| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๏๏๏ รำลึกบูชา วันทาครู ๏๏๏
สลักธรรม 1อาจาริยคุณ
คือเรือพายหมายพาหาฟากฝั่ง
ทุ่มพลังคัดท้ายไม่หน่ายหนี
หวังส่งศิษย์สู่ดินถิ่นเสรี
ไร้คลื่นลมตามตีกระทบกาย
คือร่มไม้ให้เงาคราวรุ่มร้อน
กล่อมใจให้โอนอ่อนผ่อนกระหาย
บังแดดกล้าพาพ้นอันตราย
ให้ความเย็นคลุมกายยามวัยเยาว์
คือแม่แบบแนบคมบ่มความแกร่ง
ขัดกรวดให้มีแสงสวยเสลา
กลายเป็นเพชรงามพรายประกายเงา
จากกรวดเขลาเปลี่ยนไปได้ปัญญา
คือผู้มีกัลยาณธรรมนำเอิบอาบ
เจ็ดประการซึมซาบในสิกขา
เปี่ยมปิโยครุภาวนียา
วัจนักขโมวัตตาผู้นำทาง
อุดมธรรมคัมภีรัญจกะถังกะตา
สอนวิชาปฏิบัติไม่ขัดขวาง
โนจัฏฐานเนฯไม่อำพราง
บอกเส้นทางถูกให้ศิษย์ได้ดี
คืออาจาริยคุณหนุนเกื้อศิษย์
กัลยาณมิตรนำทางอย่างสุขศรี
ปาเจราสักการ์อาจารีย์
อนึ่งนี้ข้าน้อมเคารพคุณ
![]()
โดย คณะศิษย์เสือพิทักษ์ [16 ม.ค. 2551 , 09:19:45 น.] ( IP = 58.9.143.24 : : )
สลักธรรม 2
![]()
ร่มไม้ ใบบุญ
ความสุขคือยอดแห่งความปรารถนาของมนุษย์ทุกคน ทุกนาทีที่ผ่านไปแต่ละคนต่างก็ใช้เวลาไปเพื่อสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสนองอารมณ์ด้วยการสรรหาสิ่งต่างๆมาปรนเปรอ หรือแม้กระทั่งการสร้างเกราะป้องกันภัยแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อมิให้ทุกข์มากล้ำกราย
โดยเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขนั้น ก็ย่อมต้องมีการกระทำเกิดขึ้นทั้งทางกายและใจ และตราบใดที่ยังมีการกระทำคือยังทำงานอยู่ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็ย่อมมี บางทีความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เปลี่ยนวิธีการสู่ความสุขไปเลยก็มี เพราะถ้ามีความลำบากมาก จิตใจก็อาจจะเกิดความท้อแท้และแลือกที่จะหาวิธีสร้างความสุขแบบใหม่ที่สบายและรวดเร็วกว่า
ความสุขของแต่ละคนจึงมีระดับของคุณค่าที่ต่างกัน การสร้างความสุขเพื่อสนองความรู้สึกเฉพาะตนเป็นความสุขระดับต่ำที่ประกอบไปด้วยความต้องการทั้งที่ทุจริตและไม่ทุจริต การสร้างความสุขเพื่อสนองแก่ส่วนรวมอาจดูมีระดับขึ้นมาอีกนิด เพราะถ้ากระทำด้วยความทุจริต ก็จัดว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดโทษในภายหลังได้ แต่ถ้ากระทำด้วยความสุจริตและประกอบด้วยคุณธรรมแล้ว ก็จัดว่าเป็นการกระทำที่มีคุณค่ามาก และถ้าพิจารณาถึงผลของความสุขที่ส่วนรวมได้รับด้วยแล้วก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างขึ้นไปอีก โดยเฉพาะความสุขในทางโลกกับทางธรรม
อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมแล้ว การกระทำเพื่อสร้างความสุขความเจริญให้แก่ผู้อื่นนั้นจัดว่าเป็นการกระทำที่มีค่ามาก เพราะต้องประกอบไปด้วยความเสียสละ ความอดทน และกำลังใจที่เต็มเปี่ยมที่จะหยัดยืนอยู่ในอุดมการณ์นั้น อย่างเช่น การเป็นครู หรือเป็นผู้ให้ความรู้ กว่าที่ใครสักคนจะมาเป็นครูหรือผู้ให้ความรู้ที่ดีได้ คนนั้นต้องผ่านการเป็นนักเรียน ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ ต้องการฝึกหัดปฏิบัติมาแล้วอย่างชำนาญ ต้องผ่านวันเวลา อากาศร้อนอากาศหนาว ผ่านความอบอ้าวร้าวรานที่เข้ามากระทบชีวิตและฝ่าฟันจนผ่านพ้นมาได้
และเมื่อมีความรู้พอประมาณแล้วก็ใช่ว่า จะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ได้เท่าเทียมกันทุกคน เพราะนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างในพื้นฐานของอุปนิสัย คุณลักษณะ รวมถึงความพึงพอใจในการเรียนรู้ การเป็นครูจึงเป็นเรื่องยากที่จะกระทำให้ได้ดี
การเป็นครูเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ เพราะต้องรับผิดชอบต่ออนาคตของใครต่อใครที่เข้ามาพึ่งพา ครูที่ดีนั้นนอกจากจะมีความรู้ที่ดีแล้วยังต้องประกอบไปด้วยความประพฤติและจิตใจที่ดีงาม มีความปรารถนาดีกับผู้ที่เข้ามาศึกษาทุกคน และมีจิตใจที่พร้อมจะให้อภัยและให้โอกาสแก่ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา แม้จะรับได้รับความกระทบเทือนใจก็สามารถรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นได้ด้วยความอดทนและเสียสละ โดยเฉพาะการเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อคนที่ด้อยกว่าคือมีความรู้ที่น้อยกว่า ครูจึงเป็นผู้ให้และส่งเสริมแสงสว่างแห่งความสุขให้เกิดขึ้นในศิษย์โดยตรง
การมีครูที่ดีย่อมทำให้อนาคตของลูกศิษย์เป็นไปในทางที่ดีมีความสุขได้อย่างปลอดภัย ครูจึงเป็นกัลยาณมิตรเป็นบัณทิตที่ควรคบหาและเคารพบูชาในพระคุณ
เพราะหากเปรียบไปแล้วครู..ก็คือต้นไม้ใหญ่ ที่ให้ร่มเงาคุ้มครองศิษย์ให้ได้รับความร่มเย็น มีกิ่งก้านให้พักอาศัย มีดอกใบและผลให้เป็นอาหารเพราะกว่าที่จะต้นไม้จะยืนต้นแข็งแรงจนเติบโตก็ต้องผ่านวันเวลาและอุปสรรคนานัปการในใต้ฟ้าผืนนี้ กว่าที่จะหยั่งรากมั่นคงพร้อมแผ่กิ่งก้านสาขาสะพรั่งด้วยใบไม้และผล ก็ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน และความสมบูรณ์ของรากใบที่ดูดซึมซับสิ่งอันเป็นประโยน์มาสะสมไว้ในตนเองเพื่อผลิตผลหล่อเลี้ยงผู้มาอาศัยภายใต้ร่มเงา
ครูจึงต้องเป็นผู้พร้อมจะหยัดยืนในทุกสถานการณ์ที่กระทำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แม้อายุจะล่วงชราวัยไปสักเพียงไหน ร่มเงาของใบไม้ก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้อาศัยอยู่เสมอ
อาจารย์บุษกร เมธางกูร..ต้นไม้แห่งความรู้ต้นนี้ท่านได้ทำหน้าที่ของผู้ให้มานานนับสิบๆ ปี ลูกศิษย์ผู้ที่อยู่ในร่มไม้ชายคา ต่างก็มีความสุขความสบายใจในสิ่งที่ได้รับจากอาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจในการใช้ชีวิตอย่างถูกวิธี ให้กำลังใจและคำพูดแนะนำเพื่อสร้างความหวัง รวมทั้งเป็นแบบอย่างในการหล่อหลอมชีวิตไว้ในพระธรรมด้วยสติปัญญา และเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความงามสง่าของอภิธรรมมูลนิธิที่โดดเด่นไปด้วยความรู้และความประพฤติ
บัดนี้ แม้ลำต้นจะถึงกาลเสื่อมไปตามกาลเวลา และสารพันปัญหาจากธรรมชาติจะเกิดขึ้นรบกวนทำลาย แต่อาจารย์ก็ยังคงหมั่นเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์อันมีค่าลงบนจิตใจของแต่ละคนให้มีต้นไม้แห่งความรู้เจริญเติบโตขึ้น ด้วยถ้อยคำและข้อคิดที่ตักเตือนให้กระทำในคุณความดีให้ถูกตรงเสมอมา แม้จะเป็นถ้อยคำที่สั้น แต่ก็บ่งบอกถึงความหมายในการให้อย่างเหลือประมาณ แม้จะไม่มีคำฟุ่มเฟือยที่อ่อนหวาน แต่ก็ขับขานไว้ด้วยเมตตาธรรม
![]()
โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 11:21:25 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 3
...ครู...คำนี้มีความหมายลึกซึ้งและยิ่งใหญ่สำหรับตนเองมาก จำได้ว่าตั้งแต่เล็กก็มีครูเท่านั้นที่สอนทุกอย่างๆให้ แม้กระทั่งเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ท่านก็เป็นผู้พาไปหาโรงเรียนให้เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเวลา และไม่รู้จักใคร ท่านต้องทำมาหากินเพื่อหาเงินมาส่งเสียให้ลูกๆได้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน เพราะท่านทั้งสองนั้นขาดโอกาสนั้นไป ... ครู...ในความรู้สึกที่ฝั่งแน่นมาตั้งแต่เด็กจึงเป็นผู้มีพระคุณมากมาย
แต่ หลังจากจบชั้นป.๔ จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย มิได้พบปะเจอะเจอผู้ที่จะเรียกว่า...ครู...ได้เลย เขาเหล่านั้นล้วนทำตามหน้าที่ มาสอนหนังสือ แล้วก็กลับไปเท่านั้น มิได้มีความผูกพันกันเลย
จวบจนได้มีโอกาสมาศึกษาเล่าเรียนที่มูลนิธิอภิธรรมแห่งนี้ จึงได้รู้สึกว่าได้พบ...ครู...อีกครั้ง ครูที่อภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ มีความสมบูรณ์ในความหมายของความเป็นครูอย่างยิ่ง ท่านเป็นผู้ให้จริงๆ ให้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม คอยชี้แนะและอบรมบ่มนิสัย สอนให้รู้จักคิดและเดินไปในทางที่ควรดำเนิน เพื่อประโยชน์ทั้งในชาตินี้และอนาคตชาติ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ความเมตตาที่ท่านมียังเอื้ออำนวยไปถึงคนในครอบครัวด้วย
และข้อสำคัญ ท่านสอนด้วยการกระทำให้เห็น และมิได้เป็นการเสแสร้งแกล้งทำ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างท่านกระทำด้วยความรัก ความเมตตา และความหวังดีที่มีต่อศิษย์ทุกๆคนไม่เคยลำเอียงเลย เมื่อสอนใครแล้ว และเมื่อมีลูกศิษย์อื่นที่มาทีหลัง หรือพบกันในวันหลังท่านก็จะสอนซ้ำให้อีกโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือย่อท้อเลย
สุดที่จะบรรยายความรู้สึกในพระคุณครูที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ ทราบแต่ว่า...ครูมีบุญคุณ จะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า...
วันนี้ถือกันว่าเป็นวันครู...จึงขอกราบคารวะครูด้วยสำนึกในพระคุณครูอย่างยิ่งค่ะโดย พี่ดา [16 ม.ค. 2551 , 16:44:57 น.] ( IP = 124.121.174.156 : : )
สลักธรรม 5
ขอน้อมกราบบูชาสักการะมาถึงหลวงพ่อ ท่านคณาจารย์ผู้มีพระคณทุกๆท่านมาด้วยความเคารพค่ะ
พระคุณของท่านคงมิอาจจะทดแทนได้หมด ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงและดำรงชีวิตใหม่ได้นั่นเกิดจากพระคุณของท่านเป็นอย่างมาก
จึงขอน้อมกราบมาในพระคุณของท่านมา ณ ที่นี้ด้วยความเคารพอันสูงสุด.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2551 , 18:36:01 น.] ( IP = 58.9.137.190 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |