มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๓)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๓)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม โทสะคืออะไร?

ตอบ เมื่อเอ่ยคำว่าโทสะ คนทั้งหลายก็พากันทราบดีว่าหมายถึงอะไร เพราะได้ใช้คำนี้กันมาเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ บางท่านไม่ใช้คำว่าโทสะ ก็ใช้คำว่าความโกรธ ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน และเมื่อแต่ละท่านก็มีโทสะหรือความโกรธด้วยกันทั้งนั้น ซ้ำบางทีเกิดขึ้นตั้งวันละหลายครั้งด้วย ดังนั้นจึงได้ซาบซึ้งดีโดยไม่ต้องการคำอธิบายอะไร

แต่โทสะที่ประชาชนพากันเข้าใจว่าเป็นความโกรธนั้น เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกับหลักปรมัตถธรรมแล้วหรือ? คำตอบในข้อนี้ก็ยากอยู่สักหน่อยเหมือนกัน เพราะจะว่าไม่ถูกเสียทีเดียวก็ไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องตอบว่า โทสะหมายถึงความโกรธนั้นถูกแล้ว แต่เป็นการถูกต้องเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง

นอกจากนั้น โทสะที่ประชาชนใช้กันไม่ถูกเลย แต่ก็เห็นใช้กันอยู่บ่อยๆ ในที่ทั่วๆไปก็มีเหมือนกัน คือคำว่า "โมโห" เช่น คนขี้โมโหหมายถึงคนโกรธเก่ง โมโหร้ายหมายถึงคนโกรธรุนแรง ความจริงโมโหหมายถึงความหลง ไม่ได้หมายถึงความโกรธเลยแม้แต่สักนิด

ความเสียหายสำหรับผู้ศึกษาธรรมะในขั้นละเอียดคือปรมัตถธรรมนั้น ถ้ามิได้ทำความเข้าใจเสียให้ดีก่อน ก็จะมีความเข้าใจคับแคบ เพราะถ้าหากว่า มีผู้ใดมาตั้งคำถามว่า ความเสียใจ ความตกใจ ความกลัวอยู่ในพวกไหน ก็จะจัดพวกไม่ถูก ไม่ทราบว่าจะเอาไปรวมกับอะไรถึงจะถูกต้อง ทั้งเมื่อเข้าใจในพระธรรมว่าโทสะคือความโกรธนั้นไม่ดี ก็จะระวังแต่โทสะ หรือความโกรธอย่างเดียวเท่านั้น ความเสียใจ ความตกใจ ความทุกข์ร้อน ความกังวลต่างๆ ก็จะไม่คำนึงถึง แล้วเห็นว่าไม่เป็นโทษอะไร

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:29:47 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ถาม เหตุใดในโทสมูลจิต ก็เป็นจิตที่ไม่ดีเป็นบาปเป็นอกุศล แน่นอนว่ามีความเสียใจ ความตกใจหรือความทุกข์ร้อน แม้จนคิดอาฆาตมาดร้ายผู้อื่นอันควรจะต้องเป็นจิตที่เป็นความเห็นผิดอยู่แล้วโทสะจึงได้เกิดขึ้น แล้วทำไมจึงไม่เห็นแสดงไว้เลยว่า โทสะนั้นเป็น ทิฏฐิคตสัมปยุต ความโกรธเกิดขึ้นประกอบด้วยความเห็นผิด ?

ตอบ คำถามข้อนี้ ถ้ามิได้คิดพิจารณาให้เพียงพอแล้วก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าได้คิดพิจารณาสักเล็กน้อยก็จะเห็นว่า ความเห็นผิดนั้นจะเกิดร่วมกับโทสะไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะความเห็นผิดนั้นเป็นสภาพของจิตที่ยึดมั่นในอารมณ์ แต่โทสะนั้นเป็นสภาพที่ผลักไสหรือปฏิเสธในอารมณ์ ซึ่งสภาพของจิตทั้ง ๒ นี้ตรงกันข้าม

อีกประการหนึ่ง ขอให้ลองตั้งคำถามขึ้นมาแล้วลองตอบดูก็จะเห็นได้ง่ายขึ้น เช่นถามว่า ในเมื่อความโกรธ ความเสียใจเกิดขึ้นแล้ว ในขณะนั้นก็มีความคิดเห็นด้วยหรือ ในขณะเดียวกันนั้น คิดเรื่องผลบุญ ผลบาป เรื่องการตายแล้วเกิดด้วยหรือ แน่นอน แม้จะคิดก็จะต้องคิดคนละขณะจิต คิดร่วมกับความโกรธ ความเสียใจ ความเจ็บปวดไม่ได้

อย่างไรก็ดี ตามสภาวธรรมนั้น ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า โทสะที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจากความเห็นผิดก็ได้เหมือนกัน แต่ทิฏฐิคือความเห็นผิดนั้นเป็นอารมณ์ให้สนับสนุนให้โทสะเกิดขึ้นมาเท่านั้น แล้วก็เป็นคนละขณะจิตด้วย เมื่อทิฏฐิคตสัมปยุตเกิดขึ้นไม่ได้แล้ว ทิฏฐิคตวิปปยุตก็เกิดไม่ได้อยู่เอง

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:30:07 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม คนส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจกันว่า เวลาโกรธขึ้นมาแล้วก็ให้พยายามระงับเสีย อย่าให้ถึงดุด่าว่ากล่าวรุนแรงออกไป หรือตบตีกันจนฟกช้ำดำเขียว แม้ในความเสียใจ ในความเร่าร้อน ในความกลัว และอารมณ์ที่ไม่ชอบใจอื่นๆก็เหมือนกัน บุคคลส่วนมากมักจะคิดว่า จิตชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่เป็นบาป ไม่เป็นเวรภัยอะไรกับใคร เพราะไม่ได้ด่าหรือทำร้ายใคร ทั้งมิได้ทำให้ผู้ใดได้รับความลำบาก คือไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหายหรือต้องเดือดร้อนด้วย

ตอบ ความเข้าใจดังกล่าวนั้น ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงตามสภาวธรรม เพราะบาปที่จะเกิดขึ้นนั้นหาใช่จะต้องมีผู้อื่นมารับความเสียหายหรือความเดือดร้อนด้วยเสมอไปไม่ ความเร่าร้อน ความเสียใจ ความครุ่นคิดกังวล ความทุกข์ต่างๆ ได้ครอบคลุมลงยังผู้ใด จิตใจของผู้นั้นก็จะตกอยู่ในความบาป จิตใจก็จะเก็บบาปโทสะนี้เอาไว้ เมื่อมีโอกาสเมื่อใดมันก็จะแสดงผลของมันขึ้นมา บางทีก็ทันตาเห็น แล้วก็ติดตามไปยังชาติหน้าๆ ต่อๆไปอีกด้วย

เหตุนี้เอง ในวันหนึ่งๆ เราจะหลบหลีกหนีไปให้พ้นจากบาปอกุศลดังกล่าวมาจึงเป็นการกระทำที่ยากยิ่ง ถ้าผู้ที่ไม่มีความเข้าใจ ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนสภาวธรรม แล้วคิดว่าความเสียใจความเร่าร้อนไม่เป็นบาป ก็จะปล่อยให้บาปอกุศลได้มีโอกาสเกิดมากมายและกว้างขวางขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น ความครุ่นคิด กังวล ห่วงใย ทุกขืร้อน นอนไม่หลับอยู่เสมอๆ จนสุขภาพของกายและจิตทรุดโทรมลง เป็นต้น

บางท่านอาจจะกล่าวแก้ว่า เมื่อเราไม่รู้ว่าเป็นบาปก็คงจะไม่บังเกิดผลร้ายแรงอะไรกระมัง เพราะมิได้ตั้งใจว่าจะทำบาปหรือทำไปโดยไม่ทราบว่าจะบาป ในเรื่องนี้เปรียบเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่เดียงสา ไม่รู้จักว่าไฟนี้จะร้อนหรือไม่ จึงเอามือจับไปเล่น มือก็ได้รับความร้อนเกิดบาดเจ็บขึ้นมาต้องรักษาแผลอยู่หลายวัน เหตุได้เกิดขึ้นแล้ว จะไม่ให้มีผลจะได้หรือ จะแก้ว่าไม่รู้จักไฟ ไม่รู้ว่ามันจะร้อนแล้วจะไม่ให้ไฟไหม้มือได้อย่างไร ธรรมชาติไม่ยอมรับรู้การกระทำของใครๆ

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:30:29 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 3




ถาม อำนาจของโทสะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ตอบ ตามธรรมดาผู้เป็นเจ้าของเครื่องยนต์ที่มีความรู้ เขาจะไม่ปล่อยให้เครื่องยนต์ของเขาเดินเร็วจนเกินไป แล้วก็จะไม่ยอมใช้มันเป็นเวลานานเกินสมควรด้วย เพราะเขาทราบดีว่า ถ้าเร่งเครื่องให้เร็วให้เต็มที่ ทั้งปล่อยไว้ให้นานด้วยอยู่เสมอแล้ว เครื่องยนต์ก็มีหวังชำรุดทรุดโทรมในไม่ช้า

ร่างกายของคนหรือของสัตว์เดรัจฉานก็ไม่แตกต่างอะไรกันกับเครื่องยนต์นัก จึงได้มีผู้นิยมใช้คำที่เหมาะสมกับความจริงนี้ว่า "สรีรยนต์" อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าผู้ใดใช้ร่างกายและจิตใจสมบุกสมบัน ทั้งใช้อย่างไม่รู้จักถนอม เพราะด้วยความจำเป็น หรือเพราะด้วยความไม่เข้าใจก็ตาม ก็ย่อมจะถึงความเสื่อมโทรมลงในเวลาไม่นานนัก แล้วก็จะต้องพาตัวเองมาเข้าโรงซ่อมบ่อยๆ และถ้าซ่อมไม่ไหว ก็จะเป็นโรคชนิดเรื้อรังติดตัวหรือไม่ก็ถึงแก่ความตายไปในขณะที่อายุยังไม่มากเท่าใด

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:30:51 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 4




ถาม ได้ฟังคำอธิบายว่า เมื่อคนโกรธหรือตกใจนั้น ก็ย่อมทำให้จิตใจไม่ปกติทั้งยังทำให้ร่างกายผิดปกติไปด้วย เช่น หัวใจย่อมจะเต้นแรงและเร็วขึ้น เป็นต้น เปรียบเหมือนกับเครื่องยนต์ซื้อมาแล้วปล่อยให้มันเดินเร็ว เช่น เร่งเต็มที่อยู่เสมอ เครื่องยนต์นั้นก็ย่อมจะชำรุดง่าย

สำหรับคนที่เป็นไปเช่นนั้น คือโทสะร้ายอยู่เสมอๆ ก็จะเหมือนกันย่อมทำให้สุขภาพไม่สมบูรณ์ แล้วยังช่วยส่งเสริมอายุให้สั้นลงด้วย ในเรื่องนี้พอจะมองเห็นตามไปได้

แต่กลับมาสงสัยว่า หัวใจจะเต้นแรง เร็ว ปอดก็จะทำงานฟอกโลหิตขนาดหนักต่อคนเล่นกีฬาต่างๆด้วยเหมือนกัน ถ้าเช่นนั้น มิเป็นเหตุทำให้คนเล่นกีฬาอยู่เสมอๆ พากันอายุสั้นไปหมดหรือ ทั่วโลกเขาก็ยกย่องทั้งส่งเสริมการกีฬากันทั้งนั้น ด้วยหวังว่าจะให้สุขภาพสมบูรณ์ เรื่องนี้เป็นการขัดแย้งตรงกันข้ามทีเดียว

นอกจากนั้น ในพระพุทธศาสนาคงจะไม่มีการสอนให้เล่นกีฬาเป็นแน่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้เล่นอะไรเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์บ้างหรือเปล่า

ตอบ ผมเองก็มิได้เห็นด้วยกับความคิดเห็นของบุคคลส่วนใหญ่เกือบจะทั่วโลก ที่มีความเชื่ออย่างมั่นคงมานานนักหนา จนเวลานี้ น้อยคนนักที่จะคิดถึงว่า การแข่งขันกีฬานั้นเป็นยาวิเศษ ที่จะทำให้คนมีสุขภาพสมบูรณ์ ทำให้ผู้แข่งขันกีฬามีอายุยืนนาน

ผมต้องขอแยกคำตอบออกเป็น ๒ ประการเสียก่อน คือ การเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกาย หรือเพื่อประสานมิตรภาพประการหนึ่ง กับการแข่งขันกีฬาเพื่อหวังเอาชนะกันจริงจัง โดยเป็นการต่อสู้เฉพาะตัวหรือเป็นหมู่อีกประการหนึ่ง

ผู้เข้าสนามแข่งขันทุกคนถือว่าการชนะเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งมีเงินเดิมพันมากๆ ด้วยแล้วก็จะยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีก ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันก็จะต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด จะต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงรุนแรงเต็มกำลัง โดยมากยอมเป็นยอมตาย ขอให้ชนะก็แล้วกัน เช่นในกีฬาชกมวย เป็นต้น ซึ่งในขณะที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ร่างกายถูกใช้ไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:31:12 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 5




ผมเองก็มิได้มีสถิติอยู่ในมือ ที่จะแสดงว่าผู้ที่แข่งขันกีฬาอย่างโชกโชนนั้นไม่ค่อยป่วยไม่ค่อยเจ็บ ทั้งอายุก็ยืนยาวด้วย แล้วจะได้ช่วยประกาศว่า การแข่งขันกีฬาเป็นยาวิเศษ

แต่ผมก็เคยได้ยินนายแพทย์หลายคนพูดว่า กีฬาชกมวยนั้นเป็นการฆ่าตัวตาย และเป็นการฆ่าตัวตายโดยถูกต้องตามกฎหมายเสียด้วย นักกีฬาที่โชกโชนมาจากการแข่งขันพากันสะบักสะบอม บางทีก็ล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวัน จนถึงหยอดน้ำข้าวต้ม บางทีก็ถึงตายไปเลยก็มี ผมได้ยินหมอหลายท่านพูดว่า ร่างกายไม่ใช่เหล็กไม่ใช่ไหล มันจะทนไปได้สักเท่าไร ต่อไปนี้ถึงจะบำรุงสักเท่าใดก็จะไม่กลับฟื้นคืนเหมือนเดิมได้

เมื่อใดผมเห็นนักมวยถูกชกลงไปกับพื้นแล้วก็ลุก ล้มแล้วก็ลุกครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อแสดงถึงความทรหดอดทน ผมก็รู้สึกสงสารมาก และเมื่อตอนผมยังเป็นเด็กหนุ่ม ผมก็เคยชกมวยมาพักหนึ่งจึงรู้สึกเห็นใจ

ผมยกเอากีฬาชกมวยขึ้นมาให้ท่านนักศึกษาได้รู้เป็นตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียว ส่วนการแข่งขันกีฬาอื่นๆ ที่ต้องการสู้กันอย่างหนักหน่วงรุนแรงรองๆ ลงมา ท่านนักศึกษาก็ควรจะพิจารณาเอาเองได้แล้วว่า ผลที่เกิดจากการแข่งขันกีฬานั้นจะได้รับอย่างไรบ้าง รองๆ จากกีฬาที่หนักๆ นี้ลงมา

โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:31:34 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 6




แต่อย่างใดก็ดี ผมก็มิได้ปฏิเสธว่าการแข่งขันกีฬานั้นไม่ดีไม่สมควรจะแข่งขัน หากแต่ผมขอแสดงความคิดเห็นเอาไว้ว่า การแข่งขันจนเลยเถิดไป เช่น เอาจริงเอาจัง เอาเป็นเอาตายนั้น อาจจะเป็นภัยทั้งร่างกายและจิตใจได้โดยง่าย แล้วเมื่อโลภะอันได้แก่ตัวความอยากดีอยากเด่น อยากได้ชื่อเสียง ตลอดจนอยากได้เงินทองโดยไม่มีขอบเขตด้วยแล้ว โทษที่ได้รับก็คงจะมากกว่าคุณ

ในพระพุทธศาสนา ผมก็ยังไม่เคยพบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้สอนให้ออกกำลังกายโดยไปเล่นกีฬาอะไร แต่พระองค์ก็ได้สอนให้ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์เหมือนกัน คือสอนให้ใช้อิริยาบถ ๔ ให้สมดุลกัน อย่ายืน เดิน นั่ง นอนอย่างใดอย่างหนึ่งให้นานๆ ต้องให้พอดีกัน ยิ่งในการปฏิบัติวิปัสสนาด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเห็นได้ว่า ผู้ปฏิบัติต้องทำอิริยาบถ ๔ สมดุลกันมากขึ้น เช่น พอรู้สึกว่านั่งเมื่อยก็ต้องเดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถอื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ดี ผมก็ได้พบแต่คำสอนของพระองค์ท่านที่ให้ทำอิริยาบถ ๔ ให้พอสมควร คือ ยืน เดิน นั่ง นอน เท่านั้น (อิริยาบถย่อย เช่น คู้ เหยียด ก้ม เงย ฯลฯ ยังมีอีกต่างหาก) อิริยาบถอีกอย่างคือ "วิ่ง" ผมมิได้เคยพบเห็นว่าพระองค์สอนไว้อยู่ที่ไหน มีแต่สอนไม่ให้วิ่งโดยแสดงว่า พระราชาที่ทรงเครื่องกษัตริย์ ๑ ช้างทรงเครื่อง ๑ สตรี ๑ และสมณะ ๑ การวิ่งเป็นสิ่งอันไม่พึงกระทำ

แต่แม้ว่าพระองค์จะมิได้สอนให้วิ่งเลยก็ตาม พระในครั้งพุทธกาลก็มีอายุยืนยาวเกินกว่าร้อยปีมากท่านด้วยกัน บางองค์ถึง ๑๔๐ ปี และ ๑๖๐ ปีก็มี เพราะคนที่จะอายุยืนได้นั้น ผมได้กล่าวมาแล้วว่าประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง

อีกประการหนึ่ง ผมมีความคิดว่า ความตื่นเต้นดีใจ ความสนุกสนานรื่นเริงไม่เกินไปที่เป็นเหตุให้ร่างกายทำงานมากขึ้น อันเป็นโลภะนั้น ก็ย่อมจะมีความแตกต่างกับการทำงานของร่างกายที่เกิดจากอำนาจโทสะ เช่น โกรธหรือตกใจ เสียใจทางฝ่ายของโลภะนั้นย่อมจะไม่มีความรุนแรงเท่า แต่ก็กินอย่างลึกซึ้ง แนบแน่น และยาวนาน


โดย ศาลาธรรม [26 ธ.ค. 2550 , 11:31:54 น.] ( IP = 125.26.41.212 : : )


  สลักธรรม 7


โทสะ นอกจากจะเป็นจิตบาป อกุศลแล้ว ยังทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมอีกด้วย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

และกราบขอบพระคุณ..คุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำมาให้อ่านเป็นประจำ

โดย พี่ดา [27 ธ.ค. 2550 , 09:59:21 น.] ( IP = 124.121.172.252 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org