มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๗






กระทู้ "งานร้อยดวงใจ ร้อยปี พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร"

เช้าวันนี้เป็นเช้าวันต่อมาจากวันที่จัดงานบำเพ็ญกุศลถวายท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ซึ่งหลายคนมีความเหนื่อยล้ากับการงานที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าตามปกติ ท่านอาจารย์ได้กล่าวกับทุกคนว่า ..

เช้าวันนี้.. เราก็จะมาร่วมประชุมเข้ากลุ่มเพื่อชักชวนจิตใจให้หันเหไปสู่สิ่งที่เป็นมงคลต่อชีวิต เพื่อจะได้ลิขิตกาย วาจา และใจ ให้เป็นไปเพื่อความเจริญความก้าวหน้า หลังจากที่เราได้ร่วมกันจัดงานแสดงกตัญญุตาต่อท่านพระอาจารย์บุญมีอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันวาน

บัดนี้ การงานทั้งหลายก็จบลงไปสิ้น เหลือเพียงวันนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เราก็จะต้องดำเนินชีวิตไปด้วยความก้าวหน้าด้วยศรัทธาธรรมมีกาย วาจา และใจเป็นไปเพื่อกุศลกรรม ซึ่งเราจะสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยโดยพร้อมเพรียงกันต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 15:55:27 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



และเมื่อการสวดมนต์ทำวัตรเช้าเสร็จสิ้นลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวคำสวัสดีทุกคนอีกครั้งด้วยความสดชื่นพร้อมทั้งมอบคำขอบคุณแก่ทุกคนที่มาช่วยงานว่า

"ขอก้มกราบ ณ ดวงใจของทุกๆ คนที่ช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบคืองานกตัญญูกตเวทิตาคุณ งานร้อยดวงใจ ร้อยปี พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ได้จบลงด้วยความซาบซึ้ง ภาพเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์โดยเฉพาะภาพที่พวกเรานั่งอยู่ตรงเบื้องหน้าพระประธานนั้นยังเป็นภาพที่ประทับแน่นและตราตรึงอยู่ในจิตใจ

การกระทำแต่ละอย่างนั้นเป็นการกระทำที่บ่งบอกให้เห็นว่า คุณค่าที่ธรรมะได้ปลูกฝังเข้าไปในจิตใจของทุกคนมีความสัมฤทธิ์ผล เพราะตัวของท่านเองมีธรรมะกลับไปคุ้มครองจึงได้กระทำในสิ่งที่ดีต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องชั่ง ตวง วัด ปริมาณของความเป็นคนดีของแต่ละคน ที่แสดงออกมาว่าทุกคนมีปริมาณความดีที่มากขึ้น

เพราะสามารถช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบด้วยความเสียสละทั้งกำลังกายกำลังทรัพย์และเวลาที่มาร่วมกันสร้างสรรค์งานที่ปลูกศรัทธาให้จิตใจของเราและผู้ที่เข้ามาพบเห็น ..ตรงนี้แหละเป็นเครื่องที่จะบ่งบอกว่า เราเป็นผู้หนึ่งที่จะไปนิพพานได้

ขอให้ท่านจับมือของตนเองแล้วบอกกับตนเองว่า "เราคือผู้หนึ่งซึ่งมีโอกาสไปนิพพานได้" นี่คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา เพราะผู้ที่จะไปถึงซึ่งมรรคผลนิพพานก็คือ ผู้ที่มีอโลภะเหตุ อโทสะเหตุ และอโมหะเหตุ ซึ่งเราทุกคนกำลังสร้างเหตุเหล่านี้อยู่

ฉะนั้น ขอให้ชี้ที่ตนเองแล้วบอกว่า "เรานี่แหละที่เป็นผู้มีสิทธิ์เดินไปสู่มรรคผลนิพพาน " ที่นี้ก็เหลือแต่การสร้างความชำนาญในการเดินทางเท่านั้นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 15:56:29 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 2



นอกจากน้ำคำแห่งกำลังใจแล้วท่านอาจารย์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า..

" จากวันนี้ไป บางคนก็จะต้องกลับต่างจังหวัด บางคนก็ต้องเดินทางไปยังประเทศที่ตนต้องไปทำงาน ก็ขอกุศลมัยที่เราทำตั้งแต่เช้าจรดค่ำเมื่อวันวาน จงเป็นคติกรรมคอยกระตุ้นเตือนจิตใจ ให้มีจิตใจที่เยือกเย็นสงบ และกระตือรือร้นในการสะดุ้งกลัวต่อบาปอกุศล มากไปด้วยหิริ โอตตัปปะ จาคะ และในที่สุดสามารถละกิเลสได้ทั่วหน้ากันทุกคน ..กราบอนุโมทนาค่ะ

และหลังจากที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวคำขอบคุณและอนุโมทนากับผู้ที่มาช่วยงานมูลนิธิทุกคนแล้ว ท่านอาจารย์ได้นำคำฝากของหลวงพ่อเสือซึ่งได้นำลงกระทู้ที่ ๑๐๘๒๔ ไปแล้ว มากล่าวและอธิบายให้ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านและยังไม่ได้รับรู้สาระสำคัญได้ทราบความหมายร่วมกันอีกครั้งว่า..

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 15:57:17 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 3





ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๗


ลูกรักของพ่อ

ทรัพย์สินของคนตระหนี่ ดุจดังน้ำเค็ม ถึงจะมีมากจนเต็มทะเล ก็หาได้เป็นประโยชน์ต่อตนไม่ เพราะในยามกระหายแล้ว ก็ไม่สามารถตักตวงมาดื่มกินแก้กระหายนั้นได้เลย ไม่เหมือนน้ำบ่อ ถึงจะมีเพียงจอกเดียว ก็แก้กระหายได้ ดับทุกข์ได้แน่แท้

ลูกของพ่อนี้ มีทรัพย์ที่เหมือนน้ำจืดในบ่อแห่งสุข ที่ว่าสุขก็เพราะ ลูกได้คลายความตระหนี่ บริจาคทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืนถาวรที่มีอยู่นั้น เป็นอริยทรัพย์อยู่เนืองๆ ซึ่งลูกได้กระทำด้วยศรัทธา แล้วผลแห่งการกระทำนี้นี่เอง จะให้ผลเป็นความสุข ที่ตัวลูกเองจะเป็นผู้ได้รับแน่นอน

ระยะทางในสังสารวัฎฎ์นั้นยาวไกลเหลือเกิน การเดินทางไกลนั้น ย่อมมีความทุรกันดารมาก แต่ลูกของพ่อ ก็ได้เตรียมน้ำจืดที่สะอาดใส ไว้ให้แก่ตนเองแล้ว เพื่อยามเดือดร้อนกระหายมีมาตามกฎแห่งกรรมที่ต่างได้กระทำมาไว้ในอดีตอันไกลมานั้น น้ำคืออริยทรัพย์ ที่ลูกได้เพียรก่อไว้นี้ จะตามติดคอยอุปถัมถ์ลูกของพ่อได้อย่างแน่นอน

พ่อขออนุโมทนาในกุศลเหตุ ทั้งในส่วนของทาน และการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบต่างๆทั้งหลาย ที่ลูกได้กระทำมานี้อย่างจริงใจ ขอให้ลูกของพ่อปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อเทอญ.

ด้วยรัก

จาก พ่อเสือ

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 15:58:40 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 4



ท่านอาจารย์บอกว่า .. นี่คือคำขอบคุณ คำอนุโมทนา และเป็นคำที่พ่อของเราได้ยืนยันว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี" นับตั้งแต่วันนี้ไปเราเป็นคนดี และเราก็ต้องคอยเตือนตนเองเมื่อเราไปเจอวิบากร้ายที่กระหน่ำเข้ามาให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งเราก็ไม่ต้องท่องยาวแล้วว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี ทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว"

เพราะบางครั้งที่เราท่องคำว่า "ทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว" นั้นก็จะทำให้เรานึกไปถึงคนที่แกล้งเราหรือว่าเรา ว่าเขาทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว ซึ่งเป็นการนึกถึง "เขา" ไปในทางที่ไม่ดี

ฉะนั้น "เขา" เราต้องไม่แคร์ เพราะ "เขา"นั้นอาจหมายถึงเขาของสัตว์ ถ้าเราไม่อยากได้ก็อย่าไปนึกถึง เพราะฉะนั้นเมื่อเราทำดีแล้วแต่จะมีผลออกมาอย่างไรมันก็เรื่องของผล แต่เรากำลังสร้างเหตุดีจึงต้องบอกว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี "

แม้จะมีใครเห็นใครไม่เห็นหรือใครรู้ใครไม่รู้อย่างไรหรือใครจะนึกอย่างไรก็ช่างเถิด แต่เราต้องเตือนตนเองไว้เสมอว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี"

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 15:59:42 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 5



ไม่ว่าเราจะทำอะไรเหน็ดเหนื่อยอยู่ตรงมุมไหนของโลก หรือจะอยู่ตรงมุมไหนของบ้าน หรือจะขับรถจากที่ทำงานกลับแปดริ้วเพื่อไปดูแลแม่ หรือจะถูกใครเขาว่าอะไรก็ตาม แต่เรามีหน้าที่ให้กำลังใจตนเอง เราไม่มีหน้าที่ไปมองคนอื่น แต่ให้จับมือของตนเองแล้วบอกกับตนเองว่า "มือของเรานี้ได้มาช่วยเหลือในกิจการงานที่ชอบ มือของเรานี้ได้ทำทาน มือของเรานี้ทำความดี"

และให้บอกตนเองไปเลยว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี" แล้วเราก็เชื่อเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว เพราะเป็นการหยุดเรื่องราวไว้ที่ตนพร้อมทั้งหยุดการเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนอื่นด้วย

เราจึงไม่ต้องไปมองว่า นี่เป็นวิบากของเรา แต่เป็นกรรมใหม่ของเขา แต่เราจะต้องมองข้ามไปอีกขั้นหนึ่งได้แล้วโดยเลิกไปมองคนอื่นว่าเขาทำกรรมไม่ดี แต่ให้มองกรรมของตนที่ได้ทำลงไปใหม่เท่านั้น

วิบากที่มีมานั้นเราต้องมองอย่างผู้กล้าท้าทายว่าเราเรียนธรรมะแล้วเราย่อมต้องหนีไม่พ้น ฉะนั้นก็เรียงหน้ากันเข้ามาได้เลย และเราก็รู้อยู่คนเดียวว่า นั่นคือวิบาก แล้วเราก็ต้องบอกกับตนเองว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี" ส่วนใครจะทำไม่ดีก็ไม่ต้องไปบอกแล้วว่า "ทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว" เพราะเป็นเรื่องของเขา

การบอกตนเองอย่างนี้เป็นการตัดเรื่องอื่นที่ไม่จำเป็นออกไปได้เรื่อยๆ โดยเหลือคำที่จะให้กำลังใจตนเองเพียงคำเดียวว่า "ทำดีย่อมต้องได้ดี"

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:00:29 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 6



"ทรัพย์สินของคนตระหนี่ ดุจดังน้ำเค็ม
ถึงจะมีมากจนเต็มทะเล ก็หาได้เป็นประโยชน์ต่อตนไม่
เพราะในยามกระหายแล้ว ก็ไม่สามารถตักตวงมาดื่มกินแก้กระหายนั้นได้เลย
ไม่เหมือนน้ำบ่อ ถึงจะมีเพียงจอกเดียว ก็แก้กระหายได้ ดับทุกข์ได้แน่แท้"


สำหรับวันวานนี้จะเรียนให้ทราบคร่าวๆ ว่าที่ทุกคนร่วมบริจาคมานั้นรวมแล้วประมาณเก้าหมื่นกว่าบาท แต่ได้ใช้จ่ายไปหนึ่งแสนกว่าบาท จึงขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีส่วนในการร่วมงานเมื่อวานนี้ ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์

การบริจาคทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืนที่มีอยู่ ไม่ว่าจะมีอยู่เท่าไหร่ก็แล้วแต่หรือแม้จะเหลืออยู่ในกระเป๋าเพียงบาทเดียว เราก็เอาไปไม่ได้

แม้นสัปเหร่อเอามาใส่ปากเราตอนตาย หรือญาติพี่น้องมาโยนเงินใส่ศพให้ไปซื้อที่ดินก็ไม่มีศพไหนหยิบไปได้เลย เมื่อบาทเดียวยังเอาไปไม่ได้ ทรัพย์เหล่านั้นจึงไม่ยั่งยืนเลย ไม่ถาวรเลย

แม้กระทั่งแบงค์พันบาทของไทยเมื่อไปอยู่ออสเตรเลียแล้วจะเอาไปใช้ได้ไหม? ..ไม่ได้

หรือไปใช่ที่อเมริกาก็ไม่ได้ เพราะเขาใช้ยูเอสดอลล่าห์

หรือไปเยอรมันเขาก็ใช้เงินยูโร แบงค์พันบาทของเราก็ไม่มีความหมายแล้วจึงไม่ยั่งยืน

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:01:05 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 7



"ลูกของพ่อนี้ มีทรัพย์ที่เหมือนน้ำจืดในบ่อแห่งสุข
ที่ว่าสุขก็เพราะ ลูกได้คลายความตระหนี่
บริจาคทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืนถาวรที่มีอยู่นั้น เป็นอริยทรัพย์อยู่เนืองๆ ซึ่งลูกได้กระทำด้วยศรัทธา
แล้วผลแห่งการกระทำนี้นี่เอง จะให้ผลเป็นความสุข ที่ตัวลูกเองจะเป็นผู้ได้รับแน่นอน"



แต่ทรัพย์ที่ทุกคนได้เปลี่ยนสกุลไป ณ วันนี้ และในอดีตด้วยการบริจาคทานนั้นซึ่งเป็นสามัญสกุลชนิดอินเตอร์เนชั่นแนล ก็จะนำไปใช้ได้ทุกที่ ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนหรือเมื่อเราฝัน

เช่นนึกถึงพระวิรุณหธรรมรังษีบุษรเมธังกุโร เราก็นึกถึงการแปรทรัพย์นั้นว่า เราได้สร้างพระไว้ เราได้สร้างฐานพระไว้ ไม่ว่าเราจะอยู่จังหวัดไหนหรือประเทศใด เราก็จะนึกถึงอริยทรัพย์นั้นได้

อริยทรัพย์ที่ได้ทำไว้นั้นก็จะไหลเข้ามาในจิตใจของเราได้ แต่ทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืนนั้นถึงจะอยู่ในกระเป๋ามันก็ไม่ไหลเข้ามาในจิตใจของเรา มีแต่เราอยากจะเอาออกไปแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่เราชอบ เพราะที่จริงนั้นเราไม่ได้ชอบเงิน แต่เราอาศัยเงินเป็นทางผ่านไปบำรุงกามคือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้จึงไม่ยั่งยืน หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า ที่ลูกแปรมาเป็นอริยทรัพย์อยู่เนืองๆ ก็เหมือนกับการหยอดกระปุกออมอริยทรัพย์ ซึ่งเป็นสกุลเงินแห่งชีวิตที่จะรองรับกับเราว่า เมื่อเรายังจะต้องเกิดอยู่เราก็จะไม่ตกต่ำ ไม่ยากจน ไม่ว่าจะไปเกิดประเทศไหนอริยทรัพย์เหล่านี้แหละที่จะทำให้เราไม่ด้อยทรัพย์ ไม่อดอยาก ไม่ยากจน เป็นต้น อันเป็นผลของการบริจาคทาน

หลวงพ่อท่านบอกว่า... เพราะความดีนี้ เหมือนน้ำจืดในบ่อแห่งความสุข และเราก็จะมีความสุขมากเพราะเราจะได้รับอยู่คนเดียว ..

เพราะอริยทรัพย์นี้ก็ให้ผลเป็นความสุข ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหน เราก็ต้องกินต้องใช้ ซึ่งทรัพย์ที่บริจาคออกไปนี้ก็จะคอยคุ้มครองอุดหนุนทำให้ได้รับความสะดวกอย่างแน่นอน

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:01:41 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 8



"ระยะทางในสังสารวัฎฎ์นั้นยาวไกลเหลือเกิน
การเดินทางไกลนั้น ย่อมมีความทุรกันดารมาก
แต่ลูกของพ่อ ก็ได้เตรียมน้ำจืดที่สะอาดใส ไว้ให้แก่ตนเองแล้ว
เพื่อยามเดือดร้อนกระหายมีมาตามกฎแห่งกรรมที่ต่างได้กระทำมาไว้ในอดีตอันไกลมานั้น
น้ำคืออริยทรัพย์ ที่ลูกได้เพียรก่อไว้นี้ จะตามติดคอยอุปถัมถ์ลูกของพ่อได้อย่างแน่นอน"


เพราะระยะทางของสังสารวัฏฏ์นั้นยาวไกลเหลือเกิน และการเดินไปในทางทุรกันดารนั้นย่อมจะต้องเหน็ดเหนื่อยมาก แต่ความพยายามของเราที่ถ่ายเททรัพย์ที่พอจะมีออกมาเพื่อเป็นอริยทรัพย์นี้ก็จะกลับมาหล่อเลี้ยงเราบนเส้นทางทุรกันดารนั้น แม้จะเป็นน้ำเพียงหนึ่งจอกก็สามารถกรอกให้เราสดชื่นได้

ชีวิตของเรานั้นมาคนเดียวก็ไปคนเดียว ตรงนี้ต้องขอยืนยันคำที่ว่า "ใครทำ ใครได้" แต่จะไปทำแทนกันนั้นไม่ได้เลย ไม่ว่าเราจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร จะมีฐานะร่ำรวยหรือไม่ร่ำรวยก็ตาม แต่ในขณะนี้เรากำลังร่ำรวยน้ำใจซึ่งเป็นน้ำจืดแห่งบ่อสุขที่จะมีไว้ให้เราดื่มกินแก้กระหายได้

สำหรับคนอื่นที่ลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยราคาแพงเพื่อบำเรอกามสุข เช่น ที่พักผ่อนริมทะเล เขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถดื่มน้ำจากทะเลได้เลยสักจอกเดียวแม้ว่าจะมีน้ำมากมายเพียงใดก็ตาม ก็เพราะรสเค็มของน้ำทะเลนั่นเอง

หรือในเรื่องของกฎแห่งกรรมในชวนะดวงที่สองถึงดวงที่หกที่เรามีกันอยู่ทุกๆ คนนี้ ก็จะยังส่งผลตามมาให้รับได้รับสารพัดเรื่องในอกุศลที่เราได้ทำไว้ในอดีตซึ่งก็เหมือนกับน้ำเค็มที่มีอยู่มากมาย

แต่ปัจจุบันที่เราทำอริยทรัพย์ขึ้นใหม่ก็เหมือนน้ำจืดที่จะไปคอยจุนเจือแก้ไขทำให้ความหนักของเราเบาลง สำหรับคนที่ไม่หนักก็จะลอยตัวขึ้น และจะมีอริยทรัพย์คอยรติดตามอุปถัมภ์ชีวิตอย่างแน่นอน

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:02:19 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 9



"พ่อขออนุโมทนาในกุศลเหตุ ทั้งในส่วนของทาน
และการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบต่างๆทั้งหลาย ที่ลูกได้กระทำมานี้อย่างจริงใจ
ขอให้ลูกของพ่อปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อเทอญ"


หลวงพ่อท่านจึงฝากอนุโมทนาในกุศลเหตุทั้งในส่วนของทาน ในส่วนของการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบที่ช่วยกันตกแต่งสถานที่กันอย่างเหนื่อยเหน็ดที่เราทุกคนได้กระทำมาอย่างจริงใจ

หลวงพ่อท่านไม่มีความรู้สึกที่จะเหนือไปกว่าความรู้สึกที่อยากให้ลูกๆ ปลอดภัย ท่านจึงให้พรว่า ..ขอให้ลูกของพ่อปลอดภัย

เพราะคำว่าปลอดภัยนั้นรวมหมดทุกประการ ไม่ใช่แค่ปลอดจากการถูกรถชน แต่ปลอดจากภัยทุกอย่างทั้งภัยธรรมชาติ ภัยจากโจร ภัยจากคำพูดคือวาทภัย ภัยจากจิตที่เป็นภัย และภัยจากผู้อื่นที่เดินเข้ามาสู่ชีวิต

หลวงพ่อท่านบอกว่าท่านไม่เคยอยากให้ลูกพ่อได้อะไรเลย เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ปลอดภัย เช่น การมีคนรักหรือแฟนนั้นปลอดภัยไหม? ไม่ปลอดภัย เพราะต้องคอยระแวงกังวลไปต่างๆ ว่าจะรักจริงหรือเปล่า หรือได้เงินมา..ปลอดภัยไหม? ..ไม่ปลอดภัย เพราะทุกคนต่างก็ต้องการเงิน

หลวงพ่อท่านจึงต้องการให้เราปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ ในทุกที่ ทุกสถาน ทุกกาล ทุกเมื่อ ซึ่งก็หมายถึงวัฏฏสงสารนั่นเอง ...ตรงนี้ขอให้เราพร้อมใจกันสาธุ ๓ ครั้งด้วยความชื่นใจ

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:03:02 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )


  สลักธรรม 10



นอกจากเรื่องที่หลวงพ่อท่านฝากมาตรงนี้แล้ว เมื่อวานนี้ที่เราได้ร่วมพิธีกุศลกันอย่างยาวนานมากจริงๆ ซึ่งโอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากเหลือเกินที่จะมีพิธีใหญ่ได้สมบูรณ์พร้อมอย่างนี้ แม้ว่าในบางแห่งจะมีพิธีใหญ่มากขนาดไหน พระประธานในพิธีที่อยู่กลางแจ้งก็ไม่มีขนาดใหญ่เท่านี้ อากาศก็ไม่เย็นสบายเท่านี้ และเป็นคืนวันเพ็ญเช่นนี้

และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งขึ้นไปท่านอาจารย์ก็ได้ปลูกฝังเป้าหมายของชีวิตที่ดีให้กับทุกคนโดยมีน้ำพระพุทธมนต์เป็นสื่อเพื่อที่จะทำความดีให้เกิดขึ้นในชีวิต ท่านอาจารย์ได้บอกให้ทุกคนแบ่งน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีไปคนละถุง และชักจูงใจทุกคนให้ระลึกถึงคืนวันแห่งความประทับใจนี้ว่า ..

...ขอให้กลับไปอธิษฐานที่จะเริ่มต้นชีวิตให้ปลอดภัยจากอกุศล ด้วยการนำน้ำมนต์นี้ไปผสมน้ำอาบเพื่อเป็นเสมือนการล้างคราบอกุศลให้หลุดออกไป เพราะชีวิตของเรานี้เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้ก็จะพบว่า แต่ละคนมีวิบากอกุศลมาปรากฏทุกชีวิตแต่จะมากหรือน้อยต่างกันเท่านั้นเอง

ฉะนั้น ก็ขอให้เริ่มต้นอธิษฐานน้ำมนต์นี้เพื่อเปิดทางไปสู่การทำความดีให้มากยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ดื่มกินลงไปก็ขออธิษฐานว่า ขอให้จิตใจของเราที่เป็นคนเจ้าโทสะ ให้มีความเยือกเย็น ความมีโมหะที่ฝังอยู่ภายในจิตใจนั้นก็ขอให้น้ำพระพุทธมนต์ที่เกิดจากรังสีแห่งพระหัตถ์นั้นเป็นเสมือนพลังแห่งหิริ โอตตัปปะ สติ และปัญญา เข้าไปอยู่ในห้องหัวใจของเราทั้งสี่ห้อง

และก็ขอถือโอกาสขอบพระคุณในคุณงามความดี ขอการชำระกาย วาจา และใจ จงเป็นไปเพื่อความเจริญ ชาติหน้านั้นขอให้เราทุกคนได้นั่งอยู่ในสมาคมเดียวกันเพื่อที่จะได้มีที่พึ่งคือพระธรรม มีคำของพ่อคอยตักเตือน และมีใจที่พร้อมจะเยือนมรรคผลนิพพานได้ทั่วหน้ากัน...

โดย น้องกิ๊ฟ...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2550 , 16:04:21 น.] ( IP = 58.9.147.252 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org