มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๐)







คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๐)

ตอนที่ผ่านมา

ถาม เหตุที่จะทำให้เกิดอกุศลจิตนั้นมีเหตุอะไรบ้าง ?

ตอบ สมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเอาไว้ว่า อกุศลจิตทั้ง ๑๒ ประเภท มีโลภะมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และโมหมูลจิต ๒ ที่เกิดขึ้นมาได้นั้นก็เพราะจิตขาดปัญญารู้เท่าทันความจริง เป็นจิตที่ประกอบด้วย "อโยนิโสมนสิการ" คือ การทำจิตใจไม่แยบคาย หรือการคิดพิจารณาไม่ลึกซึ้งนั่นเอง

ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่มีอโยนิโสมนสิการ หรือพิจารณาเรื่องราวของชีวิตไม่ลึกซึ้ง อกุศลจิตที่ยังไม่เกิดก็ย่อมจะเกิดขึ้นมา และอกุศลจิตที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อมจะเจริญยิ่งขึ้น

แล้วก็โดยทำนองเดียวกันนี่เอง เมื่อมีอโยนิโสมนสิการ หรือพิจารณาเรื่องราวของชีวิตไม่แยบคายแล้ว กุศลจิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมาก็ถูกสกัดกั้นลงเสีย และกุศลจิตที่เกิดขึ้นมาแล้วก็จะถูกทำลายลงโดยทันที

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ม.ค. 2551 , 00:23:15 น.] ( IP = 58.9.94.246 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




เมื่ออโยนิโสมนสิการ คือการทำใจไม่แยบคายเป็นตัวการทำให้อกุศลจิตเกิดขึ้นมาเช่นนี้ ตัวอโยนิโสมนสิการเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเล่า เพราะธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งสิ้น จะเกิดขึ้นมาเฉยๆ ลอยๆ โดยปราศจากเหตุนั้นย่อมจะเป็นไปไม่ได้ อโยนิโสมนสิการก็ย่อมจะมีเหตุเป็นแดนเกิดเหมือนกัน

เหตุให้เกิดอโยนิโสมนสิการ มี ๕ ประการ คือ

๑. ปุพฺเพอกตปุญฺญตา ไม่ได้สร้างสมบุญไว้ในปางก่อน

๒. อปิปฏิรูปเทสวาส อยู่ในประเทศที่ไม่สมควร (ไม่มีสัปบุรุษ)

๓. อสปฺปริสูปนิสฺสย ไม่ได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ

๔. อตฺตมิจฺฉาปณิธิ ตั้งตนไว้ผิด

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ม.ค. 2551 , 00:23:56 น.] ( IP = 58.9.94.246 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม อกุศลจิตที่เกิดขึ้นมานั้นจะควรละหรือควรทำลายอย่างไร

ตอบ หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นหัวข้อย่อที่สุด ๓ ประการคือ สอนให้ละความประพฤติที่ไม่ดีประการหนึ่ง สอนให้ประพฤติแต่ความดีมีศีลธรรมประการหนึ่ง และสอนให้ปฏิบัติต่อจิตใจของตนเองให้สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากเรื่องรบกวนทำให้จิตใจเศร้าหมอง อันเป็นประการสุดท้าย

ในข้อแรกที่ว่าให้ละความประพฤติชั่วนั้น สาเหตุที่มาเร้าให้ความประพฤติไม่ดีเกิดขึ้นมาได้ สาเหตุนั้นๆ ก็จะต้องมีกำลังแรงพอสมควร เพราะใครๆ ก็ไม่อยากจะให้ตนได้รับคำตำหนิติเตียน ต่างคนต่างก็ไม่ต้องการให้ตนได้รับความเสียหาย หรือได้รับทุกข์โทษภัยต่างๆ

แต่อย่างไรก็ดี ในบางครั้งบางคราวก็หนีไปจากความชั่วความเสียหายไม่พ้น และบางทีก็สุดที่จะหลีกเลี่ยงเสียได้ก็มี จึงได้ประพฤติเป็นไป เช่นถึงคราวเคราะห์หามยามร้ายตัวเองจะต้องได้รับโทษภัย เพราะอำนาจของอกุศลกรรมที่ได้กระทำมาแล้วในอดีต เป็นตัวสนับสนุนให้ต้องเสียทรัพย์สินเงินทอง และได้รับความเดือดร้อนต่างๆ จึงได้บันดาลใจให้รับเอาคนแปลกหน้าที่ชอบทำทุจริตคิดร้าย หรือชอบเล่นการพนันเข้ามาช่วยเหลือการงานของตน เป็นต้น

ถ้าอำนาจของอกุศลกรรมแต่อดีตนั้นๆ มีกำลังมากแล้ว ก็จะหนีไม่พ้นจากความเดือดร้อนเหมือนกัน ถ้าความคิดอ่านในปัจจุบันไม่รอบคอบ ถ้าการงานที่กระทำไปนั้นจิตใจขาดสติเครื่องคุ้มครองตนให้พ้นจากอกุศลมิได้มาช่วยขัดขวางเอาไว้ หนทางเดินก็อาจจะลื่นไถลไปสู่อบายมุขจนลึกลงไปมากแทบจะถอนตัวไม่ได้

แต่ถ้ามีความระแวดระวังเอาไว้มิให้จิตใจไหลไปสู่อกุศลได้ตามชอบใจแล้ว อำนาจแห่งการคิดพิจารณาที่เข้าหากุศลผลบุญ แม้ว่าจะมีกำลังไม่มากเพียงพอที่จะมาสกัดกั้นหนทางที่จะไปสู่ภัยพิบัติได้จริงจัง เพราะผลที่จะได้รับอันเป็นโทษภัยนั้นมีกำลังมาก ก็จะทำให้ลดกำลังแรงลงไปได้มิใช่เล็กน้อยเหมือนกัน ดังนั้นการระวังให้จิตเกิดแต่กุศลเป็นส่วนมาก จึงเป็นการกระทำของผู้ที่ฉลาด ด้วยผลดีมีความสุขจะเกิดขึ้นทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ม.ค. 2551 , 00:24:19 น.] ( IP = 58.9.94.246 : : )


  สลักธรรม 3




การที่จะทำให้ใจคลายจากความเศร้าหมองเร่าร้อน ก็จำเป็นที่จะต้องทำลายจิตที่เป็นฝ่ายอกุศล หรือทำลายการพูด การทำ การคิดที่ไม่ดี ที่เป็นบาปลงเสีย เพื่อมิให้อกุศลกำเริบยิ่งขึ้น ทั้งในขณะเดียวกันกุศลจิตก็จะได้ให้ผลโดยสะดวก การทำลายอกุศลจิตนั้นเรียกว่า ประหาณ มีอยู่ ๓ อย่าง คือ

๑. ตทงฺคปหาน ละได้ชั่วคราว

๒. วิกขมฺภนปหาน ละได้โดยการข่มเอาไว้

๓. สมุจฺเฉทปหาน ละได้โดยเด็ดขาด

การประหาณกิเลส ซึ่งเป็นตัวการทำให้จิตเศร้าหมองเร่าร้อน โดยวิธีการประหาณทั้ง ๓ ประการนี้ เราจะทำการประหาณอย่างไร ที่ไหนนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงตัวกิเลสเสียก่อน เปรียบเหมือนหนึ่งเป็นตำรวจ ถ้าเป็นตำรวจที่ดี ก่อนที่จะจับผู้ร้ายก็ควรจะได้ศึกษาผู้ร้ายเสียให้ละเอียด แล้วก็ต้องทราบด้วยว่า ผู้ร้ายมีความเก่งกาจสามารถอย่างไรบ้าง ผู้ร้ายอยู่ที่ไหน ควรจะลงมือจับกุมเวลาใด และจะใช้วิธีการจับกุมอย่างไร



โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ม.ค. 2551 , 00:24:50 น.] ( IP = 58.9.94.246 : : )


  สลักธรรม 4


กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ม.ค. 2551 , 17:17:02 น.] ( IP = 124.121.178.193 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org