มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๑)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๑)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม อกุศลจิตคืออะไร?

ตอบ อกุศลจิต เป็นจิตที่ชั่วหรือเป็นบาป เกิดได้ง่ายมาก ทั้งเกิดได้บ่อยที่สุด เกิดอยู่ตามอารมณ์ต่างๆ ทางทวาร ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เกิดทางกิริยา วาจา ใจ เช่น เห็นรูปที่ดีก็ติดอกติดใจในรูป อันเป็นโลภะ ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นมงคลก็เกิดความไม่พอใจ อันเป็นโทสะ คิดเรื่องราวที่ไม่ได้ความ มีแต่ความฟุ้งซ่าน อันเป็นโมหะ หรือเรื่องตบตีกัน ด่าทอกัน และคิดนึกไปในหนทางที่มิชอบเป็นต้น ก็อยู่ในพวกเป็นอกุศลทั้งนั้น

โลภมูลจิตนั้นเป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยมีความโลภเป็นมูล เป็นจิตที่มีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เป็นจิตที่มีความกำหนัดยินดีต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้นจากทวารทั้ง ๖ ทวาร

ส่วนโทสมูลจิตนั้น เป็นจิตที่ไม่มีความพอใจในอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมา เป็นจิตที่มีเค้ามูลมาจากความไม่ชอบใจ กลุ้มใจ รำคาญ กลัว และเป็นจิตที่มีโทสะเป็นตัวนำ

และโมหมูลจิตนั้น เกิดขึ้นด้วยความโง่เขลาในสภาวธรรม มิได้มีความยินดีเหมือนจิตโลภะ และมิได้ยินร้ายหรือประทุษร้ายเหมือนจิตโทสะ เป็นจิตที่มีรากเหง้าเค้ามูลมาจากความหลงงมงาย มีโมหะเป็นตัวนำ

โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:50:43 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ถาม เพราะเหตุใด จึงต้องศึกษาเรื่องของอกุศลจิตเสียก่อน ?

ตอบ คำว่า อกุศลนั้น มาจากภาษาบาลีว่า น + กุสลา แปลว่าไม่ใช่กุศล หรือแปลว่าเป็นธรรมชาติที่ตรงกันข้ามกับกุศลธรรม คือความดี ดังนั้นจึงได้แก่ความชั่ว หรือธรรมที่ให้ผลเป็นทุกข์

กุสลํ อกุสลํ ( น สทฺโท ปฏิปกฺขโชตโก ปฏิเสธนตฺถวาจโก) ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ชื่อว่า อกุศล

ถ้าเราจะเดินทางไกล เราก็ควรจะต้องเตรียมตัวเสียให้พร้อม มิใช่ว่าจะเตรียมข้าวของเงินทองเพียงเท่านั้น หากแต่จะต้องรู้จักหนทางที่จะไป พร้อมทั้งเรียนรู้เสียให้ดีด้วยว่า อุปสรรคขัดขวางการเดินทางนั้นมีอะไรบ้าง หาไม่แล้วเราก็จะได้รับความลำบากและอาจไม่ถึงที่หมายปลายทางก็ได้

อย่างไรก็ดี การเดินทางไกลดังกล่าวนั้น เมื่อเอามาเปรียบกับการเดินทางไกลของชีวิตแล้ว ก็ย่อมจะแตกต่างกันมากทีเดียว ชีวิตที่ก้าวไปแต่ละก้าว ย่อมประสบอุปสรรคมาขัดขวางอยู่ตลอดทาง วนเวียนออกไปไม่ได้เสียเป็นเวลานาน หรือบางทีอาจตลอดชีวิตเลย หรือหลายชั่วชีวิตก็อาจเป็นได้

ศัตรูตัวร้ายของชีวิต ที่ทำให้ชีวิตและการเดินทางไม่ราบรื่นนั้นได้แก่อกุศลจิต คือ โลภะ โทสะ โมหะ นั่นเอง เพราะอกุศลทั้ง ๓ ตัวนี่แหละ ที่ทำให้เราตกอยู่ในความเศร้าหมองเร่าร้อน อกุศลทั้ง ๓ ตัวนี้ทีเดียว ที่ทำให้ชีวิตของเราอยู่ในห้วงอันตรายมิได้หยุดหย่อน

อะไรเป็นตัวการขวางกั้นทางเดินให้ต้องชักช้าเสียเวลา ให้ต้องวนเวียนอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า เราก็ควรจะรู้จักเสียก่อน ศัตรูใดที่จะก่ออันตรายระหว่างทางเราก็ควรจะได้รู้จักหน้าตาเอาไว้ และเตรียมการป้องกันอันตรายเสียแต่เนิ่นๆ อกุศลจิตก็เป็นศัตรูตัวสำคัญที่จะหันเหชีวิตไปสู่ทิศทางที่ไม่พึงปรารถนา

ดังนั้น ท่านจึงได้สอนให้เรารู้เสียตั้งแต่เริ่มศึกษา เริ่มที่จะเดินทางทีเดียว ให้รู้จักหน้าตาจะได้จำเอาไว้ จะได้ไม่ถลำตัวลงไปสู่ความหายนะได้โดยง่าย ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา การศึกษาเพื่อเข้าถึงเนื้อหาของจิตประเภทต่างๆ ท่านพระอนุรุทธาจารย์ จึงต้องเอาอกุศลจิตที่เป็นศัตรูตัวสำคัญมาให้เราได้รู้จักเสียก่อนจิตประเภทอื่นๆ

โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:51:15 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม โลภมูลจิต คืออะไร?

ตอบคำว่า โลภมูล แยกออกได้เป็น ๒ คือ โลภ + มูล

โลภะ แปลว่า ความอยากได้ ความติดใจในอารมณ์ต่างๆ จากทางทวารทั้ง ๖

มูละ แปลว่า เป็นราก เป็นฐาน เป็นเค้า

รวมทั้งหมดคำว่า โลภมูลจิตก็มีความหมายว่า ความอยากได้ ความยินดีติดใจอันเป็นเค้า เป็นมูล เป็นรากแก้ว ซึ่งได้แก่พื้นฐานของดวงจิตชนิดนี้ ที่มักจะมีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ และอารมณ์นั้นก่อให้เกิดความยินดี พอใจหรือรักใคร่ ดังที่ผมได้เคยอธิบายไปแล้วนั่นเอง

บุคคลส่วนมากมีความเข้าใจว่า ความโลภนั้นไม่ดี ไม่ควรปลูกฝังให้มีในตน จึงได้พากันอบรมสอนลูกสอนหลานต่อๆกันมาว่า อย่าโลภมาก หรือโลภมากลาภหาย ซึ่งความเข้าใจดังนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้อง แต่เป็นความเข้าใจที่ออกจะคับแคบมากไปสักหน่อยเท่านั้น เมื่อเอาหลักการจากสภาวธรรมเข้ามาวางเทียบเคียง เพราะตามหลักธรรมนั้นนอกจากความยินดีติดใจที่จะได้วัตถุสิ่งของต่างๆแล้ว ความยินดีติดใจในความเห็นที่ผิดๆของตน หรือความโอ่อวดยกตนก็จัดอยู่ในเรื่องโลภะได้

ใครๆก็พากันเข้าใจว่า ความโลภนั้นคือความอยากได้ทรัพย์สมบัติ แก้ว แหวน เงินทอง หรือข้าวของๆคนอื่นมาเป็นของตน ความเข้าใจดังนี้ก็ใช่ว่าจะผิด แต่ก็เป็นการถูกต้องที่ออกจะมีจำนวนน้อยเหลือเกิน ด้วยไปเจาะจงเอาแต่ที่เป็นทุจริตและเป็นของๆคนอื่นเท่านั้น เพราะความจริง แม้จะเป็นของๆตนเองที่ได้มาด้วยความสุจริตก็จริง แต่ตามหลักธรรมะแล้วก็หนีไม่พ้นโลภะไปได้

อย่างไรก็ดี สำหรับคำว่า ความโลภคืออะไร ก็ต้องทำความเข้าใจไม่ให้ผิดไปจากหลักของสภาวธรรมที่ได้วางเอาไว้ ประเด็นสำคัญอันเป็นเนื้อหาก็อยู่ที่ตรงนี้

โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:51:38 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : )


  สลักธรรม 3



ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ความอยากได้ ความติดใจในอารมณ์ต่างๆ นั้นเป็นโลภะ ดังนั้น เมื่อความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว แม้จะเป็นความยินดีในความคิดเห็น ยินดีในการโอ่อวดยกตัวถือว่าดี เก่งกว่าผู้อื่น และแม้ยินดีในทรัพย์สินของตนเองที่หามาได้โดยสุจริตก็รวมอยู่ในนี้

ปัญหาสำคัญก็ดูเหมือนจะอยู่ที่ว่า ความยินดีพอใจในสิ่งของๆตนเองนั้น ไม่สมควรที่จะจัดว่าเป็นโลภะซึ่งเป็นฝ่ายอกุศลเลย เพราะทุกๆคนก็จะต้องเป็นไปเหมือนๆกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีความยินดีแล้วจะมีชีวิตอยู่ไปได้อย่างไร และเมื่อมิได้ก่อความเสียหายอะไรให้แก่ใครแลย ก็ไม่ควรจะเป็นบาป

ธรรมดาของไฟนั้น ก็ย่อมจะต้องมีความร้อนเป็นธรรมดา ไฟที่ใช้หุงต้มอาหารถ้าเผาไหม้อะไรไม่ได้แล้ว จะขึ้นชื่อว่าไฟหรือ จะสำเร็จประโยชน์ขึ้นมาได้อย่างไร

ลงขึ้นชื่อว่าไฟแล้ว จะมีมากมีน้อยหรือมีน้อยที่สุดอย่างไรก็จะต้องร้อนทั้งนั้น หากแต่ว่าไฟมากก็ต้องร้อนมาก ไฟน้อยก็ต้องร้อนน้อย ในข้อนี้คงจะไม่มีใครแย้งว่า ไฟนั้นถึงจะน้อยที่สุดอย่างไร มันก็หนีไม่พ้นไปจากความร้อน คงจะไม่มีใครพูดว่ามันไม่ร้อนเลยเป็นแน่

ความโลภนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นไฟกองหนึ่งที่เผาตัวเองและคนอื่นได้ เมื่อความโลภเข้าครอบงำแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็จะถอยห่างออกไป ความเมตตากรุณาก็จะตั้งขึ้นไม่ได้ ด้วยอำนาจของความเห็นแก่ตัวอยากได้ฝังลึกอยู่ในใจคอยกระตุ้นอยู่เสมอ จึงทำให้ความสงบไม่มีช่องโอกาส ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นคนทั้งหลายต่อสู้ฟัดเหวี่ยงช่วงชิงผลประโยชน์กันอยู่ทั่วไป แล้วบางทีก็ถึงแก่ทำทุจริตขนาดหนักถึงฆ่าคนตาย เมื่อทนต่ออำนาจของความเร่าร้อนไม่ไหว

แม้ความยินดีพอใจจะเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของตนเองก็ตาม ถ้าท่านอยากจะอวดบ้านช่องที่ปลูกขึ้นมาใหม่ หรือจะโชว์รถยนต์คันใหม่ ท่านจะต้องเสียเงิน ถ้าท่านพอใจในรสอาหารของท่านเอง ท่านก็จะต้องซื้อหามา ต้องจ่ายทรัพย์ ถ้าชอบใจมาก็ต้องจ่ายมาก แต่ถ้าอาหารนั้นเกิดถูกปากเกิดชอบใจมากไปหน่อย ท่านก็จะต้องเดือดร้อนและหายาธาตุมากิน

แน่นอน! สิ่งทั้งหลายย่อมมีเล็กมีใหญ่ มีหนัก มีเบา กำลังอำนาจของเจตนาก็เหมือนกัน ย่อมจะมีกำลังมาก มีกำลังน้อย และมีกำลังน้อยที่สุด

โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:52:05 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : )


  สลักธรรม 4




ใครเล่าจะยืนยันว่าความร้อนน้อยที่สุดนั้นมันไม่ร้อนเลย ใครเล่าจะกล้าพูดว่า ความร้อนน้อยนั้นเผาไหม้อะไรไม่ได้ ดังนั้น ก็คงจะไม่มีใครยอมรับว่า ความโลภเล็กๆน้อยๆจะไม่เป็นอกุศล

ความจริงถ้าได้ทำความเข้าใจเสียสักหน่อยแล้ว ก็คงจะแก้ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเสียได้ คือการแสดงธรรมะขั้นนี้เป็นปรมัตถ์ อันเป็นเนื้อหาแท้ๆ ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติจริงๆ มิได้เป็นบทเรียนสอนศีลธรรมธรรมดาๆ ที่ยกเอาคำสั่งสอนและนิทานที่มีสัตว์ มีบุคคลมาวาง

ดังนั้น แม้อกุศลจะมีน้อยเท่าไรๆ ก็จำเป็นต้องแสดงออกมาให้ปรากฏ แล้วก็จะอธิบายไว้ด้วยว่า อกุศลเหล่านี้เป็นอกุศลเบ็ดเตล็ด เพราะมิได้เจือทุจริต กำลังแรงของเจตนานั้นน้อยและน้อยมาก ไม่สามารถมีกำลังเพียงพอในการผลักส่งให้สัตว์ไปปฏิสนธิได้ จะให้ผลในเวลาที่สัตว์ปฏิสนธิขึ้นมาแล้วเท่านั้น เช่น ทำให้ได้ในสิ่งที่ไม่ดีสมใจ ทำให้อารมณ์ไม่แจ่มใส เป็นต้น ซึ่งท่านจะได้ศึกษาเมื่อถึงบทที่ว่าด้วย อเหตุกจิต

ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆนั้น ในบางคราวมันจะฝังตัวเงียบสงบเหมือนน้ำทะเลที่ราบรื่นปราศจากพายุ พายุมันจะรวมตัวของมันขึ้นมาทีละน้อยๆ จนเกิดพายุใหญ่จนทำให้ทะเลเป็นบ้า ใครขวางหน้าก็จะถูกทำลาย แม้เรือลำใหญ่ๆ ก็ถูกพาขึ้นไปไว้บนบกได้ ในเรื่องของโลภะก็เหมือนกัน ความอยากได้บ้านหลังใหม่สักหลังหนึ่งที่เกาะกินใจวันละเล็กวันละน้อยทุกๆวัน ไม่ช้าไม่นานก็อาจตัดสินใจเอาจนได้ด้วยวิธีหนึ่ง เช่น ซื้อเงินผ่อน กู้หนี้ยืมสิน และคอร์รัปชั่น ซึ่งก็เป็นการแน่นอนทีเดียวว่าจะต้องได้รับความลำบาก

อำนาจของความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆนั้น เห็นตัวตนมันไม่ได้ แต่ก็แฝงหรือฝังอยู่ในดวงจิตอย่างแน่นอน สืบต่อกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ไม่ขาดสายเลย จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เป็นการฝึกฝนอบรมหรือปฏิบัติมาแล้วอย่างโชกโชนในอดีตอันไกล อำนาจนี้จึงเหมือนมรดกตกทอดมาเป็นชั้นๆให้แก่ทายาท คือตัวของผู้กระทำเองหลังจากชีวิตได้สิ้นสุดลงแล้ว

โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:52:27 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : )


  สลักธรรม 5




ถาม เพราะเหตุใดจึงแยกโลภจิตออกเป็น ๘ ประเภท ?

ตอบเพราะเหตุว่า ความโลภที่เกิดขึ้นนั้นมีความแตกต่างกันไป เช่น ความโลภที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเห็นผิด คิดว่าการขโมยนั้นไม่เป็นบาปอะไรเลย ถ้าไม่มีใครเขาจับได้แล้ว ตัวเองเป็นผู้ได้เงินทองข้าวของ ต้องจัดเป็นบุญต่างหาก หรือเชื่อว่าคนตายแล้วก็จมดินหรือเผาเป็นเถ้าถ่าน ผลบาปที่ทำไปนั้นตามไปไม่ได้อย่างแน่นอน กับความโลภที่เกิดขึ้นพร้อมกับความไม่เห็นผิด แม้จะเป็นขโมยเหมือนๆ กัน แต่ก็คิดว่า เรามันจน หาทางทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ยอมบาปเอาสักครั้งหนึ่ง หรือทนต่ออำนาจของความโลภไม่ไหว หรือว่าทำไปเพราะเคยทำมาหลายครั้งแล้วจึงเลิกยาก แต่ใจก็ยังคิดอยู่เสมอว่า เป็นบาป ไม่ดีเลย ตายแล้วไปเกิดชาติหน้าคงจะต้องลำบากมาก แต่ก็อดขโมยยังไม่ได้

บาปที่เกิดขึ้นนั้น จะมากหรือจะน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนาในเรื่องนี้ แม้ถึงว่าจะทำผิดอย่างเดียวกัน ผู้ที่ทำการขโมย ด้วยความเห็นผิดของคนแรก ก้ย่อมจะมีกำลังแรงของเจตนาแข็งกร้าวกว่า ด้วยเหตุนี้บาปจึงเกิดขึ้นมากกว่า

ตามที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ท่านก็จะเห็นได้ว่า เหตุขโมยเหมือนกัน แต่กำลังแรงของเหตุนั้นต่างกัน ส่วนผลที่ได้รับนั้น เมื่อเหตุมีกำลังต่างกันแล้วก็คงจะเหมือนกันไม่ได้เป็นธรรมดา ดังนั้น จึงได้จัดโลภะออกไปเป็น ๒ พวก แล้วจึงแบ่งย่อยออกไปอีกอย่างละ ๔ นอกจากนี้ยังมีเหตุอื่นๆอีกหลายเหตุที่ทำให้โลภมูลจิตต้องแบ่งออกไปถึง ๘ ประเภท แต่ผมเห็นว่ายกตัวอย่างขึ้นมาเพียงอย่างเดียวก็คงจะทำให้ท่านเข้าใจได้บ้างแล้ว ต่อเมื่อศึกษาเรื่องของโลภะโดยละเอียดจบลง ท่านก็จะแยกของท่านได้เอง ดังนั้นผมจึงของดเสียไม่กล่าวถึง


โดย ศาลาธรรม [24 ธ.ค. 2550 , 10:52:56 น.] ( IP = 58.9.94.14 : : )


  สลักธรรม 6


มาเสริมสร้างปัญญาต่อค่ะ

เห็นได้ถึงความละเอียดอ่อนในการทำงานของจิต แม้แต่ความโลภเอง ยังมีแยกออกไปถึง ๘ ชนิด จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมในแต่ละวันความโลภจึงเกิดขึ้นแก่เราได้มากมาย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาจุดประกายแสงสว่างให้เกิดขึ้น

กราบขอบพระคุณ..คุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านเป็นประจำ

โดย พี่ดา [25 ธ.ค. 2550 , 08:49:30 น.] ( IP = 124.121.175.135 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org