มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๖)






คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๖)

ตอนที่ผ่านมา


ถาม การกล่าวเท็จด้วยความปรารถนาดีเป็นบาปครบองค์ แต่นำสู่อบายภูมิไม่ได้ มิหนำซ้ำกลับได้บุญแถมพกเสียอีกด้วย ถ้าเช่นนั้น ผมเห็นสัตว์ได้รับบาดเจ็บสาหัสทรมานอยู่ ทิ้งไว้ก็ทรมานเจ็บปวดลำบากไปอีกนานกว่าจะตาย ผมก็เลยฆ่าเสียให้ตาย ถ้าเช่นนั้นมิเป็นการฆ่าโดยความปรานีไปหรือ คงจะได้บุญด้วยกระมัง?

ตอบ คำถามนี้นับว่าดี ผมขอให้ท่านนักศึกษาระลึกถึงจิตใจของเรา ตามที่ได้ศึกษามาแล้วว่า ย่อมจะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาโดยรวดเร็ว จิตเมื่อรับอารมณ์เห็นแล้วดับลง จิตที่สืบต่อไปจึงจะรับอารมณ์ได้ยินต่อไปได้ และเมื่อจิตใดขึ้นมาทำการงานดับลงแล้ว ก็ย่อมจะเก็บอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นบาปหรือเป็นบุญอย่างไร

ผมขอให้ท่านนักศึกษาระลึกถึงเรื่องของเจตนาที่ว่าเป็นกรรมว่า เมื่อจิตเกิดขึ้นมารับอารมณ์อะไรแล้ว จิตนั้นจะต้องมีเจตนา มีกรรมเสมอ (มียกเว้นบ้าง) ทุกๆ ครั้งที่จิตขึ้นมาทำงานต่างๆ เช่น เห็นหรือได้ยินก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นสัตว์ได้รับความทุกข์ยากลำบากคิดอยากจะช่วย จิตที่เกิดขึ้นนี้ก็ย่อมจะเป็นกุศลจิต และเมื่อจิตสั่งให้ฆ่า อกุศลจิตก็ย่อมจะเกิดขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเป็นคนละขณะหรือคนละครั้งมิได้ปะปนกัน ผู้กระทำดังกล่าวมาก็ย่อมจะได้รับทั้งบุญและทั้งบาปทั้ง ๒ ประการ แต่จะเป็นบาปมากนั้น หรือบุญมากนั้น ก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ในเรื่องนี้จะว่าเป็นการฆ่าด้วยความปรานี ก็ล้วนแต่สมมุติจะพูดกัน

โดย ศาลาธรรม [30 ธ.ค. 2550 , 20:25:27 น.] ( IP = 58.9.92.90 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ถาม ขอตัวอย่างการพูดเท็จที่นำไปสู่อบาย เช่นอย่างไร และขอทราบด้วยว่าการพูดเท็จที่ครบองค์กรรมบถแล้วบังเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นนั้น ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเราก็ย่อมจะมีมากมายหลายครั้ง พูดเท็จอันไหนเล่าที่นำไปสู่อบาย แล้วพูดเท็จที่เหลือนอกนั้นจะให้ผลอีกเมื่อใด ให้ผลอย่างไร?

ตอบ มุสาวาทที่ล่วงกรรมบถแล้วนำไปสู่อบายภูมิได้นั้น มีอยู่มากมายนับไม่หวาดไหว ผมจะขอยกมาให้เห็นสักตัวอย่างหนึ่ง เช่นการเป็นพยานเท็จภายในโรงศาลทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายในทรัพย์สิน หรือต้องได้รับโทษติดขังอยู่ในเรือนจำ ความมีชีวิตที่เป็นอิสระอันเป็นความปรารถนาของคนทั้งหลายไม่ว่าใครทั้งนั้น ก็จะต้องถูกทำลายให้พินาศไปต้องเสียชื่อเสียงตลอดไปจนถึงวงศาคณาญาติ ต้องพลัดพรากจากบุตรภรรยาหรือสามีและสูญเสียญาติมิตรอันเป็นที่รัก ต้องได้รับความทุกข์ระทมขมขื่นใจอยู่เป็นเวลานาน และบางทีก็ต้องเสียชีวิตอนาคตไปหมดสิ้น ความเสียหายใหญ่หลวงนี้ เกิดจากการเป็นพยานเท็จ ซึ่งมิใช่เป็นเรื่องเล็กน้อยเลย

การที่บุคคลพูดเท็จ เป็นอกุศลกรรมบถครบองค์ แล้วบังเกิดความเสียหายขึ้นแก่บุคคลอื่นนั้น ก็ย่อมจะมีกำลังในการผลักส่งให้ไปปฏิสนธิได้ในอบายภูมิในชาติที่ ๒ แต่ถ้าอกุศลกรรมดังกล่าวนั้น โดยได้กระทำมามากครั้งด้วยกัน ก็อาจจะเป็นอกุศลชนิดที่มีกำลังมากในครั้งใดครั้งหนึ่งก็ได้ หรือเป็นกรรมชนิดที่มีความสันทัดจัดเจน คือชำนาญมาก เช่น รับจ้างเป็นพยานเท็จตั้งหลายครั้งด้วยหวังว่าจะได้เงินไปซื้อฝิ่นสูบ (ในสมัยก่อน) เป็นต้น อกุศลจะส่งให้ต้องเกิดในชาติใหม่ ก็ต้องเป็นอารมณ์อันเดียวเท่านั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตาย มีกำลังให้ผลนำปฏิสนธิได้ ส่วนอกุศลที่เหลือก็จะให้ผลในปวัตติกาล คือเกิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วจึงจะให้ผลต่อไป หรือจะพูดว่าให้ผลเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ได้

อย่างไรก็ดี ไม่ควรลืมว่า ถ้าอกุศลนั้นมีกำลังแรงมาก แล้วยังมิได้ให้ผล อกุศลกรรมเหล่านี้ก็จะตามติดใจไปจนถึงชาติใหม่ซึ่งเป็นชาติที่ ๒ อกุศลแต่ชาติก่อนคือที่เคยเป็นพยานเท็จเอาไว้ เมื่อได้โอกาสก็อาจมาเป็นอารมณ์ให้เมื่อตอนใกล้จะตายในชาติที่ ๒ นี้ก็ได้แล้วให้ผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดในชาติต่อไป ถ้าหากว่าในชาติที่ ๒ นั้น ตลอดชีวิตมาทำบุญทำบาปเล็กๆ น้อยๆ ไม่หนักหนาอะไรทั้ง ๒ อย่าง ผมหมายความว่า การพูดเท็จจนผู้อื่นเกิดความเสียหายหลายๆ ครั้งแล้ว มิได้ให้ผลหรือให้ผลไม่ได้เมื่อตอนตาย แต่ในการเกิดใหม่ในชาติที่ ๒ นี้ อาจจะเอาอกุศลทุจริตที่เคยเป็นพยานเท็จเหล่านั้นอันใดอันหนึ่งที่มีกำลังมากเล้วนึกขึ้นมาได้ เกิดเป็นอารมณ์ขึ้นมาในตอนใกล้จะตายของชาติที่ ๒ นี้อีกก็ได้ โดยทำหน้าที่ให้ปฏิสนธิเกิดในชาติที่ ๓ ต่อไป เมื่อกรรมที่ได้ทำมาแล้วในชาตินั้นไม่มีโอกาสให้ผลได้

โดย ศาลาธรรม [30 ธ.ค. 2550 , 20:25:52 น.] ( IP = 58.9.92.90 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม ผมอดสงสัยไม่ได้ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องศีลว่า ตามธรรมดาบุคคลที่รักษาศีลมาตลอดเวลาอันยาวนาน จิตใจของเขาก็ย่อมจะสงบระงับ ความเร่าร้อนทั้งหลายก็ผ่อนคลายลงมาก ดังนั้น จิตก็ย่อมจะแสดงออกซึ่งกายวิญญัติรูป วจีวิญญัติรูปที่มีความนิ่มนวล เหมาะสม กุศลอันเกิดจากการเว้นจากทุจริตคิดมิชอบก็ย่อมจะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น

ดังนั้น เมื่อบุคคลนี้ได้ตายลง แล้วอำนาจของศีลกุศลเป็นตัวชนกกรรมนำให้ปฏิสนธิเป็นมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ เขาจะต้องเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างงดงาม ไม่ขี้ริ้วชี้เหร่ ใครเห็นใครก็ชอบใจ เช่นนี้ใช่หรือไม่?

ตอบ ถ้าว่าตามสภาวธรรมก็เป็นการถูกต้องแล้ว

โดย ศาลาธรรม [30 ธ.ค. 2550 , 20:26:13 น.] ( IP = 58.9.92.90 : : )


  สลักธรรม 3


ถาม ผมได้เคยเห็นคนบางคน รูปร่างดีมีเสน่ห์ จัดว่าเป็นคนสวยมากทีเดียว แต่ใครเห็นใครรักอยู่ไม่ได้นาน ด้วยทนรักอยู่นานนักไม่ไหว เพราะว่าจิตใจนั้นช่างร้ายเหลือ ทั้งเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง มิได้มีความเมตตาปรานีผู้ใด ส่วนเรื่องการรักษาศีลนั้นเล่า อย่าได้พูดถึงเลย เพราะแม้แต่ศีล ๕ ก็ยังไม่กระดิกหู

เหตุใดสภาวธรรมจึงได้หันกลับเป็นตรงกันข้ามเช่นนี้ เคยรักษาศีลมาแล้ว พูดได้ว่าหยกๆเมื่อชาติที่แล้วนี่เอง จึงได้เกิดมามีรูปร่างสวยงาม แต่ทว่าเหตุไฉน จึงได้กลับขาวกลายเป็นดำไป ทำไมจิตใจจึงได้เลวทรามปราศจากศีลเสียทีเดียวเช่นนี้ได้

ตอบ นับว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ดีมีประโยชน์มาก เรื่องราวที่ยกเป็นตัวอย่างถามมาก็รัดกุมเหมาะสมทุกอย่าง และเรื่องราวดังกล่าวนี้ก็มีผู้สงสัยและถกเถียงกันเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักธรรมะเสมอ

ท่านนักศึกษายกตัวอย่างขึ้นมาแล้วถาม ทำให้เข้าใจคำถามง่ายเข้า ดังนั้นผมจึงขอยกตัวอย่างขึ้นมาแล้วเอาเป็นคำตอบก็คงจะช่วยทำให้เข้าใจดีขึ้นเหมือนกัน ผมขอให้ท่านได้คิดพิจารณาตามไปด้วย

ชายผู้หนึ่งชอบทำบุญให้ทานอยู่เสมอ ชอบช่วยเหลือเจือจานผู้อื่นอยู่เป็นประจำ แต่ในชีวิตบางตอนเฉพาะอย่างยิ่งตอนต้นๆ คือ เมื่อหนุ่มๆ อยู่นั้นชอบดื่มสุราเมามายอยู่เป็นอาจิณ บัดนี้ อายุเข้าวัยปลาย คือปัจฉิมวัย จึงได้เข้าวัดเข้าวารักษาศีล ทั้งยังได้ทำการศึกษาเล่าเรียนจนกระทั่งมีความรู้มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิตจัดว่าค่อนข้างดี ครั้นอายุได้ ๗๐ ปีจึงถึงแก่ความตาย

ธรรมดาของอกุศลกับกุศลนั้นย่อมจะต้องต่อสู้กันอยู่เสมอตลอดเวลา ช่วงชิงกันเป็นใหญ่อยู่ร่ำไปไม่สร่างซา แล้วในตอนใกล้จะตายของชายผู้นี้ เขาได้อารมณ์ที่ไม่ดีโดยระลึกถึงเรื่องราวสมัยครั้งยังหนุ่มๆ ชอบเสพสุรายาเมา ไร้เสียซึ่งสติปัญญาเป็นอาจิณ ในตอนนั้น อำนาจของกุศลหนหลังเมื่อตอนชราถึงจะมีกำลัง ก็ยังสู้อกุศลหนแรกไม่ไหวด้วยทำไว้โชกโชนกว่ากัน ทั้งชายผู้นี้วิบากในอดีตชาติก่อนไม่สู้ดี จึงขาดกัลยาณมิตร ขาดผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนเสนอแนะให้อารมณ์เมื่อตอนใกล้ตาย

ยิ่งกว่านั้นเขาเองก็ยังเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไกลยังไม่พร้อม จึงสู้ฤทธิ์ของสุรายาเมาไม่ได้ จึงอุบัติหรือเกิดขึ้นมาเป็นคนปัญญาไม่ว่องไว หรือจัดเข้าไว้ในพวกปัญญาอ่อน ได้แก่ปฏิสนธิด้วยจิตอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก เมื่อดังนี้ วิชาการที่เขาได้อบรมมาในตอนปลายของชีวิตจึงเอาออกมาใช้ไม่ได้ แต่ก็มิได้สูญหายไปไหน ได้เก็บสั่งสมเอาไว้ภายในจิตใจ ซึ่งอาจจะเกิดผลขึ้นในชาติที่ ๒ หรือที่ ๓ และต่อๆไป

อย่าว่าแต่จะเกิดมาเป็นคนมีปัญญาอ่อนเท่านั้นเลย อาจจะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้วสัตว์เดรัจฉานเช่นแมวจับหนูกินอยู่เสมอๆ ตายลงไปจากแมวแล้วไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอีกหลายชาติก็ได้ ตลอดเวลาที่เป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่ ปัญญาก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ดังนี้เอง

โดย ศาลาธรรม [30 ธ.ค. 2550 , 20:26:33 น.] ( IP = 58.9.92.90 : : )


  สลักธรรม 4




พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงสอนว่า "อย่าประมาท" แต่ผู้ที่มิได้ศึกษาในเรื่องของความประมาทในพระพุทธศาสนาให้ละเอียด จึงพากันคิดว่า ท่านสอนไม่ให้ประมาทนั้นหมายถึงว่า เดินให้ดีอย่าประมาทจะหกล้มลงไป จะทำการงานอะไรทำให้ดีอย่าประมาทระวังจะล่มจมย่อยยับไปก็ได้ เราเอาคำว่าประมาทมาใช้กับชีวิตประจำวันอันตื้นๆ เผินๆ เสียดังนี้ ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

ผมได้ตอบคำถามโดยยกตัวอย่างขึ้นมาเช่นนี้ก็เพื่อให้ท่านได้เห็นว่า ผู้ที่มีรูปร่างสวยงามนั้นเกิดจากอำนาจของศีลที่ได้ทำเอาไว้ก็จริง แต่บางชนิดศีลไม่ได้ทำเอาไว้ มิหนำซ้ำกลับสร้างแต่ความมักได้เป็นแก่ตัวอีกหลายชาติ แล้วอำนาจของกรรมนั้นๆ อาจมาให้ผลแล้ว

ก็โดยทำนองนี้เอง บางคนหน้าตาช่างน่ากลัวเหลือเกิน แต่น้ำใจนั้นดีอย่างสุดแสนใครได้คบค้าสมาคมไม่เท่าใด ก็มีความรักใคร่ชอบพอน้ำใจ

ในการตอบคำถามนี้ ผมได้ยกเอาตัวอย่างเสมือนหนึ่งเป็นหลักการณ์เอามาวางพอให้ท่านเห็นได้ ถ้าว่าถึงความละเอียดแล้วก็ยังมีอีกหลายข้อ เช่นในเรื่องชวนะเป็นต้น ผู้ปฏิสนธินั้นอาศัยชวนะดวงที่ ๗ ของชาติที่แล้วและรับผลของกรรมในชาติที่ ๒ คือ ชวนะดวงที่ ๗ ของชาติที่แล้วเหมือนกัน

ด้วยเหตุนี้ ถ้าอกุศลชวนะดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ที่ทำเอาไว้ในชาติก่อนๆ ในๆ เข้าไปมีกำลังมากแล้วมาทำการให้ผลก่อน อันเป็นไปในทางไม่ดี จิตของท่านผู้นี้ก็อาจจะโอนตามวิบากที่มาให้ผลนั้นก็ได้ และท่านอาจจะมีเหตุใดเหตุหนึ่ง ทั้งในอดีตชาติกับปัจจุบันมาเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปก็ได้เหมือนกัน



โดย ศาลาธรรม [30 ธ.ค. 2550 , 20:26:51 น.] ( IP = 58.9.92.90 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org