| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๖)
![]()
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๖)
ตอนที่ผ่านมา
ถาม จิตมีลักษณะอย่างไร
ตอบจิตนั้นเป็นปรมัตถธรรม ดังนั้น จึงมีลักษณะ ๒ ประการ คือ ก. สามัญลักษณะ ข. วิเสสลักษณะ
ก. สามัญลักษณะ ได้แก่ธรรมชาติที่มีประจำตัวโดยทั่วไป หรือเป็นธรรมชาติที่มีประจำตัวธรรมดาๆ ๓ ประการ คือ อนิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ อนัตตลักษณะ
ธรรมชาติของสรรพสิ่งทั้งหลายย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผู้ใดจะศึกษาเข้าใจหรือไม่ ไม่ว่าใครจะเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นสสารหรือเป็นพลังงานในวิชาวิทยาศาสตร์ และไม่ว่าเรื่องจิตใจที่กล่าวในพระพุทธศาสนาก็ตาม
พุทธศาสนิกชนคนไทยส่วนมากไม่ค่อยได้ศึกษาพระอภิธรรม ย่อมจะมีความเข้าใจผิดคิดว่า จิตใจนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์ เมื่อคนเราได้ตายลง จิตใจหาได้แตกดับหรือได้ตายไปอย่างใดไม่ หากแต่จะล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ตามบุญตามบาปที่ได้กระทำเอาไว้ในอดีต บางท่านเชื่อถือเรื่องเช่นนี้เสียจริงๆจังๆ แม้เวลาจะได้ล่วงเลยมานานก็ไม่เปลี่ยนแปลง ความเข้าใจดังนี้เป็นความเข้าใจตามลัทธิของพราหมณ์บางลัทธิ หาใช่พระพุทธศาสนาไม่
เรื่องของจิตใจนั้น ในพระพุทธศาสนาก็ย่อมต้องอาศัยเหตุเป็นแดนเกิด และย่อมอยู่ภายใต้กฎของธรรมชาติ ไม่มีใครจะบังคับหรือเสกสรรให้เป็นไปตามใจได้
โดย ศาลาธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 09:42:23 น.] ( IP = 125.26.38.23 : : )
สลักธรรม 1
กฏเกณฑ์ของธรรมชาติที่เรียกว่า สามัญลักษณะมี ๓ ประการ คือ
๑. อนิจจลักษณะ คือ ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในวินาทีหนึ่งมีความเกิดดับสีบต่อกันไปมากมาย จึงได้ชื่อว่าไม่เที่ยง
๒. ทุกขลักษณะ หมายถึงความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ มีการเสื่อมหรือสลายตัวอยู่ตลอดเวลา เราจะหาความสุขจากความไม่เที่ยงก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นทุกข์
๓. อนิจจลักษณะ เป็นแต่เพียงปรากฏการณ์ของธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาด้วยอาศัยเหตุปัจจัย แล้วก็ดับลงไปเพราะหมดเหตุปัจจัย ดังนั้นจิตจึงไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่สิ่งของอะไรเลย ทั้งใครจะบังคับบัญชาให้เป็นไปตามใจชอบก็ไม่ได้ด้วย จึงได้ชื่อว่าเป็นอนัตตา โดย ศาลาธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 09:42:50 น.] ( IP = 125.26.38.23 : : )
สลักธรรม 2
มีหลายท่านแสดงถึงเรื่องอนัตตาว่า ไม่มีตัวไม่มีตน เป็นสิ่งว่างเปล่า หรือบางท่านก็แสดงว่า สิ่งทั้งหลายมาจากความว่าง ซึ่งหมายถึงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายเมื่อแยกย่อยออกไปจนถึงที่สุดแล้ว สิ่งนั้นก็จะไม่มีอะไร เป็นความว่างแท้ๆ
ความเข้าใจดังกล่าวนี้ยังไม่ถูกต้องตามสภาวธรรม เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเป็นอนิจจัง เมื่อมีความไม่เที่ยงแล้วมันก็จะต้องมี "สิ่ง" อันจะเป็นตัวรองรับความไม่เที่ยงนั้นถ้าไม่มีอะไรเสียเลยแล้ว จะเอาอะไรมาไม่เที่ยงเล่า และถ้าไม่มีอะไร มีแต่ความว่างเปล่าเสียแล้ว ใครเล่าจะเป็นทุกข์
ความมุ่งหมายในเรื่องอนัตตานี้ ก็เพื่อจะให้ท่านผู้ศึกษาเข้าใจว่า จิตใจก็ดี รูปซึ่งได้แก่สสารหรือพลังงานก็ดี มันไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ และไม่ใช่สิ่งของอะไรเลย ทั้งจะบังคับมันให้เป็นไปตามใจชอบไม่ให้เปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้ด้วยเท่านั้น
สิ่งใดที่ไม่เที่ยง สิ่งนั้นย่อมเป็นทุกข์ และสิ่งใดที่เป็นทุกข์ สิ่งนั้นก็บังคับบัญชาไม่ได้ ทั้ง ๓ ประการนี้เกิดขึ้นอยู่กับสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก และเกิดขึ้นทั้ง ๓ ประการด้วยกัน มิใช่เกิดประการหนึ่งหรือสองประการ
โดย ศาลาธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 09:43:11 น.] ( IP = 125.26.38.23 : : )
สลักธรรม 3
ข. วิเสสลักษณะ ได้แก่ลักษณะพิเศษที่ประจำตัว เฉพาะปรมัตถธรรมแต่ละอย่าง หมายถึงแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน วิเสสลักษณะมี ๔ ประการ คือ
ลักษณะ ได้แก่เครื่องหมาย เครื่องแสดง หรือคุณภาพ ที่มีอยู่ประจำตัวของธรรมชาตินั้นๆ เช่นไฟมีความร้อนประจำตัวเป็นลักษณะ
รส ได้แก่หน้าที่ หรือการงานที่ธรรมชาตินั้นๆ เป็นไป แบ่งเป็นกิจจรส และสัมปัตติรส เช่น
กิจจรส ความร้อนของไฟฟ้าทำให้สิ่งต่างๆถูกเผาไหม้หรือสุก
สัมปัตติรส แสงของไฟฟ้าทำให้เกิดแสงสว่าง
ปัจจุปัฏฐาน ได้แก่ผลที่เกิดจากรส หรืออาการที่ปรากฏที่เกิดขึ้นจากที่ได้ทำกิจนั้นๆ ไปแล้ว
ปทัฏฐาน ได้แก่เหตุใหล้ที่ก่อให้ธรรมนั้นๆ เกิดขึ้นมา
ทั้งหมดเหล่านี้เราเรียกว่า ลักขณาทิจตุกะ อันหมายถึงธรรมที่มีองค์ ๔ คือ ลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน ปทัฏฐาน โดย ศาลาธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 09:43:31 น.] ( IP = 125.26.38.23 : : )
สลักธรรม 4
ตามที่ผมได้กล่าวมานี้ ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า จิตปรมัตถธรรมนั้น มีสภาพหรือลักษณะทั้ง ๒ ประการคือ สามัญลักษณะ และวิเสสลักษณะ
สามัญลักษณะของจิต คือ
อนิจจํ ความไม่เที่ยง ต้องเปลี่ยนแปลงไปมา
ทุกขํ ความทนอยู่ไม่ได้ ต้องเกิดดับอยู่เสมอ
อนตฺตา ความไม่ใช่ตัวตน บังคับไม่ให้เกิดดับ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไม่ได้
วิเสสลักษณะหรือลักขณาทิจตุกะของจิต คือ
วิชฺชานน ลกฺขณํ มีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ
ปุพฺพงฺคม รสํ เป็นประธานในธรรมทั้งปวงเป็นกิจ
สนฺธาน ปจฺจุปฏฺฐานํ มีการเกิดขึ้นต่อๆกันไป เป็นอาการปรากฏ
นามรูป ปทฏฺฐานํ มีนามรูป เป็นเหตุใกล้ให้เกิด
โดย ศาลาธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 09:43:52 น.] ( IP = 125.26.38.23 : : )
สลักธรรม 5
แต่ละครั้งที่อ่านถาม-ตอบ ก็รู้สึกว่ากำลังเรียนถามท่านอาจารย์บุญมีโดยตรง
กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์ค่ะ
และต้องกราบขอบพระคุณคุณศาลาธรรมเป็นอย่างมากที่สละเวลานำมาให้ได้อ่านเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [17 ธ.ค. 2550 , 11:13:05 น.] ( IP = 124.121.176.202 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์
โดย คนธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 12:37:17 น.] ( IP = 58.8.135.94 : : )
สลักธรรม 7ตอนอ่านมีความสุขมากแต่บางครั้งก็ท้อกับปัญหาที่เกิดขึ้นค่ะแต่ก็จะสลัดออกได้ค่ะก็คงจะยึดคติของ ท่านจันทร์ที่บอกว่าโลกมีไว้ให้เยียบโลกไม่ใช่มีเอาแบกค่ะก็ปลงมาได้นิดหนึ่ง
โดย คนธรรม [17 ธ.ค. 2550 , 12:45:25 น.] ( IP = 58.8.135.94 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |