มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่น ..เช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภา







ห้องนั่งเล่น ..เช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภา


เช้าวันนี้ ก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้า เสียงเพลงสองฝั่งคลองได้ถูกเปิดขึ้นมาเพื่อน้อมนำอารมณ์ของบุคคลที่รอร่วมกระทำกิจกรรมอันเป็นกุศลประจำเช้าวันอาทิตย์ให้ระลึกนึกถึงความเป็นจริงของชีวิตโดยผ่านบทเพลงที่มีเนื้อหาว่า

"ชีวิตคนช่างมีหลากหลาย ดีชั่วมีมากมายปะปน เปรียบสายน้ำในลำคลอง...เหมือนชีวิตคน ฉันก็คงเป็นหนึ่งในนั้น
ฝั่งนี้คือฝั่งเริ่มชีวิต จุดหมายคือสุดปลายความฝัน อาจชนะหรือแพ้พ่าย...ร้ายก็เป็นกัน ฝันกันไปต่างๆ นานา
หากน้ำในคลอง...ดังหนึ่งการเริ่มต้น สายน้ำพาวน...วนสู่ห่วงปัญหา
รู้อย่างเดียว...คือตั้งใจฟันฝ่า ยากใดหยุดอ่อนล้า...เหมือนดังฆ่าตัวตาย
สุดท้ายคือขึ้นยังฝั่งนั้น ยังไม่รู้ว่ามันวันไหน มีชีวิตก็ดิ้นรน...ค้นจนสิ้นใจ ชีวิตคนก็คล้าย...สองฝั่งคลอง "

ท่านอาจารย์ได้บอกกับทุกคนว่า ...เพลงที่จบลงไปนี้เป็นการสาธยายว่าชีวิตของเรานั้นเรายังกำหนดไม่ได้ ที่บอกว่ากำหนดไม่ได้ก็เพราะว่าเราก็รู้แล้วว่าสังสารวัฏก็เหมือนฝั่งหนึ่งซึ่งเราจะต้องเดินทางไป ส่วนมรรคผลนิพพานก็เหมือนฝั่งที่อยู่ตรงกันข้ามก็คือหยุดการเวียนว่ายตายเกิด ขณะนี้ชีวิตของเราก็เหมือนอยู่ในเรือลำหนึ่งซึงมีคลื่นลมมีพายุโหมกระหน่ำตลอดเวลาทำให้เรือหมุนเคว้งคว้าง

ถามว่า เราเลือกฝั่งหรือยัง
ตอบว่า ยัง เพราะว่าเรามีแต่เป้าหมายแต่เรายังไม่มีเจตนาที่มั่นคงที่จะฟันฝ่าอุปสรรคผ่านไปถึงตรงนั้นได้

ถามว่าเราอยากเกิดไหม
ตอบว่าไม่อยากเกิดแล้ว แต่เราก็ยังเลือกวัฏฏสงสาร เราจึงยังเคว้งคว้างอยู่ในนทีที่โหมกระหน่ำ

หลวงพ่อได้เคยสอนว่า เราไม่สามารถกำหนดชีวิตของเราได้เพราะอนิมิต ซึ่งก็หมายถึงว่า ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร ไม่รู้ว่าจะตายที่ไหน ไม่รู้ว่าจะตายด้วยโรคอะไร และไม่รู้ว่าตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร นี่คือชีวิตที่เลือกไม่ได้ เป็นภัยอันน่ากลัวของชีวิต เป็นภัยของวัฏฏะ ที่เราต้องทำให้ชีวิตของเราต้องร่อนเร่พเนจร

แต่ถึงกระนั้นหลวงพ่อท่านก็ยังเมตตามาให้ข้อคิดสร้างความรู้สึกที่ดีให้เรามีหลักในการกำหนดชีวิตว่า..

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [11 ก.พ. 2551 , 15:48:42 น.] ( IP = 125.26.42.230 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

การเลือกดูสิ่งดีและทำสิ่งดีได้อย่างสม่ำเสมอ ให้เวลาในการเจริญสติปัญญา เท่ากับว่าเรากำลังเลือกทางเดินที่ดีให้กับชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตให้เหมือนเรือที่หมุนเคว้งคว้างกลางนทีซึงมีคลื่นลมพายุโหม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำคำสอนที่หลวงพ่อได้เคยสอนไว้ มาอธิบายถ่ายทอดให้ฟังค่ะ และอนุโมทนากับบุญกุศลที่ท่านอาจารย์ได้กระทำด้วยค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่ได้นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.พ. 2551 , 11:15:27 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 12


กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์มากค่ะ ที่นำคำสอนจากหลวงพ่อมามอบให้กับพวกเราทุกคน
และขอบคุณ น้องกิ๊ฟมาก นะคะ ที่ทำหน้าที่เป็นไปรษณีย์กุศล นำสิ่งดีๆ ที่มีคุณค่ามาให้พี่ๆน้องๆ ทั้งที่ไม่ได้รับฟัง และแม้ผู้ที่รับฟังมาแล้วก็ยังได้ทบทวน และเพิ่มเติมในสิ่งที่ตกๆหล่นๆ ด้วยความบกพร่องในความจำที่เป็นไปตามอายุด้วย

ดีใจที่ได้มาเป็นลูกศิษย์มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ๆ สอนให้เรายอมรับความจริงของธรรมชาติ(ธรรมะ) เห็นได้ว่าทุกคำสอนของหลวงพ่อ ท่านต้องการให้เราลูกๆ ทุกคนมีชีวิตที่ประกอบด้วยเหตุผล ไม่บีบบังคับตนเอง หรือหลอกตนเอง(เหมือนที่ผ่านๆมา) ดังที่ท่านบอกว่า

ในเมื่อเรายังละกิเลสเป็นสมุจเฉทไม่ได้ จึงเป็นธรรมดาที่เราจะต้องมีพฤติกรรมของชีวิตที่เป็นไปในความโลภ โกรธ หลง .. เราจึงอย่าไปเครียดหรือไปห้ามเพราะไม่อยากให้สิ่งเหล่านั้น(กิเลส)เกิดขึ้นในชีวิตเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย แต่เราต้องปรับปรุงใจไม่ให้ความโลภ โกรธ หลงเหล่านั้น ประกอบไปด้วยความทุจริต

โดยเฉพาะถ้าเรารู้จักหันมาใช้ชีวิตหมั่นวิปัสสนากรรมฐานให้มากๆแล้ว ขณะนั้นก็จะห่างไกลจากความโลภ โกรธ หลงเหล่านั้นไปเอง

...หลวงพ่อท่านพยายามสอนให้พวกเราได้รู้จักบริหารชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม ขณะเดียวกันก็เพื่อเป้าหมายคือสิ้นสุดทุกข์

อ่านแล้วชอบปรัชญาในการดำเนินชีวิต(ทำความดี)ของหลวงพ่อท่านมาก ซึ่งตรงตามที่ท่านสอนให้พวกเรามองโลกในแง่ดี ขณะเดียวกัน(ในทางธรรม)ก็อยู่กับปัจจุบันด้วย ดังเช่น คำตอบในเรื่องการสร้างวัดของท่าน แล้วยังได้นำมาเป็นข้อเตือนใจให้กับพวกเราอีกว่า

ความดีที่ได้ทำไปแล้วแต่ละครั้งนั้นล้วนสำเร็จหรือเสร็จเป็นกรรมแล้วทั้งสิ้น การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็เช่นกัน การกำหนดลงไปในแต่ละขณะนั้นต่างก็เป็นการกระทำความดีที่เสร็จลงแล้วในแต่ละครั้ง…

เพราะความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเราเลือกทำ(ดู)สิ่งดีได้เป็นอาจิณ ก็ไม่ต้องกลัวอนิมิต… เพราะช่วงระยะสั้นที่จะผลักเราไปนั้น....เราไปดีแน่


กราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อ และคณาจารย์ทุกๆ ท่านค่ะ และขออนุโมทนากับน้องกิ๊ฟ ด้วยนะคะ

โดย วยุรี [12 ก.พ. 2551 , 14:49:15 น.] ( IP = 203.113.39.12 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org