มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ครั้งหนึ่ง... ณ ห้องตรึงกิเลส




ครั้งหนึ่ง... ณ ห้องตรึงกิเลส

“วันคืนล่วงไป ... เราทำอะไรอยู่...”
สิ่งที่จะปรากฏขึ้นบนแผ่นกระดาษที่ว่างเปล่าต่อไปนี้ คือประสบการณ์อันสุดแสนจะ ประทับใจของฉันที่เพิ่งจะล่วงเลยมาได้ไม่ถึงหนึ่งวัน

... ไม่ใช่การผจญภัยในดินแดนลี้ลับ... ไม่ใช่การเสาะแสวงหาทรัพย์สมบัติล้ำค่า และ ... ไม่ใช่การค้นพบสิ่งประดิษฐ์ที่หวือหวาท้าทาย

สิ่งแปลกใหม่ที่ฉันไม่เคยได้จากที่ไหนนั้นเกิดขึ้น ณ ห้องแคบๆเล็กๆห้องหนึ่งที่ไม่มี สมบัติอะไรที่จำเป็นมากไปกว่าโต๊ะกินข้าว โต๊ะวางของเล็กๆและเตียงเหล็กอีกหนึ่งตัว

... จากก้าวแรกที่เข้าไปเหยียบย่าง กลายมาเป็นความรู้สึกต่างๆหลายร้อยพันชนิด... จากความสุขที่เคยยึดติด กลายมาเป็นการประจักษ์ในความจริงของชีวิตด้วยศรัทธา และ ... จากการได้เรียนรู้ด้วยปัญญา ทำให้การอยู่คนเดียวเงียบๆคุ้มค่าด้วยสัจธรรม

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 07:56:37 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การเรียนรู้ชีวิตจากความคิดของตนเองนั้น ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกแรกในชีวิตที่ไม่เคยคิด ได้จากที่ใดมาก่อน และจนบัดนี้ ... ร่องรอยแห่งความรู้สึกนั้นก็ยังหลงเหลือติดค้างอยู่ในห้วงหัวใจ หากแม้นจะย้อนกลับไปนึกอีกเมื่อไร ฉันก็ยังคงจำได้ไม่ลืม ... และก็คงจะไม่มีวันลืมด้วย ถึงแม้ว่าความรุนแรงแห่งการกระทบนั้นจะไม่เท่ากับช่วงสี่วันที่ผ่านมาก็ตามที

ชีวิตของคนเราจะมีอะไรมากเกินไปกว่าทุกช์ ... แต่ละวันที่ผ่านไปในห้องปฏิบัติยิ่งทำให้ ฉันได้เห็นความทุกข์จากการเกิดมากขึ้นทุกทีๆ สำหรับฉันแล้ว การเข้าปฏิบัติมิได้จัดว่าเป็นความ สนุกหรือความสบายแต่อย่างใดเลย ตรงกันข้ามมันกลับเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสที่ฉันต้อง เผชิญ ฉันจำต้องพยายามข่มใจเอาชนะกิเลสของตัวเองมากมายหลายอย่าง จากชีวิตที่เคยคลุกเคล้าอยู่ในกระแสของกิเลสจนชำนาญ ฉันกลับต้องประคับประคองตัวเองด้วยสายธารแห่งศรัทธาให้มั่นคงอยู่ในกรอบของกฏเกณฑ์ ที่ฉันเป็นผู้ยินยอมพร้อมรับมาเองอย่างเต็มใจ



เวลาในแต่ละนาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เหมือนกับที่หลวงพ่อบอกเอาไว้ไม่ มีผิด ... ห้าวันเหมือนห้าสิบปี ฉันรู้สึกแปลกใจกับชีวิตของตนเองเหลือเกิน ตลอดเวลาที่ผ่านไปฉัน มัวทำอะไรอยู่ ทำไมฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเวลาหนึ่งวันมันนานเหลือเกิน วันเวลาแต่ละวันที่ผ่านไปคงจะหมดไปพร้อมกับ “เครื่องพันธนาการกิเลส” ที่เหมือนกับน้ำตาล หวานที่เคลือบยาขม คอยล่อหลอกเชิญชวนและปิดบังไม่ให้ฉันเห็นความจริงกระมัง ชีวิตที่ถูก เคลือบด้วยสิ่งจอมปลอมทำให้ฉันต้องเป็นทุกข์อยู่กับการเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:01:46 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 2



ณ ห้องเล็กๆแห่งนี้ดูจะมีพลังอำนาจมากมายเหลือเกิน มันทำให้ฉันได้ประจักษ์กับสิ่งที่ หลวงพ่อพร่ำสอนได้อย่างไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และสายตาที่มีแต่ความ จริงใจของท่าน ได้ผ่านเข้ามาสู่ห้วงแห่งความคิดคำนึงของฉันทีละน้อยๆ จากที่เคยยอมรับด้วยการ ฟังผ่านหู ฉันได้เริ่มประจักษ์ในธรรมะเหล่านั้นด้วยตัวเอง บทเรียนอันล้ำค่าที่สุดเกิดจากประโยค ที่ว่า “ทุกข์ใดๆจะเสมอด้วยการเกิดเป็นไม่มี” นับตั้งแต่เกิดมา ฉันก็เพิ่งจะรู้สึกว่าการเกิดนั้นเป็น ทุกข์จริงๆก็คราวนี้เอง จากการมีชีวิตปะปนอยู่ในกองกิเลสทุกวันๆ ทำให้พฤติกรรมที่เป็นไปส่วน ใหญ่ของฉัน แสดงถึงความอยากเกิดโดยปริยายอย่างชัดเจน จะไม่อยากเกิดขึ้นมาบ้างก็แค่ตอนมี ปัญหาหรือมีเรื่องให้ต้องทุกข์ใจเท่านั้น

จากวันเวลาที่คุ้มค่าที่ผ่านไปอย่างช้าๆตลอดสัปดาห์ และจากการเรียนรู้ชีวิตด้วยชีวิต ทำให้ฉันเริ่มได้เข้าถึงและรู้จักแก่นแท้ของชีวิตตนเองมากขึ้น ฉันเริ่มได้เรียนรู้ว่าชีวิตที่น่าเบื่อ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร และเหตุใดหลวงพ่อเสือจึงพยายามเคี่ยวเข็ญและผลักดันให้พวกเราพ้นไปจากการเกิดโดยยอมแลกด้วยชีวิตของตัวท่านเอง

... อย่างที่กล่าวมาแล้ว ก็ด้วยการใช้ชีวิตอยู่โดยลำพังเป็นครั้งแรก ทำให้ฉันได้ค้นพบและเข้าใจอะไรหลายอย่าง

... มิใช่ว่าฉันไม่เคยอยู่คนเดียว... มิใช่ว่าฉันไม่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้างกับความคิดไร้สาระ แต่ครั้งนี้ ... เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีชีวิตอยู่ตามลำพังกับตัวตนของฉันจริงๆ... เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เป็นอิสระพ้นจากการเกี่ยวรัดของ “เครื่องอำนวยกิเลส”

คุณประโยชน์ที่ฉันได้รับจากการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในครั้งนี้มีมากมาย จนเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในด้านความรู้สึกนั้นมีคุณค่ามากมายเกินคำ อธิบายใดๆ ... ผู้ได้รับเท่านั้นที่พึงรู้ได้ด้วยตนเอง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:13:15 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 3

ความรู้สึกในวันนี้ของฉันคงจะมีเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจาก “หลวงพ่อเสือ” เพราะคำสอนของท่านจึงทำให้ฉันได้มองเห็นโลกในมุมใหม่ ... มุมที่ไกลจากการหลอกลวง นับจากวันนี้ไป ขอให้ความรู้สึกแห่งการระลึกได้นี้ จงอย่าได้เสื่อมหายไป ไม่ว่าฉันจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือต้องเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เพราะวิบากกรรมที่เคยกระทำมาก็ตามที ขอให้ฉันระลึกได้อยู่เสมอว่า ชีวิตนี้ล้วนมีแต่ความทุกข์ ความสุขที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วขณะนั้นเป็นเพียงสิ่งจอมปลอม

เราทุกคนต่างเกิดมาลำพัง อยู่ลำพังแล้วก็ไปลำพัง จะหาสิ่งใดเป็นแก่นสาร เที่ยงแท้นั้นไม่มีเลย หน้าที่เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำก็คือ ทำความดีและพยายามกำจัดกิเลสให้ หมดไปให้ได้ ขอให้ฉันได้มีชีวิตที่อยู่ด้วยความจริง และขอให้บทความนี้ช่วยเตือนสติให้แก่ฉันให้ ระลึกได้ในสิ่งที่ผ่านไปยามที่ฉันถูกกิเลสบดบังสายตา

ก่อนออกจากห้องปฏิบัติ ท่านอาจารย์วิชิตได้เมตตาให้บทประมวลธรรมชวนคิดกับ ฉันว่า “... จะเห็นได้ว่าเราอยู่คนเดียวกับความคิดจริงๆ ความคิดทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกข์ และทำให้เกิดเรื่องราวร้อยแปดพันประการ เรื่องต่างๆจะมีเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยหากปราศจากความ คิดที่เราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง เมื่อเราหยุดชีวิตลงได้ ความคิดก็จะไม่เกิดและทุกข์ก็จะไม่มี ขอให้ จำเอาไว้ว่า ทุกอย่างในห้องนี้คือ ความจริง แต่ทุกสิ่งที่เราเคยชินนั้นเป็นเพียง มายา ...”



จะด้วยอานุภาพของบุญบารมีจากภพชาติใดก็ตาม ที่ดลใจให้ฉันได้มีโอกาสมาแสวงหา สิ่งดีๆในชีวิตเช่นนี้ ขอให้อำนาจของบุญบารมีนั้นช่วยบันดลให้โอกาสนั้นอำนวยมาอีกครั้ง พร้อมทั้ง ทำให้ใจของฉันมีความแน่วแน่จะมาเข้าปฏิบัติเช่นนี้อีกในครั้งต่อๆไปด้วยเทอญ.

ชวาลิน เศวตนันทน์
ตุลาคม ๒๕๓๗

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:26:06 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 4

เป็นเวลาถึง ๑๓ ปีแล้วที่บทความนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมาหลังจากที่คุณชวาลิน หรือน้องโด่งของเราได้เขียนถึงความรู้สึกไว้หลังจากที่ได้เข้าห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานครั้งแรกของชีวิต

เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านดูแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะนำมาลงให้ท่านทั้งหลายได้อ่าน เพื่อจะเป็นแรงกระตุ้นใจให้เกิดศรัทธา ลองเดินทางตามเพื่อมาดูชีวิต มาค้นหาความจริงของตนเอง และเพื่อมาประจักษ์ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์กันเถิด

จากวัย ๑๘ ปีของน้องโด่ง วัยที่กำลังสดใส และพร้อมที่จะเรียนรู้ชีวิตต่างๆไปตามกระแสโลก แต่น้องโด่งก็ได้เลือกเส้นทางที่จะเรียนรู้ชีวิต โดยอาศัยหลักธรรมเป็นที่พึ่งเพื่อแสวงหานั้น จนได้รับรู้ถึงเรื่องราวความจริงของชีวิตดังที่ท่านทั้งหลายได้อ่านมานี้ นับว่าเป็นผู้มีโชคแห่งชีวิต ด้วยเพราะมีโอกาสเข้าไปเห็นสภาพชีวิตจริงๆนั่นเอง และจะเป็นปัจจัยอุดหนุนค้ำจุนให้ชีวิตที่จะมีต่อๆไป ไม่เดินหลงทางไป ถึงจะเพลิดเพลินไปกับกระแสแห่งกิเลสบ้างก็ไม่ไกลจากทางที่ควรดำเนินได้นั่นเอง

มาวันนี้ชีวิตของน้องโด่งผ่านวัยมาถึง ๓๑ ปีแล้ว และยังได้อาศัยศรัทธาที่ปลูกฝังลงในใจ ดำเนินชีวิตต่อมาอย่างดี มีทั้งการเรียนปริยัติศาสนาและปฏิบัติศาสนา ซึ่งเป็นธุระที่สำคัญยิ่งต่อชีวิตได้ตลอดมาเป็นอย่างดี

จึงขออนุโมทนาสาธุการในความเพียรชอบประกอบไปด้วยปัญญาของน้องโด่ง หรือ ดร.ชวาลิน เศวตนันทน์ ไว้ณ.ที่นี้ ขอความเจริญในธรรมที่ได้กระทำไว้แล้วนี้ จงเป็นพลวะปัจจัย อุดหนุนส่งเสริมให้น้องโด่ง ก้าวไปได้อย่างมั่นคงในเส้นทางที่ประกอบไปด้วยปัญญา และถึงซึ่งความหลุดพ้นคือพระนิพพานได้โดยเร็วเทอญ.

โดย เทพธรรม [20 ธ.ค. 2550 , 08:56:14 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านบทความของน้องโด่งแล้ว มีความรู้สึกได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตระหว่างการปฏิบัติธรรมของน้องโด่งนะคะ และเข้าใจถึงความรู้สึกเนินนานของเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที ด้วยเพราะการที่ต้องคอยควบคุ้มอารมณ์ (ความประพฤติ)ให้มีสติสังวรระวังยับยั้งไม่ให้กิเลสเข้ามาพัวพันนั่นเอง จึงทำให้ดูเหมือนเวลานั้นผ่านไปได้ยาก แต่น้องโด่งก็ผ่านเวลาเหล่านั้นมาได้สำเร็จ ขออนุโมทนาในกุศลอันมีกำลังที่น้องโด่งได้สร้างไว้แล้วด้วยนะคะ

มีรสเดียวเหนี่ยวใจให้เป็นสุข
สิ้นจากทุกข์กายใจไร้หมองศรี
คือรสธรรมแห่งองค์พุทธบดี
อมตสุขจึงมีหากถึงธรรม


และขอเป็นกำลังใจให้น้องโด่งสามารถเจริญในทางนี้ได้ต่อไปโดยปราศจากอุปสรรคทุกประการ และประผลคืออมตะสุขได้โดยเร็วชาตินะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [20 ธ.ค. 2550 , 09:19:33 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 6


การที่ได้เข้าไปรู้..ไปเห็น บางสิ่งบางอย่างด้วยตนเอง จนเกิดความเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ..เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายด้วยคำพูดให้ใครฟังจนเกิดความรู้ตามไปด้วยได้จริงๆ ก็เหมือนอย่างที่น้องโด่งกล่าวว่า พึงรู้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ผู้ที่ต้องการความรู้ชนิดนี้จึงต้องลงมือพิสูจน์ด้วยตนเองเท่านั้น

อ่านแล้วก็ขออนุโมทนาและชื่นชมในการเลือกทางเดินแห่งชีวิตของน้องโด่งที่เข้ามาทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์แก่ชีวิต และปรารถนาที่จะกระทำให้มากยิ่งขึ้น แม้โอกาสจะไม่อำนวยเนื่องด้วยภารกิจต่างๆ แต่เจตนาที่จะปฏิบัติธรรมก็ยังคงมีอยู่เสมอมาจนกระทั่งบัดนี้

เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความมีเป้าหมายของชีวิตแล้ว คิดว่าการกระทำเช่นนี้ของน้องโด่งยังนำพาความสบายใจมาสู่ครูบาอาจารย์ทุกท่านได้เหนือกว่าการตอบแทนชนิดใด

และขออนุโมทนากับทุกท่านที่เพียรพยายามดำเนินชีวิตเพื่อความพ้นทุกข์ตามแนวทางแห่งสติปัฏฐานด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2550 , 09:23:37 น.] ( IP = 125.26.38.94 : : )


  สลักธรรม 7


อ่านแล้วก็รู้สึกยินดี และ น่าทึ่งมากค่ะกับวัยเพียง ๑๘ ปีแต่สามารถแยกแยะและเขียนความรู้สึกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้เช่นนี้ ....ขออนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [20 ธ.ค. 2550 , 09:44:27 น.] ( IP = 124.121.175.26 : : )


  สลักธรรม 8



อ่านด้วยความชื่นชมโสมนัส ที่เด็กหญิงตัวน้อยๆคนหนึ่งที่เคยได้เห็นมาก่อน ได้ประสบผลสำเร็จของชีวิต ที่เป็นความปรารถนาของทุกๆคน แม้จะยังไม่ถึงเส้นชัย แต่นั่นก็ได้ออกวิ่งแล้ว ซึ่งต่างจากผู้ที่นั่งมอง …นี่เพียงแค่การเริ่มต้นเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว ตอนอายุ ๑๘ ปี

เด็กคนนั้น...บัดนี้ อายุ ๓๑ ปี เป็นด็อกเตอร์ก็ยังไม่ละทิ้งการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจยิ่งนัก ยิ่งเมื่อได้ฟังความรู้สึกจากการที่ได้เข้าปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการยืนยันคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า ยิ่งเดิน ยิ่งไกลไม่มีในโลก นับเป็นตัวอย่าง(ของผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อ และครูบาอาจารย์)ให้กับพวกเราทุกๆคน

ชอบมากกับคำของอาจารย์ที่ว่า ทุกอย่างในห้อง(ปฏิบัติ)นี้คือ ความจริง แต่ทุกสิ่งที่เราเคยชินนั้นเป็นเพียง มายา ...

อยู่ที่ว่าเราต้องการความจริง หรือยังต้องการสิ่งที่เป็นมายา !

ขออนุโมทนากับ น้องโด่ง ดร.ชวาลิน เศวตนันทน์
และกราบขอบพระคุณ ท่านเทพธรรม ที่นำเรื่องดีๆ มากระตุ้นเตือนใจให้เราทบทวนเป้าหมายของชีวิตกันอีกครั้ง


โดย วยุรี [20 ธ.ค. 2550 , 12:32:42 น.] ( IP = 58.9.92.99 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนากับน้องโด่งด้วยค่ะ ที่ได้มีโอกาสเข้าปฏิบัติวิปัสสนาตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี แม้เหตุการณ์นั้นจะล่วงเลยผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังแบ่งเวลาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับชีวิตทั้งการศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม

กราบขอบพระคุณทั้งผู้สร้างและผู้สานต่อ ทำให้ผู้ปฏิบัติได้มีสถานที่ที่เป็นสัปปายะในการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ธ.ค. 2550 , 17:14:29 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

ขออนุโมทนากับน้องโด่งด้วยนะคะ
รู้สึกชื่นชมกับการสั่งสมความดีของน้องโด่งที่ทำมาอย่างสมำเสมอ

และนึกไม่ถึงว่าบทความเหล่านี้จะถูกเขียนมาตั้งแต่ปี 37 นั่นทำให้เห็นน้องโด่งสร้างเหตุไว้อย่างน่าชื่นชม

ขออนุโมทนาอีกครั้งค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ธ.ค. 2550 , 17:37:43 น.] ( IP = 125.24.58.40 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org