มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๕)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๕)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม อกุศลกรรมบถคืออะไร

ตอบ อกุศลกรรมบถได้แก่หนทางแห่งการกระทำอกุศลนั่นเอง ซึ่งมีอยู่ ๑๐ หัวข้อด้วยกัน

ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่า ปุถุชนทั้งหลายย่อมจะมีความโน้มเอียงไปในทางมักได้เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบชิงดีชิงเด่นกันอย่างหนักหน่วงรุนแรง เพื่อผลคืออารมณ์ต่างๆ ที่พึงปรารถนาทางทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือทางกาย ทางวาจา ทางใจ

เมื่อความปรารถนาในอารมณ์ได้เกิดขึ้น และในขณะนั้นมิได้ใช้โยนิโสมนสิการคือการทำใจให้แยบคายแล้ว จิตก็จะหนีไปจากอกุศลนั้นๆ ไม่ได้ บุคคลทั้งหลายผู้ซึ่งขาดการพิจารณาโดยแยบคายก็จะขาดความยับยั้งชั่งใจ ถ้าประกอบกับอดีตได้เคยสั่งสมอบรมมาสนับสนุนบันดาลใจเข้าด้วยแล้ว ก็จะกระทำการอันเป็นทุจริตได้โดยไม่ยากเลย

อกุศลกรรมนั้น เมื่อกล่าวโดยกรรมทวาร คือการกระทำที่จะเป็นเหตุให้บังเกิดความสำเร็จในการกระทำอกุศลกรรมแล้ว มีอยู่ ๓ ประการ คือ

๑. อกุศลกายกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางกาย
๒. อกุศลวจีกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางวาจา
๓. อกุศลมโนกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางใจ

สำหรับคำว่า กรรมทวารนั้นคือ การกระทำที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือการแสดงออกทางกาย วาจา และใจ หมายถึงว่า เป็นเหตุให้เกิดการกระทำตามทวารต่างๆ กรรมทวารมีอยู่ ๓ อย่าง คือ

๑. กายทวาร = กายเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ กายวิญญัติรูป
๒. วจีทวาร = วาจาเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ วจีวิญญัติรูป
๓. มโนทวาร = ใจเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ จิตทั้งหมด

คำว่า วิญญัติรูป นั้น ได้แก่ การแสดงออกทางกาย และทางวาจา เช่น การเคลื่อนไหวอิริยาบถ มียืน เดิน เป็นต้น การแสดงออกทางวาจา เช่นในการกล่าวถ้อยคำมีภาษาพูดต่างๆ เป็นต้น เพื่อแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของอิริยาบถ และวาจาที่ได้กล่าวออกไปเหล่านั้น ว่ามีความมุ่งหมายประการใด จิตใจแสดงเจตนานั้นออกไปเป็นการกระทำรูปทางกาย และรูปทางวาจาให้เกิดขึ้น

ส่วนใจเป็นเหตุให้เกิดการกระทำขึ้นภายในจิตใจ เช่นคิดนึกเรื่องราวต่างๆ เป็นต้น และความคิดนึกมิได้เป็นวิญญัติรูป เพราะมิได้แสดงรูปอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย จึงได้แก่จิตทั้งหมด ด้วยเหตุดังกล่าว พระอรรถกถาจารย์ที่ได้แสดงไว้ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาจึงได้แสดงว่า "สพฺโพ ปิ มโนทวารํ" แม้จิตทั้งหมดก็เป็นมโนทวาร

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:53:08 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ถาม การที่เราลงมือฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง กับการที่เราสั่งให้คนอื่นฆ่านั้น ท่านอาจารย์คิดว่า ผลของอกุศลกรรมที่เกิดขึ้นจะมากน้อยกว่ากันหรือไม่

ตอบ ผมจะคิดว่าอย่างไรตามใจชอบนั้นไม่ได้ แต่การตัดสินในการกระทำใดๆ จะต้องประกอบด้วยหลักการและเหตุผลตามสภาวธรรม ผมจะได้ยกหลักการและเหตุผลขึ้นมาวางให้ท่านได้เห็น แล้วจะได้ถือเป็นหลักตัดสินต่อไป

ในการฆ่าสัตว์นั้น บาปจะมากหรือน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนา ถ้ามีเจตนามีกำลังมาก บาปก็มาก เจตนามีกำลังน้อย บาปก็น้อย

ในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น จะต้องถือเอากำลังของความพากเพียรมากกับความพากเพียรน้อย เช่น การกระทำต่อเนื่องกันยาวนานกว่าการฆ่าที่สำเร็จลงอย่างง่ายดาย นอกจากนั้นยังต้องดูสัตว์ใหญ่หรือสัตว์เล็ก สัตว์ที่มีประโยชน์มากหรือสัตว์ที่มีประโยชน์น้อยเหล่านี้ป็นต้น

การฆ่าสัตว์ด้วยตนเองกับการใช้ให้คนอื่นฆ่านั้น ถ้าจะว่าโดยองค์แล้ว ก็ย่อมจะครบองค์เหมือนๆ กัน คือสัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า พยายามฆ่า สัตว์นั้นได้ตายลงเพราะความพยายามนั้น ด้วยเหตุดังแสดงมานี้ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า ผู้ฆ่าเอง กับการสั่งให้คนอื่นฆ่านั้น ก็กระทำปาณาติบาตครบองค์กรรมบถด้วยกัน

อย่างไรก็ดี ถ้าว่าตามสภาวธรรมโดยแยกแยะจิตออกเป็นลำดับแล้ว กำลังแรงในการกระทำของทั้ง ๒ คนนั้นก็คงจะไม่เท่ากัน ผู้กระทำการฆ่าเอง จิตย่อมจะสั่งการงานติดต่อกันเป็นลำดับ กำลังของเจตนาก็จะเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นลำดับไปเหมือนกัน เช่น ตั้งแต่เดินไปหยิบมีด เดินไปหยิบชามมาใส่เลือด เดินไปจีบไก่ เอามีดเชือดที่คอของไก่ เห็นไก่เลือดไหลออกมาแดงฉาน เห็นไก่ดิ้นพร่านๆ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสด้วยน้ำมือของตนเอง

ถึงแม้ว่าจะครบองค์กรรมบถด้วยกันก็ตาม การฆ่าด้วยตนเองก็ย่อมจะมีกำลังมากกว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าอกุศลกรรมปาณาติบาตนี้เป็นชนกกรรม คือนำเกิดในชาติหน้าแล้ว ผู้ฆ่าสัตว์เองก็จะต้องไปปฏิสนธิในนรกเบื้องต่ำคือก้นบึ้ง ผู้สั่งให้ผู้อื่นฆ่าครบองค์กรรมบถเหมือนกันก็จะหนีจากนรกไปไม่พ้น แต่ก็จะเป็นนรกที่ถัดขึ้นมา ดังนี้เป็นตัวอย่าง

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:53:36 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม ถ้าเราไปซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าแล้ว เช่นหมูเป็นต้น มาใช้เป็นอาหาร จะเกิดอกุศลประการใดหรือไม่ จะเป็นอกุศลกรรมบถครบองค์ได้หรือประการใด มีคนชอบพูดกันว่า บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน เพราะถ้าไม่มีใครไปซื้อก็จะไม่มีใครฆ่าให้สัตว์นั้นต้องตาย

ตอบ เมื่อเอาคำว่า เจตนาซึ่งหมายถึงกรรม คือการกระทำออกมาวางไว้แล้ว พิจารณาให้ดีๆ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า ผู้กินเนื้อสัตว์ทั้งหลายมิได้มีความจงใจโดยตรงเลย เพราะจะพูดว่าซื้อหมู ซื้อเนื้อนเฉยๆ มิได้เกี่ยวกับการฆ่าเลย ในเรื่องที่คล้ายๆ กันนี้ ผมเคยได้รับคำถามมาแล้วรื่องหนึ่ง ถ้ายกขึ้นมาอีกสักครั้ง ก็คงจะทำให้ท่านนักศึกษาเข้าใจเรื่องเจตนามากขึ้น

เคยมีผู้ตั้งคำถามและเสนอความคิดเห็นแก่ผมว่า เทียนขี้ผึ้งนั้นเอามาจากรังของผึ้ง การที่เราจุดเทียนทุกๆ ครั้ง ก็เท่ากับว่าเราได้เบียดเบียนสัตว์ เพราะถ้าไม่มีใครจุดเทียนเลยก็จะไม่มีใครไปตีผึ้งเอามาทำขี้ผึ้ง ท่านผู้ถามเสนอความเห็นว่า พวกเราควรจะจุดน้ำมันมะพร้าวกันดีกว่า จะได้ไม่เป็นบาปเป้นกรรมต่อไปในภายภาคหน้า

ในเรื่องนี้ ได้มีนักศึกษาถกเถียงกันหลายท่าน บางท่านก็คัดค้าน บางท่านก็สนับสนุน ดูท่าว่าจะจบลงได้ยากเสียแล้ว เพราะต่างก็แสดงความคิดเห็นกันไปมากมาย

ผู้จุดเทียนทั้งหลาย จุดเทียนมากมายเท่าใดๆ ก็ไม่เคยนึกถึงตัวผึ้งหรือการตีผึ้งแม้แต่สักครั้ง การที่เรานึกถึงตัวผึ้ง แล้วว่ามันเป็นเจ้าของขี้ผึ้งนั้น เป็นการนึกคิดขึ้นมาใหม่ ย้อนเข้าไปในเรื่องของอดีต เจตนาที่เกี่ยวกับการจุดเทียนมิได้เกี่ยวเข้าไปในการเบียดเบียนสัตว์เลย ถ้าจะเป็นก็พยายามคิดให้มันเป็น ด้วยเหตุดังนี้ จึงไม่มีอกุศลเกิดขึ้นจากการจุดเทียนขี้ผึ้งเลยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี เจตนาในขณะที่กำลังซื้อเนื้อสัตว์อยู่นั้น ก็ย่อมจะมีอกุศลจิตปะปนอยู่บ้าง แล้วแต่ความรู้สึกในขณะนั้นว่าอย่างไร อกุศลก็จะเกิดขึ้น ณ ที่นี้ เช่นในการเจาะจงเป็นต้น ยิ่งไปสั่งผู้ขายหรือกำหนดกับผู้ขายเอาไว้ว่า เอาหมู ๑ ตัว เอาเนื้อ ๑ ขา เอาไก่ ๕ ตัว แล้วนัดว่าจะมารับในวันนั้นวันนี้ การสั่งดังกล่าวก็จะกลายเป็นการฆ่าสัตว์ที่สั่งด้วยวาจาไป

หญิงคนหนึ่งมาจ่ายตลาด ครั้นมาถึงหน้าร้านคนขายปลาที่เขาขังเอาไว้ในถาด เห็นปลานั้นกำลังเป็นๆ อยู่จึงไม่กล้าแวะเข้าไปได้แต่มองดู เพราะกลัวว่าคนขายจะฆ่าต่อหน้าตน จึงได้เลยไปซื้อของอื่นๆ เสียก่อน ครั้นกลับมาปลาก็ได้ถูกหักคอตายไปแล้วนอนกลิ้งอยู่ จึงได้ตกลงซื้อขายกัน ได้เคยปฏิบัติเช่นนี้มาหลายครั้งแล้วจนเป็นที่เข้าใจกันดีทั้ง ๒ ฝ่าย

เรื่องดังกล่าวมา ถ้าจะปฏิเสธว่าผู้ซื้อมิได้สั่งให้ฆ่า ผู้ขายฆ่าเองต่างหาก ดังนี้แล้ว ก็เป็นการปฏิเสธที่ฟังไม่ขึ้น ถ้าว่าตามสภาวธรรมแล้ว ก็จะต้องคำนึงถึงว่าในขณะที่มองเห็นปลากำลังดิ้นอยู่นั้น ตนคิดอย่างไร เมื่อเดินออกไปซื้อของอื่นนั้นทราบหรือไม่ว่า ผู้ขายเขาจะฆ่าปลาเตรียมเอาไว้ให้ อกุศลกรรมจะเกิดหรือไม่ก็อยู่ที่ตรงเจตนา จะแก้ตัวว่าตนไม่ได้สั่งจะได้หรือไม่

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:53:54 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม หญิงที่มีอาชีพทางค้าประเวณี ผมได้ฟังอาจารย์พูดว่า เมื่อเขาสมสู่อยู่ด้วยกันกับชายตามวิธีดำเนินอาชีพของเขา คือให้เช่าร่างกายเนื้อตัวของตนเองเพื่อให้ชายสำเร็จความใคร่ อาชีพเช่นนี้ เขามิได้ทำทุจริตอะไร ถ้าเช่นนั้นก็คงหมายความว่า เป็นสัมมาอาชีวะกระมัง

ตอบ ผมได้แสดงว่า การค้าประเวณีของหญิงไม่ได้ชื่อว่าล่วงกรรมบถกาเมสุมิจฉาจาร ไม่ได้เป็นทุจริตนั้นจริง แต่ผมก็มิได้แสดงว่าเป็นสัมมาอาชีวะเป็นอาชีพที่สมควรกระทำแต่ประการใด

หญิงผู้ทำการค้าประเวณีมิได้ทำผิดคิดร้ายต่อใคร ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ผิดในกาม เพียงแต่ให้เช่าเนื้อตัวร่างกายเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จะปรับให้เข้าข่ายของอกุศลกรรมบถกระไรได้ จะได้ชื่อว่าทำการทุจริตได้อย่างไร เพราะถึงแม้ว่าหญิงเหล่านี้จะมีเจ้าของหวงแหนซึ่งอาจจะเป็นชายหรือหญิงก็ได้ ก็มีไว้เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจ หรือมีไว้เพื่อคุ้มกันตนเท่านั้น เจ้าของหรือผู้คุ้มกันก็มีความยินยอมพร้อมใจด้วยในการประกอบอาชีพชนิดนี้ จึงมิได้ชื่อว่าละเมิดอำนาจของผู้ปกครองอีกเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ดี อาชีพชนิดนี้ ไม่เรียกว่าเป็นสัมมาอาชีวะ หากแต่เรียกว่าทุราชีวะเป็นอาชีพที่น่าเกลียดน่ากลัว อันบัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน และใกล้ต่ออันตรายอาจจะเกิดอกุศลชนิดที่มีกำลังมากได้โดยง่าย ซึ่งเกิดขึ้นมาจากหมู่พวกของตน

นอกจากนั้นยังต้องเข้าไปใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนก็มีความประพฤติไม่เรียบร้อย หรือมั่วสุมอยู่ในอบายมุข มีการเสพสุรามึนเมาขาดสติ เป็นต้น หรือในที่สุดอาจกลายเป็นลูกมือทำงานทุจริตไปก็ได้ ด้วยเหตุนี้ก็เหมือนกับเล่นสนุกอยู่ที่ใกล้ปากเหวลึก โอกาสที่จะตกลงไปนั้นมีมากมายเหลือเกิน ทั้งอาจจะเป็นไปได้โดยไม่เลือกว่าเวลาไหนเสียด้วย

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:54:11 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 4



ถาม อกุศลที่ล่วงกรรมบถแต่ไม่สามารถเป็นชนกกรรมได้ และอกุศลที่ไม่ล่วงกรรมบถแต่มีโอกาสเป็นชนกกรรมได้มีบ้างหรือไม่ เช่นอย่างไร

ตอบ การทำอกุศลทั้งหลาย นอกจากจะตัดสินเอาได้จากองค์ที่ได้กำหนดวางเอาไว้แล้ว ก็จะต้องพิจารณาถึงตัวเจตนาว่า มีกำลังแรงของเจตนาอย่างไร แล้วผลที่เกิดขึ้นจากเจตนาเหล่านั้นร้ายแรงแก่ผู้ได้รับหรือเป็นสาธารณะกว้างขวางมากหรือไม่ด้วย เช่น

๑. นาย ก. ตั้งใจฆ่าสัตว์ตัวหนึ่งคือแมลงป่อง สัตว์นั้นเป็นสัตว์เล็กๆ แต่เป็นสัตว์เล็กๆ ที่มีพิษร้าย ในบริเวณนี้ก็มีพระภิกษุมากมายมาเดินจงกรมกัน นาย ก.จึงได้พยายามฆ่าแมลงป่องนั้นเสีย ด้วยความปรารถนาดีต่อพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย นาย ก. ก็ได้ชื่อว่าทำปาณาติบาตนั้นครบองค์อกุศลกรรมบถ แต่อกุศลกรรมบถนั้นมีกำลังน้อยเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อย ทั้งมีกุศลเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดกุศลขึ้น ก็เป็นอัปปสาวัชชะ

๒. การล่วงกาเมต่อพระอรหันต์ ย่อมจะมีโทษหนักมากที่สุดได้อกุศลชนกกรรมให้ไปสู่การปฏิสนธิในอเวจีมหานรก โดยถูกธรณีสูบด้วยอำนาจแห่งอุปปัชชเวทนียกรรม เสวยความทุกข์อย่างแสนสาหัสในเมืองนรก เรื่องนี้ก็ได้แก่ นันทมานพที่ได้ล่วงเกินทำมิดีมิร้ายต่อพระอุบลวัณณาเถรีซึ่งเป็นพระอรหันต์

๓. ภายในสถานที่อันมืดมิด ชายผู้หนึ่งส้องเสพกาเมกับภรรยาของผู้อื่นด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภรรยาตน ในเรื่องนี้ย่อมจะหนีไปจาองค์กรรมบถไปไม่ได้ เพราะอกุศลกาเมสุมิจฉาจารนั้นมีองค์ทั้ง ๔ ก็ได้กระทำลงไปจนครบองค์ทั้ง ๔ เหมือนกัน คือ เป็นวัตถุอันไม่ควรจะเกี่ยวข้องด้วย มีจิตคิดจะส้องเสพ ได้กระทำความพยายาม และมีความพึงพอใจในการประกอบกรรมนั้น

สำหรับในเรื่องนี้ ผู้ประกอบอกุศลกรรมมิได้มีจิตคิดจะกระทำผิด มิได้มีบุพพเจตนาคิดคิดมาก่อนเลยว่า จะลักลอบกระทำกรรมอันลามกที่บัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน แม้ว่าการกระทำนั้นจะได้ครบองค์กรรมบถ เป็นการกระทำที่เรียกว่าทุจริตก็จริง แต่จะจัดเข้าในมหาสาวัชชะอันเป็นกรรมหนักไม่ได้ เพราะมิได้มีเจตนาร้าย โทษหนักจึงกลายเป็นเบาไป

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:54:30 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 5




ถาม ตามที่ว่า มีผู้หลงเชื่อตามเรื่องราวที่ได้มุสานั้นแล้วได้รับความเสียหายก็เป็นอันว่าล่วงกรรมบถ แต่ถ้าผู้ฟังไม่เชื่อก็ไม่เป็นอันล่วงกรรมบถ ในเรื่องนี้ถ้ามีตัวอย่างประกอบด้วยก็จะดี เพราะบางทีหลงเชื่อเรื่องที่เท็จนั้นว่าเป็นจริงเป็นจังเหมือนกัน แต่ก็มิได้มีความเสียหายประการใด จะล่วงกรรมบถหรือไม่?

ตอบ ผมขอเล่าเรื่องให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง ขอให้ท่านจงได้พิจารณา ก็จะตัดสินเอาได้ด้วยตนเอง ในสมัยโบราณนานมาแล้ว มีสามีภรรยาที่ลำบากยากไร้อยู่คู่หนึ่ง ความยากจนขัดสนขนาดหนักจนถึงต้องอาศัยอยู่ในศาลาแห่งหนึ่งที่นอกประตูเมือง ภรรยาเริ่มตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วเกิดแพ้ท้องอยากจะกินของที่หาได้ยากมาก คือจะต้องเป็นอาหารที่พระราชาทรงเสวย ถ้าไม่ได้อาหารชนิดนี้มากินแล้ว นางก็จะต้องได้รับความเร่าร้อนใจขนาดหนักจนแทบว่าจะตายลงไปทีเดียว

นางได้อ้อนวอนสามีว่า เพื่อเห็นแก่ชีวิตของนาง ขอให้สามีหาอาหารอย่างดีที่พระราชาทรวงเสวยมาให้ด้วย

ฝ่ายสามีก็มีความรักภรรยาอย่างท่วมท้นหัวใจ แล้วมีความสงสารภรรยาอย่างสุดแสนด้วย เกรงว่านางจะเสียใจจนตาย จึงได้ครุ่นคิดถึงอุบายที่จะนำอาหารของพระราชามาให้ได้ ถึงลำบากยากเย็นเพียงใดก็ไม่ได้คำนึงถึง

ต่อมาสามีใช้อุบายปลอมตนเป็นพระอุ้มบาตรเข้าไปในพระราชวัง เพื่อหวังจะรับบิณฑบาต โดยได้พยายามสำรวมกิริยามารยาทอย่างเต็มที่ ในขณะนี้ก็เป็นเวลาใกล้จะเพลพอดี ทั้งพระราชาก็กำลังเสวยพระกระยาหารอยู่ด้วย เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระปลอมองค์นี้กิริยามารยาทสำรวมดี จึงได้บังเกิดความเลื่อมใสศรัทธา แล้วเข้าพระทัยผิดไปว่า พระองค์นี้คงจะไม่ใช่พระธรรมดาสามัญ ดูท่าทางคงจะต้องมีคุณพิเศษอะไรในตนสักอย่างเป็นแน่ พระองค์จึงได้เอาอาหารที่จะทรงเสวยนั้นใส่บาตรให้แก่พระปลอมองค์นี้

เมื่อพระปลอมรับบาตรแล้วคล้อยหลังไป พระราชาจึงรับสั่งให้อำมาตย์ผู้หนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทกับพระองค์เป็นพิเศษ สะกดรอยตามดูพระองค์นี้ไป เพื่อให้ทราบแน่ว่าท่านมาจากทางทิศใด แล้วไปพักอยู่ที่ไหน มีคุณวิเศษอะไรบ้าง

โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:54:47 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 6



ฝ่ายอำมาตย์ก็เกิดสะกดรอยตามพระปลอมนั้นไปโดยระวังมิให้รู้สึกตัว จนถึงศาลาอันเป็นที่พักอาศัย ได้เห็นชายผู้นี้เอาเครื่องปลอมแปลงออกจากร่างกาย แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ได้เห็นชายผู้นี้เอาอาหารที่ได้จากบิณฑบาตนั้นออกมาให้ภรรยาของตนกิน อำมาตย์ก็รู้แน่แก่ใจว่าบุคคลนี้หลอกลวงพระราชา แต่งกายปลอมเป็นพระ

อำมาตย์ผู้นี้เป็นผู้มีความคิดพิจารณา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอย่างวู่วาม โดยเอาความเท็จนี้ไปแจ้งแก่พระราชาให้ทรงทราบ ซึ่งแน่ละผลร้ายก็ย่อมจะตกอยู่แก่ชายผู้นี้ คงจะได้รับโทษถึงประหารชีวิตในความผิดที่ปลอมแปลงร่างกายไปหลอกพระราชา เมื่อสามีถูกประหารชีวิตเสียแล้วภรรยาผู้ตั้งครรภ์จะอยู่ไปได้อย่างไรเล่า สามีภรรยาคู่นี้ยากจนมากเหลือเกิน แม้บ้านของตนเองก็ไม่มีจะอยู่อาศัย

อำมาตย์ผู้มีปัญญากลับไปคิดพิจารณาถึงพระราชาด้วย ว่าพระราชาได้ทราบข่าวอันไม่เป็นมงคลจากพระปลอมเช่นนี้ พระราชาก็คงจะทรงพิโรธ จิตใจก็จะตกอยู่ในความเร่าร้อน ทำให้พระองค์ไม่สบายพระทัยมาก มิหนำซ้ำศรัทธาที่พระองค์มีอยู่อย่างแรงกล้าต่อพระปลอมก็จะถูกอกุศลเข้าหักล้างทำลายลงเสียในทันใด ประโยชน์ก็ไม่เห็นว่ามีใครจะได้

ด้วยความคิดที่ฉลาดและมากด้วยความเมตตากรุณา ที่จะรักษาประโยชน์เอาไว้ไม่ให้เสียหายทั้ง ๒ ฝ่าย อำมาตย์ผู้นี้จึงได้ทูลพระราชาว่า ข้าพเจ้าสะกดรอยตามพระองค์นั้นไปจนถึงนอกเมือง พระองค์นี้ก็หายวับไปกับตา ไม่เห็นมีพระเลย พระราชาทรงฟังดังนี้แล้ว ก็บังเกิดความปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ตรัสว่าแน่แล้วๆ พระองค์นี้คงจะเป็นพระอรหันต์ ด้วยเหตุที่ท่านเป็นพระอรหันต์ ดังนี้ทานของเราที่บริจาคไปแล้วก็จะต้องเป็นทานอันประเสริฐเป็นแน่

ตามตัวอย่างที่เป็นเรื่องราวนี้ ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่า คำของอำมาตย์นั้นเป็นเท็จกล่าววาจาไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นเหตุให้พระราชาเข้าพระทัยผิดไป ก็ได้ชื่อว่ากล่าวมุสา เพราะเรื่องราวที่กล่าวนั้นไม่เป็นความจริง มีจิตคิดจะมุสา พยายามกล่าวมุสานั้น ผู้ฟังได้หลงเชื่อว่าเป็นจริงตามไป ครบองค์ทั้ง ๔ โดยบริบูรณ์สำเร็จเป็นมุสาวาท แต่อย่างไรก็ดี แม้มุสาวาทนั้นจะได้ครบทั้ง ๔ องค์ก็จริง แต่หาได้ทำความเสื่อมเสีย หรือก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ที่หลงเชื่อนั้นไม่ กลับจะเกิดประโยชน์ให้แก่ทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุดังนี้ จึงตัดสินได้ว่า เป็นมุสาวาทจริง แต่ไม่ล่วงกรรมบถ และกำลังของกรรมอันเป็นส่วนน้อยที่จะได้รับเพราะการกล่าวเท็จนี้แล้ว ก็ไม่ควรลืมเสียว่า ความปรารถนาดีที่จะช่วยให้แต่ละบุคคลมีความสุข มีความโสมนัสในผลบุญที่ได้ทำของอำมาตย์นั้น ก็ย่อมจะมีกุศลเจือปนอยู่บ้างเป็นธรรมดา


โดย ศาลาธรรม [28 ธ.ค. 2550 , 08:55:06 น.] ( IP = 125.26.38.168 : : )


  สลักธรรม 7


เป็นการถาม-ตอบที่มีประโยชน์มากค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [28 ธ.ค. 2550 , 10:42:34 น.] ( IP = 124.121.173.224 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org