มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทศพลญาณ (๓)









ทศพลญาณ (๓)
โดย ประณีต ก้องสมุทร
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ปีที่ ๒๐ (๒๕๒๐) ฉบับที่ ๒ – ปีที่ ๒๑ (๒๕๒๑) ฉบับที่ ๓

ตอนที่ผ่านมา

๑๕. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกายทุจริต เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกายทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้

ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยการทุจริต เบื้องหน้าแต่ความตายเพราะกายแตก พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกายทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๖. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีทุจริตและมโนทุจริตเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะวจีทุจริตและโมนทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้

ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีทุจริตและมโนทุจริต เบื้องหน้าแต่ความตายเพราะกายแตก พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกายทุจริตและมโนทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 09:32:20 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




จากพระพุทธพจน์ ๒ บทนี้ มีอธิบายว่า ในคำว่า ผู้พร้อมเพรียงด้วยกายทุจริต เป็นต้น มีอธิบายว่า ความพร้อมเพรียงมี ๕ อย่าง คือ

๑. อายูหนสมังคี ได้แก่ความพร้อมเพรียงแห่งสังขารอันเป็นเหตุนำมาซึ่งกรรม

๒. เจตนาสมังคี ได้แก่ความพร้อมเพรียงแห่งเจตนา

๓. กัมมสมังคี ได้แก่ความพร้อมเพรียงแห่งกรรม

๔. วิปากสมังคี ได้แก่ความพร้อมเพรียงแห่งวิบาก

๕. อุปัฎฐานสมังคี ได้แก่ความพร้อมเพรียงแห่งนิมิตที่มาปรากฏ (ในเวลาใกล้จะตาย)

บรรดาความพร้อมเพรียง ๕ อย่างนั้น ความพร้อมเพรียงในขณะประมวลมาซึ่งกุศลกรรมและอกุศลกรรม พระผู้มีพระภาครัสเรียกว่า อายูหนสมังคี

เจตนาสมังคี ก็อย่างเดียวกันกับ อายูหนสมังคี

ความที่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ยังไม่บรรลุพระอรหันต์ พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกว่าผู้พร้อมเพรียงด้วยกรรม หมายถึงกรรมที่สมควรแก่วิบาก ซึ่งสัตว์เหล่านั้นสั่งสมไว้ในกาลก่อน ความพร้อมเพรียงแห่งกรรมนั้นชื่อว่า กัมมสมังคี

วิปากสมังคี ความพร้อมเพรียงแห่งวิบาก พึงทราบในขณะแห่งวิบากเท่านั้น

ตลอดเวลาที่สัตว์ทั้งหลายยังไม่บรรลุพระอรหันต์ เมื่อเคลื่อนจากภพอันตนเกิดอยู่นั้น ไปบังเกิดในนคร นิมิตแห่งคติที่จะเข้าถึงปรากฏอย่างนี้ คือ นรกพร้อมทั้งอาการที่ปรากฏมีเปลวไฟและหม้อเหล็กเป็นต้น เมื่อเข้าถึงความเป็นสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ท้องแห่งมารดาปรากฏ เมื่อบังเกิดในหมู่เทวดา เทวโลกพร้อมทั้งอาการที่ปรากฏมีต้นกัลปพฤกษ์และวิมานเป็นต้น เป็นนิมิต ความมีสัตว์เหล่านั้น ยังไม่พ้นจากการปรากฏแห่งอุปปัตตินิมิต (นิมิตแห่งการเกิด) นี้ ดังกล่าวมาแล้วชื่อ อุปัฎฐานสมังคี

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 09:33:58 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 2




ในบรรดาสมังคี ๕ อย่างนั้น อุปัฎฐานสมังคีเท่านั้นไม่คงที่ สมังคีที่เหลือคงที่กล่าวคือ เมื่อนรกแม้ปรากฏแล้ว เทวโลกย่อมปรากฏได้ เมื่อเทวโลกแม้ปรากฏแล้ว นรกย่อมปรากฏได้ เมื่อมนุษย์โลกแม้ปรากฏแล้ว กำเนิดดิรัจฉานย่อมปรากฏได้ และแม้เมื่อกำเนิดดิรัจฉานปรากฏแล้ว มนุษย์โลกย่อมปรากฏได้เหมือนกัน

ในเรื่องนี้มีตัวอย่างดังต่อไปนี้

เล่ากันมาว่า ในปิปผลิวิหารที่เชิงเขาโสณคิรี มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่าโสณะเป็นพระธรรมกถึก บิดาของท่านเป็นนายพรานชื่อว่า สุนักขวาชิวะ พระเถระแม้ห้ามบิดาอยู่ก็ไม่อาจให้บิดาตั้งอยู่ในความสำรวมได้ ในเวลาที่บิดาแก่เฒ่า จึงได้บวชให้ทั้งที่บิดาไม่ต้องการ ท่านได้กล่าวกะบิดาว่า “โยมจงอย่าเป็นคนชั่วถึงความพินาศเสียเลย”

เมื่อหลวงตานั้นนอนบนที่นอนคนไข้ นรกได้ปรากฏแล้ว สุนัขจากเชิงเขาโสณคีรีมารุมล้อมเหมือนอยากจะกัดกิน หลวงตานั้นกลัวต่อภัยใหญ่นั้นบอกพระเถระลูกชายให้ห้ามสุนัข พระเถระถามว่า “ห้ามอะไร” หลวงตาบอกให้ดูสุนัข แล้วเล่าความเป็นไปให้ฟัง พระโสณเถระคิดว่า บิดาของคนเช่นเราจะบังเกิดในนรกได้อย่างไร เราจะช่วยให้ท่านพ้นจากนรก คิดแล้วบอกสามเณรได้นำดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มาให้ ท่านให้โปรดดอกไม้บูชา และบูชาอาสนะที่ลานพระเจดีย์และลานต้นโพธิ์ หามเตียงของหลวงตาไปยังลานเจดีย์ให้หลวงตานอนบนเตียงนั้น

พระเถระกล่าวกะบิดาว่า “ข้าแต่มหาเถระการบูชานี้ผมทำเพื่อประโยชน์แก่ท่าน ขอท่านจงกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคบรรณาการนี้เป็นบรรณาการอันยากไร้ของข้าพระองค์ ดังนี้แล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว จงทำจิตให้เลื่อมใส”

พระมหาเถระผู้บิดาเห็นการบูชาแล้วทำตามคำสอนนั้น ยังจิตให้เลื่อมใสแล้วทันใดนั้นเองเทวโลกปรากฏแก่ท่าน สวนนันทวัน สวนจิตรลดา สวนมิสสกวัน สวนปารุสกวัน วิมานและเหล่เทวนาฎศิลป์ได้เป็นเหมือนแวดล้อมท่านอยู่ ท่านกล่าวว่า “โสณะ จงหลีกไป” พระโสณเถระถามว่า “อะไรพระมหาเถระ” พระมหาเถระตอบว่า “หญิงเหล่านี้ผู้เป็นมารดาของท่านกำลังมา” พระโสณะได้ฟังแล้วก็คิดว่า สวรรค์ปรากฏแก่บิดาแล้ว

ความพร้อมเพรียงแห่งนิมิตที่ปรากฏ ผู้ศึกษาพึงทราบว่าไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงได้ ดังกล่าวมาแล้ว บรรดาสมังคีคือความพร้อมเพรียงเหล่านี้ คำว่า พร้อมเพรียงด้วยกายทุจิตเป็นต้น พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในอธิการนี้ด้วย อายูหนสมังคี เจตนาสมังคี และกัมมสมังคี

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 09:34:39 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 3




๑๗. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกายสุจริต เบื้องหน้าแต่ความตายเพราะกายตาย จะพึงเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาตนรก เพราะกายสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้

ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกายสุจริต เบื้องหน้าแต่ความตายเพราะกายแตก พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกายสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั้นแลเป็นฐานะที่ได้ เป็นฐานะที่มีได้

๑๘. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีสุจริตและมโนสุจริต เบื้องหน้าแต่ความตายเพราะกายแตก จะพึงเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรก เพราะวจีสุจริตและมโนสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้น ไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ปัจจัย ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้

ย่อมทรงทราบว่า ข้อที่บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีสุจริตและมโนสุจริต เบ้องหน้าแต่ความตายเพราะกายแตก พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะวจีสุจริตและมโนสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัยนั้นแล เป็นฐานะที่หาได้ เป็นฐานะที่มีได้

ในพระพุทธพจน์ ๒ ข้อนี้ พึงทราบคำอธิบายโดยนัยเดียวกับ ๒ ข้อต้น (ข้อ ๑๕-๑๖)

๑๙. พระตถาคต ย่อมทรงทราบว่า ธรรมเหล่าใด ๆ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ธรรมเหล่าใด ๆ เกิดขึ้น ธรรมเหล่านั้น ๆ เป็นฐานะ ธรรมเหล่าใดไม่เป็นเหตุไม่เป็นปัจจัยให้ธรรมเหล่าใด ๆ เกิดขึ้น ธรรมเหล่านั้น ๆ ไม่ใช่ฐานะ

ทั้งหมดนี้ (๑๙ ข้อ) ชื่อว่าญาณรู้ธรรมที่เป็นฐานะโดยความเป็นฐานะและธรรมที่ไม่ใช่ฐานะโดยความไม่ฐานะ ตามความเป็นจริงของพระตถาคต

จบทศพลญาณข้อที่ ๑


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 09:34:56 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 4


ขอบพระคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 10:51:35 น.] ( IP = 124.121.176.44 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณ คุณศาลาธรรมค่ะ ที่ได้นำความรู้ที่มีประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2551 , 11:22:32 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org