| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๗)
![]()
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๗)
ตอนที่ผ่านมา
ถาม ปฏิสนธิจิต หรือปฏิสนธิวิญญาณ คืออะไร
ตอบ ปฏิสนธิจิตหรือปฏิสนธิวิญญาณ คือ จิต เจตสิก และกรรมชรูป ได้ตั้งต้นขึ้นในภพชาติใหม่
นามอันได้แก่จิต เจตสิก ที่สืบต่อมาของผู้ที่ได้ตายไปจากภพชาติก่อน และรูปอันได้แก่กรรมชรูปซึ่งเป็นรูปปรมาณูที่ผันแปรเซลล์ที่ถ่ายทอดมาจากบิดามารดา รูปนี้เป็นอำนาจ(อำนาจคือความสามารถ)กรรมของผู้ที่มาเกิด ทำให้เป็นกลุ่มรูปประสาทกาย กลุ่มรูปเพศหญิงหรือเพศชาย และกลุ่มรูปอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต
ในทางโลกทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงว่า ชีวิตทั้งหลายนั้น ปฐมชีวิตเริ่มมาจากเซลล์ (Cell) ในสมัยปัจจุบันเราตรวจดูได้ว่า เซลล์ มีอะไรบ้าง แต่เซลล์อย่างเดียวก็ไม่อาจทำให้ชีวิตตั้งต้นขึ้นมาได้ แต่ชีวิตก็มิได้หนีไปจากเซลล์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มิได้ปฏิเสธในข้อนี้เพราะเด็กเกิดขึ้นมาก็ต้องอาศัยพ่อแม่สมสู่อยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นหลักการณ์หนึ่งที่พระองค์แสดง แต่เซลล์อย่างเดียวหาได้เกิดเป็นสัตว์ขึ้นมาได้ไม่ จะต้องมีเหตุมีปัจจัยมาประชุมกันมากมายหลายประการ โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 12:06:36 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 1
ในทันทีที่ปฏิสนธินั้นย่อมจะมีทั้งรูปและทั้งนาม รูปก็เกิดขึ้นมาจากกรรมชรูป และนามเกิดขึ้นมาเรียกว่า "ปฏิสนธิวิญญาณ"
กรรมชรูปในขณะปฏิสนธิ คือเกิดในครั้งแรก มี ๓ กลุ่ม คือ กายทสกกลาป ภาวทสกกลาป และหทยทสกกลาป รูปทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ก่อนไม่หลัง
รูปทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็สลายตัวไป อำนาจของกรรมก็ผลิตสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ต่อๆ กันไปไม่ขาดสาย ทั้งยังผลิตสร้างเพิ่มขึ้นมามากขึ้นหรือขยายใหญ่โตขึ้นด้วย
ส่วนนามธรรมได้แก่จิตใจ หรือเรียกว่า ปฏิสนธิวิญญาณ ก็เกิดขึ้นมาพร้อมทั้งนามธรรมที่เป็นตัวประกอบหรือตัวปรุงแต่งจิต เรียกว่า เจตสิก
ในขณะที่ปฏิสนธินั้น ทั้งรูปทั้งนามเกิดขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากัน ดังนั้น คำว่า "ปฏิสนธิ" จึงแปลมาจากบาลีว่า จิต เจตสิก และกรรมชรูปเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่ โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 12:06:58 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 2
ถาม ในขณะเห็นรูปมีขันธ์ ๕ เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ ในขณะเห็นรูปมีขันธ์ ๕ เกิดขึ้นได้ดังนี้
รูปขันธ์ ได้แก่ รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นของแสงที่มากระทบกับจิตที่ประสาทตา ( คลื่นของแสงมาประชุมกันทำให้เห็นรูป แต่ตาของเราเห็นคลื่นของแสงไม่ได้)
รูปขันธ์ ก็ได้แก่จักขุปสาท อันได้แก่ประสาทตา
เวทนาขันธ์ เป็นนามเจตสิก มีห้าที่เสวยอารมณ์สุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ มีจำนวน ๑ แต่ผลัดกันทำหน้าที่ทั้ง ๓
สัญญาขันธ์ เป็นนามเจตสิก มีหน้าที่เก็บหรือจดจำอารมณ์เอาไว้ เช่น จำสีแดง สีดำ จำ ก.ไก่ ข.ไข่ เป็นต้น มีจำนวน ๑ มีหน้าที่การงานจดจำทุกๆ อย่าง
สังขารขันธ์ เป็นนามเจตสิก เป็นตัวปรุงแต่งให้จิตใจเป็นไปต่างๆ เป็นบาป เป็นบุญ หรือไม่บาปไม่บุญ มีจำนวน ๕๐ ประเภท
วิญญาณขันธ์ เป็นนาม จิต มีหน้าที่รู้อารมณ์ตามทวารต่างๆ มีจำนวน ๘๙ หรือ ๑๒๑ ประเภท เพราะจิตใจย่อมจะมาทำงานต่างๆ จึงมีมากแต่ก็ทำงานคือ เกิดขึ้นครั้งละ ๑ เท่านั้น
เมื่อเวลาเห็นรูป ได้ยินเสียง หรือคิดนึก ขันธ์ ๕ ก็เกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อมาทำงานเห็น ได้ยิน หรือคิดนึก ไม่ก่อนและไม่หลังกว่ากัน โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 12:07:14 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 3
ถาม ขณะปฏิสนธิมีขันธ์ ๕ เกิดขึ้นครบหรือไม่?
ตอบ เมื่อเวลาปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา ก็เกิดขันธ์ ๕ ขึ้นมาอย่างเดียวกันกับการเห็นรูปที่ได้อธิบายไปแล้ว คือ
รูปขันธ์ เป็น รูป
เวทนาขันธ์ คือ นามเจตสิก เป็น นาม
สัญญาขันธ์ คือ นามเจตสิก เป็น นาม
สังขารขันธ์ คือ นามเจตสิก เป็น นาม
วิญญาณขันธ์ คือ นามจิต เป็น นาม
ในทันทีที่ปฏิสนธินั้น มิใช่ผู้มาเกิดมานั่งคอยดูการสมสู่ระหว่างเพศของพ่อแม่ดังที่บางท่านพูดตลกๆ ให้หัวเราะกันเล่น หากแต่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เหมือนเราเปิดรับคลื่นวิทยุ เมื่อเครื่องส่งและเครื่องรับพร้อมแล้วเปิดแก็กเดียวทั้งภาพและทั้งเสียงก็ปรากฏ
ผู้ปฏิสนธิจะรู้เห็นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เพราะ ปฏิสนธิ คือการเกิดขึ้นมาของสัตว์ทั้งหลาย ภวังค์ การรักษาภพชาติ เช่นการนอนหลับ เป็นต้น และ จุติ อันได้แก่ความตาย จิตทั้ง ๓ ประเภท (จำนวน ๑๙) นี้ไม่มีหน้าที่การงานที่จะทำเช่นนั้น คือมีความสำนึกรู้สึกตัวไม่ได้
ในขณะปฏิสนธิ ภวังค์ และจุตินี้ เป็นทวารวิมุตติ จิตมิได้ออกมาทำงานตามทวารต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน หรือคิดนึกไม่ได้ เป็นต้น ดังนั้นจึงได้พ้นไปจากความรู้สึกสำนึกตัวทุกๆ อย่าง ผู้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมโดยละเอียดก็จะมีความเข้าใจดี จะทราบว่าเป็นจิตประเภทไหน มีจำนวนกี่ประเภท แล้วมันทำงานกันอย่างไร
ขณะปฏิสนธิแก็กเดียว ก็เป็นขณะแรกของการเกิดขึ้นมาของสัตว์ทั้งหลายในทันทีนี้มีขันธ์ ๕ พร้อมบริบูรณ์ ผู้ใดฆ่าเด็กในขณะนี้ก็เท่ากับฆ่าคน แม้จะยังไม่มีหน้าตา แขนขา หรือตัวตนก็ตาม โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 12:07:34 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 4
ผู้ที่ปฏิสนธิเป็นผีสางเทวดาก็อาศัยหลักการนี้ แต่เกิดขึ้นมาในทันทีเรียกกันว่า โอปปาติกะ ปฏิสนธิแต่เป็นเทวดาชั้นต่ำ และเปรตอสุรกาย บางพวกเกิดในครรภ์ของมารดาก็มี มีร่างกายเป็นรูปปรมาณู แต่คลอดตรงๆ ออกมา มิได้คลอดทางเบื้องต่ำเหมือนกับคน
ในทันทีที่เกิดก็มีขันธ์ ๕ พร้อมบริบูรณ์ ยกเว้นผู้ทำบาปเอาไว้มากเกิดเป็นทุคติบุคคลก็จะมีรูปที่เป็นปรมาณูแล้วขาดตกบกพร่องไม่สมประกอบ หรือมีรูปร่างแปลกประหลาดออกไป และบางทีก็แทบจะไม่ทราบว่าเป็นสัตว์อะไร
หรือไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานที่รูปคือร่างกายเป็นปรมาณู เหมือนหรือต่างกันออกไปจากสัตว์เดรัจฉานที่เราเห็นกันในเมืองมนุษย์ แต่ถ้าไปเกิดเป็นเทวดาก็มีขันธ์ ๕ บริบูรณ์ และสวยงาม ยกเว้นเทวดาชั้นต่ำสุดที่มีร่างกายหรือจิตใจบกพร่องบ้าง เช่น ตาบอด เป็นใบ้ และปัญญาอ่อน เป็นต้น
ท่านทั้งหลาย เมื่อกิเลสยังมีอยู่แล้ว ตายลงไปเมื่อใดก็ย่อมจะต้องเกิดใหม่อย่างแน่นอน
โดย ศาลาธรรม [16 ม.ค. 2551 , 12:07:55 น.] ( IP = 125.26.38.119 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากนะคะ ที่สละเวลานำธรรมะที่มีประโยชน์ยิ่งมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเพิ่มพูนปัญญาอยู่เป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [17 ม.ค. 2551 , 15:44:25 น.] ( IP = 124.121.177.191 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |