| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไปไหว้พระที่พม่า
สลักธรรม 11![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
หลังจากที่เราถ่ายภาพที่ด้านนอกของทั้งสองพระตำหนักไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ขบวนของเราก็เคลื่อนตัวออกจากเมืองหงสาวดีมุ่งหน้าไปยังพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งระหว่างทางจะต้องข้ามแม่น้ำสะโตงซึ่งมีความกว้างมากด้วยสะพานเหล็ก และแม่น้ำสะโตงนี้ก็คือแม่น้ำที่สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนยิงข้ามแม่น้ำไปถูกพระสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่า ทหารเอกของพระมหาอุปราชตายบนคอช้างนั่นเอง
เราใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในการเดินทางไปยังเมืองไจ้ทู่ เพื่อที่จะเปลี่ยนไปนั่งรถหกล้อเพื่อขึ้นไปบนพระธาตุอินทร์แขวน คณะของเราใช้รถหกล้อสองคันทั้งที่มีคนเพียง ๓๖ คนเท่านั้น แต่คุณบัวทิพย์บอกว่า ทางการกำหนดให้รถแต่ละคันมีนักท่องเที่ยวนั่งได้ไม่เกิน ๑๘ คน ฉะนั้น จึงมีที่ว่างเหลืออยู่อีกมาก แต่ที่ว่างที่เหลืออยู่นี้ก็ว่างได้ไม่นานเมื่อเด็กนักเรียนตัวเล็กชาวพม่าได้มาขออาศัยนั่งขึ้นเขาเพื่อกลับบ้านด้วย
ระหว่างที่รถหกล้อปีนป่ายไปตามถนนที่มากมายไปด้วยโค้งหักศอกในระยะกระชั้นชิดและลาดชัน คันที่แล่นนำหน้าก็นั่งกันไปเงียบๆ อาจเป็นเพราะมากไปด้วยผู้สูงวัย แต่คันที่แล่นมาตามหลังนั้นได้ยินหลวงปู่แอ๊วมาเล่าให้ฟังเมื่อตอนจอดพักรถว่า มีเสียงกรี๊ดกันดังลั่นเมื่อรถเลียบเหวแล้วพบกับโค้งหักศอก
และในระหว่างที่หยุดพักรถนี่เอง ก็มีฝนโปรยปรายตกลงมาขู่ให้หวั่นใจกันเล่น ผู้ที่เคยมีประสบการณ์แล้วก็ควักเงินจั๊ตออกมาซื้อถุงพลาสติกใบใหญ่แจกให้สวมใส่แทนเสื้อกันฝน แฟชั่นใหม่ก็เลยเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ก็โชคดีที่ฝนตกไม่มากการขึ้นเขาของเราจึงราบรื่นไม่ขรุขระเหมือนการเข็นครกแต่อย่างใด
อากาศบนยอดเขานั้นค่อนข้างเย็นมาก พนักงานของโรงแรมต้อนรับเราด้วยน้ำชาร้อนๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย จากนั้นก็พากันรับกุญแจและเข้าห้องพักด้วยความรวดเร็วเพื่อกลับมารวมตัวกันเดินขึ้นไปบนยอดเขากราบนมัสการพระเกศาธาตุต่อไป
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:01:29 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 12
![]()
![]()
"...ขอหนทางนี้จงเป็นทางที่ราบเรียบแห่งชีวิตทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความศรัทธามั่นคง
ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนามใดๆ ทั้งสิ้น
ชีวิตของข้าพเจ้าที่จะมีต่อไปนี้ ขอให้มีทางตรงต่อการพ้นทุกข์
ขอจิตใจของข้าพเจ้าจงเป็นผู้หนักแน่นด้วยการบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้นและมีปัญญาเป็นที่สุด
ขอทิฏฐิของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่าได้มีความวิบัติไปจากเส้นทางพ้นทุกข์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว.."
พระธาตุอินทร์แขวน มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่บนหน้าผาสูงชัน ดูไกลๆ เหมือนน่าจะหล่นลงมาได้ง่าย แต่ไม่เคยหล่นลงสักทีแม้จะมีแผ่นดินไหวหรือเกิดสึนามิในคราวก่อน ก้อนหินสีทองนี้ก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมไม่ร่วงหล่นลงมาซึ่งยิ่งเพิ่มความอัศจรรย์ใจให้ชาวพม่ามากยิ่งขึ้น
ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุอินทร์แขวนนี้เกิดขึ้นเพราะฤาษีติสสะได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า โดยได้เก็บไว้ในมวยผมของตน เมื่อถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องสิ้นชีวิตจึงมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะดังกล่าว ซึ่งพระอินทร์ก็ไปหามาได้โดยไปนำมาจากใต้ท้องมหาสมุทร ฤาษีติสสะก็เลยมอบพระเกศาธาตุให้พระอินทร์บรรจุลงในก้อนหินแล้วนำมาวางไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ "พระธาตุอินทร์แขวน"
พระธาตุอินทร์แขวนนี้เล่ากันว่า เดิมที่พระอินทร์นำมาวางไว้นั้นก้อนหินมิได้อยู่ติดกับพื้น แต่ลอยอยู่บนอากาศซึ่งมีช่องว่างห่างจากยอดเขาขนาดช่องเท่ากับตัวแม่ไก่ลอดได้ ต่อมาเมื่อศาสนาเสื่อมลงก้อนหินก็ลดระยะความห่างลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้เหลือเพียงช่องให้เชือกผ่านได้เท่านั้น แต่เนื่องจากผู้คนนิยมไปปิดทองคำเปลวที่ก้อนหินและทิ้งกระดาษกันที่หน้าก้อนหินนั้นเลย เศษกระดาษและเศษผงทั้งหลายก็เลยถูกน้ำฝนไหลไปรวมกันอัดแน่นอยู่ที่ช่วงปลาย จนแทบมองไม่เห็นช่องว่าง แต่ยังสามารถผลักให้เห็นการเคลื่อนไหวได้
ระยะทางจากโรงแรมเดินขึ้นไปยังพระธาตุนั้นเป็นระยะทางไกลมิใช่น้อยและต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า อากาศบนยอดเขาที่เบาบางทำให้หายใจไม่สะดวกและเหนื่อยง่าย จนมีเสียงหายใจหอบกันเป็นระยะๆ บางคนต้องมีบอดี้การ์ดคอยประคองไปตลอดทางด้วย ท่านอาจารย์บุษกรก็เลยให้กำลังใจพวกเราด้วยการนำอธิษฐานบนความเหนื่อยนั้นว่า
"...ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มากราบไหว้พระเกศาธาตุ ณ พระธาตุอินทร์แขวนแห่งนี้ ขอหนทางนี้จงเป็นทางที่ราบเรียบแห่งชีวิตทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความศรัทธามั่นคง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนามใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตของข้าพเจ้าที่จะมีต่อไปนี้ ขอให้มีทางตรงต่อการพ้นทุกข์ ขอจิตใจของข้าพเจ้าจงเป็นผู้หนักแน่นด้วยการบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้นและมีปัญญาเป็นที่สุด ขอทิฏฐิของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่าได้มีความวิบัติไปจากเส้นทางพ้นทุกข์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ในรัศมีพระธรรมมีโอกาสทำทางแห่งความเจริญให้กับชีวิตได้ทุกภพทุกชาติเทอญ"
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:01:49 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 13![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"..ขอทิฏฐิของข้าพเจ้าทั้งหลายจงเป็นสัมมาทิฏฐิมีความเที่ยงตรงในศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
ขอทางชีวิตของข้าพเจ้า ทั้งหลายอย่าได้อันตรายใดๆ ทำให้เกิดทิฏฐิวิบัติ
และขออำนาจคุณพระพุทธ คุณพระธรรม และคุณพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแก่ชีวิตและครอบครัวของข้าพเจ้าทั้งหลายให้มีความปลอดภัยของชีวิต
เพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้สะสมเสบียงบุญสร้างทุนกุศลเพื่อมรรคผลนิพพานได้ตลอดไปเทอญ "
และเมื่อขึ้นไปถึงก้อนหินอันเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุแล้ว พวกเราที่เป็นผู้หญิงก็ได้รับโอกาสเพียงการไหว้อยู่ที่ด้านล่าง มีแต่บุรุษเท่านั้นที่จะเข้าไปกราบถึงองค์พระเจดีย์ที่เป็นก้อนหินนั้นได้ ดังนั้น เพื่อมิให้เสียกำลังใจจึงได้มีการใช้มุมกล้องช่วยถ่ายภาพแห่งความปิติให้เกิดแก่สตรีที่ปรารถนาจะไหว้องค์พระเจดีย์ด้วยมือของตนอย่างทั่วถึง
พวกเราใช้เวลาในการชื่นชมดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์นั้นนานนับชั่วโมงจึงได้พากันเดินกลับโรงแรมเพื่อมารับประทานอาหารเย็นกันด้วยความหิวโหย และอาหารจานเด็ดที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับมื้อนั้นก็คือไข่เจียวนั่นเอง และหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วเราก็ได้พากันเดินขึ้นไปสวดมนต์บนยอดเขากันอีกครั้งในค่ำคืนนั้น
เมื่อลงมาจากยอดเขาแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอนพร้อมด้วยนัดหมายที่จะมีการปลุกกันตั้งแต่ตีสี่เพื่อที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนอีกครั้งในตอนเช้ามืด แต่พอถึงเวลาจริงๆแล้วก็ไม่เป็นไปตามที่นัดหมายเพราะมีฝนตกลงมาตลอดคืนจนถึงเช้า เวลาก็เลยเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหกโมงเช้าพวกเราจึงได้เดินทางขึ้นไปอีกครั้ง
และในเช้าวันนี้แม้จะมีฝนตกพรำๆ อยู่ไม่ขาดสาย แต่พวกเราก็ไม่ย่อท้อที่จะทำกุศลด้วยการถวายข้าวบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์กันท่ามกลางสายฝนนั้นเลย ซึ่งท่านอาจารย์บุษกรได้กล่าวนำการถวายว่า
"ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมาถวายอาหารแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสขึ้นมาบนพระธาตุอินทร์แขวนนี้ด้วยความศรัทธาปสาทะ มีความเลื่อมใสในพุทธปาฏิหาริย์ของพระบรมศาสดาจารย์ อีกทั้งมีความเคารพเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้า มาวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มาทำกุศล ณ พุทธสถานแห่งนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบระลึก ถึงคุณพระพุทธ คุรพระธรรม คุณพระสงฆ์เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต ขอทิฏฐิของข้าพเจ้าทั้งหลายจงเป็นสัมมาทิฏฐิมีความเที่ยงตรงในศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ขอทางชีวิตของข้าพเจ้า ทั้งหลายอย่าได้อันตรายใดๆ ทำให้เกิดทิฏฐิวิบัติและขออำนาจคุณพระพุทธ คุณพระธรรม และคุณพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแก่ชีวิตและครอบครัวของข้าพเจ้าทั้งหลายให้มีความปลอดภัยของชีวิต เพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้สะสมเสบียงบุญสร้างทุนกุศลเพื่อมรรคผลนิพพานได้ตลอดไปเทอญ"
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:02:08 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 14![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
หลังจากที่ถวายข้าวพระพุทธเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านเจ้าคุณก็ได้นำคณะของเราเข้าไปนั่งสวดมนต์กันในห้องกระจกเล็กๆ ด้านหน้าองค์พระธาตุเพื่อรอที่จะชมการโยกก้อนหินองค์พระเจดีย์ให้เคลื่อนไหวอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ของวัดได้มาใช้แรงโยกก้อนหินให้พวกเราได้เห็นถึงการเคลื่อนไหว และได้มีการเสียบเงินขึ้นไปบูชาพระธาตุกันด้วย ซึ่งในการถวายทานครั้งนี้ท่านอาจารย์ได้กล่าวนำว่า "ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความมั่นคงและเคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา สามารถทำชีวิตให้ดำเนินอยู่บนเส้นทางมีการกระทำทาน ศีล และการภาวนาให้สำเร็จประโยชน์ได้โดยเร็วเทอญ"
เมื่อกองงานสารคดีของคุณแอน สิเรียมได้ถ่ายทำจบลงแล้ว คณะของเราทั้งหมดก็ได้พากันลงจากยอดเขามารับประทานอาหารเช้าและเตรียมตัวเดินทางกลับ ซึ่งในขากลับนี้แต่ละคนต่างก็เปียกปอนไปตามกันเพราะสายบนที่กระหน่ำมาเป็นช่วงๆ แต่ก็ยังสบายกันดีไม่มีใครเจ็บป่วย
เมื่อลงจากรถหกล้อเพื่อมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองหงสาวดีนั้นฝนก็หยุดตกพอดี ทำให้บรรยากาศสองข้างทางสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง คณะของเราได้แวะพักรับประทานอาหารระหว่างทางในร้านอาหารที่หรูหรามากเพราะมีสวนสัตว์ด้วย ผู้จัดการร้านอาหารพูดไทยได้เก่งมาก และเมื่ออิ่มหนำสำราญกันดีแล้วเราก็เดินทางต่อเพื่อกลับเข้าสู่เมืองหงสาวดีและแวะไปนมัสการพระนอนชเวตาเลียว
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:02:31 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 15![]()
![]()
![]()
![]()
"...ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอกราบสักการะบูชาพระสรีระรูปลักษณ์ที่ปรากฏนี้ด้วยความเคารพเลื่อมใส
พร้อมทั้งตั้งใจว่า ข้าพเจ้าจะทำคุณงามความดีทั้งปวงมีทาน มีศีล มีภาวนา
เพื่อสร้างฐานะจิตใจของตนเองให้เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตัณหา ราคะ และอุปาทานทั้งหลายให้ได้.."
พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน เป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ตามตำนานเล่าว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งพระโอรสเสด็จประพาสป่าได้ไปพบสาวงามเข้าจนเกิดความรักถึงกับพากลับเข้าวัง โดยสาวงามนั้นขออันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชาโกรธมากเพราะเกิดความแตกแยกในศรัทธาขึ้นเป็นสองฝ่าย จึงสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร แต่ชาวบ้านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงก็ขอให้นางแคล้วคลาด ปรากฏว่าเชือกที่ผูกคนทั้งสองไว้นั้นขาดลงทันที ในขณะที่รูปปั้นยักษ์ที่พระราชาบูชาก็แตกกระจาย พระราชาจึงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพะพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ
พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวนี้ถูกทิ้งเป็นกองอิฐอยู่นาน จนเมื่ออังกฤษจะสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงไปขุดพบพระนอนองค์นี้เข้า แล้วได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจังจนงดงามเช่นในปัจจุบันนี้
ณ เบื้องหน้าของพระพุทธไสยาสน์นี้ท่านอาจารย์ได้รำพวกเรากล่าวคำอธิษฐานว่า " ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมากราบนมัสการ ณ พุทธสถานแห่งนี้ด้วยความเคารพและสักการะยิ่ง ภาพพระลักษณะที่อยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้านี้เป็นปางสีหไสยาสน์พุทธปรินิพพานซึ่งหมายถึงการดับขันธ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอกราบสักการะบูชาพระสรีระรูปลักษณ์ที่ปรากฏนี้ด้วยความเคารพเลื่อมใส พร้อมทั้งตั้งใจว่า ข้าพเจ้าจะทำคุณงามความดีทั้งปวงมีทาน มีศีล มีภาวนาเพื่อสร้างฐานะจิตใจของตนเองให้เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตัณหา ราคะ และอุปาทานทั้งหลายให้ได้ ด้วยความตั้งใจนี้ขอเส้นทางชีวิตของข้าพเจ้าจงมุ่งตรงต่อทางสันติสุขคือมรรคผลนิพพานได้โดยเร็วเทอญ
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:16:52 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 16
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
หลังจากนั้นด้วยความเร่งรีบเพราะหลายคนใช้เวลาในการช้อปปิ้งกันเกินกำหนด คณะของเราได้เดินทางต่อไปยังวัดไจ๊ปุ่น ซึ่งประดิษฐานพระนั่งสี่ทิศ พระที่นั่งอยู่นี้คือองค์แทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสี่พระอง๕ที่มีมาแล้วในภัทรกัปป์นี้
ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธรูปสี่ทิศ ที่เจดีย์ไจ๊ปุ้นนี้ สร้างแทนองค์พระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัปองค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ(ทิศตะวันตก) โดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต แต่ต่อมาหนึ่งในสี่สาวได้ผิดคำสาบานหนีไปแต่งงาน จนเกิดเหตุการณ์ร่ำลือต่อมาทำให้พระพุทธรูปองค์ที่ตนได้สร้างนั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที
หลังจากที่ได้ชื่นชมในความยิ่งใหญ่แล้วท่านเจ้าคุณได้นำคณะของเราสวดมนต์ที่หน้าพระพักตร์ด้านหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปถ่ายภาพและถ่ายทำสาร ส่วนคณะของเรานั้นได้มีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกให้ท่านอาจารย์กล่าวนำอธิษฐานไว้ ณ พุทธสถานแห่งนี้ ซึ่งท่านอาจารย์ก้ได้กล่าวนำว่า
" พระพุทธบูชา พระธรรมบูชา พระสังฆบูชา ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมานั่งอยู่ท่ามกลางพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ณ พุทธสถานนี้ ซึ่งในภัทรกัปป์นี้เหลือเพียงพระพุทธเจ้าอีกหนึ่งพระองค์คือพระศรีอาริยเมตไตรยที่จะปรากฏขึ้นในโลกนี้ในอนาคต
ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมาเพียรสร้างทางอันเป็นบารมีธรรมให้เกิดขึ้นในชีวิตของข้าพเจ้าเริ่มต้นจากความศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย มีการศึกษาพระอภิธรรมปิฎก และเจริญสติปัฏฐานสี่อันเป็นแนวทางให้เกิดความพ้นทุกข์ให้แก่ชีวิตได้นั้น
ข้าพเจ้าจึงขอตั้งจิตอธิษฐานว่า แม้จะสิ้นพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ แต่พระพุทธฤทธิ์ยังคงปรากฏอยู่ในโลกนี้ ยังความเลื่อมใสและความศรัทธาเป็นที่มาของสติปัญญาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสเรียนรู้ใบำเพ็ญตนให้อยู่ในทางแห่งความเจริญนี้ มีศีล สมาธิ และปัญญาเป็นบารมีแก่ชีวิต ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายประสบความสวัสดี และพ้นจากความหายนะมีทิฏฐิวิบัติเป็นต้นของจงอย่าเกิดขึ้นกับชีวิตของข้าพเจ้าเลย
ด้วยกาย วาจา และใจที่ข้าพเจ้าเคารพนบนอบอยู่ ณ ตรงนี้ ขอจงเป็นพลวปัจจัยทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายอยู่ในรัศมีพระธรรม ได้พึ่งพระธรรม ได้เดินตามทางธรรมสิ้นจากวัฏฏะสงสารโดยเร็วเทอญ"
หลังจากนั้นเราก็ขึ้นรถแล้วเดินทางกลับสู่ที่พักในเมืองย่างกุ้งกันด้วยความรื่นเริง เพราะในช่วงขากลับนี้คุณบัวทิพย์ไม่มีข้อมูลใดที่จะนำเสนอเกี่ยวกับเมืองหงสาวดีอีก ท่านอาจารย์บุษกรจึงได้แนะนำ ดร.พระครูธรรมธรแอ๊ว สุธมฺมปาโล ให้ผู้ร่วมเดินทางได้รู้จักและกราบนมัสการท่านอย่างเป็นทางการ รวมทั้งได้ตั้งปุจฉาถึงที่มาของฉายาที่ท่านถูกเรียกว่า "หลวงปู่" ด้วยว่ามีความเป็นมาอย่างไร
ดังนั้น ตลอดเส้นทางการเดินทางกลับทุกคนในรถจึงได้ฟังนานาสาระจากหลวงปู่แอ๊วกันอย่างเต็มอิ่มอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งแง่คิดที่ท่านได้จากการเดินทางมาประเทศพม่าโดยความอุปถัมภ์ของท่านอาจารย์บุษกรในครั้งนี้ด้วย ซึ่งให้มุมมองที่ดีไม่น้อยเลยแก่ผู้ฟัง
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:17:14 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 17![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เช้าวันที่สี่ของการเดินทางเป็นเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบมากเพราะเป็นการเที่ยวชมสถานที่ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าแล้ว ทางโรงแรมที่พักได้เตรียมปลามาให้คณะของเราปล่อยลงในทะเลสาบ ซึ่งก่อนที่จะรวมตัวกันมาปล่อยปลาได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยเพราะต่างแยกกันเป็นกลุ่มย่อยไปรวมตัวกันถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ของโรงแรม
การปล่อยปลาในครั้งนี้เป็นหน้าที่โดยเอกฉันท์ของท่านอาจารย์บุษกรที่จะเปล่งเสียงนำหมู่คณะก่อนที่จะปล่อยปลาลงสู่สายน้ำว่า "ขอกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำมาจงช่วยอุดหนุนและชักพาให้สัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขกาย มีความสุขใจ มีอาหารการกิน มีที่อยู่อาศัยได้โดยสมบูรณ์ สามารถนำพาชีวิตฟันฝ่าอุปสรรค ผ่านพ้นภยันอันตรายนานาประการได้ทั่วหน้าทุกท่านเทอญ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
ขอกุศลกายกรรม กุศลวจีกรรม กุศลมโนกรรมที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เพียรกระทำในครั้งนี้ จงได้เป็นพลวปัจจัยส่งผลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีสุขภาพสมบูรณ์ มีจิตแจ่มใส มีสิติมีปัญญานำพาชีวิตของตนเองให้รอดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้โดยเร็วเทอญ"
หลังจากนั้นคณะของเราก็เคลื่อนตัวไปยังพระเจดีย์โบดาทาวน์เพื่อกราบนมัสการพระเกศาธาตุ และกราบขอพรจากเทพทันใจ
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:25:05 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 18![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"..ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมากราบนมัสการพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุในครั้งนี้
นับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง
ขอกุศลเหล่านี้จงได้เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ทางชีวิตของข้าพเจ้า
สามารถดำเนินสู่มรรคผลนิพพานได้โดยปราศจากอุปสรรคนานาประการ .."
เจดีย์โบดาทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหารหนึ่งพันนาย ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าโอกะลาปะผู้สร้างพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้สั่งให้นายทหารมาตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งที่เมืองนี้
ณ จุดที่นายทหารมาตั้งแถวนี้จึงได้สร้างเจดีย์โบดาทาวน์ ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศามาบรรจุไว้หนึ่งเส้น ก่อนที่นำไปบรรจุในมหาเจดีย์ชเวดากองและที่อื่นๆ ในภายหลังที่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์นั้นได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุด้วย
โดยได้นำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการะบูชาได้อย่างใกล้ชิด กลุ่มของเราได้หยิบเงินขึ้นมาอธิษฐานแล้วตั้งใจโยนไปบูชา ณ บุษบกนั้น ท่านอาจารย์บุษกรได้รับมอบหมายจากหลวงปู่แอ๊วให้กล่าวนำอธิษฐานท่านอาจารย์จึงได้กล่าวนำว่า
"ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมากราบนมัสการพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุในครั้งนี้ นับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง ขอกุศลเหล่านี้จงได้เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ทางชีวิตของข้าพเจ้าสามารถดำเนินสู่มรรคผลนิพพานได้โดยปราศจากอุปสรรคนานาประการและสามารถทำชีวิตให้เป็นไปในความเจริญ ความสิริมงคล สร้างสรรค์ตนและเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายให้เป็นไปในความสุขความเจริญและถึงซึ่งมรรคผลนิพพานได้โดยเร็วเทอญ"
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:25:27 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 19
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"...ด้วยกุศลผลบุญนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบนำมาบูชาท่านเทพทันใจผู้สามารถชี้ทางแห่งความสุข โชคลาภ
และทางแห่งหมดโรคภัยให้แก่ชาวประชาให้มีความสุขความเจริญ
ได้ร่วมอนุโมทนามัยในกุศลกรรมของข้าพเจ้าทั้งหลายที่ได้กระทำผ่านมาทั้งหมด..
ข้าพเจ้าทั้งหลายมีเจตนามุ่งหมายสะสมเสบียงบุญเพื่อมรรคผลนิพพาน
ขอท่านเทพทันใจจงอำนวยอวยชัยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสมความปรารถนาด้วยเทอญ .."
หลังจากที่กราบบูชาพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุแล้ว คุณบัวทิพย์ได้แนะนำให้เราไปกราบขอพรจากรูปปั้น นัตโบโบยี หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
ในวิหารแห่งนี้ท่านอาจารย์บุษกรได้นำคณะของเราชุมนุมเทวดาแล้วกล่าวคำขอพรว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสเดินทางมา ณประเทศพม่านี้มีเจตนาที่จะมากระทำกุศลผลบุญ มีการกราบไหว้บูชาพระรัตนตรัยตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังมีโอกาสได้เข้าไปไหว้ในพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุใมนหลายสถานที่ ด้วยกุศลผลบุญนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบนำมาบูชาท่านเทพทันใจผู้สามารถชี้ทางแห่งความสุข โชคลาภ และทางแห่งหมดโรคภัยให้แก่ชาวประชาให้มีความสุขความเจริญ ได้ร่วมอนุโมทนามัยในกุศลกรรมของข้าพเจ้าทั้งหลายที่ได้กระทำผ่านมาทั้งหมด
ด้วยกุศลเหล่านี้ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงกราบขอพรจากท่านขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายมีความร่มเย็นเป็นสุขปราศจากโรคาพยาธิ สามารถมีกุศลผลบุญอุดหนุนจุนเจือทางชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่าได้ตกต่ำ อย่าได้ขัดสนทรัพย์ อย่าได้ลำบากลำบนเป็นคนมีทิฏฐิวิบัติ และสามารถมีกุศลผลบุยเกิดขึ้นในชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายได้อย่างเนืองๆโดยเฉพาะการกระทำทานบารมี
ข้าพเจ้าทั้งหลายมีเจตนามุ่งหมายสะสมเสบียงบุญเพื่อมรรคผลนิพพาน ขอท่านเทพทันใจจงอำนวยอวยชัยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสมความปรารถนาด้วยเทอญ
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:25:47 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
สลักธรรม 20
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"ขอทานที่ได้กระทำนี้จงเป็นพลวปัจจัยอุดหนุนเส้นทางชีวิตให้มีความสุขกายสุขใจ
มีความเห็นถูก ทำลายความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ได้ให้หมดไปจากชีวิต
และสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความมีปัญญาบารมีได้โดยง่าย
ขอให้ผลของทานจงทำให้ชีวิตอย่าได้มีความขัดสน
คิดจะทำทานครั้งใดก็ขอให้สะดวกทุกประการเทอญ"
หลังจากที่กราบบูชาพระเจดีย์และกราบขอพรจากเทพทันใจแล้ว กำหนดการต่อไปของเราก็คือการไปซื้อของฝากที่ตลาดสก๊อตที่มีชื่อเรียกภาษพม่าว่า ตลาดโบฉกอองซานซึ่งเป็นตลาดที่ในขึ้นสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ปัจจุบันได้รวบรวมสินค้าทุกประเภทให้เลือกวื้อกัน
ระหว่างทางที่จะไปตลาดสก๊อตนั้นได้มีการนำเงินมามอบให้ท่านอาจารย์บุษกรเพื่อร่วมทำบุญในวันรุ่งขึ้นโดยจะใส่ซองจำนวนสองพันจั๊ตเพื่อถวายพระสามร้อยห้าสิบรูป และมอบเป็นค่าน้ำค่าไฟ และค่าอาหารเช้าสำหรับพระเณรทั้งวัดดัวย ท่านอาจารย์จึงได้นำกล่าวคำตั้งเจตนาแบุคคลผู้นั้นว่า
"ขอทานที่ได้กระทำนี้จงเป็นพลวปัจจัยอุดหนุนเส้นทางชีวิตให้มีความสุขกายสุขใจ มีความเห็นถูก ทำลายความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ได้ให้หมดไปจากชีวิต และสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความมีปัญญาบารมีได้โดยง่าย ขอให้ผลของทานจงทำให้ชีวิตอย่าได้มีความขัดสน คิดจะทำทานครั้งใดก็ขอให้สะดวกทุกประการเทอญ"
ซึ่งเมื่อกล่าวจบแล้วก็ถึงตลาดสก๊อตพอดี และเมื่อหมดกิจกรรมที่ตลาดสก๊อตแล้วเราก็เดินทางไปที่พระเจดีย์กะบาเอหลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทยริมทะเลสาบกันอย่างอิ่มหนำ
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:28:55 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |