มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๙)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๑๙)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม วิจิกิจฉา ซึ่งแปลว่า ความลังเลสงสัยนั้นไม่น่าเลยที่จะเป็นโมหะ เพราะว่าลงเกิดความสงสัยแคลงใจขึ้นมาแล้ว ความสงสัยแคลงใจที่เกิดขึ้นมานั้นก็ไม่ควรจะจัดให้ไปอยู่ในพวกโง่เขลาไม่รู้เท่าทันอะไร เพราะมีความฉลาดอยู่บ้าง มันจึงได้เกิดความสงสัยขึ้นมา คนโง่จริงๆจะมีความสงสัยได้หรือ?

ตอบ ผมขออธิบายคำว่า "วิจิกิจฉา" ให้ท่านหายสงสัยก่อน วิจิกิจฉา แปลว่า ความสงสัยนั้น แบ่งออกเป็น ๒ อย่างคือ นิวรณวิจิกิจฉา และปฏิรูปวิจิกิจฉา

๑. นิวรณวิจิกิจฉา คือ ความสงสัยที่เป็นตัวการสำคัญในการสกัดกั้นความดี คือ กุศลธรรม อันเป็นหนทางก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์ ซึ่งจุดหมายปลายทางนั้นก็คือ มรรค ผล นิพพาน เช่น การทำบุญให้ทานนั้นนำไปสู่สุคติได้เห็นจะไม่จริง ชาติหน้าก็เห็นจะมีไม่ได้แน่ คนเราตายแล้วก็คงสูญไปเลย ถ้าชาติหน้าไปเกิดได้อีก ใครจะเป็นผู้รู้เห็นเรื่องเหล่านี้ได้ นรกสวรรค์จะมีได้อย่างไร กิเลสอันเป็นตัวการทำให้เศร้าหมองเร่าร้อนบังเกิดอยู่ภายในจิตใจ จะทำลายมันให้หมดไปเห็นจะเป็นไปไม่ได้ มรรคผลนิพพานจะมีจริงๆหรือ ไม่น่าเชื่อเลย

ความสงสัยทั้งหลาย จะไม่เป็นวิจิกิจฉาเลย ถ้าหากเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วก็หาทางแก้สงสัยด้วยการศึกษาหรือปฏิบัติไปในหนทางที่มีผู้ชี้แนะ หรือสงสัยในบทเรียนสงสัยเพราะยังไม่เข้าใจ ตัวอย่างเช่นท่านนักศึกษาค้นคว้าศึกษาหาความรู้อยู่ทุกวันนี้ ผมบรรยายธรรมะมานาน ได้พบปะสนทนากับบุคคลเป็นอันมาก ได้พบบ่อยเหมือนกันที่สงสัยไปกระนั้นเอง ในใจของเขามิได้เชื่อถือเสียเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะเขาจะดักโน่นดักนี่ ชักนำไปในหนทางโน้นหนทางนี้ พยายามทำลายล้างหลักการหรืออุดมการณ์ของพระพุทธศาสนาเสียด้วยเหตุผลและถ้อยคำที่ทับถมดูหมิ่นต่างๆ ซึ่งแท้ที่จริงเขามิได้มีความเชื่อมาตั้งแต่ต้นแล้ว ดังนั้น หลังจากสนทนากันพักใหญ่ๆ ต่างคนต่างเหนื่อยโดยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ความสงสัยโดยแฝงความไม่เชื่อดังกล่าวนี้จึงจะเป็นนิวรณวิจิกิจฉา เป็นอกุศล เพราะมันเป็นตัวการกั้นหนทางที่จะรู้เรื่องราวที่ควรรู้เห็น หนทางที่จะเข้าใจในความลึกซึ้งของชีวิต และหนทางที่จะนำไปสู่ความสุขอันสถาพรของตนเองเสีย

โดย ศาลาธรรม [4 ม.ค. 2551 , 09:35:22 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




๒. ปฏิรูปวิจิกิจฉา คือ ความสงสัยชื่อคน ชื่อเมือง ชื่อสัตว์ หรือสงสัยในสิ่งของ หรือสงสัยในวิชาการต่างๆ แม้สงสัยในบทเรียนธรรมะที่ตนกำลังค้นคว้าศึกษาอยู่ว่าข้อไหนมีความหมายว่ากระไร

ปฏิรูปวิจิกิจฉานั้น จะจัดว่าเป็นอกุศลเสมอไปก็ไม่ได้ อาจเป็นมหากุศลหรือมหากุศลญาณสัมปยุตก็ได้ แล้วแต่เรื่องที่สงสัยเหล่านั้นจะไปเกี่ยวข้องพัวพันกับเรื่องอะไรเข้า เจตนาในขณะนั้นเป็นอย่างไร เช่น สงสัยคนที่ตนรักแล้วจากกันไปเสียนาน ว่าจะเพียรพยายามพัดกระพือไฟเก่าให้ลุกขึ้นมาใหม่จะสำเร็จไหม ทำอย่างไรจึงจะให้ไฟที่จะมอดแล้วนี้ลุกพลุ่งโพลงขึ้นมาอีกสักครั้งหนึ่ง ซึ่งความสงสัยเหล่านี้เกี่ยวกับโลภะ

ความสงสัยว่าชาติหน้าจะมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงเราทำบุญไปก็จะได้ประโยชน์มาก ถ้าชาติหน้าไม่มีทำบุญไปแล้วก็ถือเสียว่าเป็นการตัดความโลภของตนเอง จิตก็เป็นมหากุศล

สงสัยว่าจุติปฏิสนธิคือการตายการเกิดนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร จึงตั้งคำถามหรือค้นคว้าหาความจริง หรือถ้าสงสัยถึงเรื่องกิเลสตัวสำคัญต่างๆ ตลอดจนวิธีการที่จะทำลายมันให้ออกไปว่าจะทำอย่างไร จิตดวงนี้ประกอบไปด้วยปัญญาคือมหากุศลญาณสัมปยุต ดังนี้เป็นต้น

ความสงสัยที่เป็นนิวรณ์มาสกัดกั้นความดี ปิดบังหนทางไปสู่ความพ้นทุกข์ที่เรียกว่า นิวรณวิจิกิจฉานั้นมีอยู่ ๘ ประการ คือ ความสงสัยในคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สงสัยในขันธ์อายตนะ ธาตุ ปฏิจจสมุปบาท และในสิกขา

โดย ศาลาธรรม [4 ม.ค. 2551 , 09:35:48 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม เมื่อเสียงมากระทบหู ผู้ที่มิได้พิจารณาความจริงในขณะที่เสียงมากระทบหูจึงได้จับเอาคลื่นเสียงมาเป็นอารมณ์ สร้างคลื่นเสียงขึ้นมาเป็นมโนภาพขึ้นตามแต่อดีตที่ได้สั่งสมอบรมมา เรื่องนี้ผมก็พอเข้าใจ แต่ใคร่จะทราบว่าเด็กเล็กๆ ก็ดี สัตว์เดรัจฉานก็ดีที่มิได้มีอดีตเหมือนๆ เรา จะเอาอดีตอะไรมาสร้างเป็นมโนภาพขึ้น

ตอบ ท่านนักศึกษาถามมาดังนี้ก็นับว่าดี ในเรื่องนี้เราก็ยอมรับแล้วว่า เมื่อเราได้ยินเสียงนั้น เสียงเพลงไทยเพลงสากลไม่มี เสียงด่าเสียงชมเชยก็ไม่ใช่ เพราะเสียงนั้นเป็นช่วงคลื่นแห่งความสั่นสะเทือนของอากาศ ย่อมจะมีความถี่ต่างๆ กัน เราจึงได้รับแต่เพียงเสียงสูงๆ ต่ำๆ เท่านั้น หาใช่เพลงไทยเพลงสากล เสียงด่าหรือเสียงชมเชยไม่ แต่ท่านอยากจะทราบว่าเด็กเล็กๆ หรือสัตว์เดรัจฉานนั้นจะสร้างมโนภาพอย่างไร

ผมขอให้ท่านได้ลองพิจารณาดูสักหน่อย ให้น้อมไปถึงเหตุการณ์ที่ผมได้สร้างขึ้น ผมขอสมมุติว่าผมให้ฝรั่งคนหนึ่งมาร้องเพลงภาษาฝรั่งต่อหน้าท่านในขณะนี้ ท่านก็ทราบว่าเขาร้องเป็นเสียงตะโกน แล้วท่านก็ฟังภาษาไม่ออกจากเสียงที่ท่านได้ฟังนี้ แน่นอนละท่านได้ยินเสียงสูงเสียงต่ำที่มากระทบหูจริงๆ แต่เรื่องราวที่เขาพูดเราไม่ทราบเพราะฟังเรื่องราวไม่ออก ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าเราไม่มีอดีตที่จะเข้ามาตัดสินได้เลย ดังนั้นจึงไม่มีความเข้าใจแม้แต่น้อย แต่อย่างไรก็ดี ท่านก็ย่อมจะเกิดความรู้สึกอันหนึ่ง คือชอบหรือไม่ชอบ หรือถ้าเสียงนั้นไม่ดังแรงจนเกินไปจนท่านรำคาญแล้ว ก็จะรู้สึกว่าเฉยๆ ไป

จิตของสัตว์ทั้งหลายย่อมจะมีโลภะ โทสะ โมหะ คือเป็นบาป โลภ โกรธ หลง หรืออโลภะ อโทสะ อโมหะ คือเป็นบุญ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง แฝงฝังประจำอยู่เสมอ เหตุทั้ง ๖ เหตุนี้ย่อมจะมาแสดงออกโดยวิธีหนุนเนื่องอยู่ตลอดเวลาตามอารมณ์ต่างๆ ดังนั้น ถ้าเสียงเพลงที่ได้ยินเกิดเข้าไปใกล้ชิดกับเพลงเก่าๆ ที่เราชอบเข้าแล้ว แม้จะไม่รู้เรื่องราว เราก็เกิดความยินดีพอใจอันเป็นโลภได้ ถ้ามิได้ใกล้ชิดอะไรกับเพลงเก่าๆ ที่มีอยู่ในใจ เราก็เกิดความไม่พอใจอันเป็นโทสะได้

ทั้งนี้ขอให้ท่านนักศึกษาลองคิดดูก็จะทราบ สำหรับผมขอยอมรับว่าเพลงของแขกเช่นในภาพยนตร์ที่มาจากอินเดีย ผมชอบแทบทุกเพลง ทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรสักนิด เพราะเสียงเพลงและท่วงทำนองคล้ายคลึงกับเพลงของเราอยู่มาก มีปี่ มีกลอง มีฉิ่ง มีฉาบ ตลอดจนจังหวะคล้ายกับเครื่องดนตรีของเราที่ฟังจนชินหู ผมเองก็เคยเล่นดนตรีไทยมาแล้ว อำนาจของเพลงในอดีตคงมาสนับสนุนเป็นแน่ แต่เพลงฝรั่งที่ตีอะไรกันจนเอ็ดตะโร แล้วร้องตะโกนเสียงดังลั่นจนเส้นที่คอขึ้นโปนนั้น ผมฟังแล้วแสบหูไม่ชอบเลย

ท่านผู้หนึ่งไม่ชอบเพลงฝรั่งมาก่อนเลย บ่นแล้วบ่นอีกเที่ยวได้ว่าใครต่อใครให้วุ่นไป แต่พอได้ฝึกฝนอบรมเข้าไม่นานเท่าใดนัก เวลานี้มาพรรณนาให้ผมฟังว่า เพลงวอลซ์นั้นนิ่มนวล เพลงแทงโก้กฌฟังรื่นหู ยิ่งควิ๊กสเตป รัมบ้า หรือช่า ช่า ช่า ด้วยแล้วเร่าร้อนสนุกดีจริงๆ ผมซักถามอยู่ไม่นานนักว่า เกิดไปชอบเพลงฝรั่งเพราะอะไร ก็ได้ความจริงขึ้นมาว่า เพราะเขาแอบหนีภรรยาไปหัดเต้นรำบ่อยๆ

อย่างไรก็ดี ถ้าฟังแล้วมิได้เกิดความพอใจหรือไม่พอใจ หรือไม่มีความสนใจ โลภะ โทสะ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยไม่จับอารมณ์เหล่านั้นเข้า หรือไม่มีอดีตหนุนเนื่องให้เพียงพอ หรือเหตุมีกำลังอ่อน จิตใจในขณะนี้ก็เป็นอุเบกขาเวทนา คือรู้สึกเฉยๆ แล้วเกิดพร้อมด้วยโมหะ ด้วยปรากฏการณ์ของธรรมชาติซึ่งได้แก่รูปนามมาปรากฏอยู่ต่อหน้าแล้วกลับเมินเฉยเสีย หาได้ดูให้รู้ความจริงไม่

โดย ศาลาธรรม [4 ม.ค. 2551 , 09:37:29 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : )


  สลักธรรม 3




ถาม ผมฟังคำอธิบายแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าออกจะชอบกลอยู่ เมื่ออารมณ์ดีเกิดชอบใจแล้ว ก็เกิดโลภะขึ้นมาซึ่งเป็นบาป เมื่อได้อารมณ์ที่ไม่ดีแล้วเกิดไม่ชอบใจกลับได้โทสะก็เป็นบาปอีก ครั้นทำเฉยเสียกลับยิ่งร้ายใหญ่ด้วยเกิดโมหะ หนีบาปไปไม่พ้นเลย

ถ้าเช่นนี้คนทั้งหลายก็คงไปนรกกันหมดเป็นแน่ อีกสักหน่อยเทวดานางฟ้าและมนุษย์ในโลกคงจะไม่มี แต่กลับลงไปเกิดในนรกกันหมด ในเมืองนรกคงจะมีคนท่องเที่ยว มีคนไปทัศนาจรกันอัดแอเพราะเกิดบาปกันวันยังค่ำ ที่ไหนเลยจะไปเกิดในที่ดีๆ มีความสุข แล้วจะทำอย่างไรจึงจะดี จึงจะไม่บาป ไม่ไปนรก อาจารย์ก็ไม่เห็นบอกเลย

ตอบ ถามมาดังนี้ดีจริงๆ ผมขอขอบคุณที่ได้ถามมา เป็นเรื่องที่น่าสงสัย เป็นเรื่องที่น่าจะถามไม่น้อยเลย ความสงสัยของท่านนักศึกษาก็คือ มีประตู ๓ ประตูล้วนแต่เป็นบาปทั้งนั้น ไม่เห็นมีประตูอื่นอีกเลย ถ้าดังนี้คนก็คงจะไปนรกกันหมดทั้งโลก ไม่ต้องได้ไปเกิดในที่ๆ ดีๆ มีความสุขเลย

ผมขอแสดงความจริงประการหนึ่งเสียก่อน อันเป็นไปตามความเป็นจริงที่เป็นไปในโลกของมนุษย์นี้ และย่อมจะไม่มีใครปฏิเสธได้ก็คือ บุคคลทั้งหลายย่อมมีความมักได้เเห็นแก่ตัวเป็นอันมาก เบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบกันอย่างหนักหน่วงรุนแรง ความเมตตาปรานีคิดที่จะเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันนั้นมีน้อยมาก ด้วยเหตุนี้เอง สัตว์ในอบายภูมิจึงมีมาก เช่น สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงว่า ผู้ไปเกิดในอบายภูมินั้นง่ายดายมาก และการไปเกิดก็มีอัตราสูงอย่างน่ากลัว พระองค์ท่านได้เปรียบเทียบเอาไว้ว่า ผู้ที่ปฏิสนธิในอบายภูมินั้นมากเหมือนกับขนของวัว แต่ผู้ที่ไปเกิดในที่ๆ ดี มีความสุขนั้นเหมือนกับเขาวัวเท่านั้นเอง

โดย ศาลาธรรม [4 ม.ค. 2551 , 09:37:51 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : )


  สลักธรรม 4




ขอแก้ปัญหาของท่านนักศึกษาอีกข้อหนึ่งที่ผมเห็นควรจะต้องเรียนให้ทราบเสียก่อนก็คือ เมื่ออารมณ์เกิดขึ้นแล้ว เพราะโมหะหรืออวิชชาเข้ากั้นทาง ผู้ที่มิได้มีมนสิการทำใจให้แยบคายจริงๆ ก็ย่อมจะเกิดโลภะหรือไม่ก็โทสะ แต่โลภะ โทสะดังกล่าวนั้นเป็นอกุศล และอกุศลนั้นแม้เกิดขึ้นสักเท่าปลายเข็ม ก็จะต้องศึกษาเสียให้เข้าใจว่ามีแต่โลภะ โทสะที่เกิดขึ้นมาเป็นทุจริตที่นำเกิดหรือนำปฏิสนธิไม่ได้เพราะมีกำลังอ่อนมาก แต่ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดมากขึ้นต่อไปนั้นได้เหมือนกัน

เหตุใดจึงว่าเป็นหนทางที่จะไปแต่นรกเท่านั้น และหนทางที่ว่า ๓ ทางนั้นก็ไม่มีกำลังพอที่จะส่งไปนรกได้ เป็นแต่เข้ามาประกอบหรือสนับสนุนเท่านั้น เมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นแล้ว ถ้าอารมณ์นั้นดีเป็นกุศลก็มีมากมายก่ายกองทำไมจึงไม่ได้คิด การเห็นพระ เห็นชี เห็นเพื่อนนักศึกษาที่มาเล่าเรียนแล้วก็มีความยินดี ซึ่งความยินดีเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นกุศล

การทำบุญให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น การหักใจมิให้ทำบาปอกุศล การพยายามมิให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ การยกโทษให้แก่ผู้อื่นที่เราไม่ชอบ ทำไมจึงได้กล่าวถึงการศึกษาเล่าเรียนให้เกิดความรู้ในสภาวธรรมจนเกิดเป็นมหากุศลญาสัมปยุต พร้อมทั้งโสมนัสยินดีก็มีบ่อยๆ การปฏิบัติสมถะเพื่อให้จิตสงบไปจนถึงปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อให้จิตเกิดปัญญามีความสามารถทำลายกิเลสทั้งหลายให้สงบ หรือให้หมดจดจนสะอาด ตั้งแต่ส่วนน้อยไปจนหมดจดลงโดยสิ้นเชิงก็เป็นได้

หนทางเดินไปในทางดีที่เป็นบุญกุศลนั้นมีมากมายเหลือเกิน จะเดินทางไหน เดินวันละกี่เที่ยวก็ได้ ขอให้ท่านนักศึกษาเล่าเรียนบ้างแล้วทำใจให้แยบคายสักหน่อยเท่านั้น ท่านทั้งหลายก็ล้วนมีสติปัญญา มีเหตุผลเป็นของตนเอง จะเลือกทางเดินไปในทางต่ำหรือทางสูง จะเลือกทางเดินที่มืดหรือสว่างก้แล้วแต่ใจปรารถนา เพราะพระพุทธศาสนานั้น เพียงแต่ชี้หนทางให้ ไม่มีหน้าที่บังคับหรือเคี่ยวเข็ญผู้ใด


โดย ศาลาธรรม [4 ม.ค. 2551 , 09:38:08 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

การศึกษาทำให้เสมือนแสงสว่างจริงๆค่ะ


โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ม.ค. 2551 , 17:30:25 น.] ( IP = 125.25.247.75 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org