มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แก้ไขใครไปทำไม..แก้ที่ใจจะดีกว่า




ความทุกข์โทมนัสที่เกิดขึ้นในจิตใจนั้น
คนส่วนใหญ่ เรามักไม่รู้ไม่เข้าใจ
จึงทำใจไม่ได้หรือทำไม่เป็น


และบางที่ยังคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย..แต่ทุกข์กายแม้เพียงเล็กน้อย
เช่น การเจ็บไข้ ปวดฟัน จะต้องดิ้นรนเดือนร้อนไปหาหมอด้วยความเป็นห่วงในรูปกาย แม้เป็นเรื่องผิวหนังเพียงผื่นคัน หรือริ้วรอยเพียงเล็กน้อยส่องกระจกทีไรกลุ้มใจทุกทีไป ... สิวชนิดต่างๆ สามารถทำให้จิตเศร้าหมองเดือดร้อนวุ่นวายเราจึงเสียเวลา ไปค่อนชีวิตจริงๆกับเรื่องเหล่านี้ได้

แต่เรืองสำคัญที่สุดที่ควรรู้ควรสนใจกลับไม่รู้ไม่สนใจ.. มิหนำซ้ำจิตยังดิ้นรนไปในเรื่องของคนอื่น ไม่ว่าเรื่องคนนั้นจะดี..ก็ขาดมุทิตาจิต ไม่ว่าเรื่องคนนั้นไม่ดี..ก็ขาดเมตตาจิต

ในเมื่อเวลาจิตตน ท้อแท้เบื่อหน่ายเกิดขึ้น..เรียกว่าจิตตก ไม่อยากได้อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น รู้สึกสลดหดหู่ เซ็งอะไรไปหมดก็ไม่รู้หาสาเหตุไม่พบ จะยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ของความร่าเริงปิติ ปราโมทย์ได้อย่างไร? สิ่งเหล่านี้มิใช่หรือที่เราควรเข้าไปค้นหามาแก้ไขตนเอง

โดย เทพธรรม [3 ม.ค. 2551 , 07:55:09 น.] ( IP = 58.9.140.252 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เพียงมีสติรู้สึกตัวเปลี่ยนอารมณ์ด้วยการตรึกไปในอารมณ์ใหม่ให้เป็นปัจจุบันให้ได้..ที่เรื่องราวที่ดีงามก็เกิดขึ้น จิตที่ตก นั้น....ก็จะยกออกจากความเบื่อหน่ายท้อแท้เพราะอารมณ์เก่าขึ้นมาสู่ความเป็นปกติ ของความแจ่มใสร่าเริงเสียได้ หรือจิตที่ฟุ่งซ่านวิตกกังวล จำต้องข่มจิตลงให้ได้ เป็นอุบายวิธี...เป็นศิลปของชีวิต..อย่างหนึ่งที่สำคัญมาก หรือจิตที่ฟุ่งซ่านวิตกกังวล จำต้องข่มจิตลงให้ได้...มิฉะนั้นจิตฟุ้งซ่าน แต่ถ้าจิตของเราม่นไหม้เร่าร้อน....จะต้องดับความร้อนให้มอดลงให้เร็วที่สุด

การยกจิตข่มจิต..และดับไฟที่เร้าร้อนในจิต...อันเป็นความทุกข์ทางใจที่สำคัญยิ่ง เพียงเราสนใจและฝึกฝนจนเกิดความชำนาญขึ้นมาจริงๆ แล้ว ทุกข์ของเราก็จะคลายออก เป็นวิธีเอาชนะความทุกข์ทางใจ..ด้วยวิธีการทำใจให้ถูกตรงในทางพระพุทธศาสนา จนกระทั่งจิตที่มีคุณลักษณะที่ดีที่งามปรากฏเกิดขึ้นแล้ว เราจะมีวิธีรักษาคุณภาพของจิตที่ดีงามนั้นไว้ได้อย่างไร?เรื่องนี้ต่างหากที่เราท่านควรหันมาศึกษาขบคิดหาความรู้จะดีกว่าไปใส่ใจในเรื่องที่เราก็ไม่สามารถแก้ไขได้

วิธีการทางพุทธศาสนาเท่านั้นที่ว่าไว้ถึงเรื่องราวของจิต และการแก้ไขสภาพจิตให้ดีงาม ไม่ใช่เรื่องของศีลธรรมธรรมดา หรือจิตวิทยาภายนอกพุทธศาสนาจะนำมาใช้ได้เลย

โดย เทพธรรม [3 ม.ค. 2551 , 08:00:25 น.] ( IP = 58.9.140.252 : : )


  สลักธรรม 2

เพราะเราไม่เคยสังเกตจิตของเรา แต่เราก็กลับไปหาอารมณ์ที่ไม่ดี มาทำให้จิตต้องแปรปรวนไปเป็นความฟุ้งซ่าน วิตกกังวน เบื่อหน่ายเร้าร้อนหม่นหมองใจให้เกิดขึ้น

จิตดีอยู่ก็ไม่รู้เพราะไปรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ สิ่งที่ควรรู้กลับไม่รู้ เพราะไม่สนใจที่จะอยากรู้ เราจึงต้องทุกข์ใจอยู่เสมอ คิดก็ไม่เป็นไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับความทุกข์ ที่เกิดขึ้น ทุกข์เมื่อวานนี้ก็ไม่พอ เอากลับมาให้ทุกข์มากขึ้นในวันนี้ และพรุ่งนี้อีก

จิตใจของคนส่วนใหญ่จึงมักเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ เพราะความไม่รู้ขาดความ รู้คือปัญญาในพระพุทธศาสนานั่นเอง

ถึงเวลาแล้วของชีวิต ที่กำลังดำเนินไปสู่ที่ๆเดียวกัน คือหลุมฝังศพ.แต่ก็เป็นจุดแยกย้ายกันไปที่ไม่เหมือนกัน นั่นก็คือสุคติและทุคติ ที่เราต่างต้องไปตามกรรมของตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกับท่านว่า ถึงเวลาของชีวิตแล้ว ที่จะหาทางไปให้แก่ชีวิตของตนเองสักที

หยุดใจที่พเนจรเสีย แล้วมาตั้งใจศึกษาพระอภิธรรม เพื่อท่านเองจะได้ไปพ้นจากความทุกข์ได้โดยเด็ดขาด




โดย เทพธรรม [3 ม.ค. 2551 , 08:05:30 น.] ( IP = 58.9.140.252 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณในคำตักเตือนสั่งสอนให้ประพฤติถูกทางนะคะ
จะพยายามศึกษาพระอภิธรรมให้แตกฉาน เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง
เพื่อการสิ้นไปจากทุกข์ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
ให้ควรค่ากับเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตค่ะ

โดย น้องกิ้ฟ [3 ม.ค. 2551 , 11:49:20 น.] ( IP = 58.9.150.75 : : )


  สลักธรรม 4


หยุดใจที่พเนจรเสีย
แล้วมาตั้งใจศึกษาพระอภิธรรม


เป็นข้อคิดที่สำคัญมากค่ะ เพราะความทุกข์ของชีวิตที่แวะเวียนเข้ามาหาทุกวัน และเราพยายามแก้ไขอยู่นั้น ก็ไม่จบสิ้นสักที จนกว่าจะตัดต้นตอของทุกข์ได้ ด้วยการศึกษาและปฏิบัติ จนกระทั้งกิเลสหมด ไม่เกิด
จึงพ้นจากความทุกข์ ได้โดยเด็ดขาด

ขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ

โดย เซิ่น [3 ม.ค. 2551 , 11:51:50 น.] ( IP = 58.9.150.75 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เตือนจิต
ให้พินิจในกุศลผลทั้งหลาย
ให้ศึกษามั่นในใจกาย
เพื่อผ่อนคลายความวิบัติแห่งชีวี

โดย เณรวัส [3 ม.ค. 2551 , 11:53:03 น.] ( IP = 58.9.150.75 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากค่ะ

ค่ะ ...จะหยุดใจที่พเนจรเสีย
แล้วมาตั้งใจศึกษาพระอภิธรรม ให้เข้าใจลึกซึ้ง
เพื่อชีวิตที่เหลือน้อยนิดนี้จะได้เดินทางในทางที่ถูกที่ควร

โดย พี่ดา [3 ม.ค. 2551 , 11:55:01 น.] ( IP = 58.9.150.75 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณค่ะ เมื่อได้อ่านแล้วจึงสะท้อนให้เห็นความจริงของชีวิต ว่าเราไม่เคยทันกับจิตของตน เพราะขาดความรู้นั่นเอง การได้มีผู้ชี้แนะ จึงเป็นประโยชน์ให้รู้จักคิดให้เป็น

และที่สำคัญมีคนอีกมากมายที่ไม่รู้ว่าเวลาที่ผ่านไปเรากำลังสร้างทุกข์ให้กับชีวิตอยู่แทบตลอดเวลา แต่หลงผิดว่า... ไม่ใช่เลย โลกจึงแบ่งบุคคลไว้ 4 จำพวก เราเองก็คงเหลือขอมานานแล้ว เหลือขอแล้วยังไม่รู้จักคำว่าเข็ดขยาดกับชีวิต กว่าวันนี้จะมีได้เช่นนี้ คงไม่ปล่อยให้กลายเป็นผู้เหลือขออีกแล้วค่ะ

โดย น้องอุ๊ [3 ม.ค. 2551 , 11:57:11 น.] ( IP = 58.9.150.75 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org