| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เสียงกระซิบข้างหัวใจ ๘.
สลักธรรม 1ดังมีคำกล่าวไว้ว่า ...ตนเองนั้นค้นหาไปทั่วทุกทิศ ก็ไม่พบว่าใครจะเป็นที่รักไปมากกว่าตน ..ชีวิตของคนอื่นทั้งหลายก็เป็นที่รักมากของเขาเหมือนกันอย่างนั้น ..เพราะเหตุนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น.. ฉะนั้น ผู้ที่รู้จักรักตนเองอย่างถูกต้องแล้ว จึงไม่ตระหนี่ไมตรีที่จะมอบให้แก่ผู้อื่น ทั้งไม่รอคอยหรือร้องขอเพื่อจะรับจากผู้ใด แต่มุ่งจะมอบให้ผู้อื่นด้วยความเมตตาอย่างเต็มใจ
ความเมตตาจึงเป็นดุจน้ำเย็นที่ชะโลมร่างคนทุกข์โศกให้คลายความเร่าร้อนลงไป ความเมตตาไม่ต้องอาศัยทรัพย์สิ่งของมาเป็นสื่อในการแสดง แต่สามารถแผ่ออกจากใจได้ทันที ..แม้เพียงความคิดว่า ขอให้เขาเป็นสุข...ก็จัดว่าเป็นความเมตตาแล้ว
ท่ามกลางสังคมที่ร้อนระอุไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี และภัยทั้งหลาย ตลอดจนภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในขณะนี้... ยิ่งเป็นบททดสอบความเมตตาที่มีอยู่ในใจของแต่ละคน เคยหรือไม่ที่ประสบทุกข์ร้อนแล้วเอาแต่คิดอาฆาตพยาบาทต้องการแก้แค้นหรือเอาคืน? เคยหรือเปล่าที่ยินดีเมื่อทราบว่าเกิดความวิบัติแก่คนที่เราไม่ชอบ? เคยหรือไม่ที่ไม่เคยให้โอกาสหรือให้อภัยใครเลย?
หากความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้มีเกิดขึ้นมาก ความสงบร่มเย็นในการอยู่ร่วมกันก็จะลดน้อยลง ...เหตุการณ์ยกพวกตีกัน ตะลุมบอนต่อสู้กันอย่างไม่คำนึงถึงภัยที่ตนเองและผู้แวดล้อมจะได้รับ รวมทั้งการเอารัดเอาเปรียบกันด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์สุขของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้นับวันก็จะมีปริมาณมากขึ้นในสังคมไทย
โดย พี่ดอกแก้ว [2 ม.ค. 2551 , 07:43:42 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 2แม้จะมีเหตุการณ์ร้ายผุดขึ้นอย่างมากมายตามภาพข่าว แต่ยังนับว่าเป็นความโชคดีของคนไทย ที่ยังมีสถาบันแห่งความเมตตาเกิดขึ้นเพื่อให้ความสงเคราะห์แก่ผู้คนที่ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน เช่น มูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิที่พระบรมวงษานุวงศ์ทรงอุปถัมภ์ มูลนิธิของหน่วยงานราชการ และมูลนิธิของเอกชนต่างๆ เป็นต้น
ทุกคราวที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น สายธารแห่งความเมตตาเหล่านี้ก็พรั่งพร้อมหลั่งไหลไปเกื้อกูล แปรเปลี่ยนเสียงสะอื้นไห้กลายเป็นเสียงหัวเราะ อานุภาพแห่งความเมตตานี้นอกจากจะดับเพลิงร้ายในใจลงได้แล้ว ยังสามารถชุบความชุ่มชื่นให้เกิดแก่จิตใจของผู้อื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะความเมตตา คือ ภาวะของจิตที่มีไมตรีมีเยื่อใยคิดเกื้อกูลให้ผู้อื่นได้รับความสุข ปราศจากความอาฆาตพยาบาทนั่นเอง
และอย่าว่าแต่กับคนภายนอกเลย บุคคลในครอบครัวนั้นก็จะเปี่ยมด้วยความสุข ..ความเมตตาจึงเป็นรากฐานของรอยยิ้มที่สวยงาม รากฐานของความสุขสงบ ดังมีพุทธภาษิตแสดงไว้ว่า "โลโกปตฺถมฺภิกา เมตตา เมตตาเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองโลก"
ดุจเกราะแก้วกันไฟใจเร่าร้อน
ช่วยผันผ่อนเรื่องร้ายคลายทุกข์เข็ญ
คิดกูลเกื้อเผื่อแผ่ไปให้ร่มเย็น
ประดุจเป็นธารเมตตาพาสุขเอย
ด้วยความปรารถนาดี พี่ดอกแก้ว.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [2 ม.ค. 2551 , 07:50:34 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 3มาฝากรอยยิ้มให้กับทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ดอกแก้ว ที่ทำให้รอยยิ้มแพร่ขยายเพิ่มขึ้น คำว่า ตระหนี่รอยยิ้ม ทำให้นึกได้ว่ายังไม่เคยได้ยินคำเช่นนี้มาก่อน ทั้งๆที่เดี๋ยวนี้มีเยอะจริงๆ
การอยู่ร่วมกันถ้ามีเมตตาและปรารถนาดีต่อกันโลกคงน่าอยู่กว่านี้นะคะโดย น้องอุ๊ [2 ม.ค. 2551 , 07:53:58 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 4ได้อ่านเสียงกระซิบฯ ครั้งนี้ พร้อมทบทวนความเป็นไปในชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะการตอบคำถามที่ว่า
เคยหรือไม่ที่ประสบทุกข์ร้อนแล้ว เอาแต่คิดอาฆาตพยาบาทต้องการแก้แค้นหรือเอาคืน?
เคยหรือเปล่าที่ยินดีเมื่อทราบว่าเกิดความวิบัติแก่คนที่เราไม่ชอบ?
เคยหรือไม่ที่ไม่เคยให้โอกาสหรือให้อภัยใครเลย?
สิ่งเหล่านี้ ล้วนมีครบถ้วน และมากมาย ในอดีต ทำให้ เห็นคุณค่ากับคำที่กล่าวว่า อยู่ใกล้สิ่งใด ย่อมซีมซับสิ่งนั้น ดีใจ ที่ได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์ ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะยังไม่ดีสมบูรณ์อย่างเช่นที่อาจารย์กระทำให้เห็นก็ตามที
ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม เวลาอาจารย์ไปโรงพยาบาล จึงยิ้มให้กับใครๆ ได้ทั่วไป ! (ซึ่งก็ดีมากๆ เพราะมีผลทำให้มีที่จอดรถได้ทุกครั้งไป ) ก็ได้คำตอบแล้ว หลังจากที่ได้อ่านกระทู้นี้ และประทับใจกับคำสอนที่ว่า ผู้ที่รู้จักรักตนเองอย่างถูกต้องแล้ว จะไม่ตระหนี่ไมตรีที่จะมอบให้แก่ผู้อื่น ทั้งไม่รอคอยหรือร้องขอเพื่อจะรับจากผู้ใด แต่มุ่งจะมอบให้ผู้อื่นด้วยความเมตตาอย่างเต็มใจ ทำให้นึกภาพ .ที่ได้เห็นจากการกระทำของอาจารย์ในบ่อยครั้ง
ที่สำคัญ จึงได้รู้ว่า ทุกวันนี้ เรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ประเด็นใหญ่ คือยังรักตัวเองอย่างไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ที่เคยคิดว่า ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแล้วนั้น นับว่ายังไม่พอ เพราะ สิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตที่เป็นเสมือนเข็มวัดระดับคุณสมบัติบางประการของจิตใจ ที่อาจารย์กล่าวมา โดยเฉพาะเรื่อง มิตรไมตรีที่เกิดจากความเมตตา ในวันนี้ล้วนเป็นบททดสอบตัวเราเป็นอย่างดี
กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้ว (อาจารย์บุษกร เมธางกูร) มากค่ะ
![]()
![]()
![]()
โดย วยุรี [2 ม.ค. 2551 , 08:04:55 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 5ด้วยน้ำคำนำคนพ้นหวงแหน
มุ่งตอบแทนแผ่นดินสิ้นกังขา
ปรับเปลี่ยนใจให้มากด้วยเมตตา
ปรุงชีวาผู้อื่นให้ชื่นบุญ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [ [2 ม.ค. 2551 , 08:09:37 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 6ทุกคนในโลกนี้ต่างก็รักตัวเองด้วยกันทั้งนั้นฉะนั้น ผู้ที่รู้จักรักตนเองอย่างถูกต้องแล้ว จึงไม่ตระหนี่ไมตรีที่จะมอบให้แก่ผู้อื่น ทั้งไม่รอคอยหรือร้องขอเพื่อจะรับจากผู้ใด แต่มุ่งจะมอบให้ผู้อื่นด้วยความเมตตาอย่างเต็มใจ
เป็นคำเตือนจากพี่ดอกแก้วที่ดีมากเลยคะ ขอบพระคุณมากคะโดย น้องฟู [2 ม.ค. 2551 , 08:15:49 น.] ( IP = 58.9.141.142 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณค่ะ ห้องนั่งเล่นแห่งความรักเป็นหนังสือที่ดีที่สุดแห่งชีวิต อ่านแล้วรักที่จะปฏิบัติตามค่ะ
โดย คูณซัน - [2 ม.ค. 2551 , 09:06:09 น.] ( IP = 124.121.49.30 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |