มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทศพลญาณ (๗)









ทศพลญาณ (๗)
โดย ประณีต ก้องสมุทร
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ปีที่ ๒๐ (๒๕๒๐) ฉบับที่ ๒ – ปีที่ ๒๑ (๒๕๒๑) ฉบับที่ ๓

ตอนที่ผ่านมา

ทศพลญาณ ข้อที่ ๓


ทศพลญาณ ข้อที่ ๓ ได้แก่ ญาณรู้ทางไปสู่ภูมิทั้งปวงตามความเป็นจริงของพระตถาคต

พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ไปสู่นรก

ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน

ย่อมทรงทราบว่าทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ได้สู่ปิตติวิสัย

ย่อมทรงทราบ่า ทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ไปสู่มนุสสโลก

ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ไปสู่เทวโลก

ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฎิปทานี้ ให้ถึงนิพพาน

นี้ชื่อว่าญาณรู้ทางไปสู่ภูมิทั้งปวงตามความเป็นจริงของพระตถาคต

โดย ศาลาธรรม [13 ก.พ. 2551 , 12:05:19 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อรรถกถาอธิบายทศพลญาณข้อนี้ให้ว่า

คำว่า มคฺโค ซึ่งแปลว่า ทาง กับคำว่า ปฎิปทา ซึ่งหมายถึง ข้อปฎิบัติทั้งสองคำนี้เป็นชื่อของกรรมนั้นเอง

ที่ชื่อว่า นรก นั้นเพราะเป็นที่อยู่ที่ปราศจากความยินดีและความพอใจ

ที่ชื่อว่า เดรัจฉาน เพราะไปขวาง คือไม่ไปตามเบี้องบน ก็สัตว์ดิรัจฉานนั้นแหละ ชื่อว่า กำเนินดิรัจฉาน

ชื่อว่า เปรต เพราะความเป็นผู้จากไป กล่าวคือ เพราะความเป็นผู้จากมนุษย์โลกนี้ไป เปรตนั้นแลชื่อว่า ปิตติวิสัย

ชื่อว่า มนุสส (มนุษย์) เพราะว่าเป็นผู้มีใจสูง มนุษย์นั้นแลชื่อว่า มนุสสโลก

ชื่อว่า เทวดา เพราะอรรถว่าย่อมเล่น คือย่อมเพลิดเพลินด้วยความเป็นผู้เพลิดเพลินในกามคุณห้า และเพราะความถึงพร้อมด้วยฐานะอันมีประมาณยิ่ง (คำว่า ฐานะได้แก่ฐานะ 5 คือ อายุ วรรณะ ยศ สุข และความเป็นใหญ่อันเป็นทิพย์) เทวดานั้นแหละชื่อว่า เทวโลก

ชื่อว่า นิพพาน เพราะอรรถว่าไม่มีตัณหาที่ชื่อว่า วานะ

พระตถาคตย่อมทรงทราบปฎิปทานี้แม้ทุกอย่าง

โดย ศาลาธรรม [13 ก.พ. 2551 , 12:05:43 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : )


  สลักธรรม 2



ถามว่า พระองค์ทรงทราบได้อย่างไร

ตอบว่า ก็แม้เมื่อชาวบ้านทั้งหมดร่วมกันฆ่าสุกรตัวหนึ่งหรือเนื้อตัวหนึ่ง เจตนาของคนทั้งหมดชื่อว่ามีชีวิตินทรีย์ของสัตว์อื่น เป็นอารมณ์เท่านั้น แต่กรรมนั้นของพวกเขาย่อมต่างกันในขณะที่ทำนั้นเอง กล่าวคือในบรรดาคนเหล่านั้น

คนหนึ่งมีความเต็มใจกระทำ

คนหนึ่งกระทำเพราะถูกคนอื่นบังคับว่า ท่านจงมา แม้ท่านก็จงมาร่วมกระทำด้วย

อีกคนหนึ่งเป็นเหมือนพอใจร่วมด้วย เที่ยวไปโดยไม่ถูกใครห้าม

ในบรรดาคนทั้งสามนั้น คนหนึ่งเกิดในนรกด้วยกรรมนั้น คนหนึ่งเกิดในกำเนินดิรัจฉาน อีกคนหนี่งเกิดในปัตติวิสัย

พระตถาคตย่อมทรงทราบถึงบุคคลนั้น ๆ ในขณะที่กระทำนั้นแลว่า เพราะกรรมที่เขาได้กระทำโดยทำนองนี้ สัตว์ผู้นี้จักเกิดในนรก สัตว์ ผู้นี้จักเกิดในกำเนินดิรัจฉาน สัตว์ผู้นี้จักเกิดในปิตติวิสัย

แม้เมื่อสัตว์เหล่านั้นเกิดอยู่ในนรก พระองค์ก็ทรงทราบว่า สัตว์นี้จักเกิดในมหานรก ๘ ขุม สัตว์นี้จักเกิดในอุสสทะนรก ๑๖ ขุม

แม้เมื่อสัตว์เหล่านั้นเกิดอยู่ในกำเนินเดรรัจฉาน พระองค์ก็ทรงทราบว่า สัตว์นี้จักเป็นสัตว์ไม่มีเท่า สัตว์นี้จักมี ๒ เท้า สัตว์นี้จักมี ๔ เท้า สัตว์นี้จักมีเท้ามาก

แม้เมื่อสัตว์เหล่านั้นเกิดอยู่ในปิตติวิสัย พระองค์ก็ทรงทราบว่า สัตว์นี้จักเป็นนิชฌามตัรหิกเปรต (เปรตที่มีความอยากแผดเผา) สัตว์นี้จักเป็นขุปปิปาสิกเปรต (เปรตที่มีความหิวกระหาย ) สัตว์นี้จักเป็นปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตที่อาศัยทานที่คนอื่นให้เลี้ยงชีพ)

พระตถาคตย่อมทรงทราบว่า ในบรรดากรรมเหล่านั้น กรรมนี้จักไม่อาจชักนำปฎิสนธิมาให้ กรรมนี้มีกำลังอ่อน เมื่อให้ปฎิสนธิแล้วก็จักทำให้อุปธิร่างกายแปรไป (คงเหมายถึงพวกที่เกิดมาแล้วมีอวัยวะไม่ครบถ้วน หรือพิกุลพิการ

โดย ศาลาธรรม [13 ก.พ. 2551 , 12:06:01 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : )


  สลักธรรม 3



อนึ่ง เมื่อชาวบ้านทั้งหมดถวายอาหารบิณฑบาตรวมกันอยู่อย่างนั้น เจตนาของเขาทั้งหมดมีบิณฑบาตเป็นอารมณ์เท่านั้น ก็กรรมนั้นของพวกเขาย่อมแตกต่างกันในเวลาการทำโดยนัยเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในฝ่ายอกุศล

เมื่อเป็นดังนั้น บางคนได้เกิดในเทวโลก บางคนเกิดในมนุษย์โลก พระตถาคตเจ้าย่อมทรงทราบชัดว่า เพราะเจตนาในขณะกระทำเป็นอย่างนั้น ผู้นี้จักเกิดในมนุษยโลก ผู้นี้จักเกิดในเทวโลก

แม้เมื่อพวกเขาบังเกิดอยู่ในเทวโลก พระองค์ก็ทรงทราบว่าผู้นี้จักบังเกิดในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตสวดี ผู้นี้จักบังเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี ผู้นี้จักบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต ผู้นี้จะกบังเกิดในสวรรค์ชั้นยามา ผู้นี้จักบังเกิดในพวกภุมมเทวดา แต่ผู้นี้จักเป็นเทวราชา ผู้เป็นใหญ่ที่สุด ผู้นี้จักเกิดเป็นคนรับใช้ครองตำแหน่งที่สองหรือที่สามของเทวราชาองค์นั้น

แม้เมื่อพวกเขาบังเกิดอยู่ในมนุสสโลก พระตถาคตย่อมทรงทราบว่า ผู้นี้จักเกิดในสกุลกษัตริย์ ผู้นี้จักเกิดในสกุลพราหมณ์ ผู้นี้จักเกิดในสกุลพ่อค้า ผู้นี้จักเกิดในสกุลศูทร แต่ผู้นี้จักเกิดเป็นพระราชาในหมู่มนุษย์ ผู้นี้จักเกิดเป็นคนรับใช้ครองตำแหน่งที่สองหรือที่สามของพระราชานั้น

ก็พระองค์ย่อมทรงทราบชัดว่าในบรรดากรรมเหล่านั้นกรรมนี้จักไม่อาจชักนำปฎิสนธิมาให้ กรรมที่มีกำลังอ่อนเมื่อให้ปฎิสนธิแล้ว ก็จักมีร่างกายบกพร่อง

โดย ศาลาธรรม [13 ก.พ. 2551 , 12:06:18 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : )


  สลักธรรม 4



แม้เมื่อบุคคลทั้งหลายเริ่มเจริญวิปัสสนาอยู่ พวกเขาปรารภวิปัสสนาด้วย อาการใด พระตถาคตย่อมทรงราบชัดด้วยอาการนั้นว่า ผู้นี้จักบรรลุพระอรหัตต์ ผู้นี้จักบรรลุเพียงพระอนาคามี ผู้นี้จักบรรลุเพียงพระสกทาคามี ผู้นี้จักบรรลุเพียงพระโสดาบัน

แต่ผู้นี้จักไม่อาจทำมรรคผลให้เกิดได้ จักมีไตรลักษณ์เป็นอารมณ์เท่านั้น ผู้นี้จักกำหนดได้เพียงการกำหนดปัจจัยเท่านั้น ผู้นี้จักตั้งอยู่เพียงการกำหนดนามรูปเท่านั้น ผู้นี้จักกำหนดได้เพียงการกำหนดปัจจัยเท่านั้น ผู้นี้จักตั้งอยู่เพียงการกำหนดนามรูปเท่านั้น ผู้นี้จักดำรงอยู่ในการกำหนดนามเท่านั้น ผู้นัจักตั้งอยู่เพียงการกำหนดนามรูปเท่านั้น ผู้นี้จักดำรงอยู่ในการกำหนดนามเท่านั้น ผู้นี้จักดำรงอยุ่ในการกำหนดรูปเท่านั้น ผู้นี้จกกำหนดได้เพียงมหาภูตรูปเท่านั้น ผู้นี้จักไม่อาจกำหนดอะไรได้เลย

แม้เมื่อบุคคลทั้งหลายกระทำการบริกรรมกสิณอยู่ พระองค์ก็ทรงทราบชัดว่าผู้นี้จักได้แค่บริกรรมเท่านั้นไม่อาจยังนิมิตให้เกิดได้ แต่ผู้นี้จักอาจทำนิมิตให้เกิดได้ ผู้นี้จักไม่อาจบรรลุอัปปนา คือไม่ได้ฌานให้เป็นบาทเจริญวิปัสสนาแล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ดังนี้

พระตถาคตเจ้าย่อมทรงทราบการกระทำของสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นบาป และเป็นบุญ อันจะนำไปสู่นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ปิตติวิสัย มนุสสโลก เทวโลก และนิพพาน ด้วยทศพลญาณข้อที่ ๓ ดังกล่าวมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้

จบทศพลญาณ ข้อที่ ๓

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาธรรม [13 ก.พ. 2551 , 12:06:38 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณศาลาธรรมค่ะ ที่นำความรู้เรื่องญาณของพระตถาคตเจ้า มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.พ. 2551 , 17:42:20 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 6


ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.พ. 2551 , 10:01:33 น.] ( IP = 124.121.176.32 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาสาธุค่ะ

โดย น้องฟู [14 ก.พ. 2551 , 15:36:56 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.211 )


  สลักธรรม 8

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณศาลาธรรมค่ะ

โดย Au (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.พ. 2551 , 22:11:44 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org