| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๕)
![]()
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๕)
ตอนที่ผ่านมา
ถาม อภิธรรมมัตถสังคหะ คืออะไร?
ตอบ อภิธรรมมัตถสังคหะแยกออกเป็น อภิ + ธรรม + อัตถะ + สัง + คหะ
อภิ = ประเสริฐยิ่ง
ธรรม = สภาพที่ทรงไว้ไม่มีการผันแปร
อภิธรรม แปลว่า ธรรมอันยิ่ง ธรรมอันประเสริฐ เป็นธรรมที่มีอยู่จริงมิได้สมมติขึ้น ได้แก่พระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์นั่นเอง
ที่ว่าเป็นธรรมอันประเสริฐนั้นมิได้หมายถึงความประณีต หากแต่หมายถึงอวิปริต คือไม่มีการเปลี่ยนแปลง สภาพของตนเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกคนหรือสัตว์เดรัจฉาน ทั้งไม่เลือกว่าที่ใดเวลาไหน
นอกจากนี้ยังเป็นธรรมที่นำให้ผู้ศึกษาเข้าใจในเรื่องชีวิตและหนทางที่จะพ้นไปจากความทุกข์ ตามที่อรรถกถาจารย์ได้แสดงไว้ในอัฎฐสาลินีอรรถกถา ว่า อภิธมฺโม นาม น อญฺเสสํ วิสโย สพฺพญฺญุพุทธานํ เยว วิสโย เตสํ วเสน เทเสตพฺพเทสนา แปลความว่า ที่ชื่อว่าพระอภิธรรม เพราะไม่ใช่วิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยของพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และการแสดงพระอภิธรรมที่ปรากฏขึ้นมาได้ก็โดยอำนาจแห่งพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายนั่นเอง
อตฺถ แปลว่า เนื้อความ หมายถึง ข้อความสำคัญที่เป็นเนื้อหาของพระอภิธรรมนั้น เมื่อว่าโดยย่อที่สุดก็ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน และบัญญัติ
สํ แปลว่า โดยย่อ
คหะ แปลว่า รวบรวม
ถ้าจะประมวลคำเหล่านี้แล้วก็มีความหมายว่า ได้รวบรวมธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงเอาไว้ในอภิธรรมปิฎกนั้นโดยย่อ ซึ่งได้แก่เรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน และบัญญัติ
โดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:11:06 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 1
ถาม พระอภิธรรมสอนเรื่องอะไร ?
ตอบ พระอภิธรรม เป็นธรรมที่สอนความจริงในเรื่องของชีวิต ให้ผู้ศึกษาเข้าใจในเรื่องของตัวเอง และหนทางที่จะไปสู่การพนทุกข์ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
พระอภิธรรมแสดงถึงความจริงในเรื่องของชีวิต ๒ ประการ คือ
๑. ปรมัตถธรรม ได้แก่ เนื้อความที่จริงแท้แน่นอน ไม่ผันแปร ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหน ทั้งมีอยู่จริง ๆ ด้วย เช่น รูปนั้นย่อมไม่เที่ยง มันจะยืนความไม่เที่ยงนี้ตลอดไป มันจะไม่มีวันกลับมาเที่ยงเลยเป็นอันขาด และนิพพานนั้นเป็นสันติสุขก็จะไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้อีกเลย เป็นต้น ที่เรียก ปรมัตถะ ว่าเป็นธรรมอันประเสริฐก็เพราะว่า
ก. ไม่มีการผันแปร เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ข. เป็นที่โคจรแห่งญานอันประเสริฐของพระอริยะและบุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย
๒. บัญญัติธรรม เป็นการสมมติหรือตั้งกันขึ้น เพื่อใช้เรียกชื่อให้รู้จักกันในหมู่ในพวกของชาวโลกจะได้ไม่ซ้ำกัน จะได้เข้าใจกันว่าหมายถึงอะไร เช่น คน สัตว์ โต๊ะ เก้าอี้ หญิง ชาย อ้วน ผอม เป็นต้น ไม่ได้มีจริง ๆ
ปรมัตถธรรม ไม่สามารถแสดงออกเพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกันได้ จึงต้องอาศัยบัญญัติคำขึ้นมาใช้เพื่อความเข้าใจอันนั้น เช่น มือกระทบไฟ ความรู้สึกร้อนเป็นปรมัตถะ แต่คำพูดว่า ร้อน หรือตัวหนังสือที่เขียนว่าร้อนนั้นเป็นบัญญัติ หรือเมื่อตาเห็นเก้าอี้ ความรู้สึกในการเห็นรูปก็เป็นปรมัตถ์ คำว่าเก้าอี้ไม่มีจริง ๆ เป็นการสมมติตั้งชื่อขึ้น คนชาติแขก ชาติฝรั่ง ก็ตั้งชื่อเก้าอี้ไปคนละอย่างโดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:12:56 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 2
ถาม แต่เดิมมา ผมคิดว่าการศึกษาพระอภิธรรมก็คงจะเป็นการศึกษาศีลธรรม คงจะมานั่งสัปหงกเสียมากกว่า เมื่อมีเวลาว่างผมจึงได้มาลองฟังดูอย่างนั้นเอง
แต่ครั้นได้ฟังมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ จึงเกิดความรู้ขึ้นมาใหม่ว่า พระอภิธรรมนั้นไม่ใช่บทเรียนศีลธรรมแต่เป็นการสอนถึงธรรมชาติชีวิต แต่ไม่ทราบว่า เมื่อศึกษาไปแล้วได้ประโยชน์จริงๆอย่างไรบ้าง
ตอบ ก่อนที่ผมจะได้เข้ามาในห้องเรียน มีท่านนักศึกษาที่เข้ามาใหม่ได้ตั้งข้อสงสัยบางประการคล้ายๆกันนี้ ผมเห็นเป็นการสมควรที่จะได้แก้ข้อข้องใจนั้นเสีย ผมเชื่อว่าบรรดาท่านนักศึกษาที่นั่งอยู่ในห้องนี้อาจจะมีความสงสัยในเรื่องที่ท่านผู้ถามได้ถามแล้วหลายท่านก็ได้
ท่านผู้ที่มิได้เคยศึกษาพระอภิธรรมมาแต่ก่อน จึงได้คิดว่า การมาศึกษาพระอภิธรรมก็คงมาฟังเรื่องที่เกี่ยวแก่ศีลธรรม เพื่อให้คนอยู่รวมกันได้ด้วยความเรียบร้อยเป็นปกติสุข โดยมีเมตตา กรุณา ไม่เบียดเบียนกันซึ่งกันและกัน อย่างมากก็ฝึกวิธีทำสมาธิให้จิตบังเกิดความสงบเท่านั้นเอง คงจะเป็นเหตุทำให้บังเกิดความเบื่อหน่ายและง่วงเหงาหาวนอนเป็นแน่
แต่บัดนี้ได้ศึกษาไปสองครั้งแล้ว ก็มีความเห็นตรงกันข้ามกับที่เคยเข้าใจมาแต่เดิม แต่กลับสงสัยต่อไปอีกว่า เมื่อศึกษาต่อไปจนเข้าใจเรื่องของชีวิตจิตใจแล้ว ก็ยังมองไม่เห็นว่า จะได้ประโยชน์มากจริงๆอย่างไร
สำหรับในข้อนี้ ผมได้กล่าวไปบ้างแล้วว่า ผู้ศึกษาจะต้องมีสติปัญญา มีความเห็นในเรื่องของชีวิตที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดความสงบ ความสุข ความเยือกเย็นใจ และจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้ ตลอดไปจนได้เห็นหนทางที่จะพ้นไปจากทุกข์โดยเด็ดขาด โดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:13:15 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 3
ประโยชน์ที่จะได้จากการศึกษาพระอภิธรรมนั้นมากหลายอย่างยิ่งนัก ขอให้ท่านได้ศึกษาดูสักพักหนึ่ง ก็จะรู้สึกได้ว่า จิตใจมีความสงบ มีความเยือกเย็นใจอย่างไร ความกระทบกระเทือนอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ หรือความเศร้าหมองทุกข์ร้อน ซึ่งเรามักจะได้ประสบอยู่ทุกๆวัน วันละมิใช่น้อยนั้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
ฉะนั้น ในชีวิตประจำวันที่มักจะพัวพันกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา จนก่อให้เกิดความเร่าร้อนจึงลดลง ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อยังไม่เคยได้ศึกษานั้น เรารับเอาไว้เต็มที่ เมื่อมีอารมณ์อะไรเข้ามาเราก็รับเอาไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ครั้นมาศึกษาเรื่องชีวิตมีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว อารมณ์ที่มากระทบก็มีกำลังเท่าเดิมนั่นแหละ แต่การรับกระทบนั้นไม่ยอมรับทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ดังแต่ก่อน รับเพียงหกสิบ เจ็ดสิบ แปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ความกระทบกระเทือนจึงได้ลดลงมาก ทำให้มีความสุขยิ่งกว่าแต่ก่อน อารมณ์ที่เคยคิดมากกลัดกลุ้มกระวนกระวายนอนไม่หลับก็มีน้อยกว่าแต่ก่อน
ตัวอย่างเช่น นาย ก. อยู่ในครอบครัวที่มีเสียงอันรบกวนต่อโสตประสาท เป็นเสียงบ่นเสียงว่ากล่าวซึ่งเป็นอัปมงคลอยู่มิได้เว้นวัน และบางวันก็หลายครั้งหลายหน นาย ก. ก็จะทุกข์ก็จะเดือดร้อนใจ บางคราวกลัดกลุ้มจนถึงขนาดดูตำรับตำราไม่ไหว นอนหลับก็ไม่สนิท บางทีถึงกับต้องหนีออกจากบ้านไป ในเรื่องนี้พยายามปัดเป่าอย่างไรก็ไม่ได้ผล เพราะผู้ก่อกวนนั้นเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ จะหนีไปเสียก็ไม่ได้ เหตุการณ์เช่นนี้อาจเป็นอยู่หลายปี
ถ้า นาย ก. ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาเข้าใจดี ก็จะอดทนต่อเสียงบ่นเสียงด่าว่ากล่าว หรือแม้เสียงอื่นๆได้ดีกว่า กระทบกระเทือนใจน้อยกว่า ความเดือดร้อน ความกลัดกลุ้มใจก็ไม่มากเท่าเดิม ทั้งนี้ก็เพราะรู้วิธีจะแก้ไข และผู้ศึกษาย่อมได้เหตุผลว่า ที่ตนได้รับความกระทบกระเทือนใจนั้นมาจากกรรมในอดีตที่ตนได้ทำเอาไว้อย่างไรรวมอยู่ด้วยมิใช่น้อย ทั้งนี้มิใช่เป็นการคิดคะเนเอา โดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:13:36 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 4
คนที่เชื่อเรื่องการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผลของกรรมดีหรือไม่ดีย่อมจะมาให้ผลได้ ดังนั้นจึงคิดว่า ที่ตนได้รับความสุขหรือทุกข์อยู่อย่างนี้ เป็นผลกรรมที่ตนได้ทำมาแล้วแต่อดีตตามมาให้ผล ดังนั้น จึงได้ยินคนเป็นอันมากพากันพูดว่า "กรรมของเราเอง"
อย่างไรก็ดี ความคิดที่ว่า "เป็นกรรมของเราเอง" นี้ ก็นับว่ามีผลบ้างเหมือนกัน เพราะช่วยให้ความทุกข์ความเร่าร้อนลดลงไปบ้าง แต่ก็คงจะได้เล็กน้อยเหลือเกิน ด้วยเป็นการคิดนึกเอาเอง ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ไม่เหมือนกับผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาเข้าใจดี ย่อมจะมีความหนักแน่นในเรื่องกรรม รู้ได้อย่างแน่นอนทีเดียวว่า กรรมนั้นสามารถมาให้ผลได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การกระทบอารมณ์จึงไม่มาก ดังนั้น ความร้อนอกร้อนใจจึงได้น้อยลง แล้วความสุขความเยือกเย็นใจจึงได้มากขึ้น
บางคนเกิดความทุกข์ขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงในฐานะความเป็นอยู่ของตน เพราะมีเงินเดือนน้อยแต่มีบุตรชายหญิงที่จะต้องเลี้ยงดูรับผิดชอบหลายคน บุตรเหล่านั้นยังไม่เติบโตพอที่จะช่วยตนเองได้ จึงคิดเห็นห่วงกังวลอยู่ทุกๆวัน ในเวลากลางคืนควรจะได้พักผ่อนหลับนอนให้เต็มที่ ก็นอนไม่ค่อยหลับ และหลับๆ ตื่นๆ มีความสะดุ้งใจหวั่นไหวอยู่เนืองนิจ ด้วยห่วงว่าเมื่อยากจนขัดสน ที่ไหนจะมีเงินทองส่งเสียลูกให้ได้เล่าเรียนมีความรู้สูงๆได้ ต่อไปลูกๆคงจะพากันอดอยากเดือดร้อน บางทีก็จะไปเป็นทาสของคนอื่น หรือไปทำทุจริตจนติดคุกติดตาราง
ความครุ่นคิดเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะมีเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีเฉพาะหน้ามากระทบอยู่ตลอดเวลาจนเป็นเหตุให้สุขภาพทรุดโทรม ต้องเจ็บป่วยออดแอดก็เพราะความกังวลใจที่อดคิดไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลประสาทก็หลายครั้งแต่ก็ไม่หาย จึงเสมือนหนึ่งตกนรกทางใจภายในเมืองมนุษย์ท่ามกลางวัตดุ ซึ่งได้แก่ตึกรามบ้านช่องระฟ้าสูงตระหง่านท่ามกลางสิ่งบำเรอความสุขความสะดวกสบาย อันได้มาจากฝีมือของนักวิทยาศาตร์และวิศวอุตสาหกร และท่ามกลางวัดวาอารามที่สวยงามตระการตา รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้ามากมาย
แต่บัดนี้เหตุการณ์ที่ก่อความเร่าร้อนเหล่านั้นก็ยังมิได้ลดน้อยลงไปกว่าเดิม รายได้ไม่ค่อยจะสมดุลก็ยังคงอยู่อย่างเก่า แต่ความทุกข์ความเดือดร้อนกลับน้อยลงไปมาก ความครุ่นคิดกังวลจนนอนไม่หลับก็ไม่ค่อยมี ทั้งนี้ก็เพราะได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกจนพอจะเข้าใจอยู่บ้าง จึงได้จัดระบบชีวิตเสียใหม่ ความดิ้นรนทะยานอยากอันรุนแรงที่แล้วมา ปรากฏว่าได้ลดลงไปโดยอัตโนมัติไปตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งมาศึกษาได้เหตุผลข้อเท็จจริงในเรื่องของกรรม รู้แน่นอนว่ากรรมดีกรรมชั่วนั้นมาให้ผลได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลี้ยงดูบุตรภรรยาเท่าที่มีกำลังความสามารถ เมื่อจะทำอะไรก็ตั้งใจทำอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงผลที่จะได้ให้น้อยลงไป เพราะไม่มีใครดลบันดาลได้ ไม่มีใครทำอะไรได้ผลไปตามใจตัวทุกอย่าง ไม่มีใครหนีกรรมได้พ้นไปจริงๆ แม้บุตรทุกคนต่างก็มีกรรมที่เขาได้ทำเอาไว้มาให้ผล เขาจึงต้องมาเกิดในที่ลำบาก เลือกเกิดเองไม่ได้ ถ้าในอนาคนกรรมของเขาดีแล้ว เขาก็จะมีความเป็นอยู่หรือเป็นไปดียิ่งกว่าบิดามารดาหลายเท่าก็ได้ ตัวอย่างก็มีอยู่ดาษอื่น โดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:13:56 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนเข้าใจในเหตุผลของชีวิตมากขึ้น จิตใจก็เยือกเย็นสุขุมมากขึ้น การประกอบภารกิจก็บังเกิดผลเป็นเงาตามตัว ความกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานก็เบาบาง มีผู้ที่มารับสารภาพกับผมในเรื่องที่คล้ายๆกันนี้กับผมหลายท่าน แล้วก็กล่าวว่าดีกว่าสอนศีลธรรมตั้งพันเท่า เพราะสอนศีลธรรมไปแล้วไม่ประกอบด้วยเหตุผล คนไม่ค่อยทำตาม แต่การเรียนเรื่องชีวิตจริงๆ เช่นนี้มันจะค่อยๆ ทำของมันไปเองทีละน้อยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ
ตัวอย่างในการสอนศีลธรรม เช่นสอนว่า อย่าฆ่าสัตว์จะเป็นบาป เพราะสัตว์นั้นก็มีชีวิต มีความเจ็บปวดและกลัวความตายเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน ถ้าเราไปทำเข้าก็จะทำให้จิตเศร้าหมอง เพราะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ในพระอภิธรรมสอนว่า ในขณะฆ่าสัตว์นั้นจิตทำงานกันอย่างไร มีเหตุอะไรเข้าประกอบเท่าไร บาปและบุญนั้นเก็บเอาไว้ที่ไหน ผลของบาปบุญที่แสดงออกมาในชาตินี้ชาติหน้านั้นจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด เหล่านี้เป็นต้น ผู้ศึกษาจะค่อยๆเข้าใจได้ข้อเท็จจริงไปทีละน้อยๆ จนมีความมั่นใจ ดังนั้น เมื่อเวลาเกิดทุกข์ร้อนขึ้นมาจึงไม่พร่ำพูดแต่ว่า "กรรมของเราเองๆ" โดยมิได้มีเข้าใจ โดยมิได้มีความมั่นใจ
โดย ศาลาธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 09:14:20 น.] ( IP = 125.26.43.106 : : )
สลักธรรม 6
ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมมากมายยิ่งนัก ...สมดังที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้จริงๆ
ดังนั้น ควรจะเริ่มเรียนเสียด้วยตนเอง เมื่อนั้นแหละ ก็จะได้คำตอบ และคำถามที่ในใจตนเองมีมากมายนั้นก็จะค่อยๆลดลงเอง
กราบขอบพระคุณ..คุณศาลาธรรมเป็นอย่างมากค่ะ....อนุโมทนาค่ะ
"ครูมีบุญคุณ จะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า"
โดย พี่ดา [14 ธ.ค. 2550 , 09:47:09 น.] ( IP = 124.121.174.221 : : )
สลักธรรม 7มารับประโยชน์จากคำบอกของท่านอาจารย์อีกครับ เพื่อย้ำเส้นทางเดินที่ตนเองเลือกไว้ เพื่อไปสนับสนุนศรัทธาที่มีอยู่ให้มั่นคงยิ่งๆขึ้นครับ
และก็เห็นจริงตามที่ท่านอาจารย์กล่าวครับว่า ความเร่าร้อนในชีวิตน้อยลงจริงๆครับ และมีการระงับยับยั้งจิตใจได้ดีขึ้นมากๆเลยครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับในความเมตตากรุณาธรรมเสมอมาครับผมโดย เทพธรรม [14 ธ.ค. 2550 , 11:14:26 น.] ( IP = 58.9.140.14 : : )
สลักธรรม 8เป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสศึกษาพระอภิธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษามากๆ ค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น (เซิ่น) [14 ธ.ค. 2550 , 16:01:12 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |