| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ครั้งหนึ่ง... ณ ห้องตรึงกิเลส
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
การเรียนรู้ชีวิตจากความคิดของตนเองนั้น ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกแรกในชีวิตที่ไม่เคยคิด ได้จากที่ใดมาก่อน และจนบัดนี้ ... ร่องรอยแห่งความรู้สึกนั้นก็ยังหลงเหลือติดค้างอยู่ในห้วงหัวใจ หากแม้นจะย้อนกลับไปนึกอีกเมื่อไร ฉันก็ยังคงจำได้ไม่ลืม ... และก็คงจะไม่มีวันลืมด้วย ถึงแม้ว่าความรุนแรงแห่งการกระทบนั้นจะไม่เท่ากับช่วงสี่วันที่ผ่านมาก็ตามที
ชีวิตของคนเราจะมีอะไรมากเกินไปกว่าทุกช์ ... แต่ละวันที่ผ่านไปในห้องปฏิบัติยิ่งทำให้ ฉันได้เห็นความทุกข์จากการเกิดมากขึ้นทุกทีๆ สำหรับฉันแล้ว การเข้าปฏิบัติมิได้จัดว่าเป็นความ สนุกหรือความสบายแต่อย่างใดเลย ตรงกันข้ามมันกลับเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสที่ฉันต้อง เผชิญ ฉันจำต้องพยายามข่มใจเอาชนะกิเลสของตัวเองมากมายหลายอย่าง จากชีวิตที่เคยคลุกเคล้าอยู่ในกระแสของกิเลสจนชำนาญ ฉันกลับต้องประคับประคองตัวเองด้วยสายธารแห่งศรัทธาให้มั่นคงอยู่ในกรอบของกฏเกณฑ์ ที่ฉันเป็นผู้ยินยอมพร้อมรับมาเองอย่างเต็มใจ
![]()
เวลาในแต่ละนาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เหมือนกับที่หลวงพ่อบอกเอาไว้ไม่ มีผิด ... ห้าวันเหมือนห้าสิบปี ฉันรู้สึกแปลกใจกับชีวิตของตนเองเหลือเกิน ตลอดเวลาที่ผ่านไปฉัน มัวทำอะไรอยู่ ทำไมฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเวลาหนึ่งวันมันนานเหลือเกิน วันเวลาแต่ละวันที่ผ่านไปคงจะหมดไปพร้อมกับ เครื่องพันธนาการกิเลส ที่เหมือนกับน้ำตาล หวานที่เคลือบยาขม คอยล่อหลอกเชิญชวนและปิดบังไม่ให้ฉันเห็นความจริงกระมัง ชีวิตที่ถูก เคลือบด้วยสิ่งจอมปลอมทำให้ฉันต้องเป็นทุกข์อยู่กับการเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้น โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:01:46 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )
สลักธรรม 2![]()
ณ ห้องเล็กๆแห่งนี้ดูจะมีพลังอำนาจมากมายเหลือเกิน มันทำให้ฉันได้ประจักษ์กับสิ่งที่ หลวงพ่อพร่ำสอนได้อย่างไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และสายตาที่มีแต่ความ จริงใจของท่าน ได้ผ่านเข้ามาสู่ห้วงแห่งความคิดคำนึงของฉันทีละน้อยๆ จากที่เคยยอมรับด้วยการ ฟังผ่านหู ฉันได้เริ่มประจักษ์ในธรรมะเหล่านั้นด้วยตัวเอง บทเรียนอันล้ำค่าที่สุดเกิดจากประโยค ที่ว่า ทุกข์ใดๆจะเสมอด้วยการเกิดเป็นไม่มี นับตั้งแต่เกิดมา ฉันก็เพิ่งจะรู้สึกว่าการเกิดนั้นเป็น ทุกข์จริงๆก็คราวนี้เอง จากการมีชีวิตปะปนอยู่ในกองกิเลสทุกวันๆ ทำให้พฤติกรรมที่เป็นไปส่วน ใหญ่ของฉัน แสดงถึงความอยากเกิดโดยปริยายอย่างชัดเจน จะไม่อยากเกิดขึ้นมาบ้างก็แค่ตอนมี ปัญหาหรือมีเรื่องให้ต้องทุกข์ใจเท่านั้น
จากวันเวลาที่คุ้มค่าที่ผ่านไปอย่างช้าๆตลอดสัปดาห์ และจากการเรียนรู้ชีวิตด้วยชีวิต ทำให้ฉันเริ่มได้เข้าถึงและรู้จักแก่นแท้ของชีวิตตนเองมากขึ้น ฉันเริ่มได้เรียนรู้ว่าชีวิตที่น่าเบื่อ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร และเหตุใดหลวงพ่อเสือจึงพยายามเคี่ยวเข็ญและผลักดันให้พวกเราพ้นไปจากการเกิดโดยยอมแลกด้วยชีวิตของตัวท่านเอง
... อย่างที่กล่าวมาแล้ว ก็ด้วยการใช้ชีวิตอยู่โดยลำพังเป็นครั้งแรก ทำให้ฉันได้ค้นพบและเข้าใจอะไรหลายอย่าง
... มิใช่ว่าฉันไม่เคยอยู่คนเดียว... มิใช่ว่าฉันไม่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้างกับความคิดไร้สาระ แต่ครั้งนี้ ... เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีชีวิตอยู่ตามลำพังกับตัวตนของฉันจริงๆ... เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เป็นอิสระพ้นจากการเกี่ยวรัดของ เครื่องอำนวยกิเลส
คุณประโยชน์ที่ฉันได้รับจากการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในครั้งนี้มีมากมาย จนเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในด้านความรู้สึกนั้นมีคุณค่ามากมายเกินคำ อธิบายใดๆ ... ผู้ได้รับเท่านั้นที่พึงรู้ได้ด้วยตนเอง
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:13:15 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )
สลักธรรม 3
ความรู้สึกในวันนี้ของฉันคงจะมีเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจาก หลวงพ่อเสือ เพราะคำสอนของท่านจึงทำให้ฉันได้มองเห็นโลกในมุมใหม่ ... มุมที่ไกลจากการหลอกลวง นับจากวันนี้ไป ขอให้ความรู้สึกแห่งการระลึกได้นี้ จงอย่าได้เสื่อมหายไป ไม่ว่าฉันจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือต้องเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เพราะวิบากกรรมที่เคยกระทำมาก็ตามที ขอให้ฉันระลึกได้อยู่เสมอว่า ชีวิตนี้ล้วนมีแต่ความทุกข์ ความสุขที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วขณะนั้นเป็นเพียงสิ่งจอมปลอม
เราทุกคนต่างเกิดมาลำพัง อยู่ลำพังแล้วก็ไปลำพัง จะหาสิ่งใดเป็นแก่นสาร เที่ยงแท้นั้นไม่มีเลย หน้าที่เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำก็คือ ทำความดีและพยายามกำจัดกิเลสให้ หมดไปให้ได้ ขอให้ฉันได้มีชีวิตที่อยู่ด้วยความจริง และขอให้บทความนี้ช่วยเตือนสติให้แก่ฉันให้ ระลึกได้ในสิ่งที่ผ่านไปยามที่ฉันถูกกิเลสบดบังสายตา
ก่อนออกจากห้องปฏิบัติ ท่านอาจารย์วิชิตได้เมตตาให้บทประมวลธรรมชวนคิดกับ ฉันว่า ... จะเห็นได้ว่าเราอยู่คนเดียวกับความคิดจริงๆ ความคิดทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกข์ และทำให้เกิดเรื่องราวร้อยแปดพันประการ เรื่องต่างๆจะมีเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยหากปราศจากความ คิดที่เราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง เมื่อเราหยุดชีวิตลงได้ ความคิดก็จะไม่เกิดและทุกข์ก็จะไม่มี ขอให้ จำเอาไว้ว่า ทุกอย่างในห้องนี้คือ ความจริง แต่ทุกสิ่งที่เราเคยชินนั้นเป็นเพียง มายา ...
![]()
จะด้วยอานุภาพของบุญบารมีจากภพชาติใดก็ตาม ที่ดลใจให้ฉันได้มีโอกาสมาแสวงหา สิ่งดีๆในชีวิตเช่นนี้ ขอให้อำนาจของบุญบารมีนั้นช่วยบันดลให้โอกาสนั้นอำนวยมาอีกครั้ง พร้อมทั้ง ทำให้ใจของฉันมีความแน่วแน่จะมาเข้าปฏิบัติเช่นนี้อีกในครั้งต่อๆไปด้วยเทอญ.
ชวาลิน เศวตนันทน์
ตุลาคม ๒๕๓๗
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2550 , 08:26:06 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )
สลักธรรม 4
เป็นเวลาถึง ๑๓ ปีแล้วที่บทความนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมาหลังจากที่คุณชวาลิน หรือน้องโด่งของเราได้เขียนถึงความรู้สึกไว้หลังจากที่ได้เข้าห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานครั้งแรกของชีวิต
เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านดูแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะนำมาลงให้ท่านทั้งหลายได้อ่าน เพื่อจะเป็นแรงกระตุ้นใจให้เกิดศรัทธา ลองเดินทางตามเพื่อมาดูชีวิต มาค้นหาความจริงของตนเอง และเพื่อมาประจักษ์ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์กันเถิด
จากวัย ๑๘ ปีของน้องโด่ง วัยที่กำลังสดใส และพร้อมที่จะเรียนรู้ชีวิตต่างๆไปตามกระแสโลก แต่น้องโด่งก็ได้เลือกเส้นทางที่จะเรียนรู้ชีวิต โดยอาศัยหลักธรรมเป็นที่พึ่งเพื่อแสวงหานั้น จนได้รับรู้ถึงเรื่องราวความจริงของชีวิตดังที่ท่านทั้งหลายได้อ่านมานี้ นับว่าเป็นผู้มีโชคแห่งชีวิต ด้วยเพราะมีโอกาสเข้าไปเห็นสภาพชีวิตจริงๆนั่นเอง และจะเป็นปัจจัยอุดหนุนค้ำจุนให้ชีวิตที่จะมีต่อๆไป ไม่เดินหลงทางไป ถึงจะเพลิดเพลินไปกับกระแสแห่งกิเลสบ้างก็ไม่ไกลจากทางที่ควรดำเนินได้นั่นเอง
มาวันนี้ชีวิตของน้องโด่งผ่านวัยมาถึง ๓๑ ปีแล้ว และยังได้อาศัยศรัทธาที่ปลูกฝังลงในใจ ดำเนินชีวิตต่อมาอย่างดี มีทั้งการเรียนปริยัติศาสนาและปฏิบัติศาสนา ซึ่งเป็นธุระที่สำคัญยิ่งต่อชีวิตได้ตลอดมาเป็นอย่างดี
จึงขออนุโมทนาสาธุการในความเพียรชอบประกอบไปด้วยปัญญาของน้องโด่ง หรือ ดร.ชวาลิน เศวตนันทน์ ไว้ณ.ที่นี้ ขอความเจริญในธรรมที่ได้กระทำไว้แล้วนี้ จงเป็นพลวะปัจจัย อุดหนุนส่งเสริมให้น้องโด่ง ก้าวไปได้อย่างมั่นคงในเส้นทางที่ประกอบไปด้วยปัญญา และถึงซึ่งความหลุดพ้นคือพระนิพพานได้โดยเร็วเทอญ.
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม [20 ธ.ค. 2550 , 08:56:14 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )
สลักธรรม 5อ่านบทความของน้องโด่งแล้ว มีความรู้สึกได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตระหว่างการปฏิบัติธรรมของน้องโด่งนะคะ และเข้าใจถึงความรู้สึกเนินนานของเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที ด้วยเพราะการที่ต้องคอยควบคุ้มอารมณ์ (ความประพฤติ)ให้มีสติสังวรระวังยับยั้งไม่ให้กิเลสเข้ามาพัวพันนั่นเอง จึงทำให้ดูเหมือนเวลานั้นผ่านไปได้ยาก แต่น้องโด่งก็ผ่านเวลาเหล่านั้นมาได้สำเร็จ ขออนุโมทนาในกุศลอันมีกำลังที่น้องโด่งได้สร้างไว้แล้วด้วยนะคะ
มีรสเดียวเหนี่ยวใจให้เป็นสุข
สิ้นจากทุกข์กายใจไร้หมองศรี
คือรสธรรมแห่งองค์พุทธบดี
อมตสุขจึงมีหากถึงธรรม
และขอเป็นกำลังใจให้น้องโด่งสามารถเจริญในทางนี้ได้ต่อไปโดยปราศจากอุปสรรคทุกประการ และประผลคืออมตะสุขได้โดยเร็วชาตินะคะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [20 ธ.ค. 2550 , 09:19:33 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )
สลักธรรม 6
การที่ได้เข้าไปรู้..ไปเห็น บางสิ่งบางอย่างด้วยตนเอง จนเกิดความเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ..เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายด้วยคำพูดให้ใครฟังจนเกิดความรู้ตามไปด้วยได้จริงๆ ก็เหมือนอย่างที่น้องโด่งกล่าวว่า พึงรู้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ผู้ที่ต้องการความรู้ชนิดนี้จึงต้องลงมือพิสูจน์ด้วยตนเองเท่านั้น
อ่านแล้วก็ขออนุโมทนาและชื่นชมในการเลือกทางเดินแห่งชีวิตของน้องโด่งที่เข้ามาทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์แก่ชีวิต และปรารถนาที่จะกระทำให้มากยิ่งขึ้น แม้โอกาสจะไม่อำนวยเนื่องด้วยภารกิจต่างๆ แต่เจตนาที่จะปฏิบัติธรรมก็ยังคงมีอยู่เสมอมาจนกระทั่งบัดนี้
เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความมีเป้าหมายของชีวิตแล้ว คิดว่าการกระทำเช่นนี้ของน้องโด่งยังนำพาความสบายใจมาสู่ครูบาอาจารย์ทุกท่านได้เหนือกว่าการตอบแทนชนิดใด
และขออนุโมทนากับทุกท่านที่เพียรพยายามดำเนินชีวิตเพื่อความพ้นทุกข์ตามแนวทางแห่งสติปัฏฐานด้วยค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2550 , 09:23:37 น.] ( IP = 125.26.38.94 : : )
สลักธรรม 7
อ่านแล้วก็รู้สึกยินดี และ น่าทึ่งมากค่ะกับวัยเพียง ๑๘ ปีแต่สามารถแยกแยะและเขียนความรู้สึกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้เช่นนี้ ....ขออนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [20 ธ.ค. 2550 , 09:44:27 น.] ( IP = 124.121.175.26 : : )
สลักธรรม 8
![]()
อ่านด้วยความชื่นชมโสมนัส ที่เด็กหญิงตัวน้อยๆคนหนึ่งที่เคยได้เห็นมาก่อน ได้ประสบผลสำเร็จของชีวิต ที่เป็นความปรารถนาของทุกๆคน แม้จะยังไม่ถึงเส้นชัย แต่นั่นก็ได้ออกวิ่งแล้ว ซึ่งต่างจากผู้ที่นั่งมอง นี่เพียงแค่การเริ่มต้นเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว ตอนอายุ ๑๘ ปี
เด็กคนนั้น...บัดนี้ อายุ ๓๑ ปี เป็นด็อกเตอร์ก็ยังไม่ละทิ้งการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจยิ่งนัก ยิ่งเมื่อได้ฟังความรู้สึกจากการที่ได้เข้าปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการยืนยันคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า ยิ่งเดิน ยิ่งไกลไม่มีในโลก นับเป็นตัวอย่าง(ของผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อ และครูบาอาจารย์)ให้กับพวกเราทุกๆคน
ชอบมากกับคำของอาจารย์ที่ว่า ทุกอย่างในห้อง(ปฏิบัติ)นี้คือ ความจริง แต่ทุกสิ่งที่เราเคยชินนั้นเป็นเพียง มายา ...
อยู่ที่ว่าเราต้องการความจริง หรือยังต้องการสิ่งที่เป็นมายา !
ขออนุโมทนากับ น้องโด่ง ดร.ชวาลิน เศวตนันทน์
และกราบขอบพระคุณ ท่านเทพธรรม ที่นำเรื่องดีๆ มากระตุ้นเตือนใจให้เราทบทวนเป้าหมายของชีวิตกันอีกครั้ง
![]()
โดย วยุรี [20 ธ.ค. 2550 , 12:32:42 น.] ( IP = 58.9.92.99 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |