มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณกสังคหะวิภาค (๓๑)








ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะวิภาค (๓๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน เมื่อคราวที่แล้วลุงได้พูดถึงอารมณ์เมื่อตอนใกล้จะตาย คือจุติมาแล้ว ในวันนี้หลานก็จะได้ศึกษาต่อไปถึงอำนาจที่ทำให้เกิดใหม่คือการปฏิสนธิ และการปฏิสนธิของสัตว์ในภพภูมิต่างๆ ต่อไป

ปัญหาเรื่องของการเกิดใหม่ของผู้ที่ได้ตายไปแล้วนั้น เป็นปัญหาใหญ่ที่ติดข้องอยู่ในใจของคนทั้งหลายที่มีความเชื่อในเรื่องชาติหน้าอยู่แล้ว แต่อธิบายและให้เหตุผลไม่ได้ว่าการที่สัตว์ทั้งหลายต้องตายลงไปแล้วไปเกิดใหม่ได้นั้น เป็นไปได้อย่างไร

ด้วยเหตุนี้เอง แม้ว่าจะเชื่อชาติหน้า และได้ทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสักเพียงใด ก็อาจเกิดความลังเลใจ ความไม่หนักแน่นในความเชื่อนั้นก็จะเกิดขึ้นมาช่วยอุดหนุนอยู่ในส่วนลึกของใจ จึงทำให้เกิดความคลอนแคลนได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งความคลอนแคลนนี้เองก็จะเป็นผลเสียหายแก่ชีวิตของท่านผู้นั้นได้ แล้วก็น่าเสียดายที่ความเชื่ออันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วมิได้ก้าวขึ้นมาอีกสักหน่อยให้บังเกิดความมั่นคงขึ้น

ป. คุณลุงขอรับ ความเชื่อเรื่องการเวียนวายตายเกิดมีอยู่แล้วในจิตใจ แต่ไม่ประกอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง คุณลุงกล่าวว่าน่าเสียดาย เพราะจะเป็นเหตุทำให้บังเกิดความเสียหายขึ้นมาได้นั้น ผมขอทราบว่า เสียหายอย่างไร? ผมต้องขอคำอธิบายก่อนที่จะได้ศึกษาเรื่องของการเกิดใหม่ในชาติหน้า

ก. หลานถามดังนี้ก็ดี ลุงจะได้ถือโอกาสอธิบายให้ฟังสักเล็กน้อย เชื่อว่าคงจะมีประโยชน์บ้าง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2550 , 07:08:41 น.] ( IP = 58.9.135.159 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



หลานก็ได้เคยศึกษามาแล้วว่า ชีวิตของเรานั้นเรื่องของปัญญานับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และปัญญาที่ว่านี้คือเรื่องของชีวิตจิตใจ เฉพาะอย่างยิ่งปัญญาที่ทราบว่า สัตว์ทั้งหลายจะต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด ตราบใดที่มีกิเลสอยู่ภายในจิตใจ และเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอยู่เรื่อยไป จะหยุดไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีหนึ่ง

เมื่อมีปัญญาในปัญหาของชีวิตติดตัวไป แล้วต้องเวียนว่ายตายเกิดในแต่ละชาติต่อ ๆ ไป จะได้อาศัยปัญญาประคับประคองเอาไว้มิให้เถลไถลไปในทิศทางที่จะนำไปเกิดในอบาย ซึ่งเป็นทุกข์โทษภัยแสนสาหัส แล้วปัญญายังช่วยเปิดประตูให้ได้ทราบความจริง ในเรื่องของชีวิตจิตใจเพิ่มเติมขึ้นมาได้ทุกชาติ ๆ ที่ผ่านไป เพราะจะมีความสนใจใคร่จะศึกษาต่ออีก แล้วหาทางพ้นทุกข์ได้เด็ดขาดแท้จริงและสิ้นเชิง ไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไป ปัญญาก็จะค่อย ๆ พาชีวิตให้ย่างใกล้เข้ามาอยู่เรื่อย ๆ

การที่ลุงกล่าวว่า ผู้ที่เชื่อว่ามีชาติหน้าแต่ไม่ยอมศึกษาเล่าเรียน น่าเสียดายนั้นก็เพราะว่าเขาไม่เห็นประโยชน์ใหญ่ที่จะสร้างสมปัญญาบารมีของเขาเอง เพื่อช่วยตัวของเขาเองและอาจช่วยคนอื่นด้วยต่อ ๆ ไปในแต่ละชาติที่จะต้องเกิดขึ้นมา และอาจจะเกิดความเสียหายให้ได้โดยง่าย

เพราะว่า บางคนเชื่อชาติหน้าก็สักแต่ว่าเชื่อ ๆ ไปตามที่ใคร ๆ เขาว่าเท่านั้นเอง ไม่เคยได้คิดพิจารณาอะไรแม้แต่สักเล็กน้อย จึงชื่อว่าเป็นปัญญาบารมีได้ยาก จึงช่วยตัวเองได้น้อยที่สุด จึงสกัดกั้นหนทางที่จะเดินไปสู่อบายได้น้อยมาก เช่นถ้าไปเกิดเป็นคน แล้วมีผู้มาชวนให้ทำทุจริตมี คดโกง หรือฆ่าสัตว์ แล้วจะได้รวยเร็ว ๆ อาจตัดสินใจทำได้ง่าย ๆ เพราะอดทนต่อความโลภที่มายั่วยุไม่ไหว

สำหรับบางท่านที่เชื่อชาติหน้าว่ามี ก็เพราะได้พิจารณาความตาย ความเกิด พิจารณาอดีตอนาคตของคนทั้งหลายที่ได้กระทำกรรมต่าง ๆ ทั้งบุญและบาปลงไป ตลอดจนพิจารณาอายุยืน อายุสั้น สุขหรือทุกข์ที่คนทั้งหลายได้รับอยู่ หรือมีประสบการณ์ต่าง ๆ แล้วจึงได้มีความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ว่าเป็นความจริง บุคคลนี้แม้ว่าปัญญาที่พิจารณาจะไม่เข้าใจถึงความลึกซึ้ง เพราะขาดการศึกษาเล่าเรียน แต่ก็พอช่วยในการเดินทางไกลได้บ้าง ซึ่งก็นับว่ายังดี

ผู้ที่ไม่เชื่อหรือเชื่อไปกระนั้นเอง ในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ก็คล้ายกัน เมื่อเวลาจะทำบาปก็จะได้รับผลอันเป็นบาปมาก แต่เมื่อเวลาทำบุญก็จะได้บุญไม่มาก ทั้งนี้ก็เพราะบาปหรือบุญนั้นขึ้นอยู่ตรงเจตนา และตรงเจตนาที่หนักแน่นหรือไม่หนักแน่นอย่างไร

ดังนั้น คนที่ไม่เชื่อชาติหน้า บาปจึงเกิดมาก แต่คนที่เชื่อก็จะลดลงไป เพราะไม่กล้าทำบาป ถึงจะทำเจตนาก็ไม่มีความมั่นคงเท่า และหลานก็ย่อมทราบว่า คนทั้งหลายไปเกิดในที่ดี ๆ นั้นยากเพียงใด เพราะพฤติกรรมที่คนทั้งหลายแสดงออกนั้น ถ้าเป็นกุศลแล้ววันหนึ่ง ๆ เกิดขึ้นได้น้อยอย่างเหลือเกิน เพราะแต่ละคนก็อยากจะได้ อยากจะดี อยากจะเด่น จึงหนี โลภะ, โทสะ, โมหะ ไปได้แสนยากยิ่ง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2550 , 07:09:32 น.] ( IP = 58.9.135.159 : : )


  สลักธรรม 2



ถ้าหลานจะไม่มีปัญหาถาม ลุงก็จะบรรยายเรื่องของการปฏิสนธิ ตามที่ลุงได้กล่าวเอาไว้ตั้งแต่แรกต่อไป

ป.ผมพอเข้าใจแล้วขอรับ ขอเชิญคุณลุงบรรยายต่อไปเถิด

ก.ปัญหาดังที่ได้พูดมาก็คือ บรรดาคนทั้งหลายต่างก็พยายามที่จะขอเหตุผลในเรื่องสำคัญว่า คนที่ตายไปแล้วนั้น ปฏิสนธิ คือ เกิดใหม่ได้อย่างไร ?

ในเรื่องนี้ก็มีการแสดงอยู่หลายอย่าง ลุงจะขอยกขึ้นมาเสนอให้หลานได้เห็นอย่างหนึ่ง จึงต้องขอให้พิจารณาตามไปให้ดีด้วย

หลานลองพิจารณาถึงคนที่มีความรัก หรือคู่รัก อาจเป็นเพื่อนของหลาน หรืออาจจะเป็นตัวของหลานเองก็ได้ ว่าลงได้เกิดความรักขึ้นมาแล้ว มันมีพิษสงอย่างไรบ้าง

ป.ในเรื่องของความรัก ผมได้เคยประสบมา แม้เพื่อนของผมผมก็เคยเห็นลงได้รักกันเข้าแล้ว ความรักมันก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนใจ ทำให้นิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ จะต้องพยายามไปเจอะกัน คุยกัน หาหนทางที่จะเกี่ยวข้องกันให้ได้ แม้จะลำบากยากเย็นสักเพียงไหนก็สู้อุตส่าห์ทนไป กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับง่าย ๆ เพราะครุ่นคิดถึงกันอยู่เรื่อย ๆ ไป บังคับจิตใจไม่ค่อยไหว.....

ก.ความรักมีตัวมีตนหรือหลาน เหตุใดจึงได้แสดงฤทธิ์แสดงอำนาจถึงดังนั้นได้ ดูไม่น่าจะเป็นไปเช่นนั้นได้เลยมิใช่หรือ

ป.เป็นเรื่องที่น่าประหลาดมากขอรับ จิตใจมิได้มีตัวมีตนก็จริง แต่ก็มีอำนาจเหลือหลาย แม้ความรักไม่สมหวังยังคิดฆ่าตัวตาย เจ้าหนุ่มหลายคนที่ช่วงชิงความรักซึ่งกันและกัน ยังคิดประหัตประหารคู่แข่งจนถึงฆ่ากันตายจนได้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2550 , 07:10:01 น.] ( IP = 58.9.135.159 : : )


  สลักธรรม 3



ก.ความโลภอยากจะได้ ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ตัณหา คือความยินดี ติดใจ ในอารมณ์ต่าง ๆ นั้นมีอำนาจไม่น้อย ลงอยากจะได้ "เงิน"หรืออยากจะ"ใหญ่"ขึ้นมาแล้ว ก็จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาหรือมีอำนาจเหนือใคร ๆ แม้แต่เรื่องร้าย ๆ เช่นสามารถคดโกงคนทั้งเมืองได้ สามารถรับจ้างฆ่าคนตาย แม้จะทิ้งลูกระเบิดปรมาณูเพื่อให้โลกทลาย ก็มิได้หวั่นไหว หลานว่าเป็นความจริงหรือไม่

ป.แน่นอนทีเดียวขอรับ เรื่องที่คุณลุงกล่าวมาใคร ๆ ก็ได้รู้ได้เห็น

ก.หลานก็จะเห็นว่า ตัณหานั้นมันไม่มีตัวตน ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ทั้งสัมผัสทางกายไม่ได้ แต่มันก็มีอำนาจเหลือหลาย มันทำให้สัตว์ต้องดิ้นรนกระสับกระส่าย มันทำให้การเดินทางไปเดินทางมา มันทำให้เบียดเบียนกันไปทุกหย่อมหญ้า และมันทำให้รบราฆ่าฟันกันตาย เช่น ในสงครามโลกคราวที่แล้วทำให้เกิดความพินาศวอดวาย และผู้ที่ต้องตายไปเป็นจำนวนหลายล้าน

หลานลองพิจารณาที่ตัวเองดูทีหรือว่า ในวันหนึ่ง ๆ เรามีความยินดีติดใจ คือ ตัณหา น้อยหรือไม่ เราอยากจะเห็น ได้ยิน ตลอดไปจนคิดนึก อันเป็นอารมณ์ที่ดี ๆอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาในเวลาเช้าจนถึงเวลาหลับนอนลงไปในเวลากลางคืนจริงหรือเปล่า มีสัก ๑ % ได้หรือไม่ที่มีน้ำใจเฝ้าแต่คิดว่าจะช่วยใครที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก อดอยาก เฝ้าเพียรพยายามที่จะช่วยผู้ป่วยไข้ทุกข์ทรมานด้วยน้ำใจ โดยมิได้ปรารถนาเงินทอง หรือข้าวของอะไร แต่ละคนยื่นมือที่จะเอา จะเอาให้ได้ตั้งร้อยครั้งหรือพันครั้ง แต่ยื่นมือเพื่อจะให้สักครั้งหนึ่งนั้นยากมาก ทั้งนี้เพราะ อนุสัยกิเลสอันเป็นกิเลสอย่างละเอียด ที่ซ่อนอยู่ในจิตใจช่วยอุดหนุนบันดาลให้มีแต่ความอยากจะได้และเห็นแก่ตัว

เมื่ออำนาจของความรัก เมื่ออำนาจของความปรารถนาเงิน ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมันมีกำลังมาก มันก็มีความสามารถอุดหนุนส่งเสริมให้ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุดังนี้เอง ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาเกือบทั้งวัน ตั้งแต่เกิดขึ้นมาไปจนถึงแก่ความตายที่สั่งสมอยู่ภายในจิตใจ และที่ติดตามมาจากชาติก่อน ๆ ด้วย มันจะไม่สร้างอำนาจขึ้นมาเพื่อให้สมความปรารถนาที่จะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสทางกาย และได้คิดนึกดอกหรือ?

ตัณหา ซึ่งได้แก่ ความยินดีติดใจที่สั่งสมอยู่ภายในจิตใจมันมีอำนาจน้อยอยู่หรือ ด้วยเหตุดังนี้เอง เมื่อจุติจิตดับลง คือถึงแก่ความตายลงแล้ว อำนาจของมันจึงส่งเสริมให้ปฏิสนธิจิตสืบต่อเกิดขึ้นมาใหม่ในภพชาติใหม่ การเวียนว่ายตายเกิดจึงมิได้ขาดสาย

การแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตจึงเกิดขึ้นมาให้แก้ทุกชาติ ๆ ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า ความเกิดเป็นตัวอันตรายที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตทั้งหลาย

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2550 , 07:10:29 น.] ( IP = 58.9.135.159 : : )


  สลักธรรม 4



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงว่า ตัณหาเป็นยางเหนียวที่อยู่ในเมล็ดพืชทำให้พืชงอกขึ้นมา ตัณหาเป็นตัวการทำให้วัฏฏะ คือ การเวียนว่ายตายเกิดสะดุดหยุดลงไม่ได้ และตัณหาเป็นตัวสมุทัย คือ ต้นเหตุของทุกข์ เพราะชีวิตไม่มีเสียแล้วจะเอาความทุกข์มาแต่ไหน

ชาติก่อนกับชาติหน้าก็เหมือนกับผ้า ๒ ผืน แล้วตัณหาก็เหมือนกับด้ายที่เย็บผ้าทำให้ผ้าทั้งสองผืนนี้ติดกัน และสัตว์ทั้งหลายผู้โง่เขลาเบาปัญญาในปัญหาของชีวิตจิตใจ โมหะหรืออวิชชาครอบงำจึงได้สร้างด้ายขึ้นมาแล้วเย็บผ้าให้มันติดกันทุกชาติ ทุกชาติ จนนับชาติที่เกิดไม่ได้

อำนาจของอารมณ์ตอนสุดท้ายเมื่อใกล้จะตาย จะเกิดร่วมกับตัณหาที่อุดหนุนอยู่ภายในทำให้บังเกิดภพชาติใหม่ร่วมด้วย แล้วยังเป็นตัวชี้ตำแหน่งว่าจะให้ไปเกิดที่ไหนตามบุญ ตามบาปที่ทำเอาไว้ อาจจะเป็นมนุษย์หรือผีสางเทวดาก็ได้

รายละเอียดต่าง ๆ นั้นยังมีอีกมากมาย แต่ลุงขอบรรยายเพียงเท่านี้ก่อน เอาไว้วันหน้าจึงค่อยศึกษากันใหม่

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2550 , 07:10:59 น.] ( IP = 58.9.135.159 : : )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาต่อค่ะ

ท่านอาจารย์ชี้ให้เห็นว่า...แม้จะเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่หากว่าไม่ประกอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงแล้ว ย่อมเป็นภัยที่น่ากลัวยิ่ง .... ทำให้เห็นคุณประโยชน์ของการศึกษาเล่าเรียน เพราะเป็นการเสริมสร้างปัญญาบารมี ซึ่งจะคอยคุ้มครองสกัดกั้นมิให้เดินทางไปสู่อบายได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่กรุณาอธิบายให้เข้าใจในชีวิตมากขึ้นเป็นลำดับๆเรื่อยมาค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่สละเวลานำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [7 ธ.ค. 2550 , 09:30:04 น.] ( IP = 124.121.175.165 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ทำให้เกิดการทบทวนทำความเข้าใจในถ้อยคำที่ว่า..ชาติก่อนกับชาติหน้าก็เหมือนกับผ้า ๒ ผืน แล้วตัณหาก็เหมือนกับด้ายที่เย็บผ้าทำให้ผ้าทั้งสองผืนนี้ติดกัน ..ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์ค่ะ

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาพี่เณรด้วยค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ธ.ค. 2550 , 10:18:36 น.] ( IP = 125.26.38.144 : : )


  สลักธรรม 7

อำนาจของตัณหามีกำลังมากมาย ทำหน้าที่เย็บชาติก่อนกับชาติหน้าให้ติดกัน ชีวิตจึงต้องเวียนว่ายตายเกิดเรื่อยไป

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาด้วยค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ธ.ค. 2550 , 17:59:17 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมอันประเสริฐมาให้ได้อ่านและศึกษาเป็นประจำ...กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ธ.ค. 2550 , 21:37:53 น.] ( IP = 125.27.218.162 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org