มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสียงกระซิบข้างหัวใจ 13.




ความมืด

ความมืดเปรียบเสมือนภัยอันน่ากลัวของชีวิต เพราะความมืด ทำให้เรามองไม่เห็นสิ่งรอบตัว มองไม่เห็นเส้นทางและสภาพที่แท้จริง รวมทั้งมองไม่เห็นว่า มีภัยร้ายหรืออุปสรรคใดกีดขวางอยู่ข้างหน้าอยู่หรือไม่ เราจึงไม่รู้ว่า สภาพแวดล้อมของเราเป็นคุณหรือโทษ

และแต่ละก้าวที่เหยียบย่างไปนั้น จะพบกับสิ่งใด บางครั้งเราอาจเดินผ่าน ทรัพย์สมบัติ ที่มีค่ามากมายไปอย่างน่าเสียดาย ก็เพราะอิทธิพลของความมืดเข้าครอบคลุมเสียจนเราไร้ดวงตาที่จะให้ความใส่ใจ บางครั้งมีหลุมพรางปกปิดไว้หรือศัตรูร้ายซุกซ่อนอยู่ก็ไม่ได้ทำให้เราเกิดความกลัวในภัยนั้น นั่นเป็นเพราะความมืด ทำให้เรามองไม่ชัดตา เราจึงเกิดความประมาทและขาดความระมัดระวัง

ฉะนั้น ภัยร้ายที่อยู่รอบกายหาได้ร้ายแรงเท่าภัยของความมืดไม่ เพราะหากปราศจากความมืดเสียแล้ว เราก็จะสามารถแก้ไขหรือหลบเลี่ยงภัยไปได้บ้างตามความสามารถที่มี

โดย พี่ดอกแก้ว [24 ม.ค. 2551 , 08:00:48 น.] ( IP = 58.9.140.15 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลายคนอาจแย้งว่า ความมืด เป็นสิ่งที่มีประโยชน์แก่ตน เช่น อยู่ในความมืดเพื่อสงบจิตใจ หรือสำรวจความเป็นไปของตน แต่เมื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว ..เรามิได้ต้องการความมืดนั้นแท้จริงเลย.

สิ่งที่เราต้องการ ระหว่างที่อยู่ในความมืด นั้นคือ... ความกระจ่างหรือความสว่างของใจมากกว่า เราต้องการหลุดพ้นจากปัญหาทั้งหลาย แต่อาจเป็นเพราะเรามีความไม่มั่นใจ มีความกลัว หรือความอับอาย เราจึงต้องอาศัย ความมืด เพื่อเป็นเครื่องมือปิดบังอำพราง ความอ่อนแอนั้นเอาไว้ ..ซึ่งก็ต้องการเพียงชั่วคราว และขณะที่อยู่ใน ความมืด เราก็ต้องยอมรับว่า อากัปกิริยาต่างๆ ล้วนไม่สำรวมหรือละเลยความรู้สึกตัวไปหลายประการ นั่นคือ ความประมาท

ความมืด มิได้ให้อิสระเสรีภาพแก่เราเลยสักนิด แต่เป็นอาณาบริเวณที่กักขังให้เราซ่อนเร้นตนเอง จากความจริงที่ไม่กล้ายอมรับอย่างซึ่งหน้า ความมืด จึงเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันผู้อ่อนแอให้อ่อนแอยิ่งขึ้น และยังทำให้หลงคิดไปว่า การกระทำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

โดย พี่ดอกแก้ว [24 ม.ค. 2551 , 08:05:38 น.] ( IP = 58.9.140.15 : : )


  สลักธรรม 2

นับแต่โบราณกาลมา จึงมีผู้พยายามคิดค้นหาสิ่งที่ให้แสงสว่าง เพื่อทำลาย ความมืด ในยามค่ำคืนให้สิ้นไป แต่การอยู่ในแสงสว่างก็ใช่ว่าจะพ้นไปจาก ความมืด ได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวัน หรือกลางคืน เพราะเมื่อหันเข้าหาแสงเมื่อใด ที่ด้านตรงข้ามหรือด้านที่อยู่ข้างล่างก็ยังมีความมืดปรากฏเป็นเงา

ฉะนั้น ในยามใดก็แล้วแต่ที่ชีวิตของเราพบกับ ความมืด และเราไม่มีแสงไฟมาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ ..เราจึงต้องรู้จักสงบ...เพื่อที่จะพิจารณาตรวจตราสิ่งที่เป็นไปรอบข้างให้ชัดเจน โดยต้องใช้ประสาทสัมผัสเท่าที่มีอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อช่วยในการระวังภัย และแก้ไขปัญหา

เพราะการรู้จักสงบ และพิจารณานี้เปรียบเสมือนการฉายแสงจากดวงใจ ให้มีความเตรียมพร้อม เพื่อที่จะพาตนไปให้พ้นจาก ความมืด นั้นได้

วิถีชีวิตของชาวพุทธ จึงเป็นวิถีที่ดำเนินไปสู่ความสว่าง คือ สว่างด้วยการรู้จัก และแก้ไขด้วยเหตุผล เพื่อพาตนให้พ้นจากปลักที่มืดมนไปได้ในที่สุด

ด้วยความปรารถนาดี
พี่ดอกแก้ว





โดย พี่ดอกแก้ว [24 ม.ค. 2551 , 08:10:10 น.] ( IP = 58.9.140.15 : : )


  สลักธรรม 3


ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ..นับเป็นวิธีที่ไม่วุ่นวายเลยนะคะกับการรับมือกับปัญหา

อ่านแล้วก็พบว่า ทุกชีวิตต่างก็ต้องการความสว่าง แต่เป็นเพราะไม่รู้วิธี จึงทำให้ชีวิตยิ่งมืดมนมากขึ้นไปด้วยอำนาจของความเห็นผิด โดยเฉพาะการกระทำที่ประมาททั้งทางกาย วาจา และใจ

กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ม.ค. 2551 , 10:19:11 น.] ( IP = 125.26.42.13 : : )


  สลักธรรม 4

หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทำให้ชีวิตพ้นจากความมืดได้ในที่สุด

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย เซิ่น [24 ม.ค. 2551 , 17:16:47 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วเป็นอย่างสงค่ะ

ข้อคิดของพี่ดอกแก้วพยายามอ่านอย่างพินิจ
ดูเหมือนว่าเราจะต้องแยกแยะเรื่องของความมืดในแง่มุมทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน

หากปัจจุบันมักจะเจ อความมืดจากภายนอกได้ง่ายมากขึ้น เพราะต้องเดินผ่านท่ามกลางความมืดแทบทุกวัน
นั่นเป้นปัจจัยภายนอกทั้งสิ้น
การปลุกใจเพื่อสู้กับกระแสความมืดก็ยังต้องดูใจไปว่าเรากลัวอะไรบ้าง
ขณะเดียวกันก็รู้ทุกข์ที่กายมากที่สุด

สำหรับความมืดที่เกิดภายในและเป็นเครื่องปิดบังความสว่างดูจะมากมาย

คงจริงที่เราเอาความมืดเป็นเกราะคุ้มกันความอ่อนแอ

หากดูผิวเผินเราก็คงมองไม่เห็นจริง
ทั้งๆที่การกระทำของเรา ประกอบด้วยความเห็นผิดแห่งความมีตัวตนแทบตลอดเวลา

ข้อคิดของพี่ดอกแก้วจึงเสมือนแสงสว่างที่ทำให้ชีวิตหันเหมาหาความสว่างของใจได้ทั้งขณะที่สว่าง หรืออยู่กับความมืดก็ตาม

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ม.ค. 2551 , 22:42:35 น.] ( IP = 96.227.107.55 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org