มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสียงกระซิบข้างหัวใจ 9.




ลำน้ำที่ทอดสายคดโค้งไปตามพื้นที่ลุ่ม แผ่ความสมบูรณ์ไปยังสองฝั่งฟากให้ชอุ่มเขียวด้วยพันธุ์ไม้ สัตว์ต่างๆพากันอาศัยพฤกษ์ไพรเหล่านี้ยังชีพตามความเหมาะสม ดินแดนราบลุ่มแหล่งใดที่มีความสมบูรณ์มาก ก็จะมีบ้านเรือนมนุษย์มาปลูกสร้าง และดำเนินกิจกรรมของชีวิตไปตามความต้องการ จวบจนกระทั่งกลายเป็นวิถีชีวิตของชนชายน้ำที่ต่างกันไปในแต่ละพื้นเพ และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เดินทางไปทัศนาจรเพื่อดื่มด่ำกับวิถีชีวิตเช่นนี้อย่างตื่นตาตื่นใจ

เรือลำน้อย....จึงล่องลอยออกจากท่าพร้อมด้วยแรงแห่งความปรารถนา ต้องการที่จะสัมผัสความเป็นไปเหล่านั้น ต่างวาดหวังที่จะพบในบางสิ่ง และเห็นในบางอย่างที่แปลกตา และเมื่อใกล้สนธยา .. ลำเรือที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำก็แล่นออกจากท่าไปอย่างแช่มช้าด้วยฝีพายที่วาดเป็นจังหวะ ทำให้หลายคนชื่นชมในความสงบของลำน้ำที่พลิ้วระลอกในยามที่ต้องลมสัมผัส และลืมเลือนที่จะถามตนเองไปเสียสนิทว่า อันตรายจะมีในเบื้องหน้าหรือไม่ ต่างสนใจในภาพลักษณ์ที่ปรากฏของสองฟากฝั่ง ฝั่งหนึ่งปรากฏกลุ่มไม้ที่เขียวชอุ่มที่ให้ความสดชื่นแก่สายตา และนำความสงบมาสู่ใจ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งที่ห่างกันไม่ไกลนักกลับตั้งบ้านเรือนเพื่อค้าขาย ผู้คนเดินไปมาอย่างขวักไขว่ มีทางแยกเป็นลำคลองสายเล็กๆที่จอแจไปด้วยเรือสินค้าของชาวบ้าน ส่งเสียงเซ็งแซ่ขายสินค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราจำนวนมากๆ

โดย พี่ดอกแก้ว [9 ม.ค. 2551 , 07:53:21 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ณ ท่ามกลางบทบาทของการเป็นผู้ดูละครชีวิตอยู่บนเรือลำน้อยนี้ ทำให้ชัดเจนในความแตกต่างระหว่างฝั่งแห่งความสงบและฝั่งแห่งการไขว่คว้าแก่งแย่ง หากเมื่อใดที่ชีวิตมีความเพียงพอแล้ว ... ความสงบและเยือกเย็นก็จะเกิดขึ้น ไร้ความเคลื่อนไหวเพื่อช่วงชิง ดุจดังไพรพฤกษ์ที่ให้ความร่มเย็นแก่ตน และผู้ที่พบเห็น แต่หากเมื่อใดที่ชีวิตยังมีความขาด ..ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ความเคลื่อนไหวที่ร้อนรนก็จะเกิดขึ้นมาก และมากไปตามปริมาณของความต้องการที่มีอยู่ในจิตใจ .. เพราะความไม่มี...จึงต้องแสวงหา และเพราะความไม่พอ...ก็ยิ่งต้องแสวงหาแม้ว่าจะมีแล้วก็ตาม

เมื่อยามราตรีเข้าครอบคลุมลำน้ำจนมืดมิด ฉากแห่งการพิจารณาได้เปลี่ยนทิศไปเพื่อการทัศนาธรรมชาติริมฝั่ง เพราะความมืดมิดมิใช่สิ่งงดงามที่ควรเพ่งมอง แต่ความสว่างต่างหากเล่าคือสิ่งที่น่าปรารถนาในทามกลางความมืด หิ่งห้อย...จึงเป็นเสน่ห์อีกบทหนึ่งของลำน้ำยามค่ำคืน

แสงไฟที่กระพริบอยู่ในลำตัวอันเนื่องมาจากการหายใจของหิ่งห้อยนั้น ก่อให้เกิดความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งหลาย นั่นก็เพราะว่า...แต่ละคนที่มาล้วนไม่มีไฟเรืองแสงในตนเองเช่นหิ่งห้อยเหล่านี้ จึงมองเห็นการมีแสงไฟเป็นสิ่งที่แปลก และต้องเดินทางมาหามาดูในสิ่งไม่มีในตน แต่ถ้าหากมนุษย์สามารถนำความสว่างนั้นมาให้เกิดขึ้นในตนได้แล้ว การเสาะแสวงหาเพื่อชมความงามในแสงสว่างของผู้อื่นก็จะหมดลงไปโดยปริยาย

เมื่อพิจารณาโดยนัยแห่งการดำเนินชีวิต ความสว่าง...จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ค้นหามาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ หรือไฟฟ้าก็ตาม ไม่มีมนุษย์คนใดที่ไม่ต้องการความสว่างในช่วงชีวิตของตน แม้ความสว่างที่กล่าวถึงนี้จะเป็นเพียงแสงภายนอก ...ก็ยังเป็นที่ค้นหาและต้องการของทุกชีวิต จึงควรที่มนุษย์ผู้ไม่ชื่นชอบความมืดทั้งหลาย จะใส่ใจสร้างแสงสว่างให้เกิดขึ้นในตนด้วยการศึกษาพระธรรรมให้เกิดความเรืองแสงแห่งปัญญา เพื่อเป็นที่พึ่งแห่งตน และในบางคราวก็เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้เช่นกัน... ซึ่งในที่สุดก็จะหยุดการเดินทางเพื่อทัศนาจรไปยังถิ่นต่างๆเพื่อแสวงหาด้วยความอยากได้ใคร่ดี และสงบงามได้ดังฟากฝั่งแห่งไพรพฤกษ์ที่ไร้การดิ้นรนไขว่คว้านั่นเอง

โดย พี่ดอกแก้ว [9 ม.ค. 2551 , 07:59:03 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : )


  สลักธรรม 2

เลียบเรือน้อยลอยชลยลฝั่งคลอง
มุ่งหมายมองความงามตามพฤกษา
เห็นโพงพางกางกั้นชั้นชลา
บ่งวิธีจับปลาของชาวคลอง

ล่องลอยไปหัวใจกลับสงบ
เมื่อได้พบความหมายในฝั่งสอง
หนึ่งนั้นพลุ่งพล่านไปในครรลอง
ที่หมายปองขายค้าเพื่อหากิน

ชนมากมายวุ่นวายแข่งขันเสียง
ตะเบ็งเถียงราคาค่าทรัพย์สิน
เรียกตลาดขายขาดเป็นอาจิณ
หลายชีวินคร่ำเคร่งเก็งราคา

อีกหนึ่งฝั่งยังเรือนเหมือนต้นไม้
สงบกายไร้พล่านขานโทสา
มีไม้ใหญ่ให้ร่มบ่มธารา
ไร้แสงสีร้านค้ามาเลียบเคียง

สองฝั่งคลองมองไปใจตรึกตรอง
ฝั่งที่ซ้องเซ็งแซ่ด้วยสรรพเสียง
ไม่ต่างจากชีพเราที่ร้อยเรียง
สร้างเสบียงโลกีย์ธรรมจนช้ำใจ

อีกฝั่งหนึ่งเปรียบซึ่งผู้หยุดคว้า
มีปัญญานำตนพ้นวิสัย
ทิ้งโลกีย์ไว้อีกฟากฝั่งไกล
สันโดษในความพร้อมย้อมจิตตา

ด้วยความปรารถนาดี
พี่ดอกแก้ว


โดย พี่ดอกแก้ว [9 ม.ค. 2551 , 08:01:19 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณมากๆเลยครับ
สำหรับเรื่องราวนี้
ที่ให้รสธรรมอันมีแง่มุมที่ดีมากครับผม

โดย พี่เณร [9 ม.ค. 2551 , 08:02:34 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : )


  สลักธรรม 4

อีกฝั่งหนึ่งเปรียบซึ่งผู้หยุดคว้า
มีปัญญานำตนพ้นวิสัย

สาธุการเสียงกระซิบที่ล้ำค่า
ให้นำพาชีวิตพบความจริง

โดย เณรวัส [9 ม.ค. 2551 , 08:04:11 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : )


  สลักธรรม 5

สองฟากฝั่ง สว่าง-มืด ....ที่แต่ละชีวิตจะเดินทาง จึงควรเลือกทางสว่างแห่งปัญญา ด้วยการศึกษาพระธรรมและปฏิบัติ

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย เซิ่น [9 ม.ค. 2551 , 08:07:30 น.] ( IP = 58.9.142.64 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านแล้วก็มีแต่ความสงบใจ เห็นภาพฝั่งคลองที่ร่มรื่นด้วยความสุข และทำให้นึกถึงเป้าหมายในการคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ให้แสงสว่างให้ทางที่ควรดำเนินชีวิต

เพื่อคลายจากความกำหนัด เพื่อสร้างความปราศจากทุกข์ เพื่อการไม่สะสมกองกิเลส ทำให้เป็นคนมักน้อย ทำให้เป็นคนสันโดษ ทำให้มีชีวิตสงบสงัดจากหมู่คณะ ทำให้มีความเพียรอันตรงต่อทางมรรคผลนิพพาน และเป็นคนเลี้ยงชีวิตง่าย

กราบขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ม.ค. 2551 , 09:39:12 น.] ( IP = 125.26.41.39 : : )


  สลักธรรม 7


อ่านแล้วได้ข้อคิดหลากหลายเลยค่ะ..ขณะที่ลอยเรือน้อย สนุกไปกับการชมสองฝั่งคลอง ก็ทำให้สะท้อนถึงชีวิตที่ยังคงสนุกสนานกับความสุขต่างๆที่ผ่านเข้ามาทางทวารต่างๆ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ในขณะที่ชีวิตบนสองฝั่งคลองแต่ละฝั่งนั้นมีความต่างกันในความสงบของจิตใจ ซึ่งคราวนี้ก็อยู่ที่ตัวเองว่าจะเลือกไปขึ้นฝั่งไหน

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วที่รักมากค่ะที่กระซิบดังเข้าไปในหัวใจเลยค่ะ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ม.ค. 2551 , 10:03:05 น.] ( IP = 124.121.176.79 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านเนื้อความครั้งนี้ เป็นความรู้สึกที่ตื้นตันใจ
ดูเสมือนว่ามิได้อ่านเนื้อความ แต่เข้าไปสัมผัสถึงใจยังไงก็ไม่ทราบ


สุขุม และลึกซึ้งยิ่งนัก

พี่ดอกแก้วได้กลั่นกรองทำให้เห็นความจริงของชีวิตที่ดำเนิน


และรู้สึกว่าเสมือนกำลังล่องไปตามสายน้ำแห่งนี้ด้วย
และรู้สึกสะเทือนใจที่ยามมืดคืบคลานมา
เราไม่ค่อยจะสนใจสร้างความสว่างให้เกิดกับตนเอง

คำสอนจึง...ปลุกแสงสว่างที่ขาดหายให้กับมาอีกครั้ง

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ โชคดีค่ะที่ยังมีเวลาได้มาอ่านสิ่งดีๆเหล่านี้ในวันนี้

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ม.ค. 2551 , 20:41:38 น.] ( IP = 125.24.182.153 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org