| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๘)
![]()
คำถาม-คำตอบ มอบปัญญา (๒๘)
ตอนที่ผ่านมา
ถาม คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร
ตอบ เรื่องคนตายไปแล้วจะไปเกิดหรือไม่นั้น มีความเข้าใจกันไปหลายกระแส บางท่านก็เข้าใจว่าร่างกายของคนเรานี้ประกอบด้วยรูป หรือวัตถุ ดังนั้นเมื่อคนตาย ร่างกายก็ฝังจมดินไปไม่สามารถจะไปเกิดได้อีก
บางท่านเข้าใจว่าตายแล้วก็ต้องไปเกิดอีก ในบรรดาผู้ที่เข้าใจว่าตายแล้วไปเกิดได้นี้ ก็มีความเข้าใจแตกแยกออกไปมาก เช่นผู้ตายจะต้องไปอยู่สวรรค์หรือในนรก ก็แล้วแต่ผลแห่งการกระทำของตน และสวรรค์หรือนรกนั้นได้มีผู้สร้างขึ้นสำหรับลงโทษ หรือให้รางวัลตลอดนิรันดร โดยไม่กลับมาเป็นมนุษย์อีก
บางท่านเข้าใจว่าคนที่ตายแล้วต้องไปเกิดเป็นคนเท่านั้น ไปเกิดเป็นสัตว์ไม่ได้ แต่บางท่านว่าไปเกิดเป็นคนหรือเป็นสัตว์ก็ได้
บางคนเข้าใจว่าจิตหรือวิญญาณหรือเจตภูตนี้เป็นอมตะ เมื่อร่างกายของคนแตกดับไปแล้ว วิญญาณก็จะออกจากร่างล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่
บางคนที่ศึกษาวิชาทางโลกทางวิทยาศาสตร์มามากๆ ก็เข้าใจว่าถ้าบุคคลใดมีลูกเต้าสืบต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็จะไปเกิดได้อีกตามหลักของชีววิทยา เพราะลูกทุกๆ คนนั้นสืบต่อมาจากเซลล์ของพ่อแม่นั่นเอง เมื่อสืบต่อไปหลายๆ ชั่วแล้ว ชีวิตเดิมก็จะปรากฏขึ้นมาอีก
แต่บางคนกลับมีความเห็นว่า ร่างกายนั้นประกอบไปด้วยรูปหรือวัตถุ ความรู้สึกนึกคิดนั้นเป็นหน้าที่ของมันสมอง ซึ่งได้วิวัฒนาการทีละน้อยๆ มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จนมีอำนาจในการนึกคิดและรู้สึกได้ แต่เมื่อตายแล้วก็เป็นอันหมดเรื่องกัน ไม่สามารถจะไปเกิดได้อีกเลย โดย ศาลาธรรม [17 ม.ค. 2551 , 09:03:48 น.] ( IP = 125.26.39.237 : : )
สลักธรรม 1
เรื่องนี้เป็นเรื่องมากคนมากความคิดเห็น แม้เจ้าของลัทธิศาสนาใหญ่ๆ หลายศาสนา ก็มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เพราะเรื่องคนเกิดหรือคนตายเราเห็นได้ง่ายๆ แต่เรื่องตายแล้วไปเกิดได้หรือไม่ เป็นเรื่องลึกลับ เป็นปัญหาโลกแตกมาจนบัดนี้
สำหรับคำสอนของพระพุทธศาสนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า คนตายแล้วไปเกิดอีกได้ แต่จะไปเกิดเป็นมนุษย์หรือเป็นสัตว์ก็ได้
แต่อย่างไรก็ดี พระองค์มิได้ทรงสอนไว้เฉยๆ ลอยๆ ว่า คนตายแล้วไปเกิดได้เท่านั้น หากแต่ได้ทรงแสดงรายละเอียดในเรื่องนี้ไว้เป็นขั้นเป็นตอนอย่างพิสดาร ถึงวิธีที่ไปเกิดได้อย่างไร? มีอะไรบ้าง? ไปอย่างไร? เกิดอย่างไร? พระองค์ทรงสอนไว้ยากง่ายเป็นชั้นๆ แล้วแต่วุฒิของบุคคลผู้ใดสนใจศึกษา มีพื้นฐานมาดี ก็สามารถเข้าใจได้ละเอียดขึ้น
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนว่า คนตายแล้วไปเกิดก็ดี แต่ความคิดเห็นของศาสดาอีกหลายท่านที่มีตรงกันในหลักใหญ่ๆ ของพระพุทธศาสนาเพียงว่า เกิดอีก เท่านั้น เช่น ศาสนาพราหมณ์ถือว่า คนตายแล้วจิตหรือวิญญาณก็ล่องลอยออกจากร่างไปปฏิสนธิใหม่ เหตุนี้จิตหรือวิญญาณก็เป็นอมตะไม่มีวันตาย เมื่อจากคนนี้ก็ไปสู่ยังคนนั้น เมื่อจากคนนั้นก็ไปสู่ยังคนอื่นๆ ต่อไปตามลำดับ เหมือนคนอาศัยอยู่ในบ้าน เมื่อบ้านพังลงแล้วจะอาศัยอยู่ไม่ได้ ก็ต้องเดินทางไปหาบ้านอยู่ใหม่ต่อไป
แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ตรงกันข้าม พระองค์สอนว่า จิตหรือวิญญาณนั้นมิได้เป็นอมตะไม่มีวันตาย หากแต่เกิดดับสืบต่อกันไปไม่ขาดสาย และจิตก็ล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ไม่ได้เลย จะเทียบคนย้ายจากบ้านที่จะพังหาได้ไม่ โดย ศาลาธรรม [17 ม.ค. 2551 , 09:04:28 น.] ( IP = 125.26.39.237 : : )
สลักธรรม 2
ยิ่งกว่านั้น ความเข้าใจที่ว่าการไปเกิดได้ ก็ไปแต่จิตหรือวิญญาณเท่านั้น ก็เป็นความเข้าใจผิด เพราะยังมีรูปอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า กรรมชรูป คือรูปอันเกิดแต่กรรม ก็ร่วมในการปฏิสนธิด้วย สำหรับข้อนี้เป็นอีกข้อหนึ่งที่ท่านจะได้เห็นความพิสดารน่าอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา
เพราะไม่ว่าใคร หรือศาสดาองค์ไหนที่เห็นว่า คนตายแล้วไปเกิดได้ ก็จะต้องไปแต่จิตหรือวิญญาณเท่านั้น ทั้งมิได้แสดงการตายการเกิดอย่างไรให้ชัดแจ้ง
แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า นอกจากจิตไม่ใช่ล่องลอยไปแล้ว รูปบางชนิดก็ไปเกิดได้ ส่วนจะไปได้อย่างไร? รูปอะไรบ้าง?
การที่เข้าใจว่า คนตายแล้วไปเกิดได้นั้น จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องจิต เรื่องรูป เรื่องกรรม และเรื่องความตายว่า เหตุใดจึงตาย ? ความตายมีกี่อย่าง? ขณะใกล้ตายมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? มีความรู้สกอย่างไร? และจิตทำงานกันอย่างไร? ฯลฯ ให้เข้าใจดีเสียก่อน
ดังนั้นท่านก็จะเห็นได้ว่า เรื่องตายเรื่องเกิดนี้จะกล่าวกันง่าย และให้เข้าใจดีด้วยนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย โดย ศาลาธรรม [17 ม.ค. 2551 , 09:05:07 น.] ( IP = 125.26.39.237 : : )
สลักธรรม 3
ถาม ความตายมีกี่อย่าง?
ตอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งความตายออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ไว้เป็น ๒ ประการคือ กาลมรณะ หมายความว่า ถึงเวลาที่จะต้องตาย กับ อกาลมรณะ หมายความว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องตาย
กาลมรณะ ก็ได้แก่ อายุขยมรณะ ตายโดยสิ้นอายุ กัมมักขยมรณะ ตายโดยสิ้นกรรม อุภยักขยมรณะ ตายโดยสิ้นอายุและกรรม ส่วนอกาลมรณะ ก็ได้แก่ อุปัจเฉทกมรณะ หมายถึง ตายด้วยอุบัติเหตุต่างๆ มาตัดรอนทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยและยังไม่สิ้นกรรม
๑. อายุขยมรณะ ตายโดยสิ้นอายุ ข้อนี้ได้แก่สัตว์ทั้งหลายต้องตายโดนสิ้นอายุ เพราะสัตว์ทุกชนิดย่อมจะมีชีวิตอยู่ภายในขอบเขตของอายุขัย เช่น เต่ามีอายุ ๑๓๐ ปี ช้างมีอายุ ๓๐๐ ปี ยุงมีอายุ ๑๕ วัน เป็นต้น
มนุษย์ในปัจจุบันมีอายุขัยเพียง ๗๕ ปีก็ตาย แม้ว่าจะมีผู้มีอายุกว่า ๗๕ ปีก็มีอยู่บ้างจำนวนน้อย การที่โลกในปัจจุบันค้นคว้าในสรีระของมนุษย์ จนมีความรู้ละเอียดประณีตค้นคว้าในเรื่องอาหารและหยูกยาสารพัด เพื่อประสงค์จะให้มนุษย์ปราศจากโรคภัยมาเบียดเบียน แล้วจะได้มีอายุยืนนั้น ถึงค้นคว้ากันต่อไปสักเพียงใด วิทยาศาสตร์การแพทย์จะเจริญก้าวหน้าไปสักเพียงไหน ก็เป็นการช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการมีอายุยืนหรืออายุสั้น มิได้มีเหตุเพียงในด้านวัตถุอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงมีเหตุอื่นสำคัญมากอีกหลายประการ ซึ่งข้าพเจ้าจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป โดย ศาลาธรรม [17 ม.ค. 2551 , 09:06:11 น.] ( IP = 125.26.39.237 : : )
สลักธรรม 4
๒. กัมมักขยมรณะ ตายโดยสิ้นกรรม ในข้อนี้หมายถึงว่า การที่สัตว์ทั้งหลายเกิดขึ้นมาและเป็นไปนั้นอาศัยกำลังของกรรมหล่อเลี้ยงหรือสนับสนุนไว้ หากหมดกำลังของกรรมเมื่อใด ผู้นั้นก็จะถึงแก่ความตาย สำหรับในเรื่องของกรรมที่หล่อเลี้ยงหรือสนับสนุนให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างไร ข้าพเจ้าจะให้เหตุผลข้อเท็จจริงภายหลัง ขณะนี้กำลังกล่าวถึงเรื่องความตาย การที่จะต้องกล่าวถึงกรรมก็เพราะเกี่ยวพันไปถึง
๓. อุภยักขยมรณะ ตายโดยสิ้นอายุและกรรม ข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรมาก ด้วยความตายที่เกิดขึ้นเพราะสิ้นอายุนั้นหมายถึงแก่เฒ่าอายุมาก ร่างกายก็หมดกำลังที่จะอยู่ต่อไปได้ ทั้งกรรมที่สนับสนุนให้คงชีวิตอยู่ก็หมดลงด้วย บุคคลผู้นั้นก็ถึงแก่ความตายด้วยเหตุทั้ง ๒
๔. อุปัจเฉทกมรณะ หมายถึง ตายด้วยอุบัติเหตุต่างๆ มาตัดรอนทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยและยังไม่สิ้นกรรม เช่น ตกต้นไม้ตาย หรือถูกรถทับตาย ความตายในข้อนี้เป็นความตายโดยเหตุต่างๆ อันเป็นปัจจุบัน มิได้สิ้นอายุหรือมิได้สิ้นกรรม แต่มีกรรมในอดีตมาตัดรอน อาศัยกรรมแต่อดีตเป็นแรงส่ง เช่นกรรมแต่อดีตเป็นตัวส่งให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วไปติดโรคระบาดภายในเรื่อนจำตาย เป็นต้น
โดย ศาลาธรรม [17 ม.ค. 2551 , 09:06:34 น.] ( IP = 125.26.39.237 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมีเจ้าค่ะ
และอนุโมทนากับศาลาธรรมที่นำความรู้เกี่ยวกับความตายมาเผยแผ่ค่ะโดย น้องฟู [19 ม.ค. 2551 , 14:08:59 น.] ( IP = 58.9.149.135 : : )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาอธิบายให้เข้าใจด้วยภาษาง่ายๆ
ขอบพระคุณ..คุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำมาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [19 ม.ค. 2551 , 19:16:22 น.] ( IP = 58.9.227.6 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |