มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไปไหว้พระที่พม่า

















ไปไหว้พระที่พม่า


เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. - ๓ ก.พ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ท่านอาจารย์บุษกร ได้นำศิษย์ของมูลนิธิรวม ๖ คน ร่วมคณะไปกับพระราชปฏิภาณโสภณ และคุณแอน สิเรียม ดาราภาพยนต์ซึ่งเดินทางไปทำสารคดี ณ ประเทศเมียนม่าร์ จำนวน ๕ วัน ๔ คืน

ท่านอาจารย์บุษกรบอกว่า การเดินทางไปครั้งนี้ตั้งใจจะพาไปพักผ่อนด้วยการไปทำบุญในประเทศที่ยังมีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยไปก็จะได้ไปดูสภาพความเป็นอยู่ของภิกษุสามเณรที่ตั้งใจศึกษาพระธรรมโดยเฉพาะพระอภิธรรมปิฎกในวัดต่างของประเทศเมียนม่าร์ และไปกราบนมัสการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ และพระธาตุต่างๆ เพื่อยังศิริมงคลให้เกิดขึ้นในชีวิต

ในการเดินทางไปครั้งนี้คณะผู้ร่วมเดินทางจำนวน ๓๖ ชีวิตประกอบไปด้วยกลุ่มบุคคลหลายสาขา นอกจากคณะของมูลนิธิจำนวน ๗ คนและแขกรับเชิญอีก ๑ รูป คือ ดร.พระครูธรรมธรแอ๊ว สุธมฺมปาโล วัดมหาธาตุฯ กทม. ซึ่งท่านอาจารย์บุษกรได้กราบนิมนต์ให้ร่วมคณะเดินทางไปด้วยอันเป็นการแสดงมุทิตาสักการะที่ท่านได้รับพระราชเสมาธรรมจักรในปีที่ผ่านมาจากสมเด็จพระเทพรัตนฯ โดยในคราวที่ท่านจบการศึกษาในระดับปริญญาเอกนั้นท่านอาจารย์บุษกรก็ได้แสดงมุทิตาสักการะด้วยการนิมนต์ท่านไปชมทัศนียภาพของนครวัดนครธมที่ประเทศเขมรมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

นอกจากกลุ่มของเราจำนวน ๘ ชีวิตแล้ว ยังมีคณะของคุณแอน สิเรียมและทีมงานอีกจำนวน ๗ ท่าน และจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีก ๙ ท่าน ที่เหลือนอกจากนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณนั่นเอง

เช้าวันที่ ๓๐ ม.ค เวลา เก้านาฬิกาตรง เป็นเวลาที่บริษัททัวร์ได้นัดหมายให้พวกเราไปพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปยังประเทศเมียนม่าร์โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบิน PG 701 เวลา ๑๑.๓๐ น.

การเดินทางก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาหารของสายการบินก็รสชาติดี ยานพาหนะก็สะดวกสบายไม่ต้องใช้ความตื่นเต้นในระหว่างเดินทางเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งถึงสนามบินนานาชาติเมงกะลาดง เมืองย่างกุ้ง เครื่องบินได้ลงจอดบนรันเวย์ด้วยความนุ่มนวลโดยสวัสดิภาพ

เมื่อผ่านพ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเรียบร้อยแล้ว ตัวแทนของบริษัททัวร์และไก๊ดชาวพม่าก็มาต้อนรับคณะของเราด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แล้วก็พาไปขึ้นรถเพื่อเข้าสู่ที่พักคือโรงแรม ที่อยู่ริมทะเลสาบซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก

และเพื่อมิให้เสียเวลาไก๊ด์คือคุณบัวทิพย์ ได้นำคณะของเราไปเยี่ยมชมพุทธสถานสำคัญแห่งแรกเลยทันที คือ เจดีย์เยเลพญา

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [7 ก.พ. 2551 , 14:55:40 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 21














"ขอให้ผลของกุศลที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำในครั้งนี้
ส่งผลให้ชีวิตของข้าพเจ้าได้อยู่ในพระพุทธศาสนา มีโอกาสฟังธรรม ศึกษาธรรม
และปฏิบัติธรรม จนกว่าชีวิตจะถึงซึ่งมรรคผลนิพพาน"



พระเจดีย์กะบาเอ แปลว่า สันติภาพโลก เป็นศาสนสถานที่สำคัญของประเทศพม่า เพราะเคยเป็นที่ทำสังคายนาพระไตรปิฎกซึ่งนายพลอูนุสร้างขึ้นพร้อมด้วยหอประชุมขนาดใหญ่เพื่อใช้เป็นสถานที่กระทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๖ เพื่อให้เกิด “สันติภาพโลก”

หอประชุมขนาดใหญ่นั้นมีลักษณะภูเขาถ้ำจำลองแบบมาจาก “ถ้ำสัตตบรรณคูหา” ที่กรุงราชคฤห์ของประเทศอินเดีย อันเป็นสถานที่กระทำปฐมสังคายนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถนั้น ได้เคยเสด็จทรงถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง และเทียนแพเป็นพุทธบูชา ทรงถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบูรณะพระเจดีย์ไว้ด้วย

แต่เนื่องจากในครั้งนี้หอประชุมขนาดใหญ่มิได้เปิดให้เข้าชม คณะของเราจึงได้แต่ดูเพียงรูปทรงสัณฐานภายนอก และตรงไปยังพระเจดีย์เพื่อกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมดุทธเจ้า และพระธาตุของพระอัครสาวดทั้งสองกันเลย

หลังจากสวดมนต์ไหว้พระแล้วเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำห้องนั้นได้แนะนำวิธีดูพระบรมธาตุและพระธาตุ พร้อมทั้งอัญเชิญถาดที่รองพระพรมธาตุและพระธาตุนั้นขึ้นวางบนศีรษะของพวกเราที่ละคู่พร้อมและได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยความอิ่มเอมใจกันด้วย

และเมื่อมีเวลาเป็นส่วนตัวเฉพาะกลุ่มแล้วท่านอาจารย์ได้นำกล่าวอธิษฐานว่า "ขอให้ผลของกุศลที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำในครั้งนี้ส่งผลให้ชีวิตของข้พเจ้าได้อยู่ในพระพุทธศาสนา มีโอกาสฟังธรรม ศึกษาธรรม และปฏิบัติธรรม จนกว่าชีวิตจะถึงซึ่งมรรคผลนิพพาน"

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:32:36 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 22






".. ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมากราบนมัสการพระเขี้ยวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อันเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเช่นนี้
และมีโอกาสสร้างทานบารมีไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ขอกุศลผลบุญที่ได้กระทำแล้วจงส่งผลให้ข้าพเจ้ามีความสว่างไสวด้วยศรัทธาปสาทะ..."



หลังจากนั้นคุณบัวทิพย์ไก๊ด์ชาวพม่าก็ได้กวาดต้อนคนไทยอย่างพวกเราขึ้นรถเพื่อเดินทางไปนมัสการพระเขี้ยวแก้วกันต่อ พระเขี้ยวแก้วนี้อยู่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบโบราณดูสวยแปลกตาด้วยเจดีย์ที่มีทรงปราสาทแปดเหลี่ยมยอดบนประดับด้วยทองคำแท้

ภายในพระเจดีย์เป็นบุษบกสีทองสวยงามเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วที่ได้รับมาจากประเทศจีน ซึ่งทางรัฐบาลได้จัดตั้งกล้องวีดีโอสำหรับซูมพระเขี้ยวแก้วมาให้ชมในระยะใกล้ ใครที่จะถ่ายรูปภายในพระเจดีย์นี้จะต้องเสียค่ากล้องตัวละสองร้อยจั๊ต

และหลังจากที่เรามาพร้อมกันแล้วท่านเจ้าคุณฯได้นำสวดมนต์และให้ทุกคนเจริญจิตภาวนาในระยะเวลาสมควร จากนั้นก็แยกย้ายกันไปถ่ายภาพและบริจาคเงินใส่ตู้บริจาคต่างๆ ซึ่ง ณที่นี้ท่านอาจารย์ได้นำคณะของเรากล่าวคำอธิษฐานว่า

"พระพุทธบูชา พระธรรมบูชา พระสังฆบูชา ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีโอกาสมากราบนมัสการพระเขี้ยวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเช่นนี้ และมีโอกาสสร้างทานบารมีไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ขอกุศลผลบุญที่ได้กระทำแล้วจงส่งผลให้ข้าพเจ้ามีความสว่างไสวด้วยศรัทธาปสาทะ สามารถเพียรละ เพียรระวัง เพียรสร้าง และเพียรรักษาเจตนาอันเป็นกุศลนี้ได้อย่างมั่นคงตลอดชีวิต และสามารถกระทำชีวิตหลีกไกลจากอาสวะกิเลสเหตุแห่งความทุกข์ทั้งหลายให้ได้มากขึ้น จนสามารถพาชีวิตพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้โดยเร็วเทอญ"

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:36:57 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 23














หลังจากที่ถ่ายภาพหมู่ที่หน้าพระเจดีย์พระเขี้ยวแก้วเสร็จสิ้นแล้ว การเดินทางของเรายังไม่จบลงเพราะจะต้องไปกราบนมัสการพระพระพุทธรูปหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระหินอ่อน พระพุทธรูปหินอ่อนนี้แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า เป็นปฏิมากรรมที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

เมื่อพวกเราได้มาถึงวัดพระหินอ่อนนี้ก็เป็นเวลาที่เย็นมากแล้ว จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาไหว้พระสวดมนต์ และเมื่อคณะของเราได้สวดมนต์ที่เบื้องหน้าพระพักตร์เสร็จสิ้นแล้ว ท่านอาจารย์บุษกรได้ถวายปัจจัยให้แก่พระภิกษุชรารูปหนึ่งที่มานั่งสวดภาษาพม่าอยู่ในบริเวณที่นั่งสำหรับพระภิกษุ ซึ่งท่านเจ้าคุณท่านได้แปลให้ทราบว่าเป็นการกล่าวคำแผ่เมตตา

ท่านอาจารย์บุษกรจึงได้มีศรัทธาถวายปัจจัยให้แก่พระรูปนี้จำนวนหลายพันจั๊ต ก่อให้เกิดการถวายปัจจัยติดตามมาจากลูกศิษย์อีกหลายท่าน และเมื่อเสร็จงานกุศลแล้วแต่ละกลุ่มต่างก็หามุมถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะเดินทางไปนมัสการพระนั่งขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพุทธสถานแห่งสุดท้ายของการเดินทางท่องเที่ยวในวันนี้

และหลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้วท่านเจ้าคุณก็ได้นัดหมายกำหนดการในวันรุ่งขึ้นเพื่อจะขึ้นไปนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากองอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องพักนั้นก็ได้มีการระดมทุนครั้งใหญ่กันอีกครั้งเพื่อนำไปทำบุญที่วัดพระจีใต้ในวันรุ่งขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:37:23 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 24





"...ด้วยสิบนิ้วที่ประนมขึ้นนี้ พร้อมใจที่ตั้งมั่นมองไปยังพระเจดีย์
ขอใจของข้าพเจ้าจงร่มเย็นและเบิกบานมีกุศลจิตสามารถนำพาชีวิตให้อยู่ในเส้นทางอันเป็นศิริมงคลได้ตลอดไป.."


เช้าวันสุดท้ายของการเดินทางในเที่ยวนี้ คณะของเราได้เดินไปยังพระมหาเจดีย์โดยใช้บันได จึงได้มีโอกาสซื้อดอกไม้และร่มเพื่อไปกราบบูชาพระเจดีย์ และด้วยความที่คณะของเราไม่มีภารกิจเกี่ยวกับการถ่ายทำสารคดี เราจึงได้เดินไปยังลานที่จะกล่าวคำบูชากันอย่างรวดเร็ว ซึ่งท่านอาจารย์บุษกรได้พาพวกเรากล่าวคำถวายดอกไม้และสวดมนต์พระเจดีย์ว่า

อิมินาสักกาเรนะพุทธังอภิปูชะยามะ อิมินาสักกาเรนะธัมมังอภิปูชะยามะ อิมินาสักกาเรนะสังฆังอภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าขอน้อมเกล้าถวายเครื่องสักการะบูชาวันทาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า ขอบูชาพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถกำจัดความมืดมนกิเลสอาสวะทั้งหลายให้หมดไปได้ด้วยเศียรเกล้า ขอบูชาพระสังฆเจ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติพ้นภัยและพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไปได้แล้วด้วยเศียรเกล้า

ด้วยสิบนิ้วที่ประนมขึ้นนี้ พร้อมใจที่ตั้งมั่นมองไปยังพระเจดีย์ ขอใจของข้าพเจ้าจงร่มเย็นและเบิกบานมีกุศลจิตสามารถนำพาชีวิตให้อยู่ในเส้นทางอันเป็นศิริมงคลได้ตลอดไป

ในโอกาสแห่งวัฏฏะสงสารขอให้ข้าพเจ้าได้มานั่งเข้าเฝ้าพระสรีระธาตุ พระเกศาธาตุก็ได้ได้อยู่เนืองๆ เพื่อสร้างเหตุนิสัยเป็นผู้มากด้วยศรัทธาและสามารถนำคำสอนจากพระบรมศาสดามาสร้างปัญญาบารมีเพิ่มทุนให้ชีวีเป็นผู้มีมงคลวิถีเพื่อถึงความสวัสดี คือ มรรคผลนิพพานได้ตลอดไป

ขอทางชีวิตของข้าพเจ้าจงเวียนเข้าสู่พระศาสนา ขอทางชีวิตของข้าพเจ้าจงเวียนออกจากกิเลสตัณหา และสามารถสร้างเจตนาให้เป็นผู้มั่งคั่งด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาได้ตลอดไปเทอญ"

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:51:27 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 25








หลังจากนั้นในระหว่างที่ยังรอท่านเจ้าคุณและสมาชิกที่เหลือ ท่านอาจารย์ได้อธิบายความหมายของคำว่าร่มธรรมเพิ่มเติมว่า ..

" เราก็เรียนมาแล้วชีวิตของเราไม่มีสามารถพึ่งอะไรได้อย่างแท้จริง จึงขอให้นำดอกไม้และร่มฉัตรที่เรานำมาบูชานี้ให้ตั้งใจอธิษฐานว่า

ขอให้ชีวิตของเราได้อยู่ในร่มธรรม และขอให้พระธรรมเป็นร่มเงาของชีวิตเราด้วย เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ขอให้ธรรมะนั้นมาเป็นเงา มาเป็นร่มทำให้เราเย็น สงบ และสบายจากกิเลสได้ตลอดไป เพราะธรรมะเท่านั้นที่จะเป็นร่มเงากันความเย็นและความร้อนทุกอย่างทั้งความร้อนจากโลภะ โทสะ และโมหะ

ฉะนั้น ในโลกนี้จึงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าร่มธรรมที่จะเป็นที่พึ่งเป็นสรณะที่ให้ความร่มเย็นแก่ชีวิตเรา ไม่ว่ามรณาสันนกาลของเราจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้จิตใจของเราเห็นคตินิมิต กรรมนิมิต และกรรมอารมณ์จำได้ในการมานั่งอยู่ ณ พระเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ แม้กระทั่งจะเข้าสู่มรณาสันนวิถีก็ตามก็ขอให้จิตใจของเราจงหมุนไปและเปลี่ยนไปในสีเงินสีทองอันเป็นทางแห่งกุศลที่เราดำเนินมาได้ตลอดไป

เมื่อพูดถึงวัฏฏะแล้ว ..อนิมิตนั้นเป็นของยืดยาวสุดจะประมาณได้ หลวงพ่อท่านจึงให้เราทำนิมิตให้เกิด แม้กระทั่งนิมิตในช่วงสั้นคือชาติหนึ่งชาติหนึ่ง และเมื่อจะถึงอนิมิตคือถึงแก่ความตายก็ไม่ต้องไปสนใจเพราะเราแก้ไขไม่ได้ แต่นิมิต ที่เป็นคตินิมิต กรรมนิมิต และกรรมอารมณ์นั้นทุกคนสร้างได้ ก็ทำให้เกิดอยู่เนืองๆ เช่นการเห็นพระเจดีย์นี้เราก็เก็บภาพประทับไว้ คือเลือกดูสิ่งดี และเลือกทำดี

เมื่อใดที่ชีวิตเลือกดูสิ่งดีและเลือกทำสิ่งดีได้เป็นอาจิณก็ไม่ต้องกลัวอนิมิตเหล่านั้น เพราะช่วงระยะสั้นที่จะผลักเราไปนั้นเราไปดีแน่ หลวงพ่อท่านบอกว่า เหมือนกับการถักโครเช ที่ต้องถักวงต่อวงไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะยาวเอง ฉะนั้น สังสารวัฏของเราก็คือโซ่ แต่เรากำลังทำโซ่ทองของนิมิตด้วยการคล้องกุศลไปเรื่อยๆ ในที่สุดโซ่สีทองเหล่านี้ก็จะเป็นการสร้างเส้นทางสายใหม่ให้แก่ชีวิตนั่นเอง

ขออนุโมทนากับทุกท่าน ขอภาพที่อยู่ต่อหน้าจงเป็นสิ่งที่ประทับตราและตรึงใจให้ไกลจากอนิมิตทั้งหลาย คือ ความไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ตายที่ไหน ตายด้วยโรคอะไร และเกิดเป็นอะไร นี่ก็คืออนิมิตของสัตว์ที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิด แต่ขอให้ทุกท่านพ้นจากอนิมิตนั้นคือพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดโดยเร็วทั่วหน้ากัน"

หลังจากคณะได้มาพร้อมเพรียงกันแล้ว ท่านเจ้าคุณจึงได้นำคณะของเราทุกคนไปหาที่นั่งที่เหมาะสมเพื่อสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย และรอชมความงามขององค์พระเจดีย์ในยามที่สะท้อนแสงเงินแสงทองในรุ่งอรุณ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีการถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันอีกครั้งหนึ่งอันเป็นบรรยากาศยามเช้า ก่อนที่จะลงไปรับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:51:45 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 26










ในเช้าวันนี้หลวงปู่แอ๊วได้บอกให้พวกเราทราบถึงความรู้สึกว่า ท่านไม่เคยได้ทำบุญมากมายเท่านี้มาก่อนในชีวิตเลย ปัจจัยที่ท่านอาจารย์บุษกรและญาติโยมถวายไปนั้นท่านได้นำไปหยอดตู้บริจาคทุกตู้ที่ตั้งอยู่รอบบริเวณองค์พระเจดีย์ และยังได้นำปัจจัยที่เหลือไปใส่บาตรพระภิกษุสามเณรที่เริ่มออกบิณฑบาตร รวมทั้งได้สรงน้ำพระประจำวันเกิดทุกองค์แทนทุกคนที่เกิดวันต่างๆกัน ซึ่งท่านได้นำความปีติใจนี้มาบอกกล่าวให้พวกเราทราบด้วยใบหน้าที่สดชื่นมาก

เมื่อทุกคนพร้อมที่จะเดินทางออกจากที่พักพร้อมสัมภาระแล้ว กองเกียรติยศของโรงแรมก็ได้ตั้งขบวนส่งคณะของเราในชุดหทารพม่าที่สีสันสดใส พวกเราหลายคนก็ได้ร่าเริงกับการถ่ายภาพอีกครั้งก่อนที่จะขึ้นไปยังวัดแห่งหนึ่งซึ่งฟังชื่อไม่ทันว่าวัดอะไร แต่เป็นวัดที่ท่านเจ้าคุณบอกว่า มีห้องแสดงพระพุทธประวัติและมีภาพวาดที่สวยงามมาก น่าจะมีทำบ้างที่เมืองไทย

ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงแล้วก็เห็นคล้อยตามกับท่านเจ้าคุณว่า ห้องจัดแสดงพระพุทธประวัติทำได้ดีมากเสียแต่กระจกขุ่นมัวไปหน่อย ส่วนภาพวาดต่างๆ นั้นสวยงามมากจริงๆ ซึ่งน่าเสียดายมากที่เรามีเวลาอยู่ที่นี่ได้เพียงครึ่งชั่วโมงจึงพลาดโอกาสที่จะชมภาพเขียนไปมากมาย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเรายังมีงานบุญรออยู่ที่วัดพญาจีใต้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยีที่คนไทยเรียกกันว่า พระตาหวาน

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:52:28 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 27

















พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระตาหวานนี้ มีคำบอกไว้ว่ามีลักษณะพิเศษคือ ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วย ลายลักษณธรรมจักร ข้างละองค์ ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วย รูปมงคล ๑๐๘ ประการ

ท่านเจ้าคุณเล่าว่า พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยีสร้างโดยเจ้าอาวาสของวัดโดยจัดให้มีการประกวดแบบก่อนที่จะจัดสร้าง และผู้ที่ประกวดชนะนี้ได้วาดภาพแบบไว้สวยมากแต่ไม่ทันได้ลงมือสร้างก็ถึงแก่กรรมเสียก่อน บุตรชายจึงได้มาเป็นผู้สร้างแทนแต่ผู้ที่เคยเห็นแบบแล้วบอกว่าสร้างได้ไม่งามเท่าที่ผู้เป็นพ่อได้ออกแบบไว้

คณะของเราใช้เวลาที่นี่เพียงน้อยนิดเนื่องจากใกล้เวลาถวายภัตตาหารเพล และขบวนของพระภิกษุสามเณรก็ได้มายืนเรียงรายอยู่บริเวณบันไดหอฉันให้เราได้เห็นกันแล้ว เราจึงได้ถ่ายภาพเพียงบางมุมและถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะหอบข้าวของที่นำมาจากประเทศไทยไปถวายเป็นสังฆทานบนศาลา

ซึ่งเมื่อขึ้นไปบนศาลาแล้วท่านเจ้าอาวาสท่านเวยยะมายะได้ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี และยังจำท่านอาจารย์บุษกรได้ว่าเป็นบุตรสาวของหลวงพ่อแสวงพร้อมได้นำเข้าไปเยี่ยมชมห้องพักของท่านซึ่งปราศจากเครื่องประดับประดาใดๆ ทั้งที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดและจัดอยู่ในระดับพระราชาคณะชั้นสมเด็จ

ท่านอาจารย์บุษกรได้ถวายปัจจัยให้ท่านใช้เป็นส่วนตัวจำนวนสามแสนจั๊ตนอกเหนือจากที่ตั้งเป็นกองทุนไว้ส่วนกลาง และหลังจากที่ท่านอาจารย์ได้กราบถวายไปแล้วก็มีผู้มีจิตศรัทธาถวายปัจจัยแด่ท่านเจ้าอาวาสคติดตามมาอีกหลายท่าน เรียกได้ว่ามื้อกลางวันในวันนั้นเป็นเวลาที่เงินสะพัดไปในบุญอย่างกำหนดปริมาณไม่ได้เลย

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:53:09 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 28










"ขอกุศลเจตนาที่ได้ทำบุญในวันนี้จงได้เป็นพลวปัจจัยให้บังเกิดผล
แก่พ่อแม่ปู่ย่าตายายครูอาจารย์ญาติพี่น้องสัตว์ทั้งหลาย
ขอกุศลเหล่านี้จงคุ้มครองข้าพเจ้าและครอบครัว ให้ทำกิจการการงานและการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่าได้มีความขัดสนอย่าได้มีความลำบาก
สามารถมีสติมีปัญญาในการเลี้ยงชีวิตและการทำมาหากินได้โดยปลอดภัยและแคล่วคล่อง
สามารถนำพาชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคผ่านพ้นอันตรายทั้งปวงได้ตลอดไปเทอญ"


หลังจากที่พวกเราได้ถวายภัตตหารโดยยกถวายทั้งโต๊ะพร้อมทั้งถวายซองปัจจัยแด่พระภิกษุสามเณรแล้ว ก็ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันของญาติโยมเช่นกัน ซึ่งเมื่อรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็มาจัดข้าวของเพื่อถวายพระและท่านอาจารย์บุษกรก็ได้ถวายยารักษาและการรักษาความอาพาธให้แก่ท่านเจ้าอาวาสที่เปรียบเสมือนบิดาอีกท่านหนึ่งด้วย

ด้วยความเอาใจใส่นี้ทำให้ท่านเจ้าอาวาสถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปิติใจ หลังจากนั้นท่านอาจารย์บุษกรได้นำกล่าวถวายปัจจัยที่รวบรวมจากคณะของเราได้จำนวน หนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าจั๊ต ซึ่งคุณบัวทิพย์ไก๊ด์ชาวพม่าได้ร่วมบริจาคด้วยจำนวนหนึ่งแสนจั๊ต พร้อมทั้งไทยทานว่า

"ขอกุศลเจตนาที่ได้ทำบุญในวันนี้จงได้เป็นพลวปัจจัยให้บังเกิดผลแก่พ่อแม่ปู่ย่าตายายครูอาจารย์ญาติพี่น้องสัตว์ทั้งหลาย ขอกุศลเหล่านี้จงคุ้มครองข้าพเจ้าและครอบครัว ให้ทำกิจการการงานและการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่าได้มีความขัดสนอย่าได้มีความลำบาก สามารถมีสติมีปัญญาในการเลี้ยงชีวิตและการทำมาหากินได้โดยปลอดภัยและแคล่วคล่อง สามารถนำพาชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคผ่านพ้นอันตรายทั้งปวงได้ตลอดไปเทอญ"

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:53:45 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 29








" ด้วยกุศลกายกรรม กุศลวจีกรรม กุศลมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้กระทำไปแล้วมีทานบารมีเป็นต้น
ข้าพเจ้าทุกคนขอกราบนำทานเหล่านั้นมาเป็นเครื่องบูชาสักการะถวายแด่พระรัตนตรัย
ขอศิริมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้าทุกคน ขอให้ข้าพเจ้าทุกคนแคล้วคลาดจากสังสารวัฏโดยเร็วเทอญ"


เนื่องจากเที่ยวบินที่คณะของเราจะต้องใช้เดินทางกลับประเทศไทยนั้นจะออกในเวลาบ่ายโมงห้าสิบนาที คณะของเราจึงต้องเคลื่อนพลออกจากวัดเพื่อไปยังสนามบินด้วยความรวดเร็ว แต่ในวินาทีสุดท้ายนั้นท่านอาจารย์บุษกรได้พากลุ่มของเราไปสวดมนต์ยังหน้าพระนอนตาหวานอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับกล่าวคำอธิษฐานว่า

" ด้วยกุศลกายกรรม กุศลวจีกรรม กุศลมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้กระทำไปแล้วมีทานบารมีเป็นต้น ข้าพเจ้าทุกคนขอกราบนำทานเหล่านั้นมาเป็นเครื่องบูชาสักการะถวายแด่พระรัตนตรัย ขอศิริมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้าทุกคน ขอให้ข้าพเจ้าทุกคนแคล้วคลาดจากสังสารวัฏโดยเร็วเทอญ"

และเมื่อขึ้นมาอยู่บนรถโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว ท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณ ได้มอบเงินรางวัลพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำรถ พนักงานขับรถ และไก๊ดคือคุณบัวทิพย์อันเป็นรายการกุศลสุดท้ายในการเดินทางครั้งนี้

ซึ่งท่านอาจารย์บุษกรได้เป็นตัวแทนกล่าวกับคุณบัวทิพย์ว่า ตลอดการเดินทางของเราก็จะเห็นว่า เราจะทำบุญกันเป็นส่วนมาก และก็จะมีการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ติดมือของเรากันมา ฉะนั้น วัตถุประสงค์หลักของเราก็คือมาเพื่อทำบุญและหอบบุญกลับ ซึ่งในการที่เรามาหอบบุญกลับไปนี้ก็มีคุณบัวทิพย์มาร่วมเป็นทีมงานสำคัญที่ทำให้เราสำเร็จบุญ ซึ่งต้องขอขอบคุณด้วยความจริงใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย ..ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"

หลังจากนั้นก่อนที่จะถึงสนามบินนานาชาติเมงกะลาดง ท่านเจ้าคุณได้เชิญให้คุณแอน สิเรียม ออกมากล่าวแสดงความรู้สึกซึ่งฟังแล้วทำให้เกิดความปีติใจและร่วมอนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลที่พรั่งพร้อมไปด้วยความเสียสละของคุณแอนเป็นอย่างมาก เพราะการเดินทางในครั้งนี้คุณแอนได้มาทำสารคดีให้แก่วัดแห่งหนึ่งโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งยังต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดเพราะไม่มีสปอนเซอร์ รวมทั้งทีมงานที่มาด้วยก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนเช่นกันแต่เต็มใจมาช่วยทำงานกุศล

นอกจากคุณแอนแล้วก็ยังมีตัวแทนของกลุ่มสาธารณสุขมากล่าวแสดงความดีใจและสุขที่ได้ร่วมเป็นคณะเดินทางอย่างมีความสุขตลอดทั้งห้าวัน หลังจากนั้นเราก็ถึงสนามบินและเดินทางกลับถึงประเทสไทยเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น ของวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ อันเป็นเวลาสิ้นสุดการเดินทางไปพักผ่อนในบุญของพวกเราในครั้งนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2551 , 15:55:44 น.] ( IP = 125.26.42.209 : : )


  สลักธรรม 30

น่าอนุโมทนา
บรรยากาศสวยมาก

หากมีโอกาส คงได้มีโอกาสไปไหว้พระที่นั่นบ้าง

ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ คนด้วย

โดย พระมหาอนุศักดิ์ จนฺทสีโล [7 ก.พ. 2551 , 22:16:32 น.] ( IP = 87.123.97.153 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org