มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๗)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๗)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม เดรัจฉานกถาของพระภิกษุที่สนทนากันว่า มี ๓๒ ประการนั้น ผมอยากจะทราบว่ามีอะไรบ้าง ถ้ายกขึ้นมาแสดงอีกสัก ๒-๓ ตัวอย่างก็คงจะดี

อีกประการหนึ่ง ประชาชนทั้งหลาบย่อมจะสนทนาปราศรัย ย่อมจะแสดงออกซึ่งวาจาเพื่อให้เป็นเครื่องประโลมน้ำใจซึ่งกันและกัน ประชาชนเป็นไปเช่นนี้โดยทั่วไปเป็นธรรมดา จะพูดแต่เรื่องธรรมะ ก็เอามาทำมาหากินไม่ได้ จะพูดแต่เรื่องธรรมะใครจะไปทนไหว จะพูดแต่เรื่องธรรมะก็คงจะอดตาย ด้วยเหตุนี้เอง ในร้อยคนก็จะพูดติรัจฉานกถาเสีย ๙๙.๙๙ ซึ่งมากกว่านี้เสียอีก

ถ้าเช่นนี้คนเกือบทั้งโลกก็คงจะลงนรกกันหมด ต่อไปก็เห็นจะหาคนมาเกิดไม่ได้ ตายมบาลก็คงจะหัวเราะชอบใจ ด้วยมีอาชีพทำไม่ขาดสาย ธุรกิจการทรมานร่างกายและจิตใจที่จะรุ่งเรืองสดใส แสงไฟก็สาดไปทั่วเมืองนรก แต่มนุษย์และสวรรค์คงจะเงียบเหงาว้าเหว่วังเวงใจ ค่ำลงก็มีแต่ความมืดไม่สว่างไสวด้วยไม่มีใครเปิดไฟ ผมต้องขอประทานอภัยที่ถามไปตามประสาของคนไม่มีความเข้าใจในสภาวธรรม ผิดถูกประการใดก็ขอยกเอาไว้ให้แก่ความโง่ของผมเอง

ตอบ นับว่าเป็นคำถามที่ดีอีกคำถามหนึ่ง ผมขอขอบคุณ และขอให้ถามได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องเกรงใจ ผู้ยืนอยู่หน้าชั้นทำการบรรยายพระอภิธรรมแล้ว ก็เป็นการไม่สมควรที่จะจำกัดขอบวงให้ผู้ถามจนเกินไป หรือไม่เปิดโอกาสให้ผู้ศึกษาได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ก็จะไม่ทำให้การศึกษากว้างขวางออกไปเท่าที่ควร

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2551 , 07:41:09 น.] ( IP = 58.9.97.95 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




คำพูดที่หาสาระประโยชน์อะไรมิได้นั้นมีอยู่ ๓๒ หรือเรียกกันว่า ติรัจฉานกถา นั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงอยู่ในสามัญญผลสูตรแห่งศีลขันธวรรคพระบาลี คือ

๑. ราชกถํ พูดถึงเรื่องรางต่างๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ตลอดถึงพระญาติวงศ์

๒. โจรกถํ พูดถึงเรื่องพวกโจรต่างๆ

๓. มหามตฺถกถํ พูดถึงเรื่องอำมาตย์ราชมนตรี

๔. เสนากถํ พูดถึงเรื่องทหาร ตำรวจ

๕. ภยกถํ พูดถึงเรื่องภัยต่างๆ

๖. ยุทฺธกถํ พูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์

๗. อนฺนกถํ พูดถึงเรื่องอาหารต่างๆ มีข้าวและกับเป็นต้น

๘. ปานกถํ พูดถึงเรื่องเครื่องดื่มต่างๆ

๙. วตฺถกถํ พูดถึงเรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ

๑๐. มาลากถํ พูดถึงเรื่องดอกไม้ต่างๆ

๑๑. คามกถํ พูดถึงเรื่องหมู่บ้านต่างๆ

๑๒. กุมารีกถํ พูดถึงเรื่องหญิงสาว

ผมขอยกขึ้นมา ๑๒ ข้อพอได้เป็นตัวอย่างเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2551 , 07:41:37 น.] ( IP = 58.9.97.95 : : )


  สลักธรรม 2




ประเด็นคำถามอีกข้อหนึ่งนั้น เป็นการถามเรื่องการสนทนาปราศรัยว่า จะมีใครบ้างหรือที่จะไม่กล่าวเดรัจฉานกถา แล้วจะมีได้อย่างไรกับผู้ที่จะกล่าวแต่ในเรื่องที่ไม่ไร้สาระแก่นสาร ผมขออธิบายดังนี้

คำว่า "ภิกขุ" แปลว่า ผู้ขอ ตามความหมายนั้น หมายถึงผู้เห็นภัยในวัฏฏะ เห็นการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นทุกข์ แม้พระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์ แม้เศรษฐีมหาเศรษฐีตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มียศถาบรรดาศักดิ์สูง ก็เห็นพากันเข้ามาบวชมากมายในครั้งพุทธกาล

ทั้งนี้ก็เพราะเขาทั้งหลายเหล่านั้นมีปัญญาเห็นว่า ชีวิตที่จะเดินทางไปตามลำพังนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม แม้ในชาตินี้จะได้ดีมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยมอย่างไรก็ไม่จีรังยั่งยืนเพราะทนอยู่ไม่ได้ ในชาติต่อไปและต่อไปใครจะมารับประกันได้ว่า จะไม่ไปทุคติอันเป็นภูมิที่ต้องได้รับความทุกข์ความเดือดร้อนแสนสาหัส

เวลานี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังมีพระชนม์อยู่ หนทางเดินก็คงจะผิดไปได้ยากมาก ต่างจึงหันหน้าเข้าหาพระธรรม ต่างจึงสลัดความยึดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทั้งหลายพากันออกบวช สาบานตัวเข้ามาด้วยหวังว่าจะทำมรรคผลนิพพานให้แจ้ง

เมื่อต่างก็สาบานตัวเข้ามาว่าจะทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์เช่นนี้แล้ว กลับสนทนาเดรัจฉานกถา กลับสนทนากันในเรื่องไร้สาระแก่นสาร ไม่ได้เป็นไปเพื่อผ่อนคลายกิเลสแม้แต่น้อย ถ้าเป็นไปเช่นนี้อยู่ตราบใด หนทางเดินไปก็จะไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งผิดคำสาบานเสียด้วย ถ้าไม่ทำอะไรให้กิเลสเบาบางลงได้ก็สึกออกมาเสียไม่ดีกว่าหรือ

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2551 , 07:41:55 น.] ( IP = 58.9.97.95 : : )


  สลักธรรม 3




พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนพระภิษุทั้งหลายว่า เมื่อพบกันเข้าแล้วควรจะสนทนากันในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์แก่หนทางที่จะเดินเพื่อให้พ้นจากวัฏฏะ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็จงนิ่งเฉยเสีย การที่กระองค์สั่งสอนพระภิกษุเช่นนี้ก็ด้วยหวังจะมิให้สนทนากันในเรื่องเดรัจฉานกถา ซึ่งถ้าเป็นไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดการกำเริบเสิบสานหนักยิ่งขึ้น จนอาจสามารถมาสกัดกั้นหนทางที่ภิกษุทั้งหลายจะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ และอย่างมากอาจนำไปสู่ทุคติได้ด้วย

อย่างไรก็ดี พระองค์ไม่เคยส่งใครไปห้ามปรามประชาชนทั้งหลายว่า ขออย่าให้ประชาชนทั้งหลายได้แสดงเดรัจฉานกถาเลย พระองค์ทรงสอนให้มีความเข้าใจได้เหตุได้ผล แมื่อสอนไปแล้วผู้ใดไม่ทำตามก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะพระพุทธศาสนานั้นไม่มีการบันดาล

ถ้าบุคคลใดใช้เดรัจฉานกถาพร่ำเพรื่อไม่เป็นแต่ละมื้อละคราว บุคคลใดไม่เห็นภัยในวัฏฏะ ปรารถนาแต่จะหาความสุขต่างๆ จากทางโลกอย่างสุดเหวี่ยง แล้วได้กระทำไปตามอารมณ์ที่ปรารถนา แต่ใครเล่าจะไม่มีอกุศลจิตเกิดขึ้นเสียบ้าง ในวันหนึ่งๆ จะมีแต่กุศลจิตเกิดขึ้นทั้งวันได้อย่างไร เมื่อเช่นนี้ผู้ที่ชอบเดรัจฉานกถาอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็ย่อมมีช่องโอกาส หรือมีประตูที่เปิดอยู่อย่างกว้างขวางที่จะเดินออกไปสู่ทุคติภูมิ

จริงทีเดียว มนุษย์ทั้งหลาย ถึงจะชั่วช้าสามานย์อย่างไร ถึงจะเป็นโจรผู้ร้ายฉกรรจ์สักเพียงไหน เมื่อได้เห็นผู้ใดผู้หนึ่งอดอยากหิวโหยจะเป็นจะตายอยู่ต่อหน้า ก็ไม่อาจจะอดกลั้นความสงสารเอาไว้ได้ ก็ไม่อาจที่จะละเลยไม่ช่วยเหลือเสียได้ เรื่องนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่า ลงชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ถึงจะเดรัจฉานกถามากมายสักเท่าใด ก็หาใช่ว่าจะไม่มีกุศลจิตขึ้นเสียบ้างเลย ดังนั้นที่พูดว่า เมื่อเดรัจฉานกถากันมากๆ แล้ว คนจะไปลงนรกเสียหมดนั้นจึงเป็นเรื่องที่คิดขึ้นมาเอาเอง แต่เป็นไปไม่ได้

ยังไงๆ เราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเพื่อนร่วมใจ ยังไงๆ เราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาคู่ไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ขอแถมท้ายด้วยพระดำรัสของพระพุทธองค์ว่า สัตว์ทั้งหลาย ผู้ไปสุคตินั้นเหมือนเขาโค(มี ๒ เขา) แต่ผู้ไปทุคตินั้นเหมือนขนของโค(ซึงมีมากกว่าเขาโคหลายเท่า)

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2551 , 07:42:15 น.] ( IP = 58.9.97.95 : : )


  สลักธรรม 4




ถาม การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนานั้น ท่านเห็นว่าไม่สำคัญหรืออย่างไร ผมได้ยินท่านว่า ความเห็นอันถูกต้องนั้นสำคัญ

ตอบ การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนานั้น เป็นการกระทำที่ดีที่สำคัญทั้งนั้น แต่จะเอาดีมากที่สุด หรือสำคัญมากที่สุด ก็สู้ปัญญา หรือความเห็นอันถูกต้องไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่า การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนานั้นเป็นกุศลจะให้ปลเป็นความสุขทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เช่น จะมีกินมีใช้ มีที่อยู่อาศัยที่ดี มีจิตใจแจ่มใสเบิกบาน รูปร่างสวยงาม มีความเป็นอยู่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ดี แม้ความเป็นอยู่ของชีวิตจะดีอย่างไรก็ตาม แต่ไม่มีปัญญาเข้าประกอบร่วมด้วย ฉะนั้น กำลังอำนาจของกุศลจึงได้น้อยกว่า เพราะกำลังแรงของเจตนาต่างกัน

นอกจากนั้น การมีปัญญาเพราะได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกนั้นจะช่วยสกัดกั้นอกุศลที่จะเกิดขึ้นมาได้มากทีเดียว เพราะคนเรานั้น เมื่อได้ดีมีความสุขแล้วมักจะเหลิง เพลิดเพลินไปกับความสุขที่ตนได้รับ แล้วก็พยายามดิ้นรนแสวงหาให้ได้มากยิ่งขึ้นไปอีกทั้งเงินทอง ข้าวของ ที่ดิน เรือกสวนไร่นา ตลอดจนอำนาจวาสนา เพราะทนรบเร้าจากโลภะตัณหาไม่ไหว

ดังนั้นจึงมีหลักประกันน้อย จึงอาจประพฤติผิดศีลธรรม หรือบางทีก็อดทนต่อสิ่งที่มาเร้าไม่ไหว เพราะความอยากได้ อยากจะดี อยากจะเด่น หรือเพราะความเสียใจ โกรธแค้นพยาบาทอาฆาตจองเวร จึงได้กระทำทุจริตลงไป แล้วผลที่เกิดขึ้นก็คือทุกข์โทษภัยพร้อมทั้งการเวียนว่ายตายเกิด แต่ถ้ามีปัญญาร่วมด้วยแล้ว ก็จะได้อาศัยปัญญาเหล่านั้นเข้าสกัดกั้นหนทางเดินที่จะไปในทางขรุขระทุรกันดารเสียได้มากทีเดียว

นอกจากนั้น การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ที่ไม่ประกอบด้วยปัญญานั้น จะทำให้เกิดที่ดีมีความสุขทางโลกๆ อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นบันไดเบื้องต้นที่จะนำไปสู่พระนิพพาน และอาจจะเถลไถลเสียในระหว่างทางได้โดยง่าย เพราะขาดปัญญาพิจารณาปัญหาของชีวิตที่ลึกซึ้ง แต่ปัญญาอันได้แก่ความเห็นที่ถูกต้องนั้น หาใช่เป็นบันไดเบื้องต้นที่จะไปสู่พระนิพพานไม่ หากแต่เป็นบันไดขั้นสุดท้ายใกล้ชิดกับพระนิพพานมากที่สุด การเวียนว่ายตายเกิด ความทุกข์ระทมขมขื่นที่ชีวิตจะได้รับนั้น จะได้พ้นไปได้โดยง่ายและรวดเร็ว แล้วเสียเวลาน้อยกว่ากันมากอย่างเทียบกันไม่ได้



โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2551 , 07:42:33 น.] ( IP = 58.9.97.95 : : )


  สลักธรรม 5


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 ม.ค. 2551 , 12:46:23 น.] ( IP = 124.121.174.193 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org