญญาอ่อนก็มี โดย พี่เณร....นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 06:20:18 น.] ( IP = 58.9.135.33 : : )
สลักธรรม 3
สำหรับมหาวิบากจิต ๘ นั้น ก็แบ่งแยกผู้ปฏิสนธิตามแต่บุคคลนั้นได้อบรมมาแล้วได้อารมณ์เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายจะเป็นจิตดวงใด ถ้าผู้ที่ได้อารมณ์มหาวิบากญาณสัมปยุต ก็ปฏิสนธิเป็นติเหตุกะบุคคล ซึ่งประกอบด้วยปัญญาติดตัวไปตั้งแต่ปฏิสนธิถ้าไม่ได้อบรมมาก็เป็นญาณวิปยุต ไม่มีปัญญาเข้าประกอบแล้วก็แยกออกเป็นโสมนัส อุเบกขา อสังขาริก สสังขาริก ตามที่หลานได้ศึกษาในมหากุศลทั้ง ๘ มาแล้วนั่นเอง
สำหรับมหาวิบากทั้ง ๘ ประเภทนั้น ไม่มีผู้ใดเกิดมาทุพลภาพ หรือไม่สมประกอบในขณะปฏิสนธิ เพราะเป็นกุศลที่มีกำลังมาก แต่ในปวัตติคือภายหลังจากเกิดขึ้นมาแล้วไม่แน่นอน เพราะอาจจะมีกรรมที่ไม่ดีตามมาทันจึงเป็นมนุษย์ที่เกิดพิการขึ้นภายหลังก็ได้ แต่ก็ยกเว้นสำหรับเทวดา เพราะในปวัตติกาลนั้นเทวดาจะไม่มีทุพลภาพเลยจนตลอดชีวิต
ด้วยเหตุดังนี้เองเราจึงไม่อาจตัดสินได้ว่า เมื่อเราเห็นคนตาบอดหรือเป็นใบ้ เป็นบ้า และปัญญาอ่อน แล้วจะว่าเป็นมาตั้งแต่ขณะปฏิสนธิไม่ได้ เพราะอำนาจกรรมทั้งอดีตและปัจจุบันมาช่วยอุดหนุนให้เกิดขึ้นภายหลังจากปฏิสนธิแล้วก็มี
ที่ต้องเน้นในเรื่องนี้ก็เพราะว่า ถ้าปฏิสนธิด้วยจิตที่เรียกชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากก็ดี หรือถ้าปฏิสนธิด้วยจิตที่เรียกว่า มหาวิบากก็ดี ก็ย่อมจะมีภวังค์จิตรักษาที่เรียกว่าเป็นองค์แห่งภพไปจนกว่าจะตาย จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ในระหว่างทาง เช่นเกิดมาด้วยจิตอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก เกิดขึ้นมาก็ปัญญาอ่อนแล้ว จะแก้ให้ปัญญาดีขึ้นมาก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเกิดด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุต แต่ก็มีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งมากระทบกระเทือนขึ้นในภายหลัง ทำให้เกิดปัญญาอ่อนเพราะเกิดหลง ๆ ลืม ๆ แล้ว ถ้าอำนาจของอกุศลกรรมลดลงก็จะกลับคืนเป็นปกติก็เป็นได้
สำหรับมหัคคตวิบาก ๙ นั้น ลุงก็คิดว่าหลานก็คงจะพอเข้าใจ ด้วยเคยเรียนผ่านไปแล้ว ผู้ที่ทำสมาธิได้รูปฌานทั้ง ๕ เมื่อตายแล้วก็จะไปเกิดในรูปพรหมชั้นต่าง ๆ และผู้ที่ทำสมาธิได้อรูปฌาน ๔ เมื่อตายแล้วก็จะไปเกิดเป็นอรูปพรหมชั้นต่าง ๆ สำหรับวันนี้ ศึกษากันเพียงเท่านี้ก็คงจะพอสมควรแล้วนะหลาน
ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 06:21:46 น.] ( IP = 58.9.135.33 : : )
สลักธรรม 4เข้ามาศึกษาต่อครับ ได้รับความรู้และความเข้าใจในเรื่องชีวิต ที่ต่างเกิดมาทำไมไม่เหมือนกัน และรู้มากขึ้นว่าจิตที่ชื่ออุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากนั้นนำเกิดได้อย่างไรและเกิดได้ที่ไหนกันบ้างครับ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ในความเมตตากรุณาที่ช่วยขยายความให้กระจ่างชัดในบทธรรมต่างๆขอรับ.
โดย เทพธรรม [4 ธ.ค. 2550 , 08:44:49 น.] ( IP = 58.9.135.33 : : )
สลักธรรม 5
มาศึกษาต่อค่ะ
เห็นความน่ากลัวของบาปอกุศลเป็นอย่างมาก เพราะเฉพาะกำลังของบาปอกุศลเองนั้นก็สามารถนำให้ปฏิสนธิในอบายภูมิได้ และในบางกรณี แม้บุญจะเป็นผู้นำเกิด แต่เพราะอำนาจของบาปอกุศลที่กระทำไว้นั้นมาปรากฏเป็นอารมณ์ด้วยก็ทำให้กำลังของกุศลลดลงไป ดังนั้น แม้จะได้สุคติภูมิแต่ก็ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่อธิบายขยายอรรถให้ชัดเจน ให้ได้เห็นว่าอำนาจของบาป-บุญ ที่กระทำไว้นั้นย่อมมีผลต่อชีวิตในอนาคตชาติอย่างแน่นอน ไม่ในขณะที่เกิด ก็หลังการเกิด
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่สละเวลานำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ...โดย พี่ดา [4 ธ.ค. 2550 , 09:40:11 น.] ( IP = 124.121.173.115 : : )
สลักธรรม 6
อ่านแล้วก็ได้ความเข้าใจในการทำงานของจิตและข้อคิดสำหรับตนเองหลายอย่าง ..การนำเกิดของจิตแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนด้วยกำลังของอกุศลหรือกุศล จึงได้มีภพภูมิต่างกันไป ซึ่งแต่ละภพภูมินั้นก็ระบุแน่นอนตายตัวแล้วว่า ทำกรรมชนิดไหนมาจึงจะมีสิทธิ์ไปอยู่ในที่นั้นได้ การเลือกภูมิที่เกิดจึงทำได้ไม่ยากสำหรับผู้ที่มีปัญญาและความเพียร และการเลือกที่จะไม่เกิดก็คงเป็นไปได้ในที่สุดของผู้ที่เลือกเดินอยู่บนทางมรรคสามัคคี กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาเสมอค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [4 ธ.ค. 2550 , 11:25:02 น.] ( IP = 125.26.42.130 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |