| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๒)
![]()
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๒)
ตอนที่ผ่านมา
ถาม อเหตุกจิต คืออะไร
ตอบ คำว่า "อเหตุกจิต" นั้น แปลเป็นไทยว่า "จิตที่ไม่มีเหตุ" เป็นจิตที่แสดงถึงวิบากซึ่งได้แก่ผลของกุศลกรรมและอกุศลกรรมที่ได้กระทำเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตเป็นส่วนมาก
ท่านจะได้ทราบถึงผลของกรรมดี กรรมชั่ว ที่ได้กระทำมาแล้วว่า มาเป็นตัวสนับสนุนให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ที่ดีที่ชอบใจ หรือที่ไม่ดีไม่ชอบใจอย่างไร ผู้ศึกษาจะได้เหตุผลของเรื่องกรรม และผลของกรรมอันจะทำให้เกิดความรู้ขึ้นมาบ้าง ทุกข์หรือสุข ร่ำรวยหรือยากจน การได้กินอยู่หลับนอนที่สมบูรณ์หรือบกพร่องนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร นอกจากนั้นก็จะได้ศึกษาถึงจิตประเภทที่เรียกว่ากิริยาอีกเล็กน้อย เป็นจิตที่สักแต่ว่ากระทำขึ้น มิได้เป็นบุญหรือเป็นบาป
ก่อนอื่น ผมขอทำความเข้าใจในเรื่องของคำว่า "เหตุ" เสียก่อนว่า เหตุนั้นคืออะไร ใครๆก็ใช้กันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพูด จะเรียน จะเขียน หรือจะอ่าน ก็มักจะอาศัยคำว่า "เหตุ" นี้ร่วมด้วยบ่อยๆ แต่ถ้าจะให้ตอบคำถามสั้นๆ นี้ว่า "เหตุ" คืออะไรแล้ว ผู้ใช้คำว่าเหตุเสมอๆ นี้จะตอบด้วยความลำบากใจเหมือนกัน ยิ่งให้ตอบสั้นๆ แต่ให้ตรงกับเรื่องราวให้ตรงกับเป้าหมายจริงๆ ด้วยแล้วก็ยิ่งจะยาก ผู้ตอบมักจะอธิบายแล้วยกตัวอย่างขึ้นมาด้วย เพื่อช่วยให้คำตอบนั้นสมบูรณ์ แต่ในหลักธรรมะนั้นมีคำจำกัดความที่เหมาะสมรัดกุมมาก
คือ ในหลักธรรมะ คำว่าเหตุนั้นมาจากบาลีว่า
หิโนติ ผลํ ปวตฺตตีติ = เหตุ แปลว่า สภาพที่ทำให้ผลเกิด ธรรมชาตินั้นชื่อว่าเหตุ
ธรรมชาติใดที่มีความสามารถทำให้ผลเกิดได้แล้ว ธรรมชาตินั้นชื่อว่าเหตุ
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่า ผลจะปรากฏเกิดขึ้นลอยๆ โดยปราศจากเหตุไม่ได้ ฉะนั้น สรรพสิ่งทั้งหลายอันปรากฏขึ้นมาโดยทั่วไป ไม่ว่ารูป ไม่ว่านาม จึงเกิดขึ้นมาโดยอาศัยเหตุทั้งนั้น สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกมิได้เกิดจากการดลบันดาลของท่านผู้ใดเลย
โดย ศาลาธรรม [9 ม.ค. 2551 , 09:03:39 น.] ( IP = 125.26.41.39 : : )
สลักธรรม 1
คำว่าเหตุ ที่แปลว่า ตัวการที่ทำให้ผลเกิดขึ้นมานั้น เหตุตื้นๆ เผินๆ ศึกษาค้นคว้าเข้าไปถึงได้ไม่ยากก็มี เหตุอันลึกซึ้งจนค้นเข้าไปให้ถึงก้นบึ้งไม่ไหวก็มาก นอกจากนั้นบางทีก็ยังมีเหตุที่นอกจากจะลึกซึ้งแล้ว ยังมีเหตุซับซ้อน คือมีหลายเหตุสลับซับซ้อนกันอยู่จนคนทั้งหลายไม่อาจทราบได้ว่า ผลที่ปรากฏเกิดขึ้นมานั้นมาจากเหตุอันไหนก็ได้
เช่น ในเรื่องคลื่นของแสง คลื่นของเสียง คืออะไร เกิดขึ้นมาได้จากเหตุอะไร ค้นคว้าเข้าไปถึงความจริงได้เป็นส่วนมาก ปรมาณูแตกตัวออกไปได้หรือไม่ ถ้าได้ อะไรเป็นเหตุทำให้มันแตกตัวออกไป ต้นไม้บางชนิดเคลื่อนไหวได้เมื่อไปถูกต้องมันเข้า มีเหตุอะไรที่ทำให้มันเป็นไปเช่นนั้น
แต่เมื่อบุคคลทำบาปทำบุญลงไปแล้ว บาปและบุญที่ทำเอาไว้นั้นจะก่อให้เกิดผลขึ้นมาแก่ผู้กระทำได้หรือไม่ อาศัยเหตุนั้นอย่างไร คนตายลงไปแล้ว เกิดอีกในชาติหน้าได้หรือไม่ อาศัยอะไรเป็นเหตุให้เกิด เอาอะไรไปเกิด และทำให้เกิดได้อย่างไร
ตามที่ผมได้แสดงตัวอย่างมาดังนี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นความจริงว่า เหตุบางเหตุนั้นลึกซึ้งและสลับซับซ้อนเหลือเกิน จนยากที่ปุถุชนทั้งหลายจะค้นคว้าเอาด้วยตนเองให้ถึงได้ ดังนั้น จึงได้ยกเอาแต่เหตุตื้นๆ เผินๆ รู้เห็นกันได้ง่ายๆ ไม่ต้องพิจารณาอะไร มาตัดสินทั้งเอาเหตุผลที่มิได้มีข้อเท็จจริงแอบแฝงอยู่ เข้ามาตัดสินเสียด้วย
เช่นเห็นว่าก่อเหตุ คือทำชั่วแล้วได้รับผลแห่งความชั่ว คือความดีมีความสุข ก่อเหตุ คือทำความดีแล้วได้รับผลแห่งความดี คือความทุกข์ความเดือดร้อน แล้วจึงได้ตัดสินว่า ทำเหตุดี ผลกลับร้าย แต่เมื่อทำเหตุร้ายกลับได้รับผลดี
โดย ศาลาธรรม [9 ม.ค. 2551 , 09:04:04 น.] ( IP = 125.26.41.39 : : )
สลักธรรม 2
คำว่า เหตุ ซึ่งได้แก่ธรรมชาติที่ทำให้เกิดผลนั้น ในหลักธรรมมิใช่จะเอาไปใช้กับเรื่องราวสารพัดอย่างดังที่ทางโลก หรือชาวบ้านใช้กัน โดยเอาคำว่าเหตุไปใช้ในเรื่องของบทเรียน หรือวิชาการต่างๆ เช่น เพราะเหตุที่มีความร้อน ปรมาณูจึงเคลื่อนไหว คำว่าเหตุไปใช้ในเรื่องของดินฟ้าอากาศ เช่น เพราะเหตุที่เป็นฤดูร้อน ฝนจึงไม่ตก เหล่านี้เป็นต้น
คำว่า เหตุ ตามหลักพระพุทธศาสนานั้น เอาไปใช้โดยทั่วไปเช่นเดียวกับที่ชาวบ้านใช้อยู่ทุกเรื่องราวหาได้ไม่ เพราะพระพุทธศาสนานั้น มีขอบเขตของการใช้คำว่า "เหตุ" เพียง ๖ ประการเท่านั้น คือ
เหตุอันเป็นบาป ๓ ประการ ได้แก่ โลภเหตุ(เหตุโลภ) โทสเหตุ(เหตุโกรธ) โมหเหตุ(เหตุหลง)
เหตุอันเป็นบุญอีก ๓ ประการ คือ อโลภเหตุ(เหตุไม่โลภ) อโทสเหตุ(เหตุไม่โกรธ) อโมหเหตุ(เหตุไม่หลง) รวมเป็น ๖ ประการด้วยกัน
อโลภาทิ วิปากเหตุ วิรหิตํ อเหตุกํ แปลว่า จิตที่ไม่มีสัมปยุตตเหตุ อันมีอโลภเหตุเป็นต้นนั้น เรียกว่า อเหตุกจิต
รวมความก็คือ อเหตุกจิตก็ได้แก่จิตที่มิได้ประกอบด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ทั้งมิได้ประกอบด้วย ความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง หรือจะพูดว่า อเหตุกจิต เป็นจิตที่ไม่มีเหตุอันเป็นบาป และไม่มีเหตุอันเป็นบุญเข้าประกอบกับจิตดวงนั้นเลย
โดย ศาลาธรรม [9 ม.ค. 2551 , 09:04:23 น.] ( IP = 125.26.41.39 : : )
สลักธรรม 3
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [9 ม.ค. 2551 , 10:09:22 น.] ( IP = 124.121.176.79 : : )
สลักธรรม 4กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ในคำอธิบายขยายความให้เข้าใจค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมที่นำมาฝากค่ะ
โดย เซิ่น (เซิ่น) [9 ม.ค. 2551 , 23:11:54 น.] ( IP = 58.8.47.76 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |