มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทศพลญาณ (๒)







ทศพลญาณ (๒)
โดย ประณีต ก้องสมุทร
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ปีที่ ๒๐ (๒๕๒๐) ฉบับที่ ๒ – ปีที่ ๒๑ (๒๕๒๑) ฉบับที่ ๓
ตอนที่ผ่านมา

ถามว่า เพราะเหตุไรพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงไม่เสด็จอุบัติพร้อมกัน

ตอบว่า เพราะไม่อัศจรรย์ ด้วยว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นมนุษย์อัศจรรย์สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเอกเมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเป็นคนอัศจรรย์ บุคคลเอกเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเอกคือพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

หากว่าพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์ หรือมากกว่านั้นเสด็จอุบัติขึ้นพร้อม ๆ กัน ก็จะไม่เป็นการน่าอัศจรรย์ เพราะว่าลาภสักการะจักไม่โอฬารแก่เจดีย์ทั้งสองในวิหารเดียวกัน แม้ภิกษุทั้งหลายก็ไม่น่าอัศจรรย์เพราะมีมาก ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้าหลายพระองค์จึงไม่เสด็จอุบัติขึ้นพร้อมกัน

อนึ่ง พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมไม่แตกต่างกัน พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงแสดธรรมมีสติปัฎฐานเป็นต้น พระพุทธเจ้าพระองค์อื่นก็ทรงแสดงอย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าอัศจรรย์ แต่ถ้าหากพระธรรมนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวทรงแสดงธรรมการแสดงจึงน่าอัศจรรย์

อนึ่งการที่พระพุทธเจ้าหลายพระองค์เสด็จอุบัติพร้อมกัน จักทำให้เกิดการวิวาทกล่าวคือชนทั้งหลายจักวิวาทกันว่า พระพุทธเจ้าของเรา (เท่านั้น) น่าเสื่อมใส พระพุทธเจ้าของเรามีพระสุรเสียงไพเราะ มีลาภ มีบุญมาก ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงไม่เสด็จอุบัติขึ้นพร้อมกันสองพระองค์

สำหรับในคำว่า พระพุทธเจ้าสองพระองค์ไม่เสด็จอุบัติขึ้นพร้อมกันในโลกธาตุอันเดียวกันนั้น คำว่า โลกธาตุเดียวกัน พระผู้มีพระภาคทรงถือเอาหนึ่งหมื่นจักรวาลหรือจะกำหนดหนึ่งหมื่นจักรวาลนั้นด้วยจักรวาลเดียวก็ควร จริงอยู่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเมื่อเสด็จอุบัติย่อมเสด็จอุบัติในจักรวาลนี้เท่านั้น ก็เมื่อสถานที่เสด็จอุบัติ(ที่อื่น) ท่านห้ามเสียแล้ว คำว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่เสด็จอุบัติในจักรวาลอื่นนอกจากจักรวาลนี้ก็เป็นอันถูกห้ามไปด้วย

ด้วยเหตุทั้งหลายดังกล่าวแล้ว การที่พุทธเจ้าทั้งหลายเด็จอุบัติพร้อมกันในโลกธาตุเดียวกัน จึงไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะ ที่จะมีได้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 09:59:05 น.] ( IP = 125.26.41.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




๗. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่พระเจ้าจักรพรรดิ ๒ พระองค์จะพึงอุบัติขึ้นพร้อมกันในโลกธาตุอันเดียวกันนั้น ไม่ใช่เหตุไม่ใช่ปัจจัยไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่พระเจ้าจักรพรรดิพึงอุบัติขึ้นแต่องค์เดียวในโลกธาตุอันหนึ่งนั้นแหละ เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

พระพุทธพจน์นี้มีอธิบายว่า ในกาลก่อนแต่จักรรัตนะปรากฏ ชื่อว่าก่อน ภายหลังแต่จักรรัตนะอันตรธานไป ชื่อว่าหลัง การอันตรธานของจักรรัตนะเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการคือ เกิดจากการสวรรคตของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑ เกิดจากการบรรพชาของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑ ก็จักรรัตนะนั้นเมื่อจะอันตรธานไป ย่อมอันตรธานไปในวันที่ ๑ นับแต่วันสวรรคหรือวันบรรพชา ระยะเวลาตั้งแต่จักรรัตนะปรากฏจนจักรรัตนะอันตรธานไปย่อมไม่มีพระเจ้าจักรพรรดิเกิดขึ้น (เป็นองค์ที่ 2) พ้นเวลานั้นแล้วท่านไม่ห้าม

ถามว่า เพราะเหตุไร พระเจ้าจักรพรรดิจึงไม่เสด็จอุบัติใจจักรวาลเดียวกัน

ตอบว่า เพราะตัดการวิวาท ๑ เพราะไม่อัศจรรย์ ๑ เพราะจักรรัตนะมีอานุภาพใหญ่ ๑

ก็เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิเสด็จอุบัติพร้อมกัน ๒ องค์ ความวิวาทก็จักบังเกิดขึ้นว่า “พระราชาของเราเป็นใหญ่ พระราชาของเราเป็นใหญ่” ดังนี้ ทั้งความไม่อัศจรรย์พึงเกิดมีขึ้นว่า ทวีปนี้ก็มีพระเจ้าจักรพรรดิ ทวีปโน้นก็มีพระเจ้าจักรพรรดิ อนึ่งอานุภาพใหญ่ของจักรรัตนะที่สามารถสร้างความเป็นใหญ่ให้บังเกิดขึ้นในทวีปใหญ่ทั้ง ๔ ซึ่งมีทวีป(เล็ก) ๒ พันเป็นบริวาร ก็จะพึงเสื่อมไป ด้วยเหตุนี้พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า พระเจ้าจักรพรรดิ ๒ พระองค์ จะพึงอุบัติขึ้นพร้อมกันในโกธาตุอันเดียวกันนั้น ไม่ใช่เหตุไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 09:59:33 น.] ( IP = 125.26.41.122 : : )


  สลักธรรม 2




๘. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่หญิงจะพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุรุษพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่จะมีได้

ในข้อนี้ท่านอรรถกถาอธิบายว่า อย่าว่าแต่สตรีจะยังคุณแห่งพระสัพพัญญตญาณให้บังเกิดขึ้น แล้วเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถยังสัตวโลกให้ข้าพเจ้าพ้นสงสารวัฎเลย แม้เพียงปณิธาน ความตั้งใจที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ก็ยังไม่สำเร็จแก่สตรี เพราะว่าเหตุที่จะให้สำเร็จปณิธานนั้นมีอยู่ ๘ ประการ คือ

๑. ความเป็นมนุษย์

๒. ความถึงพร้อมด้วยเพศ (ชาย)

๓. เหตุ

๔. การพบพระศาสนา

๕. บรรพชา

๖ . คุณสมบัติ

๗. บุญญาธิการ

๘. ความเป็นผู้มีฉันทะ

ด้วยเหตุนี้สตรีจะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร บุรุษเท่านั้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่สตรี เพราะว่าบุรุษเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง เป็นที่อาศัยแห่งบุญย่อมยังอัตภาพที่มีอาการครบบริบูรณ์ทุกอย่างให้เกิดขึ้นได้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 09:59:56 น.] ( IP = 125.26.41.122 : : )


  สลักธรรม 3




๙. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่หญิงจะพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ได้นั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่าข้อที่บุรุษพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิได้นั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๐. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่หญิงจะพึงเกิดเป็นพระอินทร์ เป็นมารเป็นมหาพรหมนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุรุษพึงเกิดเป็นพระอินทร์ เป็นมาร เป็นมหาพรหมนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

สำหรับในพระพุทธพจน์ข้อ ๙ - ๑๐ ท่านอรรถกถาอธิบายว่า ที่สตรีเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้นไม่ได้นั้น เพราะสตรีมีลักษณะไม่สมบูรณ์ เพราะของลับไม่มีฝักปกปิด ความพร้อมเพรียงด้วยรัตนะ 7 ย่อมไม่สำเร็จ เพราะไม่มีรัตนะคือสตรี (นางแก้ว) อนึ่ง อัตภาพอันยิ่งกว่าคุณทั้งปวงก็ไม่มี เฉพาะฉะนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่า สตรีเป็นพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้

อนึ่ง การเป็นพระอินทร์ เป็นมาร เป็นมหาพรหม เป็นฐานะที่สูงสุด แต่สตรีเป็นเพศต่ำ เพราะฉะนั้นความเป็นต้นจึงไม่สำเร็จแก่สตรี

ถามว่า ก็เพศชายและเพศหญิงไม่มีอยู่ในพรหมโลกมิใช่หรือ ฉะนั้นจึงไม่ควรกล่าวหา ความเป็นมหาพรหมสำเร็จได้แก่บุรุษ

ตอบว่าไม่ควรกล่าวหามิได้ เพราะว่าความเป็นมหาพรหมนั้น สำเร็จแก่บุรุษผู้เกิดในโลกนี้ผู้ได้ฌานแล้วจุติไปเกิดในพรหมโลก ส่วนสตรีที่เกิดในโลกนี้แม้เจริญฌานได้ ตายไปแล้วย่อมเกิดเป็นสหายของพรหมปาริสัชชาเท่านั้นไม่เกิดเป็นมหาพรหม อนึ่งแม้ว่าในพรหมโลกจะไม่มีทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่พรหมทั้งหลายก็มีสัณฐานเหมือนบุรุษ ไม่ได้มีสัณฐานเหมือนสตรี

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 10:00:14 น.] ( IP = 125.26.41.122 : : )


  สลักธรรม 4




๑๑. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่กายทุจริตจะพึงเกิดผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่กายทุจริตพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๒. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่วจีทุจริตและมโนทุจริตจะพึงเกิดผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่วจีทุจริตและมโนทุจริตพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๓. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่ กายสุจริต จะพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่กายสุจริตพึงเกิดผลที่น่าปรารถนาน่าใคร่ น่าพอใจนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๔. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่วจีสุจริต และมโนสุจริตจะพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัยไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ย่อมทรงทราบว่า ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่วจีสุจริตและมโนสุจริต พึงเกิดผล ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

ในพระพุทธพจน์ข้อ ๑๑-๑๒-๑๓-๑๔ นี้ มีอธิบายว่า กายทุจริต วจีทุจริตและมโนทุจริต ย่อมไม่ยังวิบากที่ดีให้เกิดขึ้น ย่อมให้เกิดเฉพาะแต่วิบากที่ไม่ดีเท่านั้นเปรียบเหมือนสะเดาและบวบขมเป็นต้น ย่อมไม่ยังผลที่หวานให้เกิดขึ้น ย่อมให้เกิดเฉพาะผลที่ไม่หวานไม่อร่อยเท่านั้น ส่วนกายสุจริต วจีสุจริตและมโนสุจริต เปรียบเหมือนอ้อยและข้าวสาลีเป็นต้น ย่อมให้เกิดผลที่หวานมีรสอร่อยเท่านั้น ไม่ให้เกิดผลที่ขมไม่อร่อยก็กายสุจริตเป็นต้นนั้นย่อมให้เกิดวิบากที่ดีงามเท่านั้น ย่อมไม่ให้เกิดวิบากก็ไม่ดีงาม ดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า...

บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 10:00:40 น.] ( IP = 125.26.41.122 : : )


  สลักธรรม 5

เข้ามาหาความรู้เช่นเคยคับ ขอบคุณคับ^^

โดย น้องบู (jringna) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 10:15:28 น.] ( IP = 124.120.191.165 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามศึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์ค่ะ...ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณศาลาธรรมค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2551 , 22:30:51 น.] ( IP = 58.8.45.94 : : )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนา และ ขอบพระคุณมากค่ะ คุณศาลาธรรม

โดย AU (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 00:49:04 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )


  สลักธรรม 8


ขอบพระคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 10:43:05 น.] ( IP = 124.121.176.44 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org